สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์ ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์, หน่วยงานราชการ, Uttaradit.

“ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ลดค่าครองชีพ ประชาชนใช้สิทธิคึกคักทั่วประเทศ AI “นกกระซิบ” ช่วยร้านค้าวิเคราะห์ยอดขาย ​(1 มิ.ย. ...
02/06/2026

“ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ลดค่าครองชีพ ประชาชนใช้สิทธิคึกคักทั่วประเทศ AI “นกกระซิบ” ช่วยร้านค้าวิเคราะห์ยอดขาย

​(1 มิ.ย. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โพสต์เฟซบุ๊ก เชิญชวนประชาชนที่เข้าร่วม โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ไปใช้สิทธิ โดยมีข้อความระบุว่า “ไทยช่วยไทย พลัส เริ่มแล้ว อย่าลืมออกไปจับจ่ายใช้สอยกันตามส่วน 60/40 นะครับ”
ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย นายอาร์ชวัส เจริญศิลป์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง และนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามความพร้อมของการดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ณ ตลาดสดธนบุรี ถนนบรมราชชนนี ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิ เพื่อประเมินความพร้อมของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ระบบการชำระเงิน และการให้บริการในพื้นที่จริง โดยได้พบปะประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ พร้อมรับฟังข้อคิดเห็น ปัญหา และข้อเสนอแนะจากผู้ใช้บริการและผู้ประกอบการ รวมทั้งติดตามการทำงานของระบบและกระบวนการให้บริการ เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างทั่วถึง จากการมาสำรวจรู้สึกดีใจที่เห็นประชาชนมาใช้จ่ายกับโครงการ ซึ่งช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชนได้จริง ๆ และได้รับการยืนยันจากประชาชนว่าการใช้จ่ายผ่าน G Wallet ในแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ใช้งานง่าย ทั้งผู้ซื้อ และผู้ขาย ใช้งานสะดวก
นายเอกนิติ เน้นย้ำว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ที่รัฐบาลสมทบค่าใช้จ่ายให้ 60% หรือ
200 บาทต่อวัน และประชาชนจ่ายเอง 40% หรือ 133 บาทต่อวัน รวมเป็น 333 บาทต่อวัน วงเงิน 1,000 บาทต่อเดือน ผู้ที่มีสิทธิไม่จำเป็นต้องใช้วันแรก ใช้เมื่อไรก็ได้ ไม่ตัดสิทธิ แต่ให้ใช้จ่ายให้หมดภายในเดือนไม่สมทบในเดือนถัดไป เพราะวัตถุประสงค์โครงการไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เพื่อบรรเทาค่าครองชีพให้กับประชาชน แก้วิกฤต
ปากท้องของประชาชน ให้ประชาชนได้ซื้อสินค้าราคาถูกลง
การใช้สิทธิวันแรก (1 มิ.ย. 69) ประชาชนและร้านค้าใช้สิทธิผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” กันอย่างคึกคัก เวลา 17.00 น. มียอดใช้จ่ายรวม 1,084.43 ล้านบาท โดยประชาชนจ่าย 454.78 ล้านบาท รัฐร่วมจ่าย 629.65 ล้านบาท จำนวนผู้ใช้จ่าย 5 ล้านคน และจำนวนร้านค้าที่มีการใช้จ่าย 5.66 แสนร้านค้า โดยประชาชนสามารถใช้สิทธิซื้อสินค้ากับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ และใช้บริการขนส่งมวลชนสาธารณะ โดยชำระผ่าน G Wallet ในแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้ตั้งแต่บัดนี้ - วันที่ 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00 - 23.00 น. และสั่งอาหารผ่านฟู้ดเดลิเวอรีที่ร่วมโครงการ ได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00 - 21.00 น.
ส่วนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (1 มิ.ย. 69) เป็นวันแรกที่รัฐบาลได้โอนเงินสนับสนุนเพิ่มเติมอีก 700 บาทต่อคนต่อเดือน ทำให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้รับวงเงินรวม 1,000 บาทต่อเดือน จากเดิม 300 บาท
เป็นระยะเวลา 4 เดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน - กันยายน 2569 มีผู้มาใช้สิทธิตรวจสอบข้อมูล และสแกนใบหน้า
เพื่อเลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะสินค้าจำเป็นในครัวเรือน อาทิ ข้าวสาร น้ำตาลทราย น้ำมันพืช น้ำปลา และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด โดยผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหลายราย รู้สึกดีใจและขอบคุณรัฐบาลที่เพิ่มวงเงินช่วยเหลือ เนื่องจากสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นรูปธรรม และตั้งใจใช้สิทธิเต็มวงเงิน 1,000 บาท เพื่อซื้อสิ่งของจำเป็นให้เพียงพอต่อการดำรงชีพ และหวังให้มีมาตรการช่วยเหลือลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง สำหรับผู้ประกอบการร้านค้า ขณะนี้มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการแล้ว 1.05 ล้านร้านค้า ซึ่งยังเปิดให้ร้านค้าใหม่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ส่วนร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการแล้ว นายเอกนิติ ได้แนะนำให้ร้านค้าใช้งาน AI “นกกระซิบ” ซึ่งเป็น AI Chatbot สำหรับร้านค้า ที่อยู่บนแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” เพื่อให้ร้านค้าใช้ในการวิเคราะห์ยอดขายเป็นรายวัน วิเคราะห์ช่วงเวลาที่ขายดีที่สุด ราคาขายเฉลี่ย และสามารถเตรียมสินค้า เปรียบเทียบราคา ซึ่งจะช่วยลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และวางแผนบริหารร้านค้าได้แม่นยำมากขึ้น
ที่สำคัญสามารถนำข้อมูลการขายไปขอสินเชื่อในระบบได้ โดยไม่ต้องกู้นอกระบบ
กรณีกลุ่มผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟน นายเอกนิติ กล่าวว่า บุคคลที่ไม่มีสมาร์ทโฟนหรือรายได้น้อย น่าจะอยู่ในกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่แล้ว โดยวันที่ 2 มิถุนายน 2569 กระทรวงการคลัง จะเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อตรวจสอบสิทธิใหม่ โดยจะนำสิทธิของผู้รับสิทธิเก่า ซึ่งปัจจุบันมี 13.18 ล้านคน มาคัดกรองตามเกณฑ์ใหม่ คาดว่าปริมาณผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอาจลดลง 20 – 40% ซึ่งจะช่วยประหยัดงบประมาณได้มากกว่า 20,000 ล้านบาท สำหรับผู้ที่ตกหล่นหรือเป็นผู้มีรายได้น้อย สามารถไปติดต่อได้ที่กระทรวงมหาดไทยเพื่อเก็บตกมาคัดกรองใหม่
โดยไม่มีการเปิดลงทะเบียนใหม่

