สำนักงานปัณณวิชญ์ทนายความ

สำนักงานปัณณวิชญ์ทนายความ รับปรึกษาอรรถคดี และรับว่าความทั้วราชอาณาจักรทั้งคดีแพ่ง คดีอาญา คดียาเสพติด ฯลฯ

31/03/2024
16/05/2023

" ตัวอย่างการเขียนคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว "

คำร้องประกอบการขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฝากขัง

_________1.) คดีนี้ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรสอง จังหวัดแพร่ ได้ยื่นคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2553 และศาลได้อนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาได้เรื่อยมา ผู้ต้องหาจึงใคร่ขออนุญาตยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ดังมีรายละเอียด ต่อไปนี้

_________ตามคำร้องขอฝากขังดังกล่าว พนักงานสอบสวนได้ระบุพฤติการณ์แห่งคดีว่า เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2545 เจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรสองได้จับกุมนายชูชาติ พร้อมของกลางเฮโรอีน จำนวน 4 แท่ง น้ำหนักรวม 1,542 กรัม โดยกล่าวหาว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย จากการสอบสวนนายชูชาติให้การชัดทอดว่า นายสุวิน และจ่าสิบตำรวจเนรมิต เป็นผู้ร่วมกระทำผิดด้วย พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานจนเป็นที่เชื่อว่านายสุวินกับจ่าสิบตำรวจเนรมิตได้ร่วมกระทำความผิดจริง จึงรายงานให้เลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบและขอความเห็นชอบดำเนินคดีกับบุคคลทั้งสอง และได้รับความเห็นชอบจากเลขาธิการ ป.ป.ส. พนักงานสอบสวนจึงได้รับคำร้องทุกข์ไว้ดำเนินคดีตามคดีที่ 396/2546 และได้ขออำนาจศาลจังหวัดแพร่ ออกหมายจับนายสุวิน ตามหมายจับที่ จ. 952/2546 ลงวันที่ 8 ธันวาคม 2546 ต่อมาทราบว่านายสุวิน ถูกคุมขังระหว่างอุทธรณ์ฎีกาอยู่ที่เรือนจำคลองเปรม จึงทำหนังสือขออายัดตัวไว้ เหตุเกิดที่ ตำบลทุ่งน้าว อำเภอสอง จังหวัดแพร่

_________จากรายละเอียดในคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาครั้งที่ 1 นั้น มีข้อพิจารณาดังนี้

_________ประการแรก คดีนี้ยังอยู่ในระยะเวลาขอฝากขังของศาล ซึ่งยังไม่เป็นที่แน่นอนว่าพนักงานอัยการโจทก์จะยื่นฟ้องคดีนี้หรือไม่ หรือหากพนักงานอัยการโจทก์ยื่นฟ้อง พยานหลักฐาน ต่าง ๆ ของพนักงานอัยการโจทก์ที่อ้างอิงในชั้นพิจารณาก็ใช่ว่าจะเป็นเครื่องยืนยันว่า ผู้ต้องหาได้กระทำความผิดตามฟ้อง จริงหรือไม่ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังเป็นยุติมิได้ว่า ผู้ต้องหากับพวก โดยเฉพาะจ่าสิบตำรวจเนรมิตได้ถึงแก่กรรมไปนานแล้ว ได้ร่วมกันมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย จริงหรือไม่

_________ประการที่สอง ผู้ต้องหาขอประทานกราบเรียนว่า คดีนี้ ยังอยู่ในชั้นฝากขังและยังไม่ได้มีการสืบพยาน ข้อเท็จจริงจึงรับฟังเป็นยุติมิได้ว่าผู้ต้องหาได้ร่วมกับนายชูชาติ และจ่าสิบตำรวจเนรมิตมียาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (เฮโรอีน) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย โดยปราศจากข้อสงสัย จริงหรือไม่ แต่ตามพฤติการณ์ในการฝากขังมีข้อพิรุธน่าสงสัยว่า เหตุคดีนี้เกิดขึ้นที่ตำบลทุ่งน้าว อำเภอสอง จังหวัดแพร่ แสดงว่า ปฐมเหตุของคดีนี้เนื่องมาจากเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมนายชูชาติ ในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้ในท้องที่อำเภอสอง จังหวัดแพร่ เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2545 และมีการขยายผลจากนายชูชาติ โดยนายชูชาติซัดทอดว่าผู้ต้องหาเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดด้วย จึงได้ขออนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาต่อศาลจังหวัดแพร่ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2546 นั่นเอง

_________ประการที่สาม หากผู้ต้องหามีพฤติการณ์ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เฮโรอีน) จริง ภายในระยะเวลาหลังเกิดเหตุ 1 วัน หลังจากที่เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมนายชูชาติ ได้ที่จังหวัดแพร่ จนถึงวันที่เจ้าพนักงานตำรวจได้ดำเนินการขอหมายจับจากศาลจังหวัดแพร่ รวมเป็นเวลาทั้งสิ้นไม่น้อยกว่า 1 ปีเศษ เจ้าพนักงานตำรวจย่อมสามารถทำการจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว เนื่องจากเจ้าพนักงานตำรวจทราบที่อยู่ที่แน่นอนของผู้ต้องหาว่าผู้ต้องหาพักอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 111 ถนนพัฒนาการคูขวาง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ผู้ต้องหายังไม่ทันไหวตัวหรือทราบมาก่อนว่านายชูชาติได้ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมตัวไว้แล้ว แต่คดีนี้ไม่ปรากฏว่า เจ้าพนักงานตำรวจได้ติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาแต่อย่างใด

_________ประการที่สี่ เกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษในประภท 1 (เฮโรอีน) นั้น ตามคำร้องขอฝากขังครั้งที่ 1 ดังกล่าว ก็ไม่ปรากฎข้อเท็จจริงว่ายาเสพติดให้โทษของกลางอยู่ในความครอบครองของผู้ต้องหาแต่อย่างใดทั้งสิ้น ดังนั้น ยาเสพติดให้โทษของกลางที่เจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นพบจากนายชูชาติ จึงอาจจะเป็นของนายชูชาติแต่เพียงผู้เดียว และนายชูชาติ อาจจะได้ยาเสพติดให้โทษเหล่านั้นมาจากใครซึ่งไม่ใช่ผู้ต้องหาก็อาจจะเป็นไปได้

_________ประการที่ห้า การที่นายชูชาติถูกจับกุมที่อำเภอสอง จังหวัดแพร่ ในขณะที่ผู้ต้องหาไม่ได้อยู่ที่อำเภอสอง จังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นคนละสถานที่กับที่จับกุมนายชูชาติ จึงมีข้อสงสัยอีกว่า ผู้ต้องหาได้ร่วมกระทำความผิดกับนายชูชาติ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 หรือไม่

_________ประการที่หก การจับกุมผู้ต้องหาสืบเนื่องมาจากเมื่อจับกุมนายชูชาติได้พร้อมยาเสพติดของกลางในคดีดังกล่าว และผู้ต้องหาได้ทราบจากเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมภายหลังว่านายชูชาติ ให้การรับว่า ผู้ต้องหามีส่วนร่วมในการกระทำความผิดครั้งนี้ด้วย ดังนั้น คำให้การของนายชูชาติ จึงเป็นการซัดทอดระหว่างคนร้ายด้วยกัน จะใช้ยันเป็นพยานหลักฐานได้ก็แต่เฉพาะผู้ให้การโดยเฉพาะเท่านั้น จะฟังมาประกอบเป็นผลร้ายกับผู้ต้องหา ไม่ได้ ตามนัย คำพิพากษาฎีกาที่ 543/2508 และ 2103/2525

_________ประการที่เจ็ด ผู้ต้องหาขอประทานกราบเรียนว่า ผู้ต้องหามิได้ร่วมกระทำความผิดดังกล่าว และให้การปฏิเสธทันทีเมื่อมีการจับกุมผู้ต้องหา โดยไม่มีทนายความหรือผู้ไว้วางใจเข้าร่วมในการทำบันทึกการจับกุมด้วย ย่อมแสดงให้เห็นว่า ผู้ต้องหามีความบริสุทธ์ใจที่จะต่อสู้คดีเนื่องจากผู้ต้องหามั่นใจว่าไม่ได้กระทำความผิดในคดีดังกล่าวเลย

_________ประการที่แปด ผู้ต้องหาขอประทานกราบเรียนว่า ในความผิดตามคดีหมายเลขดำที่ อย. 3224/2549 คดีหมายเลขแดงที่ 2037/2550 ของศาลอาญา ระหว่างพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ และ นายสุวิน จำเลย ซึ่งผู้ต้องหาตกเป็นจำเลย นั้น ในคดีดังกล่าวผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัวต่อพันตำรวจโทอรุณ พนักงานสอบสวน เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2549 และได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อสู้คดีเรื่อยมา จนในที่สุดศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายกฟ้อง ตามสำเนาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่แนบท้ายคำร้องนี้ และต่อมาผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างฎีกา ทางพนักงานสอบสวนจึงขออายัดตัวผู้ต้องหาไว้ดังกล่าวข้างต้น ย่อมแสดงให้เห็นว่าผู้ต้องหาไม่มีเจตนาที่จะหลบหนีแต่ประการใดทั้งสิ้น เนื่องจากผู้ต้องหาไม่เคยมีประวัติการกระทำความผิดมาก่อน ไม่ว่าจะเกี่ยวกับยาเสพติดหรือความผิดอาญาอื่น ๆ ผู้ต้องหาเป็นบุคคลเชื้อชาติไทย สัญชาติไทย มาแต่กำเนิด และมีภูมิลำเนาแน่นอนดังที่ได้ประทานกราบเรียนมาแล้ว

_________ประการที่เก้า หากพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกัน โดยอ้างว่าเกรงว่าจะหลบหนี หรืออาจไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน นั้น ก. ผู้ต้องหาขอประทานกราบเรียนว่า ผู้ต้องหาเป็นเพียงประชาชนหาเช้ากินค่ำโดยสุจริต ไม่มีอำนาจที่จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น หรือเป็นอุปสรรค หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนของพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด เนื่องจากพยานหลักฐานอันได้แก่พยานบุคคล ชึ่ง ได้แก่เจ้าพนักงานผู้จับกุมและตรวจค้นส่วนใหญ่จะเป็นเจ้าพนักงานตำรวจเกือบทั้งสิ้น โดยเฉพาะนายชูชาติที่ให้การซัดทอดผู้ต้องหานั้น ปัจจุบันถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำกลางพิษณุโลก จึงไม่มีทางที่ผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงและข่มขู่พยานบุคคลเหล่านั้นได้เลย ส่วนพยานเอกสารนั้น ทางเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมและตรวจยึด ได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลางและอยู่ในความดูแลและคุ้มครองของพนักงานสอบสวน จึงไม่มีทางที่ผู้ต้องหาจะเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานเอกสารเหล่านั้นได้อีกเช่นเดียวกัน ข.หลักประกันที่นำมาประกันตัวผู้ต้องหาก็เป็นหลักทรัพย์ที่มั่นคง เพราะเป็นโฉนดที่ดิน, คอนโดมิเนียม จำนวน 3 ห้องและทาวเฮาส์ จำนวน 1 หลัง ซึ่งมีราคาประเมินประมาณ 2,700,000 บาท ของนางสาวสุราทิพย์ ภรรยาของผู้ต้องหา ที่มีอาชีพรับราชการอยู่ที่ กรมสรรพากร จึงเป็นหลักประกันที่น่าเชื่อถือ ประการสุดท้าย ผู้ต้องหาขอประทานกราบเรียนว่า ผู้ต้องหาป่วยมีโรคประจำตัว คือ โรคเบาหวาน และที่สำคัญคือ ตาข้างขาวบอด (ไม่มีระดับการมองเห็น) และตาข้างซ้ายกำลังบอดสนิท ตามสำเนาใบความเห็นแพทย์ โรงพยาบาลกลางราชทัณฑ์ ที่แนบท้ายคำร้องนี้ จึงต้องได้รับการรักษาพยาบาลจากสถานพยาบาลหรือโรงพยาบาลที่มีเครื่องไม้เครื่องมือในการรักษาด้วยแสงเลเซอร์ที่ทันสมัยซึ่งเป็นการรักษาเฉพาะทางเท่านั้น

_________จากเหตุผลดังกล่าว ผู้ต้องหาจึงไม่มีทางที่จะหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานในคดี ดังนั้น หากการที่พนักงานสอบสวนจะคัดค้านการประกันตัว ก็เป็นเพียงทำไปตามระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเท่านั้น หาได้มีมูลเหตุว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์จะหลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานภายหลังที่ศาลได้กรุณาอนุญาตให้ผู้ต้องหาได้ประกันตัวแต่อย่างใดไม่ เพราะบัดนี้พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนพยานบุคคลไปครบถ้วนแล้ว เนื่องจากระยะเวลาในวันเกิดเหตุคดีนี้จนถึงปัจจุบันเป็นเวลาประมาณ 8 ปี

_________2.) อาศัยเหตุผลดังที่ผู้ต้องหา ได้ประทานกราบเรียนมาแล้ว ขอศาลได้โปรดมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาด้วย จะเป็นพระคุณต่อผู้ต้องหา และครอบครัว โดยเฉพาะบุตรธิดาซึ่งอยู่ในวัยเด็กและกำลังศึกษาเล่าเรียนอย่างหาที่สุดไม่ได้ และผู้ต้องหา ขอให้คำมั่นต่อศาลว่าจะไม่หลบหนีและจะปฏิบัติตามคำสั่งของศาลโดยเคