ท้องฟ้าจำลองเทศบาลนครอุดรธานี

ท้องฟ้าจำลองเทศบาลนครอุดรธานี ท้องฟ้าจำลองเทศบาลนครอุดรธานี

21/06/2026

21 มิถุนายน นี้ “วันครีษมายัน”
ช่วงเวลากลางวันยาวนานที่สุดในรอบปี

วันที่ 21 มิถุนายน 2569 เป็น #วันครีษมายัน (Summer Solstice) หรือวันที่ดวงอาทิตย์ได้โคจรไปถึงจุดหยุด หรือจุดสุดทางเหนือ ส่งผลให้วันดังกล่าว คนบนโลกจะสังเกตเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุด และตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุด และทำให้ประเทศทางซีกโลกเหนือ รวมถึงประเทศไทย มีช่วงเวลากลางวันยาวนานที่สุด และช่วงเวลากลางคืนสั้นที่สุด ในขณะเดียวกัน ประเทศทางซีกโลกใต้จะมีช่วงเวลากลางวันสั้นที่สุด และช่วงเวลากลางคืนยาวนานที่สุด จึงนับเป็นวันที่ประเทศทางซีกโลกเหนือเข้าสู่ฤดูร้อน ส่วนประเทศทางซีกโลกใต้เข้าสู่ฤดูหนาว

#สำหรับประเทศไทย ในวันดังกล่าวดวงอาทิตย์ขึ้นเวลาประมาณ 05:51 น. และจะตกลับขอบฟ้า เวลาประมาณ 18:47 น. รวมเวลาที่ดวงอาทิตย์ปรากฏบนท้องฟ้าประมาณ 12 ชั่วโมง 56 นาที (เวลา ณ กรุงเทพมหานคร) อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะเป็นวันที่ประเทศไทยได้รับแสงอาทิตย์เป็นเวลานานที่สุดในรอบปี แต่เนื่องจากเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ใกล้บริเวณเส้นศูนย์สูตร และมีภูมิอากาศแบบลมมรสุม จึงใช้การแบ่งฤดูกาลตามลักษณะลมฟ้าอากาศเป็นหลัก และในวันครีษมายันของทุกปีมักตรงกับช่วงฤดูฝน

#ฤดูกาล บนโลกเกิดจากแกนหมุนของโลกเอียงทำมุมประมาณ 23.5 องศา กับแนวตั้งฉากของระนาบการโคจรรอบดวงอาทิตย์ ทำให้พื้นที่ต่าง ๆ บนโลกได้รับแสงอาทิตย์ในมุมตกกระทบและปริมาณพลังงานความร้อนไม่เท่ากัน ส่งผลให้อุณหภูมิ ระยะเวลากลางวันและกลางคืน ตลอดจนลักษณะของฤดูกาลแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ อีกทั้งยังทำให้ตำแหน่งการขึ้นและตกของดวงอาทิตย์เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวัน โดยเส้นทางการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์บนท้องฟ้าจะขึ้นอยู่กับละติจูดของพื้นที่ผู้สังเกต ในทางดาราศาสตร์ได้กำหนดปรากฏการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งการขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ 4 ปรากฏการณ์ ได้แก่

- วันวสันตวิษุวัต (Vernal Equinox) วันที่ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกและตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกพอดี ส่งผลให้มีช่วงเวลากลางวันและกลางคืนยาวนานเท่ากัน
- วันครีษมายัน (Summer Solstice) วันที่ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุดและตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุด ส่งผลให้มีช่วงเวลากลางวันยาวนานที่สุด
- วันศารทวิษุวัต (Autumnal Equinox) วันที่ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกและตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกพอดีอีกครั้งของปี ส่งผลให้มีช่วงเวลากลางวันและกลางคืนยาวนานเท่ากัน
- วันเหมายัน (Winter Solstice) วันที่ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงไปทางใต้มากที่สุดและตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกเฉียงไปทางใต้มากที่สุด ส่งผลให้มีช่วงเวลากลางคืนยาวนานที่สุด

