เที่ยวอุบล

เที่ยวอุบล สถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก โรงแรม รีสอร์ท ในจังหวัดอุบลราชธานนี

ใกล้ความจริง! อัปเดตต้นเทียนวัดศรีประดู่ ประเภทติดพิมพ์ ขนาดใหญ่ เตรียมอวดโฉมงานแห่เทียนอุบลฯพาเกาะติดความคืบหน้าการจัดท...
21/07/2026

ใกล้ความจริง! อัปเดตต้นเทียนวัดศรีประดู่ ประเภทติดพิมพ์ ขนาดใหญ่ เตรียมอวดโฉมงานแห่เทียนอุบลฯ

พาเกาะติดความคืบหน้าการจัดทำต้นเทียนพรรษาประเภทติดพิมพ์ ขนาดใหญ่ จากวัดศรีประดู่ ที่สะท้อนถึงความประณีตและความร่วมมือร่วมใจของชุมชน พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวในปีนี้

#แห่เทียนอุบล #วัดศรีประดู่ #เที่ยวอุบล #ต้นเทียนติดพิมพ์ #ประเพณีแห่เทียนพรรษา

ครั้งแรกที่อุบลฯ! 'เทียนหอมเรืองแสง' มิติใหม่แห่งงานศิลปะ สะกดทุกสายตาทั้งรูปและกลิ่นปักหมุดพิกัดห้ามพลาด! ยลโฉมความงดงา...
11/07/2026

ครั้งแรกที่อุบลฯ! 'เทียนหอมเรืองแสง' มิติใหม่แห่งงานศิลปะ สะกดทุกสายตาทั้งรูปและกลิ่น

ปักหมุดพิกัดห้ามพลาด! ยลโฉมความงดงามตระการตาของ 'เทียนหอมเรืองแสง' งานประติมากรรมสุดล้ำที่ผสานศิลปะดั้งเดิมเข้ากับนวัตกรรมสมัยใหม่ พร้อมส่งกลิ่นหอมฟุ้งและส่องประกายงดงามในยามค่ำคืน ชวนคุณมาสัมผัสด้วยตาตัวเองที่อุบลราชธานี

#อุบลราชธานี #ข่าวอุบล #เทียนหอมเรืองแสง #เที่ยวอุบล #ประเพณีแห่เทียนพรรษา

วัดมหาวนาราม (วัดป่าใหญ่) เตรียมอวดโฉมต้นเทียนพรรษาประเภทติดพิมพ์ขนาดใหญ่ สะท้อนความศรัทธาและฝีมือช่างศิลป์เมืองอุบลฯ ใน...
11/07/2026

วัดมหาวนาราม (วัดป่าใหญ่) เตรียมอวดโฉมต้นเทียนพรรษาประเภทติดพิมพ์ขนาดใหญ่ สะท้อนความศรัทธาและฝีมือช่างศิลป์เมืองอุบลฯ ในงานประเพณีแห่เทียนพรรษาปีนี้

เตรียมพบกับความงดงามสุดอลังการของ 'ต้นเทียนพรรษาประเภทติดพิมพ์ขนาดใหญ่' จากวัดมหาวนาราม หรือที่ชาวอุบลฯ รู้จักกันดีในชื่อ 'วัดป่าใหญ่' วัดอารามหลวงคู่บ้านคู่เมือง ซึ่งในปีนี้เหล่าช่างฝีมือและชาวชุมชนได้ร่วมแรงร่วมใจรังสรรค์ผลงานศิลปะชิ้นเอก เพื่อเข้าร่วมประกวดและจัดแสดงในงานประเพณีแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี ประจำปีอันยิ่งใหญ่

สำหรับต้นเทียนประเภทติดพิมพ์ของวัดมหาวนารามนั้น โดดเด่นด้วยลวดลายไทยโบราณที่ละเอียดประณีต ซึ่งเกิดจากการนำขี้ผึ้งมาต้ม หล่อใส่แม่พิมพ์ที่แกะสลักอย่างวิจิตร จากนั้นจึงนำแผ่นลายผึ้งมาตัดแต่งและติดประดับลงบนโครงสร้างต้นเทียนอย่างตั้งใจทีละชิ้น ๆ บอกเล่าเรื่องราวพุทธประวัติและทศชาติชาดกอย่างอ่อนช้อยงดงาม แสดงถึงความเพียรพยายามและพลังแห่งศรัทธาของชาววัดป่าใหญ่ที่มีต่อพระพุทธศาสนาและองค์ 'พระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง' พระพุทธรูปคู่บารมีของวัด