.
#ไทยช่วยไทยพลัสลดค่าครองชีพ #ประชาชนใช้สิทธิคึกคักทั่วประเทศ ิบช่วยร้านค้าวิเคราะห์ยอดขาย #กระทรวงการคลัง #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง

กรมประชาสัมพันธ์ เดินหน้าขับเคลื่อน Soft Power แฟชั่น ยกระดับผ้าไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่สากลวันนี้ (1 มิ.ย.69) นางสุดฤ...
01/06/2026

กรมประชาสัมพันธ์ เดินหน้าขับเคลื่อน Soft Power แฟชั่น ยกระดับผ้าไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่สากล

วันนี้ (1 มิ.ย.69) นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการและเสวนาวิชาการ “โครงการออกแบบสร้างสรรค์การผลิตและเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ Soft Power สาขาแฟชั่น” (ครั้งที่ 1 ภาคเหนือ) ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ โดยมี นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ดร.ศรินดา จามรมาน ที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก และ คุณศิริชัย ทหรานนท์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ THEATER ร่วมให้การต้อนรับคณาจารย์ นิสิต นักศึกษา นักออกแบบ และผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น การจัดงานในครั้งนี้มุ่งบูรณาการองค์ความรู้เพื่อร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมสืบสานพระราชปณิธานผ่านสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี ที่ทรงเป็นแบบอย่างในการฉลองพระองค์ด้วยผ้าไทยจนเป็น Soft Power แฟชั่นชั้นสูง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ที่ทรงขับเคลื่อนโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” จนก้าวไกลไปถึงนครหลวงแห่งแฟชั่น ณ ประเทศฝรั่งเศส