ทั้งนี้ การอธิบายปรากฏการณ์ดังกล่าวอ้างอิงการสังเกตจากซีกโลกเหนือ ซึ่งรวมถึงประเทศไทย โดยในซีกโลกใต้ลักษณะของช่วงเวลากลางวัน-กลางคืนจะเกิดขึ้นในทางตรงกันข้าม แต่ในวันวสันตวิษุวัตและวันศารทวิษุวัต พื้นที่ส่วนใหญ่ของโลกจะมีช่วงเวลากลางวันและกลางคืนยาวนานเท่ากัน คือประมาณ 12 ชั่วโมง

สำหรับปรากฏการณ์ต่อไปที่เกี่ยวข้องกับการขึ้น-ตกของดวงอาทิตย์ คือ “วันศารทวิษุวัต” (Autumnal Equinox) ซึ่งตรงกับวันที่ 23 กันยายน 2569 ดวงอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันออกและจะตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกพอดี ส่งผลให้ช่วงเวลากลางวันยาวนานเท่ากับกลางคืน นับเป็นวันที่ประเทศทางซีกโลกเหนือย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ส่วนซีกโลกใต้เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ สามารถติดตามข้อมูลปรากฏการณ์ได้ทางเพจเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ

17/06/2026

✨ ค่ำนี้ (17 มิถุนายน) ชวนดู 3 ดาวเคราะห์ และดวงจันทร์ของโลก ปรากฏชุมนุมอยู่ใกล้กันบนท้องฟ้าทิศตะวันตก มองเห็นด้วยตาเปล่าได้จากทั่วไทย หากสภาพอากาศเป็นใจ

ในช่วงไม่นานหลังจากดวงอาทิตย์ตกลับขอบฟ้า จะมองเห็นดวงจันทร์เสี้ยวปรากฏอยู่ระหว่างดาวศุกร์ (ดวงที่สว่างสุด) และดาวพฤหัสบดี โดยมีดาวพุธเป็นอีกจุดเล็ก ๆ ลงมาทางด้านล่าง

นอกจากนี้ ทางด้านขวายังมีดาวพอลลักซ์และคาสเตอร์ สองดาวฤกษ์ในกลุ่มดาวคนคู่ ปรากฏให้เห็นได้อีกเช่นกัน

หากค่ำนี้สภาพอากาศเป็นใจ สามารถมองเห็นได้ตั้งแต่ช่วงที่ดวงอาทิตย์ตกลับขอบฟ้า (ประมาณ 18:50 น.) ไปจนถึงเวลา 20:30 น. ที่ดาวพุธจะเริ่มตกลับขอบฟ้าเป็นดวงแรกนั่นเอง