ทางเว็บไซต์ teawubon.vercel.app ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านร่วมสัมผัสบรรยากาศ 'เยือนชุมชนคนทำเทียน' แวะเวียนเข้าไปเยี่ยมชมและให้กำลังใจช่างเทียน ณ วัดมหาวนาราม อำเภอเมืองอุบลราชธานี และเตรียมตัวมาร่วมชมขบวนแห่เทียนพรรษาที่ยิ่งใหญ่ตระการตาที่สุดในโลก สัมผัสวัฒนธรรมอันล้ำค่าที่จะทำให้คุณประทับใจไม่มีวันลืม

***กิจกรรมเยือนชุมชน คนทำเทียน 9 คุ้ม 9 วัด***ขอเชิญนักท่องเที่ยวพบกับกิจกรรมเยือนชุมชน คนทำเทียน โดยจะให้นักท่องเที่ยว ...
10/07/2026

***กิจกรรมเยือนชุมชน คนทำเทียน 9 คุ้ม 9 วัด***
ขอเชิญนักท่องเที่ยวพบกับกิจกรรมเยือนชุมชน คนทำเทียน
โดยจะให้นักท่องเที่ยว ร่วมสนุกกับการถ่ายภาพพร้อมสแกนเช็คอินผ่าน E-passport online ทั้ง 9 วัด ระหว่างวันที่ 13 – 27 กรกฎาคม 2569 ลุ้นรับของที่ระลึก 100 รางวัล มี 9 วัดดังนี้
วัดที่ 1 วัดสุปัฏนารามวรวิหาร เป็นวัดพระอารามหลวงชั้นตรี ภายในวัดมีอุโบสถที่เป็นงานสถาปัตยกรรมร่วมระหว่างศิลปะไทย ญวน และฝรั่งเศส เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธสัพพัญญูเจ้า พระนาคปรกศิลาทราย พระพุทธสิหิงค์จำลอง และพระแก้วขาวเพชรน้ำค้าง โดดเด่นด้วยการทำต้นเทียนประเภทติดพิมพ์ขนาดใหญ่ โดยสร้างสรรค์ฉากพุทธประวัติหรือวรรณคดีไทยที่มีความอ่อนช้อย เช่น องค์พญานาคราช หรือทวย
เทพ โดยมีรายละเอียดที่สมจริงและอลังการ
วัดที่ 2 วัดผาสุการาม เป็นวัดที่ประดิษฐ์ฐานของพระเจ้าใหญ่พุทธไสยาสน์ วัดผาสุการาม เป็นพระพุทธไสยาสน์ที่มีพระพุทธลักษณะน่าเคารพบูชา ทรงไสยาสน์อยู่บนแท่นขนาดยาว 18 เมตร กว้าง 3.50 เมตร สูง 1.08 เมตร ขนาดองค์จากยอดพระเกศถึงพื้นพระบาท ยาว 17 เมตร สูงจากพระแท่นถึงยอดพระเกศ 3.70 เมตร วัดผาสุการามตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองวารินชำราบ เป็นหนึ่งในคุ้มวัดระดับแนวหน้าของจังหวัด
อุบลราชธานีที่มีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะ แชมป์งานแกะสลักต้นเทียนพรรษาขนาดใหญ่โดยช่างต้องใช้เวลารังสรรค์นานกว่า 3 เดือน โดดเด่นด้วยการแกะสลักเรื่องราวทางพุทธประวัติ เช่น ท้าวสักกะเทวราชทรงช้างเอราวัณ 33 เศียร, ปางเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และสัตว์หิมพานต์ นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดที่สอดแทรกอัตลักษณ์ของชาววา
รินชำราบ เช่น พระแม่ธรณี และสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์
วัดที่ 3 วัดใต้ท่า เป็นวัดเก่าแก่ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานแห่งหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี ตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำมูลในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี เดิมบริเวณนี้มีวัดอยู่ 2 แห่ง ได้แก่ วัดใต้ท่า ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ท่าน้ำริมแม่น้ำมูล และวัดใต้เทิง ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่สูงกว่าด้านในเมือง ต่อมาได้มีการรวมวัดทั้งสองแห่งเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อในปัจจุบัน