ภายในงานมีการจัดแสดงผลงานของ 10 ชุมชนต้นแบบจากทั่วประเทศที่ผ่านเข้ารอบ ได้แก่ อู๋ไหมไทย กลุ่มทอผ้าบ้านแม่สารบ้านตอง จังหวัดลำพูน บริษัท ไทยซิลค์ วิลเลจ จำกัด จังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มไหมทองสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา กลุ่ม ธ.มณโฑ จังหวัดอุดรธานี กลุ่มขวัญตา จังหวัดหนองบัวลำภู CHATTUWAN THAISILK จังหวัดร้อยเอ็ด กลุ่มผ้าทอลายมงคลมนตราธิกาญจน์ จังหวัดกาฬสินธุ์ กลุ่มอิมปานิ จังหวัดราชบุรี กลุ่มโรงทอผ้าศรีวิชัย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และ ME-D NATHAP จังหวัดสงขลา

เพื่อจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ในการยกระดับผ้าไทยจากภูมิปัญญาชุมชนสู่สินค้าแฟชั่นร่วมสมัยระดับสากล และสร้างกระแสความนิยมสวมใส่ผ้าไทยในชีวิตประจำวัน โดยมีไฮไลต์สำคัญคือการเสวนาวิชาการและแฟชั่นโชว์สุดพิเศษนำโดย “มิว-ศุภศิษฏ์”

ทั้งนี้ กรมประชาสัมพันธ์มีกำหนดการขับเคลื่อนกิจกรรมดังกล่าวอีก 3 ครั้ง ไปยังภาคใต้ ณ จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 6-8 มิถุนายน 2569 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ จังหวัดอุดรธานี ณ วันที่ 9-21 มิถุนายน 2569 และภาคกลาง ณ กรุงเทพมหานคร วันที่ 11-13 สิงหาคม 2569.

01/06/2026
“เอกนิติ” ติดตาม “ไทยช่วยไทย พลัส” วันแรก พบช่วยประชาชนลดค่าครองชีพได้จริง - ทดลองใช้สิทธิ์ครั้งแรก ซื้อ “มะพร้าวถอดเสื้...
01/06/2026

“เอกนิติ” ติดตาม “ไทยช่วยไทย พลัส” วันแรก พบช่วยประชาชนลดค่าครองชีพได้จริง - ทดลองใช้สิทธิ์ครั้งแรก ซื้อ “มะพร้าวถอดเสื้อ” - แนะผู้ขายใช้ฟีเจอร์ “นกกระซิบ” ช่วยวิเคราะห์ยอดขาย
วันนี้ (1 มิ.ย. 69) ที่ตลาดสดธนบุรี ถนนบรมราชชนนี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ลงพื้นที่ติดตามการใช้สิทธิ์ตามโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” เป็นวันแรก โดยนายเอกนิติ ได้ทดลองใช้สิทธิ์เป็นครั้งแรก ซื้อ “มะพร้าวถอดเสื้อ” 1 ลูก
นายเอกนิติ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบว่า “ไทยช่วยไทย พลัส” สามารถช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนได้ จากการที่รัฐจ่าย 60 ประชาชนจ่าย 40 ครอบคลุมประชาชนกว่า 26 ล้านคนทั่วประเทศ บรรเทาผลกระทบจากภาวะสงครามในตะวันออกกลาง
สำหรับระบบการใช้งานถือได้ว่าซื้อง่าย ขายสะดวก นอกจากนี้ ขอแนะนำให้ผู้ขายได้ทดลองใช้ฟีเจอร์ “นกกระซิบ” ซึ่งเป็น AI ที่จะมาช่วยวิเคราะห์ยอดขาย เพื่อให้นำไปประกอบการตัดสินใจวางแผนการขายในวันต่อไปได้

#ไทยช่วยไทยพลัส

"ศุภมาส" สั่ง สคบ. ผนึกตำรวจ-ขนส่ง ตามล่าคนขับแอปทิ้งนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นกลางอโศกแล้วทำร้ายซ้ำ บี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิด เร...
01/06/2026

