Parti Adil Patani - ڤرتي عاديل - เป็นธรรม ปาตานี

Parti Adil Patani - ڤرتي عاديل - เป็นธรรม ปาตานี ‎ڤرتي عاديل

16/05/2023

“กัณวีร์ สืบแสง” รุ่นหลาน “นพ.เจริญ สืบแสง” ทวงความเป็นธรรม คืนสังคมปาตานี
อิสมาอีล ฮายีแวจิ
นายกัณวีร์ สืบแสง (ชื่อ-สกุล อักษรโรมัน : Kannavee Suebsang, ชื่อ-สกุล อักษรมลายูยาวี : كنناوي سوبسيغ) ชื่อเล่น : “นล - NOL” เป็นเลขาธิการ พรรคเป็นธรรม (FAIR Party - ڤرتي عاديل)
นายกัณวีร์ เป็นนักมนุษยธรรม นักเคลื่อนไหวด้านสันติภาพ และนักการเมืองชาวไทย เคยรับราชการที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ อดีตเจ้าหน้าที่ให้ความคุ้มครองผู้ลี้ภัย ประจำประเทศไทย อดีตผู้ประสานงานข้าหลวงใหญ่ อดีตผู้ประสานงานภาคสนาม ประจำประเทศซูดาน ฟิลิปปินส์ บังกลาเทศ และบริเวณชายแดนไทย-พม่า ของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ (UNHCR)
เป็นประธาน มูลนิธิสิทธิเพื่อสันติภาพ อดีตว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตสวนหลวง-ประเวศ กรุงเทพมหานคร พรรคไทยสร้างไทย อดีตประธานยุทธศาสตร์และรองหัวหน้าพรรคเป็นธรรม แต่ปัจจุบันเป็นเลขาธิการ พรรคเป็นธรรม
นายกัณวีร์ อายุ 46 ปี เกิดและโตที่กรุงเทพมหานคร จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนสวนกุหลาบ จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และจบการศึกษาระดับปริญญาโท คณะความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จาก University of Oregon
คุณปู่ของ นายกัณวีร์ ชื่อว่า นายมั่น สืบแสง เป็นญาติรุ่นเดียวกันกับ นพ.เจริญ สืบแสง และนายจรูญ สืบแสง ซึ่งดั้งเดิมพวกเขาเป็นคนจีนที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดปัตตานี แต่หลังจากถูกเล่นงานโดยรัฐบาลในสมัยนั้น พวกเขาจึงอพยพหนีไปอาศัยอยู่ที่กรุงเทพมหานคร และมีลูกมีหลานในกรุเทพมหานครจวบจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในนั้น คือ นายกัณวีร์ สืบแสง
เดิมที นายกัณวีร์ ไม่เคยทราบเรื่องเกี่ยวกับบทบาททางการเมืองและการงานเพื่อสังคมของบรรพบุรุษของตนเองเลยแม้แต่น้อย แต่ช่วงที่ลงพื้นที่งานราชการในจังหวัดยะลา กลับมีผู้คนถามถึงความเกี่ยวข้องกับ นพ.เจริญ และนายจรูญ สืบแสง อย่างไร เนื่องจากมี “นามสกุล” ที่เหมือนกัน
หลังจากนั้นเขาไม่รีรอที่จะค้นหาข้อมูลและศึกษาข้อมูลเก่าๆ เท่าที่มีอยู่ ปรากฏว่าบรรพบุรุษของเขามีบทบาทช่วยเหลือคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้เป็นอย่างมาก ทั้งงานด้านการเมือง และสังคม อีกทั้งยังเคยถูกดำเนินคดีในข้อหา “กบฎสันติภาพ” ด้วย
นพ.เจริญ สืบแสง หรือ ขุนเจริญวรเวชช์ เป็นบุตรคนที่ 2 จากพี่น้องทั้งหมด 8 คน ของนายซุ้ย สืบแสง หรือ ขุนวรเวชวิชกิจ และเป็นพี่ชายของนายจรูญ สืบแสง
งานด้านวิชาชีพ นพ.เจริญ สืบแสง เคยรับราชการในกรมสาธาณสุข เป็นแพทย์หลวงประจำจังหวัดปัตตานี และยังเปิดคลินิกรับรักษาให้ประชาชนทั่วไปในรูปแบบรักษาให้ฟรีสำหรับผู้คนที่ขาดแคลน
ส่วนงานด้านการเมือง นพ.เจริญ สืบแสง เคยเป็นสมาชิกสภาเทศบาลจังหวัดปัตตานี เคยเป็นนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี เคยเป็นประธานสภาเทศบาลจังหวัดปัตตานี และยังเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานีถึง 3 สมัย อีกด้วย
นพ.เจริญ สืบแสง มีความสัมพันธ์ที่ดีกับ ฮัจยีสุหลง โต๊ะมีนา ผู้นำชาวปาตานีคนสำคัญในยุคนั้น ทั้งสองคอยช่วยเหลือเกื้อกูลกันในประเด็นเรื่องการเมืองและสังคมมาโดยตลอด ครั้งหนึ่ง ฮัจยีสุหลง โต๊ะมีนา เคยช่วย นพ.เจริญ สืบแสง หาเสียงเลือกตั้ง จนได้รับชัยชนะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดปัตตานี และได้สร้างคุณประโยชน์ต่อคนในพื้นที่อย่างมากในเวลาต่อมา
ด้าน นพ.เจริญ สืบแสง เองก็เคยช่วย ฮัจยีสุหลง โต๊ะมีนา ช่วงที่ถูกจับดำเนินคดีในข้อหา “กบฏภายในราชอาณาจักร” ด้วยการติดต่อหาทนายเก่งๆ ที่เป็นชาวไทยพุทธ เพื่อคอยช่วยเหลือด้านคดี รวมทั้งช่วยเป็นธุระจัดการช่วยเหลือครอบครัวของฮัจญีสุหลงในขณะที่ถูกคุมขังอีกด้วย
นพ.เจริญ สืบแสง เคยเป็นประธานกรรมการสันติภาพแห่งประเทศไทย และเคยเรียกร้องสันติภาพ ด้วยการคัดค้านสงครามรุกรานเกาหลี ต่อมาปรากฎว่าถูกจับกุมดำเนินคดีในข้อหา “กบฏสันติภาพ”
ส่วนนายจรูญ สืบแสง เป็นผู้ร่วมก่อตั้งคณะราษฎรสายพลเรือนที่มีนายปรีดี พนมยงค์ เป็นแกนนำ เคยรับราชการในตำแหน่งด้านการเกษตร กรมเพาะปลูก กระทรวงเกษตราธิการ เคยเป็นอธิบดี กรมศุลกากร อธิบดี กรมชลประทาน และยังได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดปัตตานีอีกด้วย
จะเห็นได้ว่านายกัณวีร์ สืบแสง สืบเชื้อสายมาจากนักการเมืองที่เคยมีบทบาทสำคัญ และมีคณูปการอย่างยิ่งต่อประเทศชาติ โดยเฉพาะสังคมในพื้นที่ปาตานี/จังหวัดชายแดนใต้
วันนี้นายกัณวีร์ กลับบ้านเกิดของบรรพบุรุษตนเองพร้อมนำองค์กรทางการเมืองมาปักหลักด้วย เขาตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะสร้างพรรคการเมืองที่เป็นพรรคปาตานี เพื่อคนปาตานี โดยคนปาตานี ซึ่งจะคงคอนเซ็ป “หลักมนุษยธรรม นำการเมือง”
นายกัณวีร์ ประกาศอย่างชัดเจนว่า “นโยบายหลักของพรรคเป็นธรรม คือ ส่งทหารในพื้นที่กลับบ้าน สร้างสันติภาพที่กินได้”
เขาย้ำอยู่เสมอว่า “สันติภาพจะสร้างได้ก็ต่อเมื่อประชาชนกินอิ่ม และนอนหลับสบายโดยที่ไม่ต้องกังวลว่าจะมีทหารคอยมาก่อกวน ไม่ต้องกังวลว่าขับรถออกไปวันนี้จะถูกด่านสกัดที่มีเต็มบ้านเต็มเมืองถามเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง”
เขาระบุว่าทหารมองปัญหาเชิงระบบโครงสร้างของหน่วยงานความมั่นคงทั้งหมดเป็นของตนเอง ทั้งที่ทหารเป็นแค่เสี้ยวเดียวของความมั่นคงภายในประเทศ เพราะมันยังมีความมั่นคงของมนุษย์เป็นหลักด้วย แต่ทหารกลับไม่มีองค์ความรู้และมองข้ามในส่วนนี้
อนึ่ง ประสบการณ์ชีวิตการทำงานของ นายกัณวีร์ ที่ผ่านมาอยู่ระหว่างประเด็น “ความมั่นคง” และ “มนุยธรรม” มาโดยตลอด ฉะนั้น เขาย่อมเข้าใจใน 2 ประเด็นนี้เป็นอย่างยิ่ง เพราะครั้งหนึ่งเขาเคยเสนอผ่านรายการ Politik Move ว่า “การแก้ไขปัญหาความมั่นคง มันต้องเป็นการแก้ไขปัญหาความมั่นคงของมนุษย์เป็นหลัก”
นายกัณวีร์ เริ่มรับราชการที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เมื่อปี พ.ศ.2544 มีภารกิจเกี่ยวกับกิจการความมั่นคงแห่งชาติ โดยจะดูแลงานความมั่นคงด้านชายแดน เพื่อเสนอแนะในด้านนโยบายให้กับนายกรัฐมนตรี
ต่อมาได้ทำงานกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ (UNHCR) เมื่อปี พ.ศ.2552 ด้วยบทบาทหัวหน้าสำนักงานภาคสนามใน 8 ประเทศ รวมเวลา 12 ปี โดยจะดูแลผู้ลี้ภัยที่หนีจากการถูกไล่ฆ่าจากประเทศตนเอง
และบทบาทสุดท้ายก่อนที่นายกัณวีร์ จะตัดสินใจลงสมัครเป็นนักการเมืองระดับชาติ เขายังเคยเป็น ประธาน มูลนิธิสิทธิเพื่อสันติภาพ อีกด้วย แต่บทบาทต่อจากนี้ไปเป็นสิ่งที่น่าติดตามมากกว่า ประชาชนจะให้โอกาสเขาเป็นตัวแทนในระบบรัฐสภาหรือไม่ และนโยบายที่เขาประกาศจะสามารถใช้ในพื้นที่ได้จริงหรือเปล่า เขาจะทวงความเป็นธรรมที่คนรุ่นปู่เขาเคยสร้างสู่สังคมปาตานีได้หรือไม่ ตรงนี้เป็นสิ่งที่ควรติดตาม



