11/03/2026
ยาวหน่อยแต่ลองอ่านดู
วิดีโอนี้เป็นการบรรยายโดย Dr. Andrew G. Lee แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทจักษุวิทยา (Neuro-Ophthalmologist) เกี่ยวกับโรค PPPD (Persistent Postural-Perceptual Dizziness) ซึ่งเป็นภาวะเวียนศีรษะที่พบได้บ่อยแต่คนมักไม่ค่อยรู้จัก
บทแปลเนื้อหาจากวิดีโอ: ทำความรู้จักกับโรค PPPD
"วันนี้เราจะมาพูดถึงสภาวะที่แปลกประหลาดมากอย่างหนึ่ง นั่นคือ PPPD"
"ตัวอักษร P ตัวแรกย่อมาจาก Persistent ซึ่งหมายความว่ามันต้องเป็น
อาการเรื้อรัง โดยทั่วไปคือต้องมีอาการมานานกว่า 3 เดือนขึ้นไป"
"และมันเป็นปัญหาด้าน Postural (ท่าทาง/การทรงตัว) ซึ่งหมายความว่าผู้ป่วยจะรู้สึกเหมือนกำลังจะล้ม หรือมีความรู้สึกตัวโคลงเคลง (Postural Sway)"
"ผู้ป่วยอาจตีความความรู้สึกนั้นว่าเป็นอาการบ้านหมุน (Vertigo) หรืออาการเวียนศีรษะ (Dizziness) ซึ่งมักจะนำไปสู่การตรวจระบบการทรงตัว (Vestibular Workup) ทั้งระบบส่วนปลาย (หูชั้นใน) และระบบส่วนกลาง (สมอง)"
"อาการเวียนศีรษะในโรค PPPD มักจะเป็นแบบ Non-rotational (ไม่หมุน) ซึ่งหมายความว่าพวกเขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเคลื่อนที่ แต่ไม่ได้มีความรู้สึกลวงตาว่าสิ่งแวดล้อมหมุนคว้างรอบตัว"
"มันคือความผิดปกติของการรับรู้ (Perception Disorder) เพราะเราไม่พบรอยโรคเชิงโครงสร้าง (Structural Lesion) ในร่างกายเลย"
"ซึ่งต่างจากความผิดปกติของระบบการทรงตัวส่วนปลายหรือส่วนกลาง ที่มักจะตรวจพบสัญญาณบ่งชี้ แต่ในโรคนี้จะไม่มีสัญญาณเหล่านั้นเลย"
"เราจะไม่พบความผิดปกติของหูชั้นในส่วนปลาย ไม่มีการกระตุกของลูกตา (Nystagmus) ตรวจท่าทาง Dix-Hallpike ก็ให้ผลเป็นลบ และไม่มีสัญญาณผิดปกติทางระบบประสาทเฉพาะจุดอื่นๆ"
"อาการเวียนศีรษะนี้ ปกติแล้วคนไข้จะไม่ได้มาหาผม (จักษุแพทย์) แต่มักจะไปหาหมอหู คอ จมูก (ENT) มากกว่า"
"แต่เหตุผลที่คุณจำเป็นต้องรู้จักมัน ก็เพราะหนึ่งในปัจจัยกระตุ้นของ PPPD คือ สิ่งเร้าทางสายตา"
"ผู้ป่วยจะมีความไม่สอดคล้องกันระหว่างสิ่งเร้าที่มองเห็นกับระบบการทรงตัว และเมื่อเกิดความไม่สอดคล้องนี้ขึ้น คุณก็จะรับรู้ถึงอาการเวียนศีรษะ"
"อาการนี้ก้าวไปไกลกว่าแค่การเวียนศีรษะ เพราะการทรงตัว (Posture) ของเขาผิดปกติไป พวกเขาจึงรู้สึกเหมือนจะล้มอยู่ตลอดเวลา"
"ผู้ป่วยจะมีคำบอกเล่าที่เฉพาะเจาะจงมาก อาการมักถูกกระตุ้นโดยสิ่งเร้าทางสายตา โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวในสิ่งแวดล้อมรอบตัว"
"เช่น 'ฉันกำลังดูทีวีแล้วมีคนเต้นในจอ' นั่นก็กระตุ้นอาการได้ หรือแม้แต่การเดินในซูเปอร์มาร์เก็ต"
"เพราะเวลาเดินผ่านทางเดินที่มีของวางเรียงราย สินค้าพวกนั้นจะกระตุ้นการตอบสนองของดวงตาที่เรียกว่า Optokinetic Nystagmus แบบเต็มลานสายตา หรือแม้แต่การขับรถก็กระตุ้นได้เช่นกัน"
"จุดที่ใช้แยกโรคนี้ออกจากโรคอื่นคือ คุณต้องตรวจไม่พบความผิดปกติของหูชั้นในส่วนปลาย"
"นั่นหมายความว่ามันไม่ใช่ปัญหาเรื่องตำแหน่งของศีรษะ (Not Positional) เหมือนโรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน (BPPV)"
"อาการนี้คือปัญหาที่การทรงตัว (Postural) ไม่ใช่อาการที่เกิดจากการเปลี่ยนท่าทาง (Not caused by posture)"
"และสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ ผลการตรวจร่างกายทั้งหมดจะเป็นปกติ (Negative Workup)"
"หมอหู คอ จมูก จะตรวจตามขั้นตอนปกติ ทั้งท่า Dix-Hallpike, เก้าอี้หมุน, การตรวจความเย็นความร้อนในหู (Calorics), การตรวจการเคลื่อนไหวลูกตา (ENG) ทั้งหมดจะให้ผลปกติ"
"หมอระบบประสาทจะตรวจคนไข้แล้วก็ไม่พบอาการผิดปกติเฉพาะจุด พวกเขาอาจจะส่งทำ MRI, ตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG), เจาะน้ำไขสันหลัง หรือเจาะเลือดมากมาย แต่ทุกอย่างจะปกติหมด"
"จนสุดท้ายคนไข้จะมาหาหมอตา และหมอตาก็จะตรวจไม่พบอาการลูกตากระตุก (Nystagmus) เช่นกัน"
"การวินิจฉัยทั้งหมดขึ้นอยู่กับการ 'พูดคุย' กับผู้ป่วย"
"ถ้าพวกเขามีอาการเวียนศีรษะที่ส่งผลต่อการทรงตัว และถูกกระตุ้นเมื่อมองเห็นการเคลื่อนไหว นี่คือเกณฑ์สำคัญในการวินิจฉัย PPPD"
"มันจะไม่มีสัญญาณให้ตรวจเจอ แต่คำบรรยายของผู้ป่วยจะคลาสสิกมาก คือ 'การเคลื่อนไหวในสิ่งแวดล้อมกระตุ้นให้การรับรู้การทรงตัวของฉันเปลี่ยนไป'"
"ฉันรู้สึกเวียนศีรษะแบบไม่หมุน ฉันไปหาหมอหู หมอสมอง ทำ MRI, EEG,ตรวจเลือดมาหมดแล้วแต่ไม่เจออะไรเลย"
"นี่แหละครับ คือการวินิจฉัยโรค PPPD (Persistent Postural-Perceptual Dizziness)"
สรุปปิดท้าย: เน้นย้ำว่าโรคนี้มีอยู่จริงและรักษาได้ (มักใช้การทำกายภาพบำบัดการทรงตัว VRT การปรับพฤติกรรม CBT หรือยาในกลุ่ม SSRIs ตามดุลยพินิจของแพทย์
Cr. Neuro-Ophthalmology with Dr. Andrew G.Lee