"ศุภมาส" สั่ง สคบ. ผนึกตำรวจ-ขนส่ง ตามล่าคนขับแอปทิ้งนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นกลางอโศกแล้วทำร้ายซ้ำ บี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิด เร่งเยียวยา กู้ภาพลักษณ์ประเทศ
วันนี้ (1 มิถุนายน 2569) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สั่งการด่วนให้นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. เข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นวัย 52 ปี ที่ถูกคนขับรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันชื่อดังไล่ลงกลางทางย่านอโศก โดยอ้างว่าค่าโดยสารไม่คุ้มระยะทาง ก่อนตามลงมาทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บ ตามที่เพจเฟซบุ๊ก "เจ๊ม้อย v+" เผยแพร่ สอดรับนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ละเมิดสิทธิผู้บริโภคอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ผู้บริโภคหมายถึงผู้ใช้สินค้าหรือผู้รับบริการ ไม่จำกัดว่าต้องเป็นคนไทย นักท่องเที่ยวรายนี้จึงได้รับความคุ้มครองเท่าเทียมคนไทย และตามมาตรา 4 ผู้บริโภคมีสิทธิได้รับความปลอดภัยจากการใช้บริการ คือเรียกรถแล้วต้องถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ไม่ใช่ถูกทิ้งกลางทางหรือถูกทำร้าย มีสิทธิได้รับความเป็นธรรม เมื่อทำความตกลงจองรถและจ่ายค่าโดยสารแล้ว คนขับต้องส่งถึงปลายทาง จะอ้างว่าค่าโดยสารไม่คุ้มแล้วไล่ลงกลางทางไม่ได้ และมีสิทธิได้รับการชดเชยเมื่อเกิดความเสียหาย กรณีนี้เข้าข่ายครบทุกข้อ
ทั้งนี้ สคบ. กำหนดเรียกบริษัทผู้ให้บริการแอปพลิเคชันเข้าชี้แจงในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น. ณ สคบ. เพื่อตรวจสอบมาตรการคัดกรองคนขับและบทลงโทษ พร้อมเรียกร้องให้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดชอบและเยียวยาความเสียหาย และในวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2569 จะเชิญผู้ประกอบการในลักษณะเดียวกันประมาณ 13 ราย มาประชุมวางแนวทางกำกับดูแลให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
"ดิฉันยอมให้ผู้ให้บริการที่ไร้ความรับผิดชอบเอาเปรียบและทำร้ายผู้บริโภคไม่ได้ ยิ่งผู้เสียหายเป็นนักท่องเที่ยว เป็นแขกบ้านแขกเมือง เรื่องนี้กระทบกับภาพลักษณ์ประเทศ แพลตฟอร์มต้นสังกัดต้องรับผิดชอบต่อความปลอดภัยและความเสียหายของผู้โดยสารที่เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่แบนคนขับออกจากระบบแล้วถือว่าจบ" นางสาวศุภมาส กล่าว
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า กรณีนี้สะท้อนปัญหาเชิงระบบทั้งตัวรถ ตัวคนขับ และระบบคัดกรองของแพลตฟอร์ม จึงสั่งการให้ สคบ. บูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการเร่งติดตามตัวคนขับที่หลบหนีมาดำเนินคดี กรมการขนส่งทางบกที่กำกับตัวรถและใบอนุญาตขับรถสาธารณะ และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) ที่กำกับแพลตฟอร์มดิจิทัล พร้อมส่งเจ้าหน้าที่เข้าเยี่ยมและให้คำปรึกษาด้านกฎหมายแก่ผู้เสียหาย และรายงานผลภายใน 30 วัน
นางสาวศุภมาส ยังชื่นชมน้ำใจพลเมืองดีในพื้นที่ที่เข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจนเหตุไม่บานปลาย โดยกล่าวว่า "น้ำใจของคนไทยในยามคับขันคือสิ่งที่ช่วยกอบกู้ความรู้สึกและภาพลักษณ์ของประเทศไว้ได้ รัฐบาลขอขอบคุณจากใจจริง"
หากพบพฤติกรรมที่กระทบสิทธิผู้บริโภคทั้งชาวไทยและต่างชาติ ร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ ocpb.go.th และศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศ ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน ติดต่อสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 ตลอด 24 ชั่วโมง

