Like Anutin เพจ FC พี่หนู อนุทิน ชาญวีรกูล

07/05/2026

“นายกฯ” พร้อมถกผู้นำอาเซียน เผยปมกัมพูชา ยืนบนหลักการรักษาอธิปไตย-ผลประโยชน์คนไทย

“ผมอยู่ในตําแหน่งนายกรัฐมนตรี บริหารสถานการณ์ไทย-กัมพูชามาตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี หรือก่อนหน้านั้นตั้งแต่ตอนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดังนั้นทราบดีว่าต้องยืนอยู่บนหลักการ การหารือพูดคุยใดๆ ก็ตาม ต้องเป็นประโยชน์ และรักษาอธิปไตยของไทยไว้ รวมทั้งประโยชน์ของคนไทย จึงไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้”

นายกฯ ย้ำไทยเดินหน้าสันติภาพบนพื้นฐานการเจรจาและความไว้วางใจ พร้อมส่งเสริมความร่วมมือและเสถียรภาพของภูมิภาคอย่างสร้างสรร...
07/05/2026

นายกฯ ย้ำไทยเดินหน้าสันติภาพบนพื้นฐานการเจรจาและความไว้วางใจ พร้อมส่งเสริมความร่วมมือและเสถียรภาพของภูมิภาคอย่างสร้างสรรค์
7 พ.ค.69 เวลา 18.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นฟิลิปปินส์) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เข้าร่วมการประชุมหารือสามฝ่าย ร่วมกับสมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และนายแฟร์ดีนันด์ มาร์โคส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เพื่อหารือสถานการณ์ไทย–กัมพูชา โดยฝ่ายฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียนเป็นผู้ริเริ่มจัดการประชุม ณ โรงแรม Shangri-La Mactan เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ และได้แถลงข่าวร่วมภายหลังการหารือเสร็จสิ้น
นายกฯ ได้กล่าวขอบคุณประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียน ที่ริเริ่มจัดการประชุมครั้งสำคัญนี้ พร้อมเปิดเผยว่า ได้หารือกับนายกฯกัมพูชาอย่างสร้างสรรค์และมุ่งมองไปข้างหน้า โดยการหารือเป็นไปอย่างตรงไปตรงมาและมีความหมาย ถือเป็นโอกาสสำคัญในการยืนยันร่วมกันถึงความมุ่งมั่นต่อการเจรจาและการรักษาสันติภาพ
นายกฯ กล่าวว่า ไทยและกัมพูชาเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดในหลายมิติ ความขัดแย้งนำมาซึ่งความสูญเสียและความทุกข์ยากแก่ทุกฝ่าย และยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของสันติภาพ ดังนั้น จึงถึงเวลาที่ทั้งสองประเทศจะร่วมกันมองไปข้างหน้าและเปิดบทใหม่ของความสัมพันธ์ ซึ่งต้องอาศัยความจริงใจ ความสุจริตใจ และความมุ่งมั่นร่วมกันในการก้าวข้ามความท้าทาย
ในโอกาสนี้ ไทยและกัมพูชาเห็นพ้องร่วมกันที่จะมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองประเทศทำงานร่วมกัน เพื่อจัดทำรายการมาตรการสร้างความเชื่อมั่นในทางปฏิบัติ โดยเริ่มจากประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายมีจุดร่วมและสามารถดำเนินการได้ทันที ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญในการฟื้นฟูความไว้วางใจ และค่อย ๆ สร้างความสัมพันธ์ทวิภาคีให้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง
นายกฯ ย้ำว่า ไทยและกัมพูชาจำเป็นต้องเดินหน้าไปด้วยกันอย่างค่อยเป็นค่อยไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมระบุว่า ในระหว่างการดำเนินการ ทั้งสองฝ่ายควรสื่อสารกันโดยตรงมากขึ้นในทุกระดับ เพื่อช่วยลดช่องว่างของความเข้าใจ และร่วมกันแสวงหาแนวทางขยายความร่วมมือในสาขาที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน
ในประเด็นเรื่องเขตแดนทางบกและทางทะเล นายกรัฐมนตรีได้เสนอแนวทางในการหารือ เพื่อเดินหน้าจัดการกับประเด็นดังกล่าว บนพื้นฐานของความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี
ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การหารือในวันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อสันติภาพและความร่วมมือในภูมิภาค พร้อมยืนยันว่า ไทยพร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่ายอย่างสร้างสรรค์ บนพื้นฐานของความเข้าใจที่ดี ความเคารพซึ่งกันและกัน และผลประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศและภูมิภาคโดยรวม

“อนุทิน” ชี้แลนด์บริดจ์ต้องปรับตามภูมิรัฐศาสตร์โลก ย้ำไทยต้องเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ที่พึ่งพาตัวเองได้ กำชับ กก.ศึกษาฯ ต...
07/05/2026

“อนุทิน” ชี้แลนด์บริดจ์ต้องปรับตามภูมิรัฐศาสตร์โลก ย้ำไทยต้องเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ที่พึ่งพาตัวเองได้ กำชับ กก.ศึกษาฯ ต้องให้ประชาชน มีส่วนร่วม

วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางโครงการแลนด์บริดจ์ของไทยว่า ขณะนี้โลกกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่บริบทภูมิรัฐศาสตร์ใหม่ ทำให้ทุกโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานจำเป็นต้องปรับแนวคิดและการศึกษาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

นายอนุทิน กล่าวว่า โครงการแลนด์บริดจ์ไม่ใช่โครงการที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ แต่เป็นโครงการยุทธศาสตร์ระยะยาว ที่ต้องคำนึงถึงความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก เส้นทางการค้า และความมั่นคงระหว่างประเทศ ซึ่งแตกต่างจากช่วงเวลาที่มีการศึกษาโครงการในอดีต

“บริบทโลกเปลี่ยนไปแล้ว การศึกษาที่เคยมีมาอยู่บนภูมิรัฐศาสตร์อีกแบบหนึ่ง วันนี้เราต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค ที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การคมนาคม และการขนส่งสินค้า” นายอนุทินกล่าว

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ไทยจำเป็นต้องเพิ่มศักยภาพของประเทศให้รองรับความผันผวนของโลก ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้ง สงคราม หรือปัญหาคอขวดด้านโลจิสติกส์ในภูมิภาคต่าง ๆ โดยเป้าหมายสำคัญคือการทำให้อาเซียนเป็นภูมิภาคที่มั่นคง ปลอดภัย และได้รับความเชื่อมั่นจากนานาชาติ

สำหรับแนวทางการพัฒนาแลนด์บริดจ์ รัฐบาลจะใช้ผลการศึกษาฉบับใหม่ที่สอดคล้องกับสถานการณ์โลกปัจจุบันเป็นตัวกำหนดทิศทาง โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานคณะกรรมการศึกษาโครงการ

นายอนุทิน ย้ำว่า ทุกขั้นตอนจะต้องอยู่บนข้อมูลและผลการศึกษาที่รอบด้าน พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคประชาชนในพื้นที่ ซึ่งรัฐบาลได้กำชับให้มีตัวแทนภาคประชาชนเข้าร่วมในคณะกรรมการศึกษา เพื่อให้โครงการเกิดความสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และผลกระทบต่อชุมชน

หัวใจติดปีก! “อนุทิน” ส่งกัปตัน-เครื่องบินส่วนตัว ช่วยทีมแพทย์รับหัวใจ ต่อชีวิตผู้ป่วยเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569เวลาประม...
07/05/2026

หัวใจติดปีก! “อนุทิน” ส่งกัปตัน-เครื่องบินส่วนตัว ช่วยทีมแพทย์รับหัวใจ ต่อชีวิตผู้ป่วย

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569เวลาประมาณ 14.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ประสานกัปตันและสนับสนุนเครื่องบินส่วนตัว เพื่อช่วยภารกิจทีมแพทย์ในการเดินทางไปรับอวัยวะหัวใจจากผู้เสียชีวิตสมองตาย ซึ่งได้แสดงเจตนายินยอมบริจาคอวัยวะ ที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี

ภารกิจดังกล่าวสามารถนำหัวใจ 1 ดวง กลับมาช่วยเหลือผู้ป่วยที่รอการปลูกถ่ายได้สำเร็จ โดยการปฏิบัติการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของโครงการ “หัวใจติดปีก” ที่มีเป้าหมายสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับผู้ป่วยที่รอรับอวัยวะ

สำหรับ “หัวใจติดปีก” เป็นภารกิจที่นายอนุทินให้การสนับสนุนมาตั้งแต่ปี 2557 โดยในระยะแรก นายอนุทินทำหน้าที่บินด้วยตนเอง เพื่อนำทีมแพทย์เดินทางไปรับอวัยวะจากผู้เสียชีวิตหรือผู้ป่วยสมองตายที่ยินยอมบริจาคอวัยวะ ก่อนจะปรับรูปแบบมาเป็นการประสานกัปตันและสนับสนุนเครื่องบินส่วนตัวในการปฏิบัติภารกิจ หลังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ที่ผ่านมา นายอนุทินเคยได้รับโล่จากสภากาชาดไทย เพื่อแสดงความขอบคุณต่อการสนับสนุนภารกิจช่วยชีวิตผู้ป่วยมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงได้รับประดับเครื่องหมาย “ปีกเหินเวหา” หรือเครื่องหมายความสามารถในการบินชั้นกิตติมศักดิ์จากกองทัพอากาศและกองทัพเรือ จากผลงานภารกิจ “หัวใจติดปีก”

นอกจากนี้ ยังเคยได้รับพระราชทานปริญญาสาธารณสุขศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ประจำปี 2566 จากสถาบันพระบรมราชชนก เพื่อยกย่องบทบาทในการสนับสนุนงานด้านสาธารณสุขและการช่วยเหลือชีวิตประชาชนอย่างต่อเนื่อง.

Beyond Thailand 🇹🇭นายกฯ  #อนุทิน พร้อมคณะ เดินทางออกจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) กรุงเทพฯ ไปยังเมืองเซบู สาธารณร...
07/05/2026

Beyond Thailand 🇹🇭

นายกฯ #อนุทิน พร้อมคณะ เดินทางออกจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) กรุงเทพฯ ไปยังเมืองเซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ระหว่างวันที่ 7 – 9 พฤษภาคม 2569

Cr. #ไทยคู่ฟ้า

06/05/2026

“ความยุติธรรมต้องเกิดขึ้นกับทุกคน”

นายกฯ ปาฐกถาพิเศษ พร้อมมอบนโยบาย "24 ปี กับการช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์ที่รวดเร็ว...ทั่วถึง...และเป็นธรรม...เพราะความยุติธรรมที่ล่าช้า : คือความไม่ยุติธรรม (Justice delayed is justice denied)" จัดโดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม โดยมีผู้บริหารของทั้ง 20 กระทรวง กรม องค์กรระหว่างประเทศ เอกอัครราชทูต ผู้ว่าราชการจังหวัด และภาคีเครือข่าย จำนวนทั้งสิ้นประมาณ 1,975 คน เข้าร่วมงาน ณ Grand Diamond Ballroom อาคาร IMPACT FORUM เมืองทองธานี

นายกฯ ชูนิติธรรม ย้ำรัฐคุ้มครองประชาชน “ความยุติธรรมล่าช้า คือความอยุติธรรม” วันนี้ (6 พ.ค.69) เวลา 09.30 น. นายอนุทิน ช...
06/05/2026