#พรรคเป็นธรรม
---------------
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ :
Website : https://www.the-motive.co
Twitter : https://twitter.com/themotive2020
Instragram : https://www.instagram.com/themotive_ig
Youtube :https://www.youtube.com/c/themotive2020
Telegram : https://t.me/themotive2020

15/05/2023
15/05/2023

ขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่เลือกพรรคเป็นธรรม

กกต.แถลงผลการเลือกตั้งแบบไม่เป็นทางการ พรรคเป็นธรรมได้ ส.ส. 1 ที่นั่ง

🧡💙Alhamdulillah🧡💙

เลือกพรรคเป็นธรรมส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม เข้าสภา โปรดกาเบอร์ 3
13/05/2023

เลือกพรรคเป็นธรรม
ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม เข้าสภา โปรดกาเบอร์ 3

"ต้องสร้างพรรคเป็นธรรมให้เป็นพรรคของคนปาตานี"สุไฮมี ดูละสะเขต 4 ปัตตานี (โปรดกาเบอร์ ๘)กลุ่มการเมือง Patani Baru เข้าใจร...
13/05/2023

"ต้องสร้างพรรคเป็นธรรมให้เป็นพรรคของคนปาตานี"
สุไฮมี ดูละสะ
เขต 4 ปัตตานี (โปรดกาเบอร์ ๘)
กลุ่มการเมือง Patani Baru เข้าใจร่วมกันว่าการทำงานการเมือง คือ การวางรากฐานในระยะยาว ยิ่งการเมืองในระบบจำเป็นต้องสร้างความไว้วางใจให้ประชาชนเลือกเราได้ ด้วยจุดยืน แนวนโยบาย และความสามารถของบุคลากรทางการเมือง
ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากในสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน แต่ในความเห็นของสุไฮมี คือ สิ่งที่ต้องเริ่มทำตั้งแต่วันนี้ ต้นปี 2565 สุไฮมี ได้รับเลือกตั้งเป็นให้หัวหน้ากลุ่ม Patani Baru และเริ่มมีบทบาทเป็นที่รู้จักในสังคมมากขึ้น
พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) สนใจที่จะทำงานร่วมกับกลุ่ม Patani Baru จึงได้ชักชวนให้เข้าร่วมขับเคลื่อนนโยบาย และบริหารสาขาของพรรคร่วมกัน
แต่ด้วยสถานการณ์การเมืองเปลี่ยนไปหลังจากรัฐสภาลงมติว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะใช้บัตรสองใบ ภายในพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) มีการปรับระบบการจัดการใหม่อีกครั้ง ส่งผลให้ไม่สามารถขับเคลื่อนกิจกรรมสาขาได้อย่างคล่องตัว
สมาชิกกลุ่มยื่นคำขาดว่า พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ต้องแสดงถึงความชัดเจนในเรื่องการทำงานร่วม แต่ก็ไม่เป็นผลทำให้กรรมการยุทธศาสตร์กลุ่มการเมือง Patani Baru ลงมติให้ถอนตัวจากพรรคไทยสร้างไทย และเว้นวรรค 3 เดือน เพื่อเปิดทางให้พรรคอื่นๆ ได้เสนอแนวทางการทำงานร่วมด้วย
จึดยืนของกลุ่มการเมือง Patani Baru คือ มีอิสระในการออกนโยบายสันติภาพปาตานี มีเสรีภาพในการแสดงออก และต้องบริหารทรัพยากรร่วมกัน ต่อมาพรรคเป็นธรรมเข้ามาการเสนอตัวทำงานร่วมและรับเงื่อนไขทุกข้อของกลุ่ม Patani Baru ได้ กรรมการยุทธศาสตร์ของกลุ่มมีมติไปร่วมกับพรรคเป็นธรรมอย่างเป็นทางการในปลายปี 2565
ความมุ่งมั่นที่จะทำการเมืองในระยะยาว จึงตกลงกันว่า จะสร้างพรรคเป็นธรรม ซึ่งเป็นพรรคใหม่ระดับชาติเป็นพรรคของคนปาตานี
หลังจากนั้นสุไฮมีจึงขอยุบบอร์ดบริหารกลุ่ม Patani Baru ที่เข้านั่งเป็นหัวหน้ากลุ่ม และจัดให้มีการเลือกตั้งภายในใหม่ เพื่อที่เขาจะได้ไปโฟกัสงานในพื้นที่ เตรียมลงแข่ง ส.ส.เขต อย่างเต็มตัว นโยบายที่สุไฮมีสนใจและเชื่อมั่นว่าพรรคเป็นธรรมจะขับเคลื่อนจนถึงที่สุด คือ การกระจายอำนาจและปฏิรูปรูปแบบการปกครองของจังหวัดชายแดนใต้ คือ นโยบายหลัก
ในรูปแบบที่อาจจะสูงกว่าพัทยา กรุงเทพมหานคร แต่ยังอยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญไทย ซึ่งสุไฮมีเองก็ยอมรับว่าการพูดคุยเรื่องนี้มันไม่ง่าย อาจถูกกล่าวหาว่าต้องการแบ่งแยกดินแดนได้ แต่เขาคิดว่าคงต้องทำงานความคิดกับคนไทยอีกต่อไป ซึ่งการพูดคุยในสภาจึงน่าจะตอบโจทย์ในประเด็นที่กังวลนี้ อย่างน้อยมันยังมีพื้นที่การถกเถียง
จุดเด่นของพรรคเป็นธรรม คือ ชุดนโยบาย ด้านการสร้างสันติภาพและความมั่นคง สุไฮมี ยกตัวอย่าง เช่น การพาทหารกลับบ้าน การยุบ กอ.รมน. ยกเลิก ศอ.บต. และการยกระดับเจรจาสันติภาพให้เป็นสากล
นอกจากนี้ยังมีนโยบายด้านเศรษฐกิจ สวัสดิการสังคม การพัฒนาสังคม และนโยบายด้านการพัฒนาในมุมทรัพยากรธรรมชาติของพื้นที่
สุไฮมี เชื่อว่าถ้าคนคนมลายูปาตานี สามารถออกกฎหมายบางอย่าง ออกระเบียบบางอย่างที่มันสอดคล้องกับวิถีชีวิต ไม่ขัดกับจารีตประเพณี ความขัดแย้งต่างๆ มันจะค่อยๆ ลดความรุนแรงลง
#หมายเหตุ : คุณสามารถเข้าร่วมกลุ่ม เพื่อรับข้อมูลข่าวสารของ ส.ส. พรรคเป็นธรรมทุกคนก่อนใครได้ที่ลิ้งค์ 👉https://m.me/j/AbaJ-qHOQYoHs-_c/
สื่ออิเล็กทรอนิกส์ชิ้นนี้ผลิตโดย นายสุไฮมี ดูละสะ เลขที่ 245/7 ซอย 7/2 หมู่บ้านชวนชื่นพาร์คอะเวนิว ถ.กาญจนาภิเษก เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ 10120 วันที่ 13 พ.ค. 2566 จำนวน 1 ชุด
#พรรคเป็นธรรม #ڤرتي عاديل ڤتاني #ปัตตานี #ปาตานี #ชายแดนใต้ #สุไฮมี_ดูละสะ