///////////////////////////////////

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มวงเงินวันแรก คึกคักทั่วไทยไม่แพ้โครงการไทยช่วยไทยพลัส ช่วยลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจท้อ...
01/06/2026

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มวงเงินวันแรก คึกคักทั่วไทยไม่แพ้โครงการไทยช่วยไทยพลัส ช่วยลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐในวันแรกของการเพิ่มวงเงินช่วยเหลือค่าครองชีพเป็นไปอย่างคึกคัก หลังรัฐบาลโอนเงินสนับสนุนเพิ่มเติมอีก 700 บาทต่อคนต่อเดือน ทำให้ผู้ถือบัตรได้รับวงเงินรวม 1,000 บาทต่อเดือน จากเดิม 300 บาท โดยมาตรการดังกล่าวมีระยะเวลาดำเนินการ 4 เดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงกันยายน 2569 และผู้มีสิทธิ์เดิมสามารถใช้จ่ายได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ ผ่านร้านธงฟ้าและร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ

ซึ่งในวันนี้ (1 มิถุนายน 69 )มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาใช้สิทธิ์ ตรวจสอบข้อมูล และสแกนใบหน้าเพื่อเลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะสินค้าจำเป็นในครัวเรือน อาทิ ข้าวสาร น้ำตาลทราย น้ำมันพืช น้ำปลา และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด
โดยผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหลายราย รู้สึกดีใจและขอบคุณรัฐบาลที่เพิ่มวงเงินช่วยเหลือ เนื่องจากสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยส่วนใหญ่ตั้งใจใช้สิทธิ์เต็มวงเงิน 1,000 บาท เพื่อจัดซื้อสิ่งของจำเป็นให้เพียงพอต่อการดำรงชีพ และหวังให้มีมาตรการช่วยเหลือลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง
นอกจากจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนแล้ว ยังส่งผลดีต่อผู้ประกอบการท้องถิ่น ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นและเกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นประโยชน์ร่วมกันทั้งต่อประชาชนและภาคธุรกิจในพื้นที่
#บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทอดพระเนตรการดำเนินงานของสหพันธ์กีฬาขี่ม้านานาชาติ (FEI) ณ เมือง...
01/06/2026

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทอดพระเนตรการดำเนินงานของสหพันธ์กีฬาขี่ม้านานาชาติ (FEI) ณ เมืองโลซาน สมาพันธรัฐสวิส

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569 เวลา 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของสมาพันธรัฐสวิส สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปยังสำนักงานใหญ่สหพันธ์กีฬาขี่ม้านานาชาติ (Fédération Équestre Internationale : FEI) ณ เมืองโลซาน โดยมีนางซาบรีนา อิบาเนซ (Sabrina Ibáñez) เลขาธิการ FEI พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง เฝ้ารับเสด็จ

ในการนี้ ทรงทอดพระเนตรการดำเนินงานของ FEI เพื่อศึกษาข้อมูลและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านกีฬาขี่ม้า อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาวงการกีฬาขี่ม้าของประเทศไทย ตลอดจนสะท้อนถึงพระปณิธานอันแน่วแน่ในการส่งเสริมความเป็นเลิศด้านกีฬาขี่ม้าและสวัสดิภาพม้าอย่างยั่งยืน

การเสด็จเยือนครั้งนี้ ทรงสนพระทัยศึกษาโครงการฝึกอบรมและกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับองค์ประกอบโดยรอบของกีฬาขี่ม้า ที่จะมีส่วนในการสนับสนุนสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของม้า รวมถึงพัฒนาการด้านเวชศาสตร์ม้า การรักษาพยาบาลทางสัตวแพทย์ และแนวทางการบริหารจัดการโรงพยาบาลม้า เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาวงการกีฬาขี่ม้าและหน่วยม้าทรงประจำพระองค์ (Royal Stable Unit) ให้มีมาตรฐานในระดับสากล