นับเป็นศูนย์รวมศรัทธาที่สำคัญของชาวอุบลราชธานีมาอย่างยาวนานวัดยังมีความโดดเด่นด้านศิลปวัฒนธรรม โดยเป็นหนึ่งในวัดที่มีส่วนร่วมในการสืบสานประเพณีแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานี ผ่านการจัดทำต้นเทียนพรรษาประเภทติดพิมพ์ขนาดใหญ่ที่มีความประณีตงดงาม สะท้อนภูมิปัญญาและฝีมือช่างเทียนท้องถิ่นที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน
วัดที่ 4 วัดพลแพน เป็นวัดสำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี และเป็นศูนย์กลางการสืบสานศิลปวัฒนธรรมด้านงานเทียนพรรษาที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน ภายในวัดประดิษฐาน “พระเจ้าใหญ่มิ่งมงคลอุบลเทพนิมิต” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองอุบลราชธานี ขนาดหน้าตักกว้าง 3.25 เมตร สูง 4.50 เมตร ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั้งในจังหวัดและจากทั่วประเทศ วัดพลแพนมีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์และสืบสานประเพณีแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานี โดยส่งต้นเทียนพรรษาเข้าประกวดประเภทติดพิมพ์ขนาดใหญ่เป็นประจำทุกปี ด้วยความวิจิตรประณีตของ
ลวดลายที่สะท้อนเรื่องราวทางพระพุทธศาสนาและภูมิปัญญาช่างท้องถิ่น ทำให้ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ
วัดที่ 5 วัดบูรพา เป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อเหมือนพระอาจารย์สายวิปัสสนา
กรรมฐาน 5 องค์ ไว้ เพื่อให้ลูกหลานได้กราบไหว้บูชาเพื่อเป็นสิริมงคล ประดิษฐานอยู่ที่สิมเก่าซึ่งเป็นฝีมือการก่อสร้างของพระอาจารย์สีทา ชัยเสโน และอาจารย์เสาร์ กันตสีโลรูปหล่อพระบูรพาจารย์ที่สร้างขึ้นได้แก่ พระอาจารย์สีทา ชัยเสโน พระอาจารย์เสาร์กันตสีโล พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต พระญาณวิศิษย์ และพระสิทธรรมรังสีคัมภีร์ เมธาจารย์ (สี ธัมมธโร) ด้านในมีหอไตรวัดบูรพาราม เป็นหอบกหรือหอไตรที่สร้างบนบกลักษณะอาคารเป็นเรือนไม้ 2 หลังคู่กัน แต่ละหลังเป็นเรือนแบบ 3 ห้อง ยกพื้นสูงด้วย
เสากลม หลังละ 8 ต้น มีชานเชื่อมอาคารทั้ง 2 หลัง อาคารหลังทางทิศใต้ฝีมือประณีตมาก ฝาผนังอาคารเป็นแบบก้างปลาไม้พรึงแกะสลักเป็นลวดลายกระจังกลีบบัวรอบอาคาร โดยวัดบูรพาเป็นวัดที่จัดทำต้นเทียนประเภทติดพิมพ์ขนาดใหญ่ โดดเด่นในฐานะแหล่งเรียนรู้การทำต้นเทียนพรรษาประเภทติดพิมพ์ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นงานฝีมือสุดประณีต โดยการนำแผ่นขี้ผึ้งมาแกะสลักและขึ้นรูปเป็นลวดลายไทยสุดวิจิตร ก่อนนำไป
ประดับบนต้นเทียน
วัดที่ 6 วัดศรีประดู่ วัดที่มีศาลาการเปรียญงานสถาปัตยกรรมผสมระหว่างจีน ยุโรปและความเชื่อของพราหมณ์ ภายในตกแต่งด้วยงานจิตรกรรมฝาผนังที่งดงามโดดเด่นเป็นวัดเก่าแก่และมีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี โดดเด่นด้วยศาลาการเปรียญไม้ขนาดใหญ่ที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ ผสมผสานศิลปะจีนศิลปะตะวันตก และคติความเชื่อแบบพราหมณ์–ฮินดูไว้อย่างกลมกลืน ภายในประดับด้วยจิตรกรรมฝาผนังที่งดงามทรงคุณค่า สะท้อนเรื่องราวทางพระพุทธศาสนาประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของชาวอีสานในอดีต จนได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในมรดก
ทางศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัดอุบลราชธานี วัดศรีประดู่ยังเป็นหนึ่งในวัดระดับตำนานของงานประเพณีแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานี โดยมีชื่อเสียงด้านการจัดทำต้นเทียนพรรษาประเภทติดพิมพ์ขนาดใหญ่ที่มีความวิจิตรตระการตา และได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดต้นเทียนพรรษาระดับจังหวัดมาแล้วหลายสมัย สะท้อนถึงความสามารถและความมุ่งมั่นของช่างเทียนและชุมชนในการสืบสานมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป
วัดที่ 7 วัดมหาวนาราม (วัดป่าใหญ่) วัดเก่าแก่ที่มีฐานะเป็นพระอารามหลวงอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี และเป็นวัดที่ประดิษฐานพระพุทธรูปางมารวิชัยที่งดงามมีขนาดหน้าตักกว้าง 6 ศอก สูงจากเรือนแท่นถึงเปลวพระโมลี 10 ศอก สร้างด้วยอิฐถือปูนลงรักปิดทอง เป็นศูนย์กลางการทำ ต้นเทียนประเภทติดพิมพ์ ซึ่งเป็นรูปแบบที่โดดเด่นของวัด นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเยี่ยมชม เยือนชุมชน และร่วมเรียนรู้วิธีการแกะสลักลวดลายเทียน และส่งเทียนเข้าประกวดในปีนี้ในประเภทติดพิมพ์ขนาดใหญ่
วัดที่ 8 วัดแจ้ง ได้รับการยกย่องว่ามีรูปทรงสวยงามและมีงานจำหลักไม้ที่มีฝีมือแบบพื้นบ้านโดยแท้ซึ่งนับวันจะหาดูเป็นตัวอย่างศึกษาได้ยาก ลักษณะเด่นของสิม คือ ความสวยงามอ่อนช้อยของคันทวยนาคและหางหงส์ที่ทำเป็นรูปหัวนาคมีหงอนสะบัดปลายเป็นกนกเปลว มีชื่อเสียงโดดเด่นในการจัดทำต้นเทียนพรรษาเพื่อเข้าประกวดในประเภทติดพิมพ์ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นการนำแผ่นเทียนมาฉลุและแกะสลักเป็นลวดลายวิจิตรบรรจง แล้วนำไปติดประดับบนโครงสร้างหุ่นต้นเทียน
วัดที่ 9 วัดพระธาตุหนองบัว เป็นวัดที่ตั้งของพระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ หรือพระธาตุหนองบัว เจดีย์ธาตุขนาดใหญ่ที่จำลองแบบมาจากเจดีย์พุทธคยา ประเทศอินเดีย ซึ่งสถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2500 เพื่อเป็นสัญลักษณ์ครบรอบ25 ศตวรรษของพุทธศาสนา ภายในองค์พระธาตุบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ให้ประชาชนได้สักการะบูชา โดดเด่นในการจัดทำต้นเทียนพรรษาเพื่อเข้าประกวดในประเภทแกะสลักขนาดใหญ่ ด้วยการแกะสลักลวดลายแห่งพระพุทธประวัติหยิบยกเอาเรื่องราวตอนพระเวสสันดรโพธิสัตว์เสด็จไปบังเกิดเป็นสันดุสิตเทพบุตรในสวรรค์ชั้นดุสิตเมื่อก่อนพุทธกาล และมีการปรับเปลี่ยนเรื่องราวให้น่าดึงดูดใจในแตกต่างกันไปใน
แต่ละปี
บริการฟรี!! รถสองแถว🚌ชมวิถีคนทำเทียน ตลอดเส้นทางทั้ง 9 วัด วันละ 1 รอบ ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 045-252714 (สนง.การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดอุบลราชธานี) ได้เลยนะครับ