“ปรากฏการณ์อนาคตใหม่” สร้างความหวัง “การเมืองในระบบรัฐสภา”สุไฮมี ดูละสะเขต 4 ปัตตานี (โปรดกาเบอร์ ๘)หลังจากสิ้นสุดวาระใน...
13/05/2023

“ปรากฏการณ์อนาคตใหม่” สร้างความหวัง “การเมืองในระบบรัฐสภา”
สุไฮมี ดูละสะ
เขต 4 ปัตตานี (โปรดกาเบอร์ ๘)
หลังจากสิ้นสุดวาระในขบวนการนักศึกษา (PerMAS) ปี 2560 สุไฮมี ได้รับการชักชวนจากเพื่อนๆ ให้มาร่วมก่อตั้งกลุ่ม Patani Intitude (PI) หรือ สถาบันปาตานี ในบทบาท “รองผู้อำนวยการ” แรงบันดาลใจ คือ การสนับสนุนให้เพื่อนๆ ที่สนใจประเด็นสังคมต่างๆ ไปพัฒนาศักยภาพของตัวเองแล้วกลับมาสนับสนุนขบวนการภาคประชาชนที่กำลังก่อตัวขึ้นช้าๆ ในสังคมปาตานี
แต่ควาพยายามนั้นขับเคลื่อนได้ไม่นานเนื่องด้วยสถานการณ์เปลี่ยน สุไฮมี มองว่าการพัฒนาศักยภาพเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอแล้ว จำเป็นต้องมีปฏิบัติการทางการเมืองให้มากกว่านี้ เพื่อจะทำงานความคิดกับมวลชนได้ ต่อมาจึงมีการออกมติให้ยุบกลุ่ม PI
สุไฮมี กับเพื่อนอีกกลุ่ม จึงได้ไปจัดตั้งกลุ่มปฏิบัติการทางการเมืองที่มีชื่อว่า The Patani และได้ออกงานวิจัยเชิงปฏิบัติการ Listening Project เพื่อรับฟังความหวังความฝันถึงอนาคตของคนปาตานี
ในเวลาเดียวกันกลุ่ม The Patani ก็ขับเคลื่อนงานล็อบบี้กับผู้คนในระดับนโยบายของฝ่ายความมั่นคงไทย มาเลเซีย และ BRN เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายจากความขัดแย้งที่รุดหน้าอย่างต่อเนื่อง
ช่วงระยะเวลาปี 2561 – 2562 สุไฮมีกับเพื่อนในนามองค์กร The Patani มีโอกาสไปพัฒนาศักยภาพในการออกแบบขบวนการเคลื่อนไหวที่สอดคล้องกับยุคสมัย จึงได้ตั้งกลุ่มศึกษาเพื่อร่างธรรมนูญองค์กรและได้ปฏิรูปองค์กร The Patani ในปี 2563 - 2564 ปรับเปลี่ยนองค์กรเป็นองค์กรขับเคลื่อนด้านมวลขน ที่มีเป้าหมายในการผลักดันให้คนปาตานีสามารถกำหนดอนาคตทางการเมืองของตนเองได้
ช่วงปีแรกหลังจากการปฎิรูปองค์กรสุไฮมีได้รับเลือกเป็นหนึ่งในคณะตัวแทนของสมาชิก The Patani ในการออกความเห็นเพื่อประโยชน์ขององค์กร และในเวลาเดียวกันเขาก็ได้เชิญชวนให้เพื่อนที่ได้รับแรงบันดาลใจหลังจากการเลือกตั้งปี 2562 จาก “ปรากฎการณ์อนาคตใหม่” เป็น Impact มากในการสร้างความหวังต่อการต่อสู้ผ่านระบบรัฐสภา หลังจากจมอยู่ใต้อำนาจเผด็จการทหารจากการรัฐประหารเมื่อปี 2557
สุไฮมี ร่วมก่อตั้งกลุ่มการเมืองใหม่ในนาม Patani Baru ขึ้น โดยระยะแรกมติของกลุ่ม คือ การแสวงหาประสบการณ์ ความรู้ในการพัฒนาขีดความสามารถในทางการเมืองรัฐสภาให้กับตนเอง
สุไฮมีกับเพื่อนกลุ่มหนึ่งได้ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่และได้ไปร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมของสาขาในช่วงปลายปี 2562 ก่อนพรรคอนาคตใหม่จะถูกยุบในช่วงปี 2563
ในปี 2563 สุไฮมีได้จัดตั้งห้องเรียนการเมือง เพื่อเตรียมความพร้อมทางความคิด ความรู้ เพื่อเตรียมลงสนามเลือกตั้งในวาระหน้าให้ได้ และปลายปีเดียวกันนั้นก็เริ่มทำงานในสนามการเมืองท้องถิ่นด้วยการช่วยและสนับสนุนผู้สมัคร “องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)” ในจังหวัดนราธิวาส
ประสบการณ์หลังจากผ่านห้องเรียนการเมืองและลงหาเสียงในสนาม อบจ. มติของกลุ่ม Patani Baru คือจำเป็นต้องส่งเสริมให้เพื่อนๆ ไปสังกัดพรรคการเมือง เพื่อสั่งสมประสบการณ์ให้มากที่สุด โดยมีเงื่อนไขว่า จะต้องเป็นพรรคฝ่ายประชาธิปไตย และจะไม่เป็นนั่งร้านให้กับฝ่ายเผด็จการโดยเด็ดขาด เพราะจุดร่วมของกลุ่ม คือ สันติภาพปาตานีกับประชาธิปไตย คือ เรื่องเดียวกัน หากการเมืองไทยดี สันติภาพปาตานียิ่งใกล้ถึงฝันมากขึ้น
#หมายเหตุ : คุณสามารถเข้าร่วมกลุ่ม เพื่อรับข้อมูลข่าวสารของ ส.ส. พรรคเป็นธรรมทุกคนก่อนใครได้ที่ลิ้งค์ 👉https://m.me/j/AbaJ-qHOQYoHs-_c/
สื่ออิเล็กทรอนิกส์ชิ้นนี้ผลิตโดย นายสุไฮมี ดูละสะ เลขที่ 245/7 ซอย 7/2 หมู่บ้านชวนชื่นพาร์คอะเวนิว ถ.กาญจนาภิเษก เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ 10120 วันที่ 13 พ.ค. 2566 จำนวน 1 ชุด
#พรรคเป็นธรรม #ڤرتي عاديل ڤتاني #ปัตตานี #ปาตานี #ชายแดนใต้ #สุไฮมี_ดูละสะ

“ขบวนการนักศึกษา” เป็นรากฐานของการก่อเกิด “กลุ่มภาคประชาสังคม”สุไฮมี ดูละสะเขต 4 ปัตตานี (โปรดกาเบอร์ ๘)สุไฮมี เติบโตทาง...
13/05/2023