#อวกาศน่ารู้

17/06/2026

🔥ไขข้อสงสัย ”ทำไมอุณภูมิน้ำทะเลเย็นขึ้นถึงเกิดภัยแล้ง“ (กรณีเกิดเอลนีโญ)
ยกตัวอย่าง ให้เห็นภาพชัดๆจากอิทธิพลของกระแสน้ำในมหาสมุทรที่ส่งผลต่ออากาศภาคพื้นทวีป
ถ้ากระแสน้ำอุ่น(เส้นลูกศรสีแดง) ไหลผ่านบริเวณใดจะน้ำเอาความชุ่มชื้นหรือความอบอุ่นไปยังบริเวณดังกล่าว โดยเฉพาะบริเวณแถบละติจูดกลางที่ทำให้อากาศอบอุ่นและมีฝนตกสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แก่พื้นที่ เช่น กระแสน้ำอุ่น "กัลฟ์สตรีม" ที่ไหลจากแนวเส้นศูนย์สูตรเลียบชายฝั่งอเมริกา และข้ามฝั่งไปยังเกาะอังกฤษ ซึ่งทำให้ 2 บริเวณเป็นพื้นที่อากาศไม่หนาวเย็นเท่ากับต่ำแหน่งอื่นๆที่อยู่ในละติจูดเดียวกัน โดยเฉพาะประเทศอังกฤษและสกอตแลนด์(ถ้าลากเส้นละติจูด อังกฤษและสกอตแลนด์จะอยู่ในระดับละติจูดเดียวกันกับประเทศแคนาดา ที่มีกาศที่หนาวเย็นกว่า)
ในทางตรงกันข้ามถ้ากระแสน้ำเย็น(เส้นลูกศรสีฟ้า)ไหลผ่านบริเวณใด(ส่วนใหญ่มากจะจมลงและไหลใต้มหาสมุทร) ปริมาณฝนจะลดลง เพราะอากาศเย็นที่อยู่เหนือกระแสน้ำเย็นนั้นมีความชื้นน้อยมาก ดังนั้น เมฆฝนจึงไม่ก่อตัวขึ้นบริเวณนี้ ส่งผลให้ปริมาณน้ำฝนน้อยเกิดความแห้งแล้งมายังพื้นที่นั้นๆ ทำให้เป็นปัจจัยหนึ่งในการเกิดทะเลทรายบนโลก เช่น ทะเลทรายซาฮาร่า ทะเลทรายคาลาฮารี(kalahari desert) ในแอฟริกาใต้ ทะเลทรายโมฮาวี ในอเมริกาเหนือ เป็นต้น
ดังนั้น ในกรณีเอลนีโญ คือน้ำทะเลฝั่งเอเชียเย็นขึ้นกว่าปกติ จึงเป็นที่มาว่าทำไมไทยเราจึงต้องเผชิญกับภัยแล้งนั่นเองครับ

#ภูมิศาสตร์กายภาพ
#กระแสน้ำในมหาสมุทร
#ภูมิศาสตร์น่ารู้Brr

14/06/2026

🔥ไทยยังโชคดีที่มี “ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้(ลมฝน)พัดผ่าน“ เอลนีโญช่วงนี้จึงไม่ค่อยรุนแรงมาก...
สถานการณ์ซุปเปอร์เอลนีโญที่เริ่มต้นขึ้นแล้ว อาจทำให้หลายคนไม่ตระหนักมากนักก็เพราะฝนยังตกกระจายไปทั่วประเทศ ซึ่งฝนที่ตกนี้นั่นก็เป็นช่วงที่ไทยได้รับอิทธิพลของ “ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ หรือ ลมฝน“ ที่พัดผ่านไทยในช่วงเดือน พ.ค-ส.ค.นี้ ทำให้ถึงแม้จะมีการประกาศแจ้งเตือนภัยแล้งจากเอลนีโญก็ตาม ทำให้ประชาชนยังไม่ตื่นตัวเพราะยังมีฝนตกทั่วประเทศนั่นเอง
แต่อย่างไรก็ดีสภาวะเอลนีโญนี้ จะไปส่งผลให้เห็นจริงในไทยช่วงปลายปีนั่นเองครับ ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ปริมาณน้ำฝนในไทยลดลง เพราะเอลนีโญจะเกิดผลสำคัญต่อการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อน ซึ่งน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกฝั่งเอเชียจะเย็นขึ้นนั่นเอง ทำให้การก่อตัวของพายุยากขึ้นและอาจมีปริมาณน้อยลงซึ่งจะอยู่ในช่วงปลายเดือน ส.ค-ธ.ค เป็นช่วงพายุหมุนเขตร้อนพัดผ่านไทยและเป็นช่วงที่ลมมรสุมฯเปลี่ยนไปเป็นลมหนาวอีกด้วย ก็จะได้เห็นผลจริงๆของเอลนีโญ ที่จะส่งผลต่อฝนที่ตกในไทยว่าน้อยแค่ไหน และตามการคาดการณ์ปริมาณฝนจะลดลงจากสภาวะปกติถึง20-30%
และอย่าลืมว่าประเทศไทยถึงแม้จะมีลมฝนพัดผ่านในช่วงนี้ แต่ก็เป็นปริมาณฝนที่น้อยมากถ้าเทียบกับฝนช่วงพายุหมุนเขตร้อนพัดผ่าน ไม่สามารถเติมน้ำในเขื่อนใหญ่ได้ ดังนั้นไทยต้องอาศัยพายุหมุนเขตร้อนเป็นสำคัญที่จะเพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อนให้ได้ใช้ตลอดปี และถ้าปีนี้พายุหมุนฯพัดผ่านน้อยจริงๆ นั่นแระครับภัยแล้งที่เป็นผลจากเอลนีโญจะเกิดขึ้นทั่วประเทศ
#ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้
#เอลนีโญ
#ภูมิศาสตร์น่ารู้Brr

