30/05/2026
📣📣ข่าวประชาสัมพันธ์ 📣📣
#แนวปฏิบัติของ อปท. กรณีเกิดโรคพิษสุนัขบ้าแพร่ระบาดในพื้นที่
🕵️😼🐕🐕🦺🦮🧤🔎✅💉
คือ การเฝ้าระวัง ควบคุม และป้องกันการระบาด ผ่านการ ประชาสัมพันธ์ความรู้ ให้ประชาชนทราบ ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (ปศุสัตว์, สาธารณสุข) เพื่อ ฉีดวัคซีนเชิงรุก ในพื้นที่เสี่ยง กักขังสัตว์เลี้ยงที่น่าสงสัย เพื่อสังเกตอาการ และ ให้การช่วยเหลือผู้ที่ถูกกัด ด้วยการทำแผลและส่งต่อเข้ารับวัคซีนป้องกันโรค.
✅แนวทางปฏิบัติหลักขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)
✨1. การประชาสัมพันธ์และสร้างความรู้:
ให้ความรู้แก่ประชาชนและนักเรียนเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า วิธีการป้องกัน และความสำคัญของการฉีดวัคซีนประจำปีสำหรับสัตว์เลี้ยง.
แนะนำประชาชนให้รู้วิธีการสังเกตอาการของสุนัขและแมวที่อาจเป็นโรคพิษสุนัขบ้า.
✨2. การเฝ้าระวังและควบคุมโรค:
ประสานงานกับผู้นำชุมชนและจิตอาสา เพื่อขอความร่วมมือในการกักขังสัตว์เลี้ยงเพื่อสังเกตอาการอย่างน้อย 10 วัน หากสงสัยว่าป่วย.
เมื่อพบสุนัขหรือแมวที่มีอาการสงสัยโรคพิษสุนัขบ้า ให้รีบแจ้งสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด/อำเภอ เพื่อเข้าดำเนินการ.
หากพบการระบาดในพื้นที่ (พบตัวอย่างหัวสัตว์ที่ให้ผลบวก) ให้ประสานกับหน่วยงานปศุสัตว์เพื่อฉีดวัคซีนควบคุมโรคในรัศมี 5 กิโลเมตร.
✨3. การให้บริการฉีดวัคซีน:
บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแก่สุนัขและแมวในพื้นที่ที่ระบาด.
สามารถให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแก่ประชาชนโดยไม่ต้องเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ในกรณีที่มีประกาศจากอธิบดีกรมปศุสัตว์.
✨4. การจัดการผู้สัมผัสโรค:
แนะนำให้ผู้ถูกสุนัขและแมวกัดหรือข่วน ทำความสะอาดแผลด้วยสบู่และน้ำทันที.
ให้คำแนะนำให้ผู้ถูกกัดไปขอรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าที่โรงพยาบาลให้ครบตามเกณฑ์.
ขอข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสุนัขที่กัด (ประวัติการฉีดวัคซีน, ที่มา) เพื่อให้ผู้เสียหายและแพทย์ทราบ.
✨5. การบูรณาการความร่วมมือ:
ทำงานร่วมกับหน่วยงานราชการ เช่น กรมปศุสัตว์, กรมควบคุมโรค, และสำนักงานสาธารณสุข.
ร่วมมือกับผู้นำชุมชน, ผู้นำท้องถิ่น, และจิตอาสา เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ.
💉📣🔎🧤✅🐕🐕🦺🦮