“ขบวนการนักศึกษา” เป็นรากฐานของการก่อเกิด “กลุ่มภาคประชาสังคม”
สุไฮมี ดูละสะ
เขต 4 ปัตตานี (โปรดกาเบอร์ ๘)
สุไฮมี เติบโตทางความคิดผ่านเบ้าหลอมจากงานกิจกรรมงานเคลื่อนไหวในขบวนการนักศึกษาปาตานี ตั้งแต่ปี 2552 สมัยนั้นเขาถูกแต่งตั้งให้เป็นฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ สมาพันธ์นิสิตนักศึกษาจังหวัดยะลา (สนย.) บทบาทที่สุไฮมีทำในสัมยนั้น คือ การออกแบบแผนการเยี่ยวยาชุมชนที่ได้รับผลกระทบ
ทั้งในรูปแบบอบรมกฎหมาย ค่ายอาสา รวมไปถึงเป็นกระบอกเสียงในการสื่อสารข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งสถานการณ์ตอนนั้นไม่ค่อยมีสื่อที่เข้าถึงพื้นที่และกล้าสื่อสารอย่างตรงไหนตรงมา ขบวนการนักศึกษาในสมัยนั้นทำบทบาทนี้ได้ดี และเป็นความหวังในการวางรากฐานให้ก่อเกิดกลุ่มภาคประชาสังคมด้านในต่าง ๆ ในภายหลัง
จนสถานการณ์การเมืองปี 2556 ไม่แน่นอน ในกรุงเทพมหานครมีการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ประกอบกับกระแสทหารเตรียมทำรัฐประหารรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กระพืออย่างรวดเร็ว และในยุคสมัยรัฐบาลเดียวกันนั้นมีความพยายามจะพูดคุยกับกลุ่มติดอาวุธปาตานีเพื่อเอกราชก็เกิดขึ้น
จากความพยามทำให้มีการเปิดตัวโต๊ะเจรจากับกลุ่ม BRN ที่นำโดย ฮาซัน ตอยิบ และฝ่ายไทยนำโดย พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อย่างเป็นทางการ ทำให้เกิดข้อสงสัยต่างๆ มากมายในสังคมปาตานี
ขบวนการนักศึกษาในสัมยนั้นจำเป็นต้องทบทวนแนวทางและรับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้าดังกล่าวอย่างทันท่วงที จนมีการประชุมสมัชชาเพื่อปรับโครงสร้างและทบทวนแนวทางของขบวนการนักศึกษาปาตานีในปลายปี 2555
การประชุมสมัชชาในครั้งนั้นมีมติเปลี่ยนชื่อองค์กรจาก “สหพันธ์นิสิตนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สนน.จชต.) มาเป็น “สหพันธ์นิสิตนักศึกษานักเรียนและเยาวชนปาตานี (PerMAS)” และมีการเลือกตั้งประธานองค์กรเป็นครั้งแรก ทั้งที่ก่อนหน้านี้ผู้นำนักศึกษาสูงสุด คือ เลขาธิการ
การปฎิรูปของขบวนการนักศึกษา สนน.จชต. ในสมัยนั้น ทำให้ สุไฮมี ได้รับเลือกเป็นประธานคนแรกในนามองค์กร PerMAS (วาระปี 2556 - 2558) ด้วยสถานการณ์ทางการเมืองที่ค่อนสับสนหลังจากมีการเปิดตัวโต๊ะพูดคุยเจรจา