13/06/2026
12/06/2026

🔥รู้จัก "ภูเขาไฟ" แบ่งตามลักษณะการปะทุ
ภูเขาไฟแต่ละลูกไม่ได้ระเบิดเหมือนกันทั้งหมด ขึ้นอยู่กับ ความหนืดของแมกมา ปริมาณก๊าซ และโครงสร้างปล่องภูเขาไฟ ทำให้เกิดรูปแบบการปะทุที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ลาวาไหลเอื่อย ๆ ไปจนถึงการระเบิดรุนแรงระดับทำลายเมืองทั้งเมือง ซึ่งแบ่งเป็น 5 แบบ คือ
1️.การปะทุแบบไอซ์แลนด์ (Icelandic Eruption)
🌋 ลาวาไหลตามรอยแยกของเปลือกโลก
🔥 แมกมาบะซอลต์มีความหนืดต่ำมาก
💥 แทบไม่มีการระเบิดรุนแรง
ลาวาจะไหลออกมาตามแนวรอยแยกยาว ๆ คล้ายสายน้ำท่วมพื้นที่กว้าง ไม่ได้พุ่งออกจากปล่องภูเขาไฟชัดเจน
📍 ตัวอย่าง : เกาะไอซ์แลนด์

2. การปะทุแบบฮาวาย (Hawaiian Eruption)
🌋 การปะทุที่สงบที่สุด
🔥 ลาวาเหลวมาก ไหลได้ไกล
💨 มีก๊าซน้อย
ลาวาจะเอ่อล้นออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ค่อยเกิดการระเบิด ทำให้เกิดการสะสมตัวเป็นภูเขาไฟขนาดใหญ่ที่มีความลาดชันต่ำ เรียกว่า ภูเขาไฟรูปโล่ (Shield Volcano)
📍 ตัวอย่าง : Mauna Loa บนหมู่เกาะฮาวาย

3. การปะทุแบบสตรอมโบเลียน (Strombolian Eruption)
🌋 ระเบิดเป็นจังหวะ ๆ
🔥 ลาวาพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
💥 เกิดจากฟองก๊าซขนาดใหญ่แตกตัว
เมื่อก๊าซสะสมในแมกมาและลอยขึ้นสู่ผิวโลก จะเกิดการระเบิดเป็นช่วง ๆ ทุกไม่กี่นาที พร้อมเศษลาวาและเถ้าถ่านพุ่งขึ้นสูงหลายร้อยเมตร
📍 ตัวอย่าง : Mount Etna ประเทศอิตาลี

4. การปะทุแบบวัลเคเนียน (Vulcanian Eruption)
🌋 ระเบิดรุนแรงปานกลางถึงรุนแรง
🔥 แมกมามีความหนืดสูงขึ้น
💨 พ่นเถ้าถ่านและเศษหินจำนวนมาก
ก๊าซภายในภูเขาไฟถูกกักไว้จนเกิดความดันสูง เมื่อแรงดันมากพอจะเกิดการระเบิดอย่างรุนแรง ส่งเถ้าภูเขาไฟขึ้นสูงประมาณ 5–10 กิโลเมตร
📍 ตัวอย่าง : Tavurvur ประเทศปาปัวนิวกินี

