ศาลปกครองอุบลราชธานี

ศาลปกครองอุบลราชธานี ศาลปกครองอุบลราชธานี ตั้งอยู่เลขที่ ๔๔๔ หมู่ที่ ๓ ถนนแจ้งสนิท
ตำบลแจระแม อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ๓๔๐๐๐

02/06/2026

📣 เรื่องเด่น ประเด็นดี EP. 22 ปี 69

📜คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. 1331/2568 (ประชุมใหญ่) https://bit.ly/42VTAYN

📍ที่ดิน (การดูแลรักษาที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน)

🔷ทรัพย์สินซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภททรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน สภาพของทรัพย์สินนั้นต้องเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินซึ่งใช้เพื่อสาธารณประโยชน์หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกัน เช่น ที่ชายตลิ่ง ทางน้ำ ทางหลวง ทะเลสาบ เป็นต้น

🔷สำหรับที่ดินของเอกชนจะเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทดังกล่าวได้โดยการที่เอกชนรายนั้นอุทิศที่ดินของตนโดยการแสดงเจตนาโดยชัดแจ้งหรือโดยปริยายให้ที่ดินเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทนั้น ซึ่งไม่จำต้องกระทำพิธีการอย่างใดหรือทำการจดทะเบียนโอนที่ดินให้แก่รัฐอีก

🔷เมื่อทางพิพาทเป็นทางสายเดียวกันกับทางสาธารณประโยชน์ที่ผ่านที่ดินแปลงอื่น ๆ มีสภาพเป็นทางดินพื้นผิวกรวดหิน รถยนต์สามารถวิ่งสวนกันได้ ด้านทิศตะวันออกเชื่อมต่อกับถนนเลียบคลองส่งน้ำเพื่อออกสู่ทางหลวงแผ่นดิน ด้านทิศตะวันตกเชื่อมต่อกับถนนเลียบคลองใหญ่ ประชาชนในพื้นที่ได้รับรู้ความมีอยู่ของทางพิพาท โดยไม่ปรากฏว่าเจ้าของที่ดินได้สงวนหวงห้ามไว้เป็นทางส่วนบุคคล

⭐️ทางพิพาทจึงตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภททรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันตามมาตรา 1304 (2) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และข้อ 5 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน พ.ศ. 2553 โดยไม่จำต้องจัดทำทะเบียนที่ดินสาธารณประโยชน์ตามข้อ 10 วรรคหนึ่ง ของระเบียบดังกล่าว

⭐️การที่องค์การบริหารส่วนตำบลดำเนินการก่อสร้างปรับปรุงทางพิพาท จึงเป็นการดำเนินการบำรุงรักษาทางบกตามมาตรา 67 (1) แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 และไม่เป็นการกระทำละเมิดตามมาตรา 420 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

02/06/2026
02/06/2026
:: บทความวิชาการ อุทาหรณ์คดีปกครอง ::🚩 เรื่อง ผู้ปลูกปาล์มยื่นคำขอเก็บหาของป่า ไม่อาจนำเหตุอื่นเกินกว่าที่ระเบียบกำหนด ม...
01/06/2026

:: บทความวิชาการ อุทาหรณ์คดีปกครอง ::
🚩 เรื่อง ผู้ปลูกปาล์มยื่นคำขอเก็บหาของป่า ไม่อาจนำเหตุอื่นเกินกว่าที่ระเบียบกำหนด มาพิจารณาได้ !

📚 ถาม การที่ผู้ฟ้องคดีซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเพื่อปลูกต้นปาล์มน้ำมันได้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตเก็บหาของป่า (ผลปาล์มน้ำมัน) ต่อผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ผู้ว่าฯ ไม่ออกใบอนุญาตให้ ถือเป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีหรือไม่ ?

👉 ตอบ : ในการพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนฯ จะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด อีกทั้งหลักเกณฑ์และเหตุผลที่ใช้ในการพิจารณาต้องเป็นไปตามที่กฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องในขณะนั้นกำหนดไว้ โดยไม่อาจนำเหตุอื่นเกินไปกว่าที่กฎหมายหรือระเบียบกำหนดไว้มาใช้ประกอบดุลพินิจในการพิจารณาไม่อนุญาตให้เก็บหาของป่าได้