จึงได้ก่อเกิดความร่วมมือระหว่างนักศึกษากับองค์กรภาคประชาสังคมในการออกแบบงานสื่อสาร อัพเดตข้อมูลการเจรจาที่มีกำหลังดำเนินอยู่ เพื่อทำความเข้าใจเรื่องการเมืองและโต๊ะเจรจาที่เกิดขึ้น
จึงเกิดโครงการ Bicara Patani ในการสื่อสารเรื่องราวดังกล่าวให้ถึงระดับชุมชนรากหญ้า และเป็นที่สนใจของหลายชุมชนในระยะต่อมา รวมเวที Bicara Patani ทั้งหมดกว่า 70 ครั้ง แต่พื้นที่ทางการเมืองดังกล่าวก็หายไปหลังจากมีการรัฐประหารในเดือนพฤษภาคม 2557
บทเรียนในช่วงสถานการณ์การเมืองเช่นนั้นทำให้สุไฮมีเติบโตทางความคิด มุมมอง และประสบการณ์ในการรับมือกับสถานการณ์อันแหลมคมได้ในระดับหนึ่ง จนเพื่อน ๆ ประเมินความเสี่ยงกันว่าอาจจะต้องหลบหลีก เผชิญหน้ากับภาครัฐชั่วคราวหลังจากการรัฐประหาร
ขณะเดียวกันในพื้นที่ก็มีการปิดล้อมจับกุมและสังหารกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในมุมของสุไฮมีเป็นความพยายามของฝ่ายทหารที่มองสวนทางกันกับฝ่ายบริหารเรื่องโต๊ะเจรจากับ BRN จึงมีการสร้างสถานการณ์ขึ้นเพื่อทำให้โต๊ะเจรจาล้ม
สุไฮมี สะท้อนให้เห็นว่าเพราะฝ่ายบริหารและรัฐสภาของประเทศไทยไม่มีอำนาจอย่างแท้จริง จึงทำให้อำนาจนอกระบบที่ฝังตัวอยู่ในสังคมไทยสามารถออกมาล้มรัฐบาลได้ทุกครั้งเมื่อสบโอกาส อันเป็นหนึ่งในต้นเหตุที่ทำให้ประชาธิปไตยไทยไม่ก้าวหน้าสักที และนี้คือเจตจำนงในการเดินเข้าสู่กลไกรัฐสภาของสุไฮมี
กระบวนการเจรจาสันติภาพ ที่ไปเจรจาเพื่อให้ได้เจรจา และบางคนก็ได้ดาวบนบ่าเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ซึ่งผลของการเจรจาไม่มีผลอะไรเลย หากไม่มีตัวบทกฎหมายออกมารับรองผลลัพธ์ หรือ ข้อตกลงใดๆ ที่ได้จากการเจรจา
หนึ่งในนโยบายที่ต้องผลักดันให้พรรคการเมืองรับเรื่อง คือ การยกระดับกระบวนการเจรจาสันติภาพ การยกระดับ คือ การทำให้การเจรจาสันติภาพเดินหน้าภายใต้การรับรองของระบบทางกฎหมาย (Legalize) และมีความเป็นสากล (Internationalize)
#หมายเหตุ : คุณสามารถเข้าร่วมกลุ่ม เพื่อรับข้อมูลข่าวสารของ ส.ส. พรรคเป็นธรรมทุกคนก่อนใครได้ที่ลิ้งค์ 👉https://m.me/j/AbaJ-qHOQYoHs-_c/
สื่ออิเล็กทรอนิกส์ชิ้นนี้ผลิตโดย นายสุไฮมี ดูละสะ เลขที่ 245/7 ซอย 7/2 หมู่บ้านชวนชื่นพาร์คอะเวนิว ถ.กาญจนาภิเษก เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ 10120 วันที่ 13 พ.ค. 2566 จำนวน 1 ชุด
#พรรคเป็นธรรม #ڤرتي عاديل ڤتاني #ปัตตานี #ปาตานี #ชายแดนใต้ #สุไฮมี_ดูละสะ