5. การปะทุแบบพลิเนียน (Plinian Eruption)
🌋 รุนแรงที่สุด
🔥 แมกมาหนืดมากและมีก๊าซมหาศาล
☠️ สามารถทำลายเมืองทั้งเมืองได้
เกิดจากการสะสมก๊าซปริมาณมากภายในแมกมา เมื่อระเบิดจะพ่นเถ้าถ่าน ควัน และเศษหินขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศสูงถึง 10–60 กิโลเมตร
เหตุการณ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดคือการปะทุของ Mount Vesuvius ในปี ค.ศ. 79 ซึ่งฝังเมืองโบราณ Pompeii ไว้ใต้เถ้าถ่านภูเขาไฟ
📍 ตัวอย่าง : Lake Taupo ประเทศนิวซีแลนด์ และ Mount Vesuvius ประเทศอิตาลี

#ภูเขาไฟ
#ภูมิศาสตร์น่ารู้Brr

12/06/2026

สถิตในดวงใจตราบนิรันดร์
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี
กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดไม่ได้
ข้าพระพุทธเจ้า คณะเจ้าหน้าที่อุทยานการเรียนรู้เทศบาลนครอุดรธานี

10/06/2026

บนดาวอังคาร มีหลุมอุกกาบาต 'หน้ายิ้ม' อยู่บนพื้นผิวของดาวเคราะห์สีแดงดวงนี้! 🙂

แม้ว่ามนุษย์ยังไม่พบหลักฐานของชีวิตบนดาวอังคาร แต่เราก็ได้พบรอยยิ้มอยู่บนนั้น ทว่ามันไม่ได้มาจากสิ่งมีชีวิตใด เพราะมันคือแนวเทือกเขา ที่อยู่ในหลุมอุกกาบาตบนพื้นผิวนั่นเอง

นี่คือภาพถ่ายจริง ๆ ของหลุมอุกกาบาต Galle ทางซีกตะวันออกเฉียงใต้ของดาวอังคาร มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 230 กิโลเมตร ซึ่งมีแนวเทือกเขาที่ลักษณะคล้ายใบหน้าคนกำลังยิ้ม จนมีชื่อเล่นว่าเป็น 'Happy Face Crater' นั่นเอง

หลุมอุกกาบาตแห่งนี้ ได้ถูกพบว่ามีลักษณะคล้ายหน้ายิ้มเป็นครั้งแรก จากภาพถ่ายโดยยาน Viking 1 ของ NASA และเป็นหนึ่งในเป้าหมายของการถ่ายภาพมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

#อวกาศน่ารู้

อุดรธานีก็มีเกลือบ้านดุง🧂
10/06/2026

อุดรธานีก็มีเกลือบ้านดุง🧂

🚨การเกิด “แหล่งเกลือสินเธาว์” ในไทย
แหล่งเกลือในพื้นที่แถบลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งรวมถึงภาคอีสานและภาคเหนือบางส่วนของไทย
ซึ่งร่องรอยหลักฐานของเกลือใต้ชั้นหิน สันนิษฐานได้ว่าเกิดในช่วงประมาณ 113 ล้านปีก่อน ยุคครีเทเซียส หรือยุคท้ายๆของไดโนเสาร์ น้ำทะเลเข้าท่วมบริเวณแผ่นเปลือกโลกยูเรเซีย ก่อนที่แผ่นเปลือกโลกอินเดียจะเคลื่อนเข้าชนและถูกยกตัวขึ้นเป็นแนวเทือกเขายาวในแนวเหนือ-ใต้ ส่งผลต่อการไหลของน้ำทะเลโบราณที่ทำให้เกิดตำแหน่งของเกลือ ตั้งแต่ประเทศจีน ไล่ลงมาถึงตอนเหนือของไทย แถวๆอ.บ่อเกลือ จ.น่าน อ.นครไทย จ.พิษณุโลก และแอ่งสกลนคร และแอ่งโคราช ในภาคอีสาน รวมถึงบางส่วนของประเทศลาว (ตามแผนที่) โดยตำแหน่งเกลือหินในแนวนี้จะอยู่ใกล้ผิวดินระดับ 100 เมตร
“เกลือหิน” (Rock Salt) เป็นหินตะกอนชนิดหนึ่ง เกิดจากแร่เฮไลต์ (Halite)ตกตะกอนสะสมตัวใต้ทะเลเนื่องจากน้ำทะเลระเหยตัวออกไป ความเข้มมากขึ้น จึงเกิดการตกตะกอนสะสมเป็นชั้นๆ เหมือนหินชั้นประเภทอื่นๆ

