สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด หน่วยงานให้บริการข้อมูลข่าวสารของจังหวัดตราด สะหงาด คือ คำที่บ่งบอกถึงวิถีของชาวตราด ที่มีความหมายว่า มากมาย ในที่นี้ หมายถึงข่าวมากมายที่เกิดขึ้นในจังหวัดตราด

✨คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดตราดประชุม นอกรอบ พิจารณา ผลการดำเนินงานโครงการตามแผนปฏิบัติราชการ ของจังหวัดตราด ประจำปีงบป...
04/09/2026

✨คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดตราดประชุม นอกรอบ พิจารณา ผลการดำเนินงานโครงการตามแผนปฏิบัติราชการ ของจังหวัดตราด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 1 โครงการ
(4 ก.ย. 69) นายสมโภชน์ วาสุกรี รองประธานกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดตราด เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดตราด (ก.ธ.จ.ตราด) (นอกรอบ) ครั้งที่ 3/2569 ที่ห้องประชุมตราดสีทอง ศาลากลางจังหวัดตราด

สำหรับการประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดตราด นอกรอบ ครั้งนี้ ที่ประชุมได้มีการนำเสนอผลการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของ ก.ธ.จ. ตราด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รวมถึงผลการลงพื้นที่สอดส่องโครงการของ ก.ธ.จ. ตราด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 อย่างไรก็ตามการประชุม ก.ธ.จ.ตราด ในครั้งนี้ได้มีการร่วมพิจารณา การรายงานผลการดำเนินโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กิจกรรมรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดตราด (TO BE NUMBER ONE) งบประมาณ 1,478,000 บาท หน่วยดำเนินการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตราด อีกด้วย /...

✨สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวจังหวัดตราด จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการสร้างเสริมความรู้เพิ่มทักษะพัฒนาศักยภาพผู้นำคนพิการ...
04/09/2026

✨สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวจังหวัดตราด จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการสร้างเสริมความรู้เพิ่มทักษะพัฒนาศักยภาพผู้นำคนพิการจังหวัดตราด
(4 ก.ย. 69) นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานเปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการสร้างเสริมความรู้เพิ่มทักษะพัฒนาศักยภาพผู้นำคนพิการจังหวัดตราด ซึ่งสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตรด โดยศูนย์บริการคนพิการังหวัดตราด สนับสนุนงบประมาณให้สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวจังหวัดตราด จัดขึ้น โดยมีผู้นำคนพิการจากทั้ง 5 อำเภอของจังหวัดตราด อาสาสมัคร วิทยากร และเจ้าหน้าที่รวม 70 คน เข้าร่วมโครงการะวังวันที่ 4 – 6 กันยายน 2569 ที่ห้องประชุมโรงแรมตราดซิตี้ ตำบลวังกระแจะ อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด

นายสมเกียรติ วรโชติสกุลวงษ์ นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหว จังหวัดตราด ในนามของคณะกรรมการสมาคมฯ และคณะผู้จัดโครงการ กล่าวว่า การจัดโครงการครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความตระหนักว่า การพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม จำเป็นต้องอาศัยผู้นำคนพิการที่มีความรู้ ความเข้าใจ ในสิทธิ สวัสดิการ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนมีทักษะในการบริหารจัดการองค์กร การประสานงาน และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อเป็นกำลังสำคัญ ในการขับเคลื่อนงานด้านคนพิการในระดับพื้นที่ ทางสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวจังหวัดตราด เห็นถึงความสำคัญในเรื่องดังกล่าวจึงจัดโครงการนี้ขึ้นเพื่อเป็นการเสริมสร้างองค์ความรู้ พัฒนาศักยภาพผู้นำคนพิการ ส่งเสริม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างองค์กรคนพิการ หน่วยงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันยกระดับคุณภาพชีวิตของคนพิการ ในจังหวัดตราดให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน /...

✨สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดตราด เปิดเวทีติวเข้มส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับเงินสะสมและเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง(...
04/09/2026

✨สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดตราด เปิดเวทีติวเข้มส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับเงินสะสมและเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
(4 ก.ย. 69) นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด มอบหมายให้ นายพีระ เอี่ยมสุนทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานเปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับเงินสะสมและเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ซึ่งสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดตราด จัดขึ้นโดยมีนายจ้างและลูกจ้าง รวมถึง เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมที่ ห้องประชุม โรงแรมเอวาด้า ตำบลวังกระแจะ อำเภอเมืองตราด
นางสิธรา จันทร์หอม สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดตราด กล่าวว่า เนื่องมาจากพระราชกฤษฎีกากำหนดระยะเวลาเริ่มดำเนินการจัดเก็บ เงินสะสมและเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง พ.ศ.2568 ได้กำหนดให้เริ่มจัดเก็บ เงินสะสมจากลูกจ้างและเงินสมทบจากนายจ้างสำหรับสถานประกอบกิจการ ตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป เข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญในการสร้างหลักประกันทางรายได้ ส่งเสริมวินัยการออม และจัดให้มีเงินสำรองฉุกเฉินเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ลูกจ้างและครอบครัว ในกรณีที่ลูกจ้างออกจากงานหรือเสียชีวิต ซึ่งการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว นับเป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อนายจ้างและลูกจ้าง ทั้งในมิติของ อัตราการจ่ายเงินสะสมจากลูกจ้างและเงินสมทบจากนายจ้างตามที่กฎหมายกำหนด ดังนั้นเพื่อเป็นการสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสาระสำคัญ หลักเกณฑ์ เงื่อนไข ขั้นตอนการนำส่งเงิน สิทธิและหน้าที่ของทุกฝ่าย จึงได้มีการอบรมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับเงินสะสมและเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างในครั้งนี้ขึ้น เพื่อมุ่งหวังให้ผู้เข้าร่วมการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจในสาระสำคัญ หลักเกณฑ์ เงื่อนไข ตลอดจนสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย สามารถใช้งานระบบสารสนเทศในการบันทึกและนำส่งเงินสะสม และเงินสมทบ กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง รวมถึงระบบสารสนเทศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้อย่างถูกต้อง เป็นการเตรียมความพร้อมรองรับการปฏิบัติตามกฎหมายที่จะเริ่มจัดเก็บเงินกองทุนฯ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันตามกำหนดเวลา /...

✨สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดตราด เปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้พื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดตราด “นวัตกรรมพลิกโลกการศึกษาสู่โ...
04/09/2026

✨สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดตราด เปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้พื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดตราด “นวัตกรรมพลิกโลกการศึกษาสู่โลกอนาคต Education Sandbox : Future of Learning”
(4 ก.ย. 69) นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานเปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้พื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดตราด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 “นวัตกรรมพลิกโลกการศึกษาสู่โลกอนาคต Education Sandbox : Future of Learning” ซึ่งสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดตราด จัดขึ้น โดยมีหน่วยงานทางการศึกษา ครู อาจารย์ นักเรียน จากสถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดตราดเข้าร่วมโครงการที่อาคารอเนกประสงค์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดตราด ตำบลวังกระแจะ อำเภอเมืองตราด

นางกัลยาณี ศิวธรรมปัญญา ศึกษาธิการจังหวัดตราด กล่าวว่า พื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดตราด เป็นกลไกที่เปิดโอกาสให้สถานศึกษา หน่วยงานทางการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่าย ร่วมกันพัฒนา และสร้างนวัตกรรมการศึกษาที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่และความแตกต่างของผู้เรียน ที่ผ่านมา สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดตราด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาตราด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาจันทบุรี ตราด หน่วยงาน ต้นสังกัด และภาคีเครือข่าย ได้ร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาฐาน สมรรถนะ การจัดการเรียนรู้ การพัฒนาเครื่องมือวัดและประเมินผลสมรรถนะพื้นฐาน 4 ด้าน ตลอดจนระบบประกันคุณภาพตามเกณฑ์ QM1-QM4 และระบบนิเทศติดตาม โดยใช้ข้อมูลเป็นฐาน การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นการเผยแพร่ผลการดำเนินงาน ความก้าวหน้า และนวัตกรรมของ สถานศึกษานำร่องของจังหวัดตราด เป็นการเปิดพื้นที่ให้ผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา และภาคี เครือข่าย ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนร่วมกัน ทั้งยังเป็นการยกย่อง เชิดชูเกียรติ และสร้างขวัญกำลังใจแก่คณะกรรมการ ผู้บริหาร ครู ผู้ร่วมพัฒนาเครื่องมือวัดและประเมินผลสมรรถนะ และสถานศึกษาที่ร่วมจัดนิทรรศการ โดยกิจกรรมภายในงานครั้งนี้ประกอบด้วย นิทรรศการนวัตกรรมการศึกษาของสถานศึกษานำร่อง การสรุปผลการดำเนินงาน การบรรยายพิเศษ การเสวนา ทิศทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การมอบเกียรติบัตร การนำเสนอความก้าวหน้า ของสถานศึกษา ตลอดจนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนร่วมกัน /...

✨คณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดตราด ร่วมกันพิจารณาแนวทางการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2571(3...
03/09/2026

✨คณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดตราด ร่วมกันพิจารณาแนวทางการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2571
(3 ก.ย. 69) นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด มอบหมายให้ นายสาคร นิลรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดตราด ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งหวัดตราด โดยสำนักงานจังหวัดตราด ร่วมกับกลุ่มประสานงานลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 2 จัดขึ้นโดยมีคณะกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ที่ห้องประชุมพลอยแดง ศาลากลางจังหวัดตราด

สำหรับการประชุมคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดตราดในครั้งนี้ ได้มีการนำเสนอ การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดตราด รวมทั้งการรายงานการคาดการณ์สภาพอากาศ ในพื้นที่จังหวัดตราด และการรายงานสถานการณ์น้ำ ในพื้นที่จังหวัดตราด รวมถึงการรายงานสถานการณ์อุทกภัยจังหวัดตราด ช่วงเดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม 2569 และแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 จังหวัดตราด ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) แล้ว มีจำนวน 179 โครงการ งบประมาณ 4,100.809 ล้านบาท อย่างไรก็ตามการประชุมครั้งนี้ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2571 อีกด้วย /...

✨จังหวัดตราด ติดตามการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้าน ชุมชนสีขาว ปลอดยาเสพติด (3 ก.ย. 69)   นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจัง...
03/09/2026

✨จังหวัดตราด ติดตามการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้าน ชุมชนสีขาว ปลอดยาเสพติด
(3 ก.ย. 69) นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด มอบหมายให้ นายพีระ เอี่ยมสุนทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประเมินผลและติดตามการดำเนินงานขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้าน/ชุมชนสีขาว ปลอดยาเสพติดจังหวัดตราด ครั้งที่ 7/2569 ซึ่งจังหวัดตราดโดยศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดตราด ที่ทำการปกครองจังหวัดตราด จัดขึ้นโดยมีหน่วยงานที่เป็นคณะกรรมการฯเข้าร่วม ที่ห้องประชุมตราดสีทอง ศาลากลางจังหวัดตราด

สำหรับการประชุมคณะกรรมการประเมินผลและติดตามการดำเนินงานขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้าน/ชุมชนสีขาว ปลอดยาเสพติด จังหวัดตราด ครั้งนี้ที่ประชุมได้มีการนำเสนอ หลักเกณฑ์การดำเนินโครงการหมู่บ้าน/ชุมชนสีขาวปลอดยาเสพติด โดยมีชุดปฏิบัติการตำบลบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ดำเนินการประชาคม หมู่บ้านและดำเนินการปฏิบัติการค้นหา (Re X - ray) ผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด และผู้ค้ายาเสพติด ในบุคคลอายุ 12 - 65 ปีตามฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรในพื้นที่หมู่บ้าน/ชุมชน หากพบผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด และผู้ค้ายาเสพติด จากการ Re X-ray มาดำเนินการ ประสานงานสถานีตำรวจภูธรอำเภอเพื่อนำ ผู้ค้า ยาเสพติดเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย รวมทั้งประสานงานร่วมกับสาธารณสุขอำเภอ นำรายชื่อผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด มาดำเนินการเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา / ส่วนผู้ป่วยจิตเวชจากการใช้สารเสพติด อยู่ภายใต้การบำบัดรักษาฟื้นฟูโดยการควบคุมของ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตราด จะต้องไม่กลับไปยุ่งเกี่ยว หรือใช้ยาเพสติดซ้ำอีก / ส่วนผู้ถูกคุมความประพฤติซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดตราด โดยหมู่บ้าน/ชุมชน ที่จะเป็นหมู่บ้าน/ชุมชนสีขาว ปลอดยาเสพติด จะต้องไม่มีผู้ที่ อยู่ระหว่างถูกคุมความประพฤติอยู่อาศัยในพื้นที่นั้น / นอกจากนี้จะต้องมีการประสานขอข้อมูลการปฏิบัติงาน ผลการจับกุมและเป้าหมายที่เกี่ยวกับผู้เสพ/ ผู้ติดยาเสพติด และผู้ค้ายาเสพติดจากสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่ เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการประเมินหมู่บ้าน/ ชุมชนสีขาว ปลอดยาเสพติด นอกจากนี้ยังได้มีการนำเสนอในเรื่องตัวชี้วัดตามการประเมินผลการปฏิบัติราชการของจังหวัดตราด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 อย่างไรก็ตามการประชุมครั้งนี้ที่ประชุมยังได้ร่วมกัน ประเมินโครงการหมู่บ้าน/ชุมชนสีขาวปลอดยาเสพติด ตามหลักเกณฑ์ จำนวน 22หมู่บ้าน จาก 5 อำเภอ อีกด้วย /....

🙏คกก.ขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ฯ ตรวจเยี่ยม และติดตามการดำเนินงานโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธร...
03/09/2026

🙏คกก.ขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ฯ ตรวจเยี่ยม และติดตามการดำเนินงานโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล 5” ของ จ.ตราด
(3 ก.ย. 69) พระเทพสมุทรวัชราจารย์ ประธานกรรมการและคณะกรรมการขับเคลื่อนระดับหน โครงการสร้าง ความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล 5” หนกลาง และพระเถรานุเถระ คณะกรรมการเดินทางลงพื้นที่จังหวัดตราด เพื่อตรวจเยี่ยมติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล 5” ของจังหวัดตราด ณ วัดคลองพร้าว หมู่ที่ 4 บ้านคลองพร้าว ตำบลเกาะช้าง อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด โดยมี พระราชวชิรธรรมคณี เจ้าคณะจังหวัดตราด (มหานิกาย) นำคณะสงฆ์เข้าร่วม โดยมีนายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด นายพิศูจน์ รัตนวงศ์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดตราด นายบุญชิด สรแสง นายอำเภอเกาะช้าง พร้อมด้วยหน่วยงานต่าง ๆ ในจังหวัดตราด และผู้นำชุมชนร่วมให้ข้อมูล

ทั้งนี้บ้านคลองพร้าว ได้น้อมนำหลักศีล 5 มาประพฤติปฏิบัติในการดำเนินชีวิตประจำวัน ประชาชนในพื้นที่มีจิตสำนึกและได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบ มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สังคม ถิ่นกำเนิดของตนเองด้วยการสร้างความรักความสามัคคี ความเข้าใจในการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข และทุกคนในหมู่บ้านมีความรักความเข้าใจ เคารพในความคิดเห็นของกันและกัน มีความเอื้อเฟื้อ เป็นสังคมเครือญาติ มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ทุกคนเห็นคุณค่าและประโยชน์ในการนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมส่งเสริมสัมมาชีพตามหลักเบญจธรรม เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ของคนในชุมชน อีกด้วย /….

📢 การประปาส่วนภูมิภาคสาขาตราดแจ้งงดจ่ายน้ำประปาชั่วคราว เนื่องจากการไฟฟ้าขอดับไฟ เพื่อเชื่อมต่อระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอา...
03/09/2026

📢 การประปาส่วนภูมิภาคสาขาตราดแจ้งงดจ่ายน้ำประปาชั่วคราว เนื่องจากการไฟฟ้าขอดับไฟ เพื่อเชื่อมต่อระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ☀️
💧ตามที่ การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็น Smart Utility และองค์กรด้านสาธารณูปโภคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ⚡️ดำเนินการโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) ในพื้นที่สำนักงานและสถานีผลิตน้ำทั่วประเทศ เพื่อลดต้นทุนด้านพลังงานไฟฟ้า เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการพลังงาน และสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน นั้น 🌱
🚧กปภ.สาขาตราด จะดำเนินการดังกล่าว
คืนวันพฤหัสบดีที่ 3 ก.ย. 2569 ตั้งแต่เวลา 22.00 น. เป็นต้นไปจนถึง 03.00 น.(ตี 3) (5 ชม.)

✨จังหวัดตราด ติดตามผลการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากจังหวัดตราด (3 ก.ย. 69)   นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัด...
03/09/2026

✨จังหวัดตราด ติดตามผลการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากจังหวัดตราด
(3 ก.ย. 69) นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด มอบหมายให้ นายพีระ เอี่ยมสุนทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานการประชุมกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากระดับจังหวัด ครั้งที่ 4/2569 ซึ่งสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดตราด เป็นเจ้าภาพจัดขึ้น โดยมีหน่วยงานที่เป็นคณะทำงานขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐจังหวัดตราด รวมทั้งภาคีเครือข่ายฯ กลุ่มเป้าหมายการพัฒนา เข้าร่วมที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วน ตำบลวังกระแจะ อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด
สำหรับการจัดโครงการพัฒนากลไกขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากระดับจังหวัด จังหวัดตราด ที่จัดขึ้นในครั้งนี้ที่ประชุมได้มีการนำเสนอผลการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากจังหวัดตราด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ไตรมาสที่ 4 อาทิ โครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ซึ่งสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดตราด ได้เชิญชวนผู้ประกอบการ OTOP เข้าร่วมโครงการได้ 699 ราย จากเป้าหมาย 714 ราย / การประกวดผ้าลายพระราชทาน และงานหัตถกรรม ระดับจังหวัด จังหวัดตราด ประจำปี 2569 / การจัดงาน ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี ซึ่งจังหวัดตราดนำผู้ประกอบการ OTOP เข้าร่วมแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในงานจำนวน 13 ราย มียอดจำหน่ายสะสมของการจัดงานทั้ง 9 วัน อยู่ที่ 4,054,400 บาท / โครงการส่งเสริมการสร้างรายได้จากกิจการอาหารปลอดภัย ปี 2569 ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก / การขับเคลื่อนพลังสตรี ผ่านการจัดโครงการ “ปั้นอาชีพสตรี วิถีใหม่ สู่การพึ่งพาตนเองที่ยั่งยืน” เนื่องในวันสตรีไทย ประจำปี 2569 / การจัดงานสัมผัสเสน่ห์ไทย เที่ยวไปกับชุมชนท่องเที่ยวนวัตวิถี (จัดระหว่างวันที่ 16 -18 กันยายน 2569) จังหวัดตราดได้คัดเลือกชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี บ้านท่าระแนะ หมู่ที่ 2 ตำบลหนองคันทรวง ร่วมในงานฯ / โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการตลาดดิจิตอลด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) (กำหนดจัดระหว่างวันที่ 7-8 กันยายน2569) ณ โรงแรมเอวาด้า ตำบลวังกระแจะ อำเภอเมืองตราด อย่างไรก็ตามการประชุมครั้งนี้ยังได้มีหน่วยงานที่เป็นคณะทำงานขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐจังหวัดตราด ได้นำเสนอผลการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากจังหวัดตราด ของแต่ละหน่วยงานอีกด้วย /...

📌📌 เก็บตก_ครม.อนุมัติรถไฟทางคู่สายใต้ ชุมพร–สุราษฎร์ฯ–หาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ วงเงิน 1.06 แสนล้าน เพิ่มการขนส่ง กระตุ้นเศรษฐ...
03/09/2026

📌📌 เก็บตก_ครม.อนุมัติรถไฟทางคู่สายใต้ ชุมพร–สุราษฎร์ฯ–หาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ วงเงิน 1.06 แสนล้าน เพิ่มการขนส่ง กระตุ้นเศรษฐกิจภาคใต้
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) จังหวัดสงขลา มีมติเห็นชอบให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 สายใต้ 3 โครงการ วงเงินรวม 106,798.32 ล้านบาท ได้แก่ 1. ช่วงชุมพร–สุราษฎร์ธานี วงเงิน 36,892.32 ล้านบาท 2. ช่วงสุราษฎร์ธานี–ชุมทางหาดใหญ่ วงเงิน 61,534.55 ล้านบาท และ 3. ช่วงชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ วงเงิน 8,371.45 ล้านบาท ทั้งนี้เป็นการปรับเพิ่มวงเงินจากเดิมที่เคยขอเสนอคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2568 เนื่องจาก รฟท. มีความจำเป็นต้องปรับปรุงรายละเอียด เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงด้านต้นทุนที่ผันผวนและควบคุมคุณภาพโครงการให้เป็นไปตามมาตรฐาน ทั้งการปรับเปลี่ยนรูปแบบงานก่อสร้างทางรถไฟรวมถึงการแก้ไขปัญหาจุดตัดทางผ่านให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ในปัจจุบัน ตลอดจนวางแนวทางโครงสร้างเพื่อป้องกันอุทกภัยจากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ซึ่งทั้ง 3 โครงการจะช่วยเสริมศักยภาพโครงข่ายคมนาคม ยกระดับระบบโลจิสติกส์ เพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการเดินรถ เชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจ เมืองสำคัญ แหล่งท่องเที่ยว และพื้นที่การผลิตตลอดแนวภาคใต้เข้าสู่โครงข่ายรถไฟสายหลักของประเทศ รวมทั้งเชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟไทยกับประเทศมาเลเซีย ผ่านด่านปาดังเบซาร์ สนับสนุนการค้า การท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจในภูมิภาค โดย รฟท. จะเร่งกระบวนการประกวดราคาและลงนามสัญญาจัดซื้อจัดจ้างได้ภายในปี 2570 และมีแผนดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จในปี 2576 พร้อมทั้งปรับรูปแบบโครงสร้างทางรถไฟในช่วงคลอง ร.1 ถึงคลองอู่ตะเภา จากคันทางเป็นโครงสร้างสะพานบก เพื่อลดผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม อีกทั้ง กระทรวงคมนาคมยังเดินหน้าก่อสร้างโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา และโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ภายใต้แนวคิดคมนาคมสีเขียว เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทางและขนส่งสินค้า เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวและชุมชน เพิ่มความรวดเร็วในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินและการอพยพประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติ โดยให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรและวิถีชีวิตชุมชนอย่างยั่งยืน

รายละเอียด
(1 ก.ย. 69) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) จังหวัดสงขลา มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอขออนุมัติดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 รวม 6 โครงการ โดยแบ่งเป็นการอนุมัติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 สายใต้จำนวน 3 โครงการ รวมวงเงินทั้งสิ้น 106,798.32 ล้านบาท ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มวงเงินจากเดิมที่เคยขอเสนอคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2568 เนื่องจากกระทรวงคมนาคมรายงานว่า การรถไฟแห่งประเทศไทยมีความจำเป็นต้องพิจารณาปรับปรุงรายละเอียดของโครงการสายใต้ใหม่ทั้ง 3 โครงการ เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงด้านต้นทุนที่ผันผวนและควบคุมคุณภาพโครงการให้เป็นไปตามมาตรฐาน ทั้งการปรับเปลี่ยนรูปแบบงานก่อสร้างทางรถไฟรวมถึงการแก้ไขปัญหาจุดตัดทางผ่านให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ในปัจจุบัน ตลอดจนวางแนวทางโครงสร้างเพื่อป้องกันอุทกภัยจากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ นอกจากนี้ยังต้องดำเนินการปรับปรุงราคาก่อสร้างให้เป็นปัจจุบันตามต้นทุนค่าวัสดุและค่าน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงมีการปรับปรุงค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ค่าทดแทนสิ่งปลูกสร้าง และค่าชดเชยพืชผลต้นไม้ให้เป็นราคาประเมิน ณ ปัจจุบัน อีกทั้งยังขอปรับเพิ่มวงเงินค่าจ้างควบคุมงานก่อสร้างจากเดิมร้อยละ 2.25 เปลี่ยนเป็นร้อยละ 2.75 ของค่าก่อสร้าง เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งรัฐบาลจะรับภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการทั้งหมด โดยสำนักงบประมาณจะจัดสรรงบประมาณรายปี และกระทรวงการคลังจะจัดหาแหล่งเงินกู้พร้อมค้ำประกันภายในประเทศตามความเหมาะสม เพื่อเสริมศักยภาพโครงข่ายคมนาคมและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้

โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 สายใต้ทั้ง 3 โครงการ ประกอบด้วย

1. โครงการช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 7 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569-2575 วงเงิน 36,892.32 ล้านบาท จากเดิม 30,422.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6,469.79 ล้านบาท

2. โครงการช่วงสุราษฎร์ธานี–ชุมทางหาดใหญ่ ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 8 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569–2576 วงเงิน 61,534.55 ล้านบาท ซึ่งเดิมเป็นโครงการสุราษฎร์ธานี–หาดใหญ่–สงขลา เคยประเมินวงเงินไว้ 66,270.51 ล้านบาท ถูกทบทวนเป็น 77,556.97 ล้านบาท แต่คณะรัฐมนตรีอนุมัติเดินหน้าเฉพาะช่วง สุราษฎร์ธานี-หาดใหญ่ ก่อน ส่วนช่วง หาดใหญ่–สงขลา 15,922.42 ล้านบาท ให้ชะลอไว้ จนกว่าจะสามารถดำเนินการผลักดันผู้บุกรุกออกจากพื้นที่ได้แล้วเสร็จ

3. โครงการช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 6 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569-2574 วงเงิน 8,371.45 ล้านบาท จากเดิม 7,772.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 598.55 ล้านบาท

ทั้งนี้ โครงการยังครอบคลุมการปรับปรุงและพัฒนาระบบอาณัติสัญญาณ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการเดินรถ รวมทั้งรองรับการเพิ่มความถี่ของขบวนรถโดยสารและขบวนรถสินค้าในอนาคตโครงการรถไฟทางคู่สายใต้ ระยะที่ 2 ยังมีความสำคัญต่อการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของภาคใต้ โดยจะช่วยเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจ เมืองสำคัญ แหล่งท่องเที่ยว และพื้นที่การผลิตตลอดแนวภาคใต้เข้าสู่โครงข่ายรถไฟสายหลักของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน เส้นทางช่วงชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ จะช่วยเชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟของประเทศไทยกับประเทศมาเลเซียผ่านด่านปาดังเบซาร์ เพิ่มศักยภาพการขนส่งสินค้าทางรางระหว่างประเทศ สนับสนุนการค้า การท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจในภูมิภาค ตลอดจนส่งเสริมบทบาทของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางด้านคมนาคมและโลจิสติกส์ของภูมิภาคอาเซียน

นอกจากนี้ ยังได้ให้ความเห็นชอบในหลักการของโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 อีกจำนวน 3 โครงการ ประกอบด้วย 1. โครงการช่วงปากน้ำโพ–เด่นชัย 2. โครงการช่วงเด่นชัย–เชียงใหม่ และ 3. โครงการช่วงชุมทางถนนจิระ–อุบลราชธานี โดยได้สั่งการให้การรถไฟแห่งประเทศไทยเร่งดำเนินการทบทวนความเหมาะสมของโครงการ จัดทำกลยุทธ์การตลาด และแผนธุรกิจอย่างรัดกุมตามข้อสังเกตของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เนื่องจากประเมินว่าข้อมูลประมาณการผู้โดยสารและสินค้าอาจยังมีแนวโน้มต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้และยังไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในปัจจุบัน เพื่อรวบรวมข้อมูลทั้งหมดนำเสนอขออนุมัติโครงการต่อคณะรัฐมนตรีในโอกาสต่อไป

ภายหลังคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติโครงการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า จะเร่งดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง ทั้งการจัดเตรียมเอกสารประกวดราคา การดำเนินกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e–bidding) การพิจารณาข้อเสนอ ตลอดจนการเสนอผลการจัดซื้อจัดจ้างตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงความโปร่งใส ความคุ้มค่า และประโยชน์สูงสุดของประเทศเป็นสำคัญ ทั้งนี้ การรถไฟฯ คาดว่าจะสามารถดำเนินการประกวดราคาและลงนามสัญญาได้ภายในปี 2570 และมีแผนดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จในปี 2576 อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การพัฒนาโครงการรถไฟทางคู่ในพื้นที่หาดใหญ่สอดคล้องกับแนวทางการบริหารจัดการน้ำและลดผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม การรถไฟฯ ได้ปรับรูปแบบโครงสร้างทางรถไฟจากคันทาง (Embankment) เป็นโครงสร้างสะพานบก (Viaduct) ในช่วงคลอง ร.1 ถึงคลองอู่ตะเภา ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร การปรับรูปแบบดังกล่าวจะช่วยลดการกีดขวางทางไหลของน้ำ และเปิดพื้นที่ให้น้ำสามารถระบายผ่านใต้แนวทางรถไฟได้มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนักและมีปริมาณน้ำหลากเข้าสู่พื้นที่หาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบที่แนวคันทางรถไฟอาจมีต่อการระบายน้ำของพื้นที่ อีกทั้ง การใช้โครงสร้างสะพานบกยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบระบายน้ำและการบริหารจัดการน้ำในอนาคต รวมทั้งเพิ่มความมั่นคงของโครงสร้างทางรถไฟ และช่วยให้การเดินรถมีความต่อเนื่องมากขึ้นในสถานการณ์น้ำท่วม สำหรับช่วงชุมทางหาดใหญ่–สงขลา ระยะทางประมาณ 29.22 กิโลเมตร ที่ต้องแก้ไขปัญหาผู้บุกรุก จะนำไปพิจารณาดำเนินการในระยะต่อไป ทั้งนี้ การดำเนินโครงการตามที่คณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติในครั้งนี้ จะมุ่งพัฒนาโครงข่ายหลักให้มีความต่อเนื่องตั้งแต่ชุมพร ผ่านสุราษฎร์ธานีและชุมทางหาดใหญ่ ไปจนถึงปาดังเบซาร์ เพื่อรองรับการเชื่อมโยงโครงข่ายทางรางระหว่างประเทศไทยและมาเลเซีย อย่างมีประสิทธิภาพ โดยโครงการรถไฟทางคู่สายใต้ ระยะที่ 2 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานระบบรางของประเทศไทย จะช่วยให้โครงข่ายรถไฟทางคู่สายใต้มีความต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพิ่มศักยภาพการเดินทางและการขนส่งสินค้า เชื่อมโยงเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดต่าง ๆ ในภาคใต้ พร้อมต่อยอดการเชื่อมโยงระบบรางผ่านปาดังเบซาร์สู่ประเทศมาเลเซีย เพื่อรองรับการเติบโตของการเดินทาง การค้า และการขนส่งทางรางระหว่างประเทศในอนาคต

ในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ที่จังหวัดสงขลา ครั้งนี้ กระทรวงคมนาคมยังได้เดินหน้าก่อสร้าง โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา และโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ของกรมทางหลวงชนบท ภายใต้แนวคิดคมนาคมสีเขียว (Green Transport) ซึ่งทั้ง 2 โครงการคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2572 โดยสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา มีระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร เชื่อมอำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา กับอำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง ช่วยลดระยะทางจากการเดินทางอ้อมประมาณ 80 กิโลเมตร และลดเวลาเดินทางจากเกือบ 2 ชั่วโมง เหลือประมาณ 15 นาที เพิ่มความสะดวกในการเดินทางและขนส่งสินค้า พร้อมเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวและชุมชนรอบทะเลสาบสงขลา เพื่อกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น

ขณะที่ สะพานเชื่อมเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ระยะทางประมาณ 2.24 กิโลเมตร จะช่วยลดการพึ่งพาแพขนานยนต์ ซึ่งในบางช่วงต้องรอ 2–3 ชั่วโมง เหลือเวลาข้ามประมาณ 2 นาที ทำให้การเดินทางและขนส่งสินค้ามีความแน่นอนมากขึ้น รวมถึงช่วยให้การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินและการอพยพประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้ง 2 โครงการให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะทะเลสาบสงขลาซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของ โลมาอิรวดี มีมาตรการติดตามการเคลื่อนไหวของโลมา ควบคุมตะกอนและคุณภาพน้ำ ตลอดจนลดผลกระทบต่อทรัพยากรประมงและวิถีชีวิตชุมชน เพื่อให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเดินหน้าควบคู่กับการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน /…

ที่อยู่

ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดตราด ตำบลบางพระ อำเภอเมือง จังหวัดตราด
Trat
23000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6639511998

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราดผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด:

ทางลัด

แชร์