นอกจากนี้ ยังทรงให้ความสำคัญกับบุคลากรทุกภาคส่วนที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของวงการกีฬาขี่ม้า โดยทรงเน้นย้ำว่าการพัฒนานักกีฬาและวงการขี่ม้าอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างผู้ขี่ม้า ผู้ฝึกสอน สัตวแพทย์ ผู้ดูแลม้า (Groom) และช่างทำเกือกม้า (Farrier) ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญในการดูแลและพัฒนาศักยภาพของม้าและนักกีฬา

สหพันธ์กีฬาขี่ม้านานาชาติ (FEI) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1921 เป็นองค์กรกำกับดูแลกีฬาขี่ม้าระดับนานาชาติ มีหน้าที่กำหนดกติกาการแข่งขัน ดูแลสวัสดิภาพม้า จัดอันดับนักกีฬา และควบคุมการแข่งขันกีฬาขี่ม้าในมหกรรมกีฬาระดับโลก อาทิ โอลิมปิกเกมส์ และพาราลิมปิกเกมส์ ครอบคลุมการแข่งขันหลายประเภท เช่น ศิลปะบังคับม้า (Dressage) การกระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง (Jumping) อีเวนติง (Eventing) การขับรถม้า (Driving) การขี่ม้าทางไกล (Endurance) วอลต์ติง-ยิมนาสติกบนหลังม้า (Vaulting) และพารา-อีเควสเทรียน (Para-Equestrian) พร้อมทั้งกำกับดูแลมาตรฐานด้านสวัสดิภาพม้าและการป้องกันการใช้สารต้องห้ามในการแข่งขัน

ในโอกาสนี้ นางซาบรีนา อิบาเนซ เลขาธิการ FEI ได้ถวายรางวัลประกาศเกียรติคุณ เพื่อเชิดชูพระเกียรติในฐานะผู้นำทีมชาติไทยคว้าเหรียญรางวัลในการแข่งขัน FEI Asian Championships 2019 และ FEI Asian Championships 2025 รวมทั้งเพื่อแสดงความชื่นชมต่อพระวิสัยทัศน์และพระกรณียกิจที่ทรงอุทิศเพื่อการพัฒนากีฬาขี่ม้าและการส่งเสริมสวัสดิภาพม้าในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงสนพระทัยกีฬาขี่ม้ามาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ และทรงเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรด้านกีฬาขี่ม้าอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันทรงเป็นนักกีฬาขี่ม้าประเภทศิลปะบังคับม้า และเคยทรงเข้าร่วมการแข่งขันในนามทีมชาติไทยในหลายรายการระดับนานาชาติ

นอกจากนี้ ยังทรงมีพระดำริให้จัดสร้างโรงฝึกขี่ม้าในร่ม Fürst Henry และศูนย์การแพทย์และฟื้นฟูม้า Royal Stable Unit Equine Medical and Rehabilitation Service Centre ซึ่งนับเป็นสถานพยาบาลม้ามาตรฐานสูงแห่งหนึ่งของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อรองรับการพัฒนาหน่วยม้าทรงประจำพระองค์และวงการกีฬาขี่ม้าของไทยในทุกมิติ ทั้งด้านการฝึกม้าและผู้ขี่ม้า การรักษาพยาบาล การฟื้นฟูสมรรถภาพม้า ตลอดจนการเตรียมความพร้อมของกำลังพลม้าทรงสำหรับพระราชพิธีสำคัญต่าง ๆ

อีกทั้งยังทรงจัดตั้งโครงการบ้านพักม้าชราในพระอุปถัมภ์ เพื่อดูแลม้ากีฬาและม้าปฏิบัติงานของกองทัพบกที่ปลดประจำการ ให้ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีสุขภาพแข็งแรงตามหลักสวัสดิภาพสัตว์และมาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่อง

HRH Princess Sirivannavari receives recognition from FEI in Lausanne.

We are deeply honored to announce that Her Royal Highness Princess Sirivannavari has made an official visit to the FEI Headquarters in Lausanne, Switzerland today, May 29th, 2026.