Cr. อ.ปกรณ์ สุวานิช อดีตรองคณบดีและอาจารย์ ม.มหิดล
#เกลือสินเธาว์
#ภูมิศาสตร์น่ารู้Brr

09/06/2026

🔥เส้นแบ่งวันสากล (International Date Line หรือ IDL)
คือ เส้นสมมติที่ลากผ่านมหาสมุทรแปซิฟิกจากขั้วโลกเหนือสู่ขั้วโลกใต้ เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการเปลี่ยนวันตามปฏิทินทั่วโลก
นี่คือสิ่งน่ารู้และหลักการทำงานของเส้นแบ่งวันสากลที่เข้าใจง่ายครับ:

1️⃣ทำไมเส้นนี้ต้องอยู่ตรงมหาสมุทรแปซิฟิก
เส้นแบ่งวันสากลถูกกำหนดให้ลากผ่านบริเวณลองจิจูดที่ 180 องศา (ซึ่งตรงข้ามกับเส้นเมริเดียนแรกที่เมืองกรีนิช ประเทศอังกฤษ พอดี) เหตุผลที่เลือกบริเวณนี้เพราะส่วนใหญ่เป็นมหาสมุทรแปซิฟิกที่โล่งกว้าง ซึ่งช่วยลดความสับสนเรื่องวันเวลาของประชากรบนผืนแผ่นดินใหญ่อีกด้วย

2️⃣เส้นวันสากลจะไม่ตรง เส้นจะหยักไปหยักมา
หากสังเกตในแผนที่ เส้นแบ่งวันสากลจะไม่เป็นเส้นตรงดิ่ง(เหมือนเส้นเวลา 0 องศา) แต่จะมีความหยักและโค้ง ก็เพื่อหลบหลีกพื้นที่บนบกและกลุ่มเกาะต่างๆเช่น รัสเซีย (ไซบีเรีย), หมู่เกาะอะลูเซียนของอลาสกา, และประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกอย่างคิริบาส (Kiribati) และก็เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศหรือหมู่เกาะเดียวกัน ต้องถูกแบ่งเป็น 2 วัน (เช่น ฝั่งซ้ายเป็นวันจันทร์ ฝั่งขวาเป็นวันอาทิตย์) ซึ่งจะทำให้การใช้ชีวิตและการทำงานที่ลำบาง

3️⃣หลักการข้ามเส้นแบ่งวัน ข้ามแล้ววันเปลี่ยนอย่างไร
-จากฝั่งเอเชีย ข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกไปยัง ฝั่งอเมริกา วันที่ลบ 1วัน เช่น เอเชียวันอาทิตย์ อเมริกาจะเป็นวันเสาร์
-ในทางตรงกันข้าม จากฝั่งอเมริกา ข้าวมหาสมุทรแปซิฟิกมายัง ฝั่งเอเชีย วันที่บวก 1วัน เช่น ถ้าอเมริกาวันเสาร์ เอเชียก็เป็นวันอาทิตย์
#เส้นวันสากล
#ภูมิศาสตร์น่ารู้Brr

ที่อยู่

ท้องฟ้าจำลองเทศบาลนครอุดรธานี
Udon Thani
41000

เบอร์โทรศัพท์

+6642245954

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ท้องฟ้าจำลองเทศบาลนครอุดรธานีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์