🕯️ **อัปเดตความคืบหน้า ขบวนต้นเทียนวัดพลแพน**อีกหนึ่งก้าวของความวิจิตรงดงาม ✨ขณะนี้ **ต้นเทียนวัดพลแพน** กำลังดำเนินการใ...
09/07/2026

🕯️ **อัปเดตความคืบหน้า ขบวนต้นเทียนวัดพลแพน**

อีกหนึ่งก้าวของความวิจิตรงดงาม ✨

ขณะนี้ **ต้นเทียนวัดพลแพน** กำลังดำเนินการในขั้นตอน **ติดพิมพ์ขนาดใหญ่** ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกระบวนการสำคัญในการสร้างรายละเอียดของประติมากรรมเทียนให้มีความสมบูรณ์ แข็งแรง และพร้อมสำหรับการแกะสลักลวดลายอันประณีต

ทุกชิ้นงานเกิดจากความร่วมมือ ความตั้งใจ และความทุ่มเทของช่างเทียนและทีมงานทุกคน เพื่อสืบสานศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของเมืองอุบลราชธานี ให้ปรากฏอย่างสง่างามในงานประเพณีแห่เทียนพรรษา ประจำปี 2569

🙏 ขอเชิญทุกท่านร่วมติดตามความคืบหน้าของขบวนต้นเทียนวัดพลแพน และร่วมส่งกำลังใจให้ทีมช่างทุกคน

#วัดพลแพน #ต้นเทียนวัดพลแพน #แห่เทียนพรรษา2569 #เมืองอุบลราชธานี #งานเทียนอุบล #สืบสานศิลป์ไทย

กอดสายหมอก สัมผัสแสงแรกรับหน้าฝน ณ "ผาชะนะได" อัญมณีแห่งอุบลราชธานีชวนสัมผัสเสน่ห์ "ผาชะนะได" ในช่วงกรีนซีซั่น สูดอากาศบ...
08/07/2026

กอดสายหมอก สัมผัสแสงแรกรับหน้าฝน ณ "ผาชะนะได" อัญมณีแห่งอุบลราชธานี

ชวนสัมผัสเสน่ห์ "ผาชะนะได" ในช่วงกรีนซีซั่น สูดอากาศบริสุทธิ์ ชมทะเลหมอกคลอเคลียทิวเขา และรับแสงตะวันแรกของวันท่ามกลางป่าฝนอันอุดมสมบูรณ์

#ผาชะนะได #เที่ยวอุบลราชธานี #เที่ยวหน้าฝน #อุทยานแห่งชาติผาแต้ม #ทะเลหมอก

แอดพามาดูความ งดงาม ของ วัดทุ่งศรีเมืองประเภท แกะสลัก ขนาดใหญ่ ปี 2567 ตอน ปราบพญามารขบวนรถต้นเทียนวัดทุ่งศรีเมืองความยา...
08/07/2026

แอดพามาดูความ งดงาม ของ
วัดทุ่งศรีเมือง
ประเภท แกะสลัก ขนาดใหญ่ ปี 2567

ตอน ปราบพญามาร
ขบวนรถต้นเทียนวัดทุ่งศรีเมือง

ความยาวของขบวนรถต้นเทียน ยาว ๑๙.๙๕ เมตร
ความกว้างของรถต้นเทียน กว้าง ๓.๐๐ เมตร
ความสูงของต้นเทียนจากฐานรองรับถึงยอด สูง ๕.๐๐ เมตร
ใช้บุคลากรทำต้นเทียน จำนวน ๒๐ คน
สิ้นงบประมาณทั้งสิ้น จำนวน ๘๐๐,๐๐๐ บาท