This marks Her Royal Highness’s second historic visit to the FEI - home of global equestrian sport, following her inaugural visit in May 31st, 2018. During this occasion, the FEI Secretary General, Sabrina Ibáñez presented a recognition statement to Her Royal Highness, honoring her immense impact on the equestrian sport:

"In recognition of outstanding leadership in guiding the team to medal-winning success at the FEI Asian Championships 2019 and FEI Asian Championships 2025, and in appreciation of your significant contributions to the advancement of equestrian sport and the promotion of horse welfare in Thailand." - presented by Sabrina Ibáñez, FEI Secretary General

Thailand Equestrian Federation under the Royal Patronage extends our highest congratulations and deepest gratitude to Her Royal Highness. This international recognition reflects her unwavering dedication, vision, and leadership in continuously developing and elevating the equestrian sport in Thailand and internationally 🇹🇭🐎

Photo credit ©️FEI / 📸Felix Imhof
Royal Stable Unit of Thailand

✨ รมว.พลังงาน ลงพื้นที่กาญจนบุรี เปิดงาน “ตลาดเติมสุข ครั้งที่ 1” ณ PTT Station เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก ช่วยเหลือชุมชนอ...
01/06/2026

✨ รมว.พลังงาน ลงพื้นที่กาญจนบุรี เปิดงาน “ตลาดเติมสุข ครั้งที่ 1” ณ PTT Station เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก ช่วยเหลือชุมชนอย่างยั่งยืน

วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เวลา 11.30 น. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “ตลาดเติมสุข ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569” ณ สถานีบริการ PTT Station บริษัท คีรีทองคำ จำกัด โดยมี นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วย นายสิทธิวีร์ วรรณพฤกษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี คณะผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ตลอดจนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับฯ

โดยมี นายโกมล บัวเกตุ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร OR รวมถึง นายมนัส แก้วศรีงาม และนายนิธิศ แก้วศรีงาม กรรมการผู้จัดการบริษัท คีรีทองคำ จำกัด เข้าร่วมพิธีเปิดฯ

นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า จังหวัดกาญจนบุรี ให้ความสำคัญกับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นโครงการที่มุ่งส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก และสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพให้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยจัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ตามนโยบาย "ไทยช่วยไทย" ซึ่งเป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่าง บริษัท คีรีทองคำ จำกัด และ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ (OR)

สำหรับการจัดงาน “ตลาดเติมสุข ครั้งที่ 1” ในครั้งนี้ ถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงพลังงาน ในการขับเคลื่อนนโยบายควบคู่ไปกับการดูแลภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีส่วนร่วมในการลดภาระค่าครองชีพ และส่งเสริมการสร้างรายได้ให้แก่พี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืน

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี : ข่าว/ภาพ

ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ...
01/06/2026

ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ

🗓️ วันพุธที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙
🕗 ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ - ๑๒.๐๐ น.

🗓️ วันพฤหัสบดีที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๖๙
🕗 ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ - ๑๗.๐๐ น.

📍 ณ ศาลาสหทัยสมาคม และเต็นท์สนามข้างสำนักแพทย์หลวง ในพระบรมมหาราชวัง เข้าทางประตูสวัสดิโสภา

งดเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทั้ง ๒ วัน

#พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา๔รอบ
#สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี
#ลงนามถวายพระพรชัยมงคล
#ศาลาสหทัยสมาคม

ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์ “นวัคคหายุสมธัมม์” ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ...
01/06/2026

ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์ “นวัคคหายุสมธัมม์” ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ ​วันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ ณ พระอุโบสถ วัดราชาธิวาสวิหาร เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ “นวัคคหายุสมธัมม์” เพื่อถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ โดยมีคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ตลอดจนพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน

การจัดพิธีในครั้งนี้ สำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับวัดราชาธิวาสวิหารจัดขึ้น เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทย พร้อมกันนี้ ผู้เข้าร่วมพิธีได้ร่วมกันเจริญจิตตภาวนา อธิษฐานจิตขอให้พระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน มีพระอนามัยสมบูรณ์แข็งแรง และทรงเป็นฉัตรแก้วร่มเย็นของปวงชนชาวไทยสืบไป

#กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ
#พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา๔รอบ
#สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี
#สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
#วัดราชาธิวาสวิหาร

ที่อยู่

Uttaradit
53000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+66922468361

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์:

แชร์