🔹 เมื่อระเบียบกรมป่าไม้ว่าด้วยการอนุญาตเก็บหาของป่าภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2529 ข้อ 5 กำหนดว่า ผู้ใดประสงค์จะเก็บหาของป่าที่มิใช่ของป่าหวงห้ามตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ... ให้ยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แห่งอำเภอหรือกิ่งอำเภอท้องที่ที่ป่านั้นตั้งอยู่... และข้อ 6 วรรคหนึ่ง กำหนดว่า เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำขอเก็บหาของป่าตามข้อ 5 ให้ตรวจสอบว่าบริเวณที่ขอเก็บหาของป่ามีของป่าชนิดใด จำนวนมากน้อยเพียงใด สภาพป่าเป็นอย่างไร ได้มีการอนุญาตเก็บหาของป่าหวงห้ามตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้หรือไม่ หากอนุญาตแล้วจะเป็นผลดีหรือผลเสียหายแก่สภาพป่ามากน้อยเพียงใด ได้เคยอนุญาตให้แก่ผู้ใดมาแล้วบ้างหรือไม่ แล้วรวบรวมส่งจังหวัดพิจารณา

🔹 การที่ผู้ว่าฯ นำข้อขัดแย้งเรื่องการร้องเรียนว่ามีการขายที่ดินที่ปลูกปาล์มให้แก่บุคคลอื่น ซึ่งยังไม่เป็นที่ยุติ อันเป็นเหตุอื่นที่ระเบียบมิได้กำหนดไว้มาใช้ประกอบดุลพินิจ อีกทั้งได้นำความเห็นตามหนังสือของสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดที่ได้เสนอว่า หนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์เพื่อปลูกปาล์มน้ำมันของผู้ฟ้องคดีได้สิ้นสุดลงแล้วมาพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตเก็บหาของป่าในกรณีนี้ ซึ่งหนังสือดังกล่าวเป็นเพียงการรายงานให้ผู้ว่าฯ ทราบเท่านั้นและในขณะที่ผู้ฟ้องคดียื่นคำขอรับใบอนุญาตเก็บหาของป่าหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ของผู้ฟ้องคดียังไม่สิ้นสุดลงแต่อย่างใด

📍 ดังนั้น การที่ผู้ว่าฯ ไม่อนุญาตให้ผู้ฟ้องคดีเก็บหาของป่า โดยอ้างเหตุผลดังกล่าว จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย

🌐 อ่านเพิ่มเติม คลิก https://dg.th/3fec7ztgyq
(คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อร. 79/2568)

:: บทความวิชาการ อุทาหรณ์คดีปกครอง ::🚩 เรื่อง เอารถคืนไป เอาเงินคืนมา : ประมูลรถแต่จดทะเบียนไม่ได้ … ฟ้องศาลขอให้คืนเงิน...
31/05/2026

:: บทความวิชาการ อุทาหรณ์คดีปกครอง ::
🚩 เรื่อง เอารถคืนไป เอาเงินคืนมา : ประมูลรถแต่จดทะเบียนไม่ได้ … ฟ้องศาลขอให้คืนเงิน !

📚 ถาม กรณีกรมศุลกากรจัดประมูลขายทอดตลาดรถจักรยานยนต์ของกลาง ซึ่งตามบัญชีแนบท้ายมิได้แจ้งข้อความใดว่าเป็นรถที่มีสภาพไม่สมบูรณ์หรือไม่สามารถจดทะเบียนได้ กรมศุลกากรต้องรับผิดคืนเงินให้แก่ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นผู้ชนะการประมูลรถคันพิพาท แต่ไม่สามารถจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกได้ หรือไม่ ?

👉 ตอบ ในการประมูลขายทอดตลาดทรัพย์สินของทางราชการ ถือเป็นหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐผู้จัดประมูลที่จะต้องแจ้งข้อมูลอันเป็นสาระสำคัญที่ส่งผลต่อการใช้งานทรัพย์สินนั้นโดยชอบด้วยกฎหมายให้ประชาชนผู้เข้าร่วมประมูลทราบก่อนการประมูล

🔹 เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า กรมศุลกากรได้รับทราบข้อมูลสำคัญจากกรมการขนส่งทางบกว่า รถจักรยานยนต์คันพิพาทอยู่ในกลุ่มรายการรถที่ไม่สามารถตรวจสอบยืนยันแหล่งที่มาของรถได้ แต่เจ้าหน้าที่ของกรมศุลกากรไม่แจ้งให้ผู้เข้าร่วมประมูลทราบล่วงหน้า ย่อมทำให้ประชาชนต้องเข้ารับภาระเสี่ยงภัยต่อความเสียหายจากการใช้อำนาจขายทอดตลาดของหน่วยงานของรัฐ ผู้ฟ้องคดีซึ่งเข้าร่วมประมูลโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน ย่อมได้รับความคุ้มครอง