นายกฯ ชูนิติธรรม ย้ำรัฐคุ้มครองประชาชน “ความยุติธรรมล่าช้า คือความอยุติธรรม”
วันนี้ (6 พ.ค.69) เวลา 09.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน “24 ปี กับการช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์ที่รวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นธรรม เพราะความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความไม่ยุติธรรม (Justice delayed is justice denied)” ณ อาคาร IMPACT FORUM เมืองทองธานี พร้อมหมุนเข็มนาฬิกาสู่ “เที่ยงตรง” สื่อถึงความรวดเร็วและเที่ยงตรงของกระบวนการยุติธรรม
นายกฯ ย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับกระบวนการยุติธรรม ควบคู่กับการคุ้มครองประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อด้วยความเท่าเทียม และแก้ไขและอุดช่องว่างในกระบวนการยุติธรรม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณี “แพะ” หรือการตกเป็นจำเลยโดยมิได้กระทำผิด ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญตลอดมา
ทั้งนี้ นายกฯ กำชับทุกหน่วยงานยึด 3 หลักสำคัญ ได้แก่ “รวดเร็ว ทั่วถึง เป็นธรรม” เพื่อให้ความช่วยเหลือถึงมือประชาชนอย่างเสมอภาคและทันท่วงที พร้อมระบุว่า การช่วยเหลือเหยื่อไม่ใช่เพียงการเยียวยา แต่ยังสะท้อนคุณภาพกระบวนการยุติธรรมและความรับผิดชอบของรัฐ รวมทั้งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนและประชาคมโลก รัฐบาลจึงมุ่งยกระดับระบบช่วยเหลือเหยื่อในกระบวนการยุติธรรมให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

05/05/2026

ครม.ไฟเขียวยกเลิก MOU 44 #นายกฯอนุทิน ย้ำไม่โยงปมขัดแย้งไทย-กัมพูชา ขอเดินหน้าไทยแลนด์เฟิร์ส โดยจะไม่ดำเนินการใด ๆ ที่ทำให้ประเทศเสียประโยชน์

05/05/2026

ครม.ไฟเขียวกู้ 4 แสนล้าน #นายกฯอนุทิน ชี้เร่งด่วน รับมือวิกฤตพลังงาน-ค่าครองชีพ ย้ำไม่หลุดกรอบวินัยการคลัง

“ด้วยหลักการและเหตุผลที่กล่าวมานี้ พระราชกำหนดฉบับนี้จึงเป็นทั้งเครื่องมือในการพาประเทศผ่านวิกฤต และเป็นการวางรากฐานเพื่อลดความเปราะบางทางเศรษฐกิจในอนาคต โดยยังคงรักษาวินัยการคลังอย่างเคร่งครัด แนวทางการแก้ปัญหาในครั้งนี้ ไม่ได้จะทำให้ปัญหาที่เป็นวิกฤตของโลกนั้นหายไป แต่จะทำให้คนไทยมีแรงรับมือกับปัญหาได้ดีขึ้น และเป็นการประคับประคองพี่น้องของเราที่มีกำลังน้อยกว่า ให้สามารถเดินฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน อีกทั้งยังจะทำให้ประเทศไทยของเรามีความเข้มแข็งขึ้น และมีความพร้อมสูงสุดในการรับมือกับปัญหาในอนาคต สำหรับรายละเอียดของพระราชกำหนดฉบับนี้ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะได้มาเรียนให้ข้อมูลได้ทราบในโอกาสต่อไป” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกฯ แถลงมติ ครม. ออก พรก. กู้เงิน รับมือวิกฤตพลังงาน เน้นช่วยกลุ่มเปราะบาง-เกษตรกร-SME พร้อมวางโครงสร้างสู่พลังงานสะอา...
05/05/2026

นายกฯ แถลงมติ ครม. ออก พรก. กู้เงิน รับมือวิกฤตพลังงาน เน้นช่วยกลุ่มเปราะบาง-เกษตรกร-SME พร้อมวางโครงสร้างสู่พลังงานสะอาด

วันที่ (5 พฤษภาคม 2569) เวลา 12.00 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงเรื่องพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การตัดสินใจของรัฐบาลในรูปแบบของ มติ ครม. เพื่อออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ หรือในชื่อย่อๆ ว่า พรก. กู้เงิน การตัดสินใจในครั้งนี้ สืบเนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงไปทั่วโลกวิกฤตครั้งนี้ เริ่มจากราคาพลังงาน ไปสู่ราคาอาหาร และกำลังกดดันค่าครองชีพของประชาชนทั้งประเทศ ซึ่งไม่ใช่สถานการณ์ปกติและไม่ใช่สถานการณ์ที่จะรอได้