ตอนหน้า
ต้นเทียนประเภทแกะสลักวัดทุ่งศรีเมือง ได้จำลองเหตุการณ์สมัยพุทธกาลและหลักธรรมคำสอน ปริศนาธรรม ไว้วัดนี้ ก่อนที่พระพุทธองค์จะตรัสรู้ ได้มีเหตุการณ์มารผจญเกิดขึ้นกับพระองค์ ดังในพุทธประวัติได้กล่าวว่า เมื่อวันเพ็ญเดือนหก ก่อนการตรัสรู้ไม่นาน ขณะที่พระสิทธัตถะกำลังบำเพ็ญเพียรทางจิตที่ใต้ต้นโพธิ์นั้น ได้ตั้งปณิธานอย่างแน่วแน่ว่า "ถ้าเรายังไม่บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณตราบใด เราจักไม่ยอมลุกขึ้นตราบนั้น แม้ว่าเนื้อและเลือดในกายจะเหือดแห้งไป เหลือแต่หนัง เอ็น และกระดูกก็ตามที" ขณะนั้นเองได้มีเหล่ามารจำนวนมาก ถือหอกดาบและอาวุธอื่น ๆ มุ่งหน้ามาที่ประทับของพระองค์ เพื่อจะขับไล่ให้ทรงลุกขึ้นไปให้ได้ตามที่มารได้กล่าวอ้างว่าพระสิทธัตถะแย่งบัลลังก์ที่ได้ต้นโพธิ์ ซึ่งเป็นเป็นของตนไปโดยได้อ้างพยานที่เป็นมารพวกเดียวกัน ขณะนั้น พระพุทธองค์ไม่อาจหาใครเป็นพยานได้ว่าที่บัลลังก์ที่นั่งนั้นเป็นของพระองค์ จึงทรงยื่นพระหัตถ์ชี้ลงที่พื้นดินเพื่อขอให้แผ่นดินเป็นพยาน เพื่อเป็นพยานให้กับพระองค์ พร้อมบันบวยผลบุญที่ทรงเคยเล่าอามรจนพ่ายแพ้ไป ซึ่งบัดที่ออกจากกวยผมนั้น เป็นน้ำที่พระพุทธองค์เคยกรวดไว้ตอนที่ทรงบำเพ็ญบารมีทุก ๆ ชาติ จึงรวมเป็นน้ำจำนวนมหาศาลช่วยพระองค์ให้ชนะมารได้
ในขณะนั้น ความมหาอัศจรรย์ก็บังเกิด พื้นมหาปุพพียันกว้างใหญ่ก็สั่นหวั่นไหว พฤกษชาติทั้งหลาย ก็ผลิดอกออกช่องานตระการตา พระพรหม พร้อมด้วยเทพเจ้าทุกชั้นฟ้าเชื่อสรวงสวรรค์ โปรยปรายบุปผมาลัยชั้นสักการบูชา เปล่งวาจาว่า พระสัมมาพุทธเจ้าทรงอุบัติชัยแล้วในโลก ด้วยปีติยินดีเป็นอัศจรรย์ ที่ไม่เคยบังเกิดมีมาในกาลก่อน
คำว่า "มาร" ในพระพุทธศาสนา หมายถึง สิ่งที่มารบกวนขัดขวางมิให้บรรลุสิ่งที่ดีงาม มี ๕ ประการ ได้แก่
(๑) กิเลสมาร มารคือกิเลสที่เกิดขึ้นใจ (๒) ขันธมาร การขันธ์ ๕ อันเป็นองค์ประกอบของชีวิต ได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ ซึ่งองค์ประกอบทั้งนี้มีความแปรปรวนและเสื่อมสลายไปตามธรรมชาติ (๓) อภิสังขารมาร มารคือความนึกคิดปรุงแต่งที่คิดไปในทางเลว มารคือเจตนาบุตร ซึ่งจะคอยอยู่ในสวรรค์ชั้นกามาวจร มารคอยขัดขวางไม่ให้ทำความดีของผู้อื่น และ (๕) มัจจุมาร มารคือความตาย ที่เป็นอุปสรรคขวางกั้นโอกาสที่จะได้พบกับสิ่งที่ดีงาม
แต่มารที่เกิดกับพระพุทธองค์นั้น หมายถึง มาร คือ กิเลสที่เกิดขึ้นในหัวใจของพระองค์ ซึ่งจะเป็นตัวขวางกั้นให้หลงลืมอันได้แก่การต่อสู้ทางความคิดของพระครัวหรือกิเลสกับธรรมะ ด้านหนึ่งมุ่งจะบรรลุเป็นพระพุทธเจ้า แต่อีกด้านหนึ่งยังคิดถึงความสะดวกสบายในอดีตและความสุขทรมานในการบำเพ็ญเพียร
มารที่มาผจญพระองค์ตอนก่อนตรัสรู้นั้น เป็นกิเลสสองด้าน คือ ด้านแรก เป็นกิเลสด้าน อนิษฐารมณ์ (กิเลสฝ่ายลบ) คือความไม่ยอมรับ ความขัดเคือง ความย่อท้อ กับความทุกข์ยากลำบากที่ประสบ ซึ่งเปรียบเหมือนมารที่ดุร้าย กิเลสด้านที่สองเป็นด้านอิฏฐารมณ์ (กิเลสฝ่ายบวก) คือความยินดี ชอบใจ ความเพลิดเพลินหลงในความสุขสบายต่าง ๆ ที่จะทำให้พระองค์ระลึกถึงความสุขในครั้งตอนเป็นเจ้าชาย เปรียบเหมือนกับอิตถมารที่งดงามยั่วยุให้หลงใหล
กิเลสมารทั้ง ๒ ด้านนี้ พระพุทธองค์ทรงชนะได้ด้วยพระทัยที่หนักแน่น และบุญบารมีที่สั่งสมมานับ ๔ อสงไขย แสนกัปป จึงรวมเป็นพลังสามารถเอาชนะพญามารได้
ตอนกลาง ฐานต้นเทียน
ต้นเทียนวัดทุ่งศรีเมือง เป็นต้นเทียนแกลประเภทแกะสลัก ขนาดใหญ่ มีเส้นผ่าศูนย์กลาง ๗๕ เซนติเมตร สูง ๒ เมตร และส่วนยอดของต้นเทียน สูง ๓๐ ซม. แกะสลักเป็นยอดบัวคว่ำ บัวน้ำเต้า บาหราย ๓ ชั้น อันหมายถึง พระไตรปิฎก ซึ่งเป็นคัมภีร์รวบรวมคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่ประกอบด้วยพระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก และพระอภิธรรมปิฎก ที่หล่อหลอมจิตใจให้แสงสว่างนำทางชีวิตเชาอุบล เจริญรุ่งเรือง เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันยาวนานกว่า ๒๓๑ ปีมาแล้ว แวดล้อมไปด้วยเทพนคร ๓ ตน หมายถึง ไมหะ คือ ความหลงหรือผู้หลง ความลุ่มหลงสงสัยนั่นเอง พร้อมด้วย พญาคชนาคา มีเจ้าเป็นช้าง มีตัวเป็นนาค เรื่องราวบนลำต้นเทียน ประกอบด้วยเรื่องราวพระพุทธเจ้าประทานพร แต่พระอินทร์ทรงหับดีพรหม ให้เห็นถึงว่าพระองค์คลรัสรู้ อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณและทูลอาราธนาให้พระองค์แสดงธรรมโปรดเวไนยสัตว์ต่อไป
ลวดลายไทยอันประณีตบรรจงบนขบวนต้นเทียน ประกอบด้วยลายเครือ กนกเปลว กนกก้านเสียว กนกก้านขด ลายปากคาบ ดอกบัว แกรกด้วยลายดอกไม้นานาชนิดในลำต้น และลายที่ทีมงามช่างได้ผสมผสานกับลวดลายท้องถิ่น คือ ลายประเจียน ลายแก้วชิงดวง ลายพิกุล ลายกากบัว อันวิจิตรอ่อนช้อยสวยงามตระการตา
ตอนขบวนเทียน
ได้กล่าวถึงเรื่องราว เมื่อเหล่ามารได้พ่ายแพ้ไปแล้ว จึงได้คิดหาวิธีการใหม่ ที่จะเอาชนะพระพุทธองค์ให้ได้ก่อนที่จะตรัสรู้ เมื่อเห็นว่าใช้กำลังไม่ได้ผลได้ลองใช้ไม้อ่อนบ้าง แล้วจึงส่งลูกสาวพญามาร (ธิดามาร) ๓ คน ได้แก่ นางตัณหา นางอรดี และนางราคา มายั่วยวนให้พระองค์หลงใหล แต่ก็ไม่สำเร็จ พระทัยของพระองค์คงหนักแน่นมั่นที่ด้วยอิษฐานจิตไว้ จนได้บรรลุเป็นพระพุทธเจ้าในลำดับต่อมา หลังจากที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้แล้ว มารจึงหมดโอกาสที่จะขัดขวางรังควานได้อีกต่อไป
เรื่องราวขบวนประโลมพระพุทธเจ้าก็เป็นปุคคลาธิษฐาน ถอดความได้ว่าสามธิดามารนั้น ล้วนหมายถึงกิเลสทั้งนั้น อย่างหนึ่ง คือ ความยินดี อีกอย่างหนึ่ง คือ ความยินร้ายหรือความเกลียดชัง ความยินดีส่วนหนึ่งแยกออกเป็นตัณหา คือความอยากได้ไม่มีที่สิ้นสุด อีกส่วนหนึ่งเป็นราคะ หรือราคะ คือความใคร่หรือกำหนัด ความเกลียดชังหรือยินร้ายออกมาในรูปของอรดี อรดีในที่นี้คือความริษยา ความที่พระพุทธเจ้าไม่ทรงแสดงพระอาการผิดปกติ แม้แต่ทรงเลิมพระเนตรนั้น ก็หมายถึงว่าพระพุทธเจ้าอยู่เหนือจากกิเลสดังกล่าวได้สิ้นเชิงนั่นเอง
ปราบพกาพรหม
ท้าวพกาพรหมที่ประทับบนหลังหงส์ มีความเห็นว่า สิ่งทั้งหลายของเทียนแท้ไม่แปรผัน ซึ่งขัดต่อคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ว่าสรรพสิ่งย่อมไม่เที่ยง เป็นไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา พระพุทธองค์ทรงโปรดให้ท้าวพกาพรหมแสดงฤทธิ์โดยให้ไปซ่อนตัวในที่ต่าง ๆ แต่ไพกำเนิดพระองค์ก็ทรงกราบ ต่อมาพระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมะเทศนาจนได้บรรลุโสดาปัตติผลเป็นพระโสดาบัน หมดที่พึ่งฟังธรรมเทศนา
ผู้สนับสนุนเทียนพรรษาวัดทุ่งศรีเมือง

เทศบาลนครอุบลราชธานี จำนวน ๒๗๗,๐๐๐ บาท
บริษัท ยงสงวน จำกัด จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท
บริษัท ดูโฮม จำกัด จำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท
โรงพยาบาลรรพสิทธิ์ประสงค์อุบลราชธานี จำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท

ที่ปรึกษา

พระเดชพระคุณพระวิโรจน์รัตโนบล เจ้าอาวาสวัดทุ่งศรีเมือง
พระครูสังฆรักษ์จันดี สุนโท ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดทุ่งศรีเมือง
นายรักษา ศรีภา กรรมการวัดทุ่งศรีเมือง

คณะช่างทำเทียนพรรษาวัดทุ่งศรีเมือง

นายวิเชียร ภาดี
นายวิสุทธ์ ภาดี
นายพรม พรมสุวรรณ
นายสำลี ภูมรี
นายธนบูรณ์ สหชัย
นายณัชวุฒิ กละบุตร

🦁🐯สวนสัตว์อุบลราชธานี ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยว ชมทุ่งดอกเทียนเรืองแสง 1 เดียวในโลก 🌷🌸💐 “คเนศบารมี UNSEEN ทุ่งดอกเทียนเรือง...
08/07/2026

🦁🐯สวนสัตว์อุบลราชธานี ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยว ชมทุ่งดอกเทียนเรืองแสง 1 เดียวในโลก 🌷🌸💐 “คเนศบารมี UNSEEN ทุ่งดอกเทียนเรืองแสงแห่งศรัทธา”

📌ไฮไลท์สุดพิเศษ พบกับความสวยงามของ องค์พระพิฆเนศ เรืองแสง ✨🌈
เพิ่มบารมีแห่งศรัทธาเพื่อร่วมสืบสานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาที่เป็นอัตลักษณ์ของสวนสัตว์อุบลราชธานี

#อุบลราชธานีศรีศิลป์

ขอเชิญร่วมงาน “ยกอ้อ ยอครู ชูช่างเทียน เมืองอุบลฯ” ประจำปี พ.ศ. 2569สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุบลราชธานี ขอเชิญร่วมงาน“ยกอ...
07/07/2026

ขอเชิญร่วมงาน “ยกอ้อ ยอครู ชูช่างเทียน เมืองอุบลฯ” ประจำปี พ.ศ. 2569

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุบลราชธานี ขอเชิญร่วมงาน
“ยกอ้อ ยอครู ชูช่างเทียน เมืองอุบลฯ” ประจำปี พ.ศ. 2569

#ยกอ้อยอครู #ช่างเทียนเมืองอุบลราชธานี #สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุบลราชธานี #จังหวัดอุบลราชธานี #วัดมหาวนาราม

🕯️ **อัปเดตความคืบหน้าเทียนพรรษา วัดแจ้ง จังหวัดอุบลราชธานี**ความงดงามเริ่มปรากฏให้เห็นอย่างต่อเนื่อง สำหรับ **ต้นเทียนพ...
07/07/2026

🕯️ **อัปเดตความคืบหน้าเทียนพรรษา วัดแจ้ง จังหวัดอุบลราชธานี**

ความงดงามเริ่มปรากฏให้เห็นอย่างต่อเนื่อง สำหรับ **ต้นเทียนพรรษาประเภทติดพิมพ์ ขนาดกลาง** ของวัดแจ้ง จังหวัดอุบลราชธานี ที่ขณะนี้คณะช่างและจิตอาสากำลังร่วมกันเร่งสร้างสรรค์ผลงานอย่างประณีตในทุกขั้นตอน

ตั้งแต่การขึ้นโครง การติดลวดลายพิมพ์เทียน ไปจนถึงการเก็บรายละเอียดของลวดลายไทย ทุกส่วนล้วนสะท้อนถึงความวิจิตร ความอดทน และภูมิปัญญาช่างเทียนเมืองอุบลฯ ที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน เพื่อให้ต้นเทียนมีความสมบูรณ์และงดงามที่สุดก่อนเข้าสู่ช่วงงานประเพณีแห่เทียนพรรษา

ขอเชิญทุกท่านร่วมติดตามความคืบหน้า และร่วมเป็นกำลังใจให้คณะช่างผู้สร้างสรรค์ผลงานอันทรงคุณค่านี้ พร้อมร่วมสัมผัสเสน่ห์ของงานศิลป์แห่งศรัทธาในเทศกาลแห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี ที่กำลังจะมาถึง

#เทียนพรรษาอุบลราชธานี #วัดแจ้ง #ติดพิมพ์ขนาดกลาง #งานแห่เทียนพรรษา #ศิลปะเทียนพรรษา #เที่ยวอุบล

ที่อยู่

52
Ubon Ratchathani
34000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เที่ยวอุบลผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์