🔹 การที่ผู้ฟ้องคดีแสดงเจตนาเข้าร่วมประมูลโดยสำคัญผิดในคุณสมบัติอันเป็นสาระสำคัญ (เข้าใจว่ารถสามารถนำไปจดทะเบียนได้) ย่อมทำให้นิติกรรมการประมูลขายทอดตลาดระหว่างผู้ฟ้องคดีกับกรมศุลกากรตกเป็นโมฆียะตามมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งผู้ฟ้องคดีอาจบอกล้างได้ โดยให้ถือว่านิติกรรมดังกล่าวเป็นโมฆะตั้งแต่เริ่มแรก และให้คู่กรณีกลับคืนสู่ฐานะเดิม ถ้าเป็นการพ้นวิสัยจะให้กลับคืนเช่นนั้นได้ก็ให้ได้รับค่าเสียหายชดใช้แทนตามมาตรา 175 วรรคหนึ่ง (3) ประกอบมาตรา 176 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายดังกล่าว อีกทั้งความสำคัญผิดดังกล่าวก็ไม่ได้เกิดขึ้นจากความบกพร่องหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้ฟ้องคดี

🔹 กรมศุลกากรจึงต้องรับผิดคืนเงินให้แก่ผู้ฟ้องคดีเต็มจำนวน ซึ่งการที่ผู้ฟ้องคดียื่นคำร้องขอให้กรมศุลกากรคืนเงิน ย่อมถือว่าเป็นการบอกล้างโมฆียกรรมดังกล่าว และเป็นการยื่นภายในระยะเวลา 1 ปี นับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ (วันที่ผู้ฟ้องคดีรู้เหตุสำคัญผิด และอาจบอกล้างหรือให้สัตยาบันนิติกรรมที่เป็นโมฆียะได้) ตามมาตรา 181 แห่งประมวลกฎหมายดังกล่าว

📍 ศาลปกครองสูงสุดจึงพิพากษาให้กรมศุลกากรคืนเงินที่ผู้ฟ้องคดีประมูลรถจักรยานยนต์ของกลาง พร้อมดอกเบี้ย โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ฟ้องคดีต้องคืนรถในสภาพไม่ด้อยกว่าสภาพเดิมที่ได้รับมา

🌐 อ่านเพิ่มเติม คลิก https://dg.th/ng5tb9jwk4
(คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อร. 3/2568)

🏛️ ศาลปกครองอุบลราชธานี ร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ เนื่องใน “วันพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว” ประจำปีพุทธศักร...
30/05/2026

🏛️ ศาลปกครองอุบลราชธานี ร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ เนื่องใน “วันพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว” ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๙
วันเสาร์ที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๗.๒๕ นาฬิกา อธิบดีศาลปกครองอุบลราชธานี มอบหมายให้นายวราวุฒิ สุธีรวรกุล ผู้อำนวยการกลุ่มสนับสนุนงานคดีปกครอง พร้อมด้วยบุคลากรสำนักงานศาลปกครองอุบลราชธานี ร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ เนื่องใน “วันพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว” ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๙ โดยมีนายณรงค์ เทพเสนา ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานในพิธี ณ หอประชุมจังหวัดอุบลราชธานี ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี

☎️ 045-319600-4
#ศาลปกครองอุบลราชธานี #ศาลปกครองเป็นธรรมรวดเร็วทันสมัย
#ความเป็นธรรมคือภารกิจของเรา

:: บทความวิชาการ อุทาหรณ์คดีปกครอง ::🚩 เรื่อง  “ออนไลน์” ไม่เท่ากับอิสระ : สั่งระงับโฆษณาขายยา เหตุไม่ขออนุญาตแถมอวดอ้าง...
30/05/2026

:: บทความวิชาการ อุทาหรณ์คดีปกครอง ::
🚩 เรื่อง “ออนไลน์” ไม่เท่ากับอิสระ : สั่งระงับโฆษณาขายยา เหตุไม่ขออนุญาตแถมอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง !

📚 ถาม คำสั่งที่ให้ผู้ฟ้องคดีซึ่งได้รับอนุญาตให้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ และได้รับอนุญาตให้ผลิตยาแผนโบราณ ระงับการโฆษณาขายยาทางเฟซบุ๊กและทางเว็บไซต์ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ?

👉 ตอบ โดยที่มาตรา 88 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 บัญญัติว่า การโฆษณาขายยาทางวิทยุกระจายเสียง เครื่องขยายเสียง วิทยุโทรทัศน์ ทางฉายภาพหรือภาพยนตร์ หรือทางสิ่งพิมพ์จะต้อง (1) ได้รับอนุมัติข้อความ เสียง หรือภาพที่ใช้ในการโฆษณาจากผู้อนุญาต (2) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ผู้อนุญาตกำหนด มาตรา 90 ทวิ บัญญัติว่า เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยามีอำนาจสั่งเป็นหนังสือให้ระงับการโฆษณาขายยาที่เห็นว่าเป็นการโฆษณาโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ได้

🔹 ทั้งนี้ การโฆษณาขายยาทางสื่อออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊กหรือเว็บไซต์ ถือเป็น “การโฆษณาทางสิ่งพิมพ์” ที่อยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติยาฯ ซึ่งจะต้องได้รับอนุมัติข้อความ เสียง หรือภาพที่จะโฆษณาก่อน และการโฆษณานั้นต้องไม่แสดงสรรพคุณอันเป็นเท็จหรือเกินความจริง หากมีการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายดังกล่าว เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยามีอำนาจออกคำสั่งให้ระงับการโฆษณาดังกล่าวได้

🔹 เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้ฟ้องคดีได้นําเสนอเนื้อหา ข้อความ พร้อมภาพประกอบที่แสดงสรรพคุณยาสมุนไพร อันถือเป็นการนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ผ่านช่องทางเฟซบุ๊กและทางเว็บไซต์ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ผู้ฟ้องคดีเผยแพร่ได้เป็นจํานวนมาก โดยมีลักษณะชักจูงให้ประชาชนทั่วไปซื้อยาของผู้ฟ้องคดี เพื่อประโยชน์ในทางการค้า พฤติการณ์ดังกล่าวจึงเข้าลักษณะเป็นการโฆษณาขายยา (ไม่ใช่เป็นเพียงการขายเฉพาะสําหรับคนไข้ของตนหรือขายปลีก) ซึ่งผู้ฟ้องคดีมิได้ขออนุญาตจากผู้มีอำนาจก่อน

🔹 ประกอบกับผู้ฟ้องคดีได้โฆษณาขายยา โดยแสดงสรรพคุณอันเป็นเท็จหรือเกินความจริง ไม่ตรงตามที่ขึ้นทะเบียนตํารับไว้ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 88 (2) แห่งพระราชบัญญัติยาฯ

🔹 เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาย่อมมีอํานาจออกคําสั่งเป็นหนังสือให้ระงับการโฆษณาขายยาที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติข้างต้นได้ตามมาตรา 90 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว

📍 ดังนั้น คําสั่งที่ให้ผู้ฟ้องคดีระงับการโฆษณาขายยาทางเฟซบุ๊กและทางเว็บไซต์ของผู้ฟ้องคดี จึงชอบด้วยกฎหมาย

🌐 อ่านเพิ่มเติม คลิก https://dg.th/0tz8uphc1w
(คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. 1159/2568)

:: สำนักงานศาลปกครอง ::
#สำนักงานศาลปกครอง #คดีปกครอง

🏛️  สำนักงานศาลปกครองอุบลราชธานี จัดตั้งโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พร้อมเครื่องราชสัก...
29/05/2026

🏛️ สำนักงานศาลปกครองอุบลราชธานี จัดตั้งโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พร้อมเครื่องราชสักการะ ประดับธงชาติไทยคู่กับธงพระนามาภิไธย ส.ท.
สำนักงานศาลปกครองอุบลราชธานี จัดตั้งโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พร้อมเครื่องราชสักการะ ประดับธงชาติไทยคู่กับธงพระนามาภิไธย ส.ท. และประดับผ้าระบายสีขาวตามหน่วยงาน ตลอดเดือนมิถุนายน ๒๕๖๙ ณ บริเวณด้านหน้าอาคารที่ทำการศาลปกครองอุบลราชธานี พร้อมทั้งเชิญชวนคณะตุลาการศาลปกครองอุบลราชธานี ผู้บริหารสำนักงานศาลปกครองอุบลราชธานี ข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง บุคลากรของสำนักงานศาลปกครองอุบลราชธานี และประชาชนทั่วไป ลงนามถวายพระพรชัยมงคลผ่านเว็บไซต์ของศาลปกครอง ทั้งนี้ สำนักงานศาลปกครองจะจัดการลงนามถวายพระพรชัยมงคลทางเว็บไซต์ของศาลปกครอง https://www.admincourt.go.th ระหว่างวันที่ ๑ – ๑๕ มิถุนายน ๒๕๖๙

☎️ 045-319600-4
#ศาลปกครองอุบลราชธานี #ศาลปกครองเป็นธรรมรวดเร็วทันสมัย
#ความเป็นธรรมคือภารกิจของเรา

🔷 สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระ...
29/05/2026

🔷 สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ www.royaloffice.th ระหว่างวันที่ ๑ – ๕ มิถุนายน ๒๕๖๙

ที่มา : หน่วยราชการในพระองค์

ที่อยู่

แจ้งสนิท กม. 9
Ubon Ratchathani
34000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6645319600

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ศาลปกครองอุบลราชธานีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์