เลือกพรรคเป็นธรรมส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม เข้าสภา โปรดกาเบอร์ 3
13/05/2023

เลือกพรรคเป็นธรรม
ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม เข้าสภา โปรดกาเบอร์ 3

“หากพูดถึงวัฒนธรรมการเมืองแบบจารีต ยังมีความเข้าใจต่อการทำงานการเมืองของผู้หญิงน้อยมาก ส่วนใหญ่มองว่าเป็นสิ่งเกินตัว ผู้หญิงไม่ควรทำบทบาทตรงนี้ สิ่งที่เราต้องหมั่นเพียร คือ พิสูจน์เพื่อเปลี่ยน"
ซูรัยยา วาหะ ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม
#โค้ดคำ

อับดุลเลาะ สิเดะผู้สมัคร ส.ส. เขต 3 จ.ยะลา (เบอร์ 2)
13/05/2023

อับดุลเลาะ สิเดะ
ผู้สมัคร ส.ส. เขต 3 จ.ยะลา (เบอร์ 2)

"ความบกพร่องของกลไกภาครัฐที่ไม่สามารถเอาผิดผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นที่ปฏิบัติไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น ประชาชนจะมองว่าสมประโยชน์หากินบนความเดือดร้อนของประชาชนร่วมกัน”
อับดุลเลาะ สิเดะ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 3 จ.ยะลา พรรคเป็นธรรม
#โค้ดคำ

อับดุลเลาะ สิเดะผู้สมัคร ส.ส. เขต 3 จ.ยะลา (เบอร์ 2)
13/05/2023

อับดุลเลาะ สิเดะ
ผู้สมัคร ส.ส. เขต 3 จ.ยะลา (เบอร์ 2)

“พรรคเป็นธรรม” มีนโยบายเพื่อคนปาตานีที่ชัดเจนที่สุด
อิสมาอีล ฮายีแวจิ, The Motive
เยาวชนคนหนุ่มสาว Shabab Bannangsta ได้จัดเวทีประชันวิสัยทัศน์ (DEBAT WAWASAN) ของผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 จ.ยะลา เมื่อวันที่ 9 พ.ค.2566 ณ โรงเรียนดำรงวิทยา อ.บันนังสตา จ.ยะลา เพื่อให้คนในเขตพื้นที่เลือกตั้งนี้ได้ฟังวิสัยทัศน์ นโยบาย และทรรศนะต่อการพัฒนาพื้นที่เขต 3 ว่า ถ้าได้เป็นตัวแทนของพวกเขาแล้ว คุณจะทำอะไรกับพวกเขา
โดยเวทีในครั้งนี้มีตัวแทนผู้สมัคร ส.ส. ที่มาร่วมทั้งหมด 6 คน 6 พรรคด้วยกัน อาทิเช่น ณรงค์ ดูดิง จากพรรคประชาธิปัตย์ อับดุลเลาะ สิเดะ จากพรรคเป็นธรรม สะอารี กากอง จากพรรคเสรีรวมไทย มะรูดีน กาโฮง จากพรรคภูใจไทย อับดุลอายี สาแม็ง จากพรรคประชาชาติ และณรงค์ อาแว พรรคก้าวไกล
วันนี้ The Motive ได้สรุปบทปราศรัยของอับดุลเลาะ สิเดะ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 3 จ.ยะลา พรรคเป็นธรรม ซึ่งเป็นตัวเต็ง ปราศรัยอย่างดุเดือด เผ็ดมันส์ ในประเด็นในคาบเกี่ยวกับผู้คนและพื้นที่ปาตานีโดยตรง จากเดิมการปราศรัยครั้งนี้จะใช้ภาษามลายูในการสื่อสาร แต่ทาง The Motive ได้แปลภาษามาเป็นภาษาไทยเพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจในสิ่งที่เขาสื่อสาร
อับดุลเลาะ กล่าวปราศรัยบนเวทีตอนหนึ่งว่า “หากผมมีโอกาสได้เป็น ส.ส. สิ่งที่ผมจะทำสิ่งแรก คือ โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี แต่เชื่อใจได้ว่าชื่อของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะไม่ออกจากปากของผมแน่นอน เพราะเราไม่เอานายกรัฐมนตรีที่มาจากการสืบทอดอำนาจของเผด็จการทหาร
ลำดับที่สอง เมื่อมีการถูกเชิญมาร่วมรัฐบาล รัฐบาลนั้นจะต้องไม่มีพรรคการเมืองที่มาจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.
และลำดับที่สาม ฝ่ายรัฐบาลต้องยอมรับนโยบายยกเลิกกฎหมายพิเศษในพื้นที่ปาตานี แต่ถ้ารับนโยบายพรรคเป็นธรรมไปแล้วกลับไม่ทำตามที่ตกลงกัน พรรคเป็นธรรมพร้อมที่จะออกมาจากฝ่ายรัฐบาลแล้วไปเป็นฝ่ายค้านแทน
เพราะกฎหมายพิเศษเหล่านี้เป็นกฎหมายที่คอยกีดขวางกระบวนการเจรจาสันติภาพปาตานี เราต้องยุบ กอ.รมน. ยุบ ศอ.บต. ยุบโครงสร้างราชการทั้งหมดที่ทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย เพราะมันเป็นงานบริหารที่ทับซ้อนด้วยงบประมาณมากถึง 5 แสนล้านบาท แต่ปรากฏว่า 19 ปีที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่าในพื้นที่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
เราต้องยกเลิกสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด เพราะมันเป็นสิ่งที่คาบเกี่ยวกับชีวิตของคนในพื้นที่ ทั้งในเรื่องปากท้อง เรื่องคุณภาพชีวิต เรื่องการศึกษา และอื่นๆ ที่ไม่ได้พูดถึง
ยกตัวอย่างเช่น มีสถาบันปอเนาะแห่งหนึ่งในพื้นที่บ้านสิเดะ ต.สะดาวา อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจจากกฎหมายพิเศษจับโต๊ะครู หรือ บาบอท่าหนึ่ง โต๊ะครูคนนั้นต้องจำนองที่ดิน 700,000 บาท เพื่อประกันตัวจากข้อหาทางความมั่นคง
แปลกใจว่า ส.ส. ในสมัยนั้นหายไปไหนกันหมด ทั้งที่ ส.ส. มีสิทธิช่วยประกันตัวให้ชาวบ้านที่เดือดร้อนจากคดีที่ไม่เป็นธรรมถึง 4 ครั้ง ทำไมถึงไม่มาใช้สิทธินี้
พรรคเป็นธรรมมีนโยบายที่ตรงไปตรงมาและเกี่ยวข้องกับคนปาตานีโดยตรง มีหลายคนถามว่าทำไมปาตานีบารูถึงเลือกมาอยู่กับพรรคเป็นธรรม ทำไมไม่เลือกไปอยู่กับพรรคระดับชาติที่ใหญ่กว่านี้อย่างพรรคเพื่อไทย หรือ พรรคก้าวไกล
รู้ไหม เพราะอะไร เพราะเรามีวาระของคนปาตานี วาระของเรา คือ สันติภาพปาตานี วาระของเรา คือ ชะตากรรมของคนปาตานี พรรคเป็นธรรมเปิดโอกาสให้เรานำเสนอนโยบายตรงไปตรงมาเหล่านี้ เราถึงเลือกมาสู้ภายใต้ร่มของพรรคเป็นธรรม
มีคนบอกว่านโยบายของเราเป็นนโยบายที่สุดโต่ง แต่ความจริงแล้วการเสนอนโยบายสันติภาพที่กินได้ ยุบ ศอ.บต. ยุบ กอ.รมน. หรือแม้แต่พาทหารกลับบ้าน และรูปแบบการปกครองที่ต้องกระจายอำนาจ ผู้ว่าต้องมาจากการเลือกตั้ง สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สุโต่งใช่ไหม ไม่เลย สิ่งเหล่านี้ คือ ความจริงต่างหาก
เราต้องเปิดใจยอมรับได้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับบ้านเรา ต้องยอมรับว่าความจริงแล้วบ้านเรามีปัญหาอะไร เรามาร่วมแก้สิ่งเหล่านั้นอย่างตรงไปตรงมา ความฝันของทุกคน ภายใต้การนำของพรรคเป็นธรรม ถึงแม้จะเป็นพรรคขนาดเล็ก แต่พรรคเป็นมีนโยบายเพื่อคนปาตานีที่ชัดเจนที่สุด”อับดุลเลาะ กล่าว



#เลือกตั้ง66

ที่อยู่

Yala
95000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Parti Adil Patani - ڤرتي عاديل - เป็นธรรม ปาตานีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง Parti Adil Patani - ڤرتي عاديل - เป็นธรรม ปาตานี:

แชร์