หน้าที่ของรัฐบาล คือการหยุดความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ “ภาวะเงินเฟ้อสูง แต่เศรษฐกิจชะลอตัว” หรือ stagflation ในระยะถัดไป ซึ่งจะต้องทำอย่างทันท่วงที ดังนั้น จึงจำเป็นต้องใช้เครื่องมือพิเศษผ่านการออกพระราชกำหนด ภายใต้หลักกฎหมายที่ชัดเจนว่าเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วน อันมิอาจหลีกเลี่ยงได้

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พระราชกำหนดฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน 2 ประการ คือ 1) เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน และประคองกิจกรรมทางเศรษฐกิจไม่ให้หยุดชะงัก และ 2) เพื่อเร่งปรับโครงสร้างพลังงานของประเทศลดความเปราะบาง และสร้างความมั่นคงในระยะยาว มาตรการภายใต้พระราชกำหนดฉบับนี้จะมุ่งตรงไปยังกลุ่มเป้าหมายสำคัญ ได้แก่ ประชาชนผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง เกษตรกร ผู้ประกอบการรายเล็ก โดยเฉพาะ SME และภาคเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น

โดยจะดำเนินการใน 2 ทิศทางควบคู่กัน คือ
1. ช่วยเหลือและบรรเทา ได้แก่ การลดภาระค่าครองชีพของประชาชนควบคู่กับการลดต้นทุนให้กับภาคการผลิต โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม ผ่านการจัดหาปุ๋ย และปัจจัยการผลิตที่จำเป็น
2. ปรับโครงสร้างเพื่อการเปลี่ยนผ่าน โดยจะใช้โอกาสนี้ในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคพลังงานสมัยใหม่ ปรับโครงสร้างการใช้พลังงานของประเทศ พร้อมลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล เพื่อให้ประเทศไทยมีต้นทุนพลังงานที่มั่นคง แข่งขันได้ และไม่ต้องเผชิญกับความผันผวนแบบเดิมอีก พร้อมทั้งพัฒนาทรัพยากรบุคคลในภาคการผลิตให้มีศักยภาพในการแข่งขันในโลกของการผลิตที่เปลี่ยนแปลงไป

“ด้วยหลักการและเหตุผลที่กล่าวมานี้ พระราชกำหนดฉบับนี้จึงเป็นทั้งเครื่องมือในการพาประเทศผ่านวิกฤต และเป็นการวางรากฐานเพื่อลดความเปราะบางทางเศรษฐกิจในอนาคต โดยยังคงรักษาวินัยการคลังอย่างเคร่งครัด แนวทางการแก้ปัญหาในครั้งนี้ ไม่ได้จะทำให้ปัญหาที่เป็นวิกฤตของโลกนั้นหายไป แต่จะทำให้คนไทยมีแรงรับมือกับปัญหาได้ดีขึ้น และเป็นการประคับประคองพี่น้องของเราที่มีกำลังน้อยกว่า ให้สามารถเดินฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน อีกทั้งยังจะทำให้ประเทศไทยของเรามีความเข้มแข็งขึ้น และมีความพร้อมสูงสุดในการรับมือกับปัญหาในอนาคต” นายกรัฐมนตรี กล่าว

04/05/2026

“นายกฯ อนุทิน” ร่วมร้องเพลง “บ้านเกิดเมืองนอน” ในงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันฉัตรมงคล 4 พ.ค. 69

"นายกฯ อนุทิน" นำข้าราชการและทุกภาคส่วน จัดงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันฉัต...
04/05/2026

"นายกฯ อนุทิน" นำข้าราชการและทุกภาคส่วน จัดงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2569 ด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
วันนี้ (4 พ.ค. 69) เวลา 19.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นางธนนนท์ ชาญวีรกูล ประธานกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรี และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2569 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมี องคมนตรี ข้าราชการส่วนราชการในพระองค์ คณะรัฐมนตรี สมาชิกรัฐสภา ตุลาการ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือน คณะทูตานุทูต และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน พร้อมคู่สมรส ร่วมถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในงานฯ ดังกล่าว

งานสโมสรสันนิบาต คือ งานชุมนุมใหญ่อย่างเป็นทางการ มีลักษณะรูปแบบงานเลี้ยงรับรอง (The Grand Reception) ซึ่งรัฐบาลได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล พุทธศักราช 2569 โดยมีกิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่ การกล่าวถวายพระพรชัยมงคล การร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงสดุดีจอมราชา โดยกำหนดการแต่งกายของข้าราชการ เครื่องแบบเต็มยศ (ไว้ทุกข์) สายสะพายชั้นสูงสุด สุภาพบุรุษที่ไม่ใช่ข้าราชการ ชุดขอเฝ้า (ไว้ทุกข์) เต็มยศ หรือชุดไวท์ไท (ไว้ทุกข์) ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุด หรือชุดแบล็คไท (ไว้ทุกข์) สุภาพสตรี ชุดไทยอมรินทร์ หรือชุดไทยบรมพิมาน สีครีม (ประดับริบบิ้นสีดำไว้ทุกข์) ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุด
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2562 โดยพระราชทานพระปฐมบรมราชโองการ ความว่า "เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุดแห่งอาณาราษฎรตลอดไป" ซึ่งตลอดระยะเวลา 11 ปีแห่งการทรงราชย์ พระองค์ได้ทรงเป็นพระประมุขแห่งราชอาณาจักไทยผู้ทรงทุ่มเทพระวรกายปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ เพื่อสืบสานพระราชปณิธานในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมถึงโครงการส่วนพระองค์ที่พระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ตั้งแต่ทรงดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร ยังความผาสุกร่มเย็นแก่ปวงชนชาวไทย สมณผู้ทรงศีลทั่วขอบขัณฑสีมา อีกทั้งทรงเจริญสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศทั่วโลกนำมาซึ่งความสัมพันธ์อันแนบแน่นในระดับสากล และในยามบ้านเมืองเกิดวิกฤตการณ์ต่าง ๆ พระองค์ได้พระราชทานพระราชดำริ พระบรมราชวินิจฉัย และพระราชทรัพย์ให้แก่รัฐบาล ตลอดจนพสกนิกรที่ได้รับผลกระทบ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและเป็นพลวปัจจัยให้การแก้ไขปัญหาสามารถบรรเทาคลี่คลายสถานการณ์ให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติสุขโดยเร็ว นำมาซึ่งความปลาบปลื้มและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ถือเป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นประธานแห่งเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่ผู้ทำความดีความชอบให้กับชาติบ้านเมือง ทั้งข้าราชการผู้ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต อุทิศทุ่มเทปฏิบัติราชการด้วยความมุ่งมั่น ตลอดจนประชาชนผู้ประกอบกิจการหรือกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนและราชอาณาจักรไทย ทั้งกิจกรรมสาธารณประโยชน์ หรือผู้บริจาคเงิน/ทรัพย์สิน เพื่อการสาธารณประโยชน์ ตามที่รัฐบาลเสนอ ซึ่งโดยทั่วไปมี 3 ตระกูล ได้แก่ 1. เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก มีจำนวน 8 ชั้น ซึ่งลักษณะที่สังเกตได้ชัด คือ มีลักษณะสีแพรแถบสีแดงริมเขียว มีริ้วเหลืองและน้ำเงินขนาดเล็กควบคั่นทั้ง 2 ข้าง 2. เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย มีจำนวน 8 ชั้น ซึ่งลักษณะที่สังเกตได้ชัด คือ มีลักษณะสีแพรแถบ กรณีชั้นสูงสุด สีครามแก่ มีริ้วแดงและขาว อยู่ริมทั้งสองข้าง ชั้นอื่น ๆ แพรแถบสีน้ำเงินริมเขียว มีริ้วเหลืองและแดงคั่นทั้งสองข้าง และ 3. เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ มีจำนวน 7 ชั้น ซึ่งลักษณะที่สังเกตได้ชัด คือ มีลักษณะสีแพรแถบสีเขียวริมสีแดงชาด มีริ้วสีขาวและสีเหลืองควบคั่นทั้งสองข้าง

ที่อยู่

Bangkok Yai

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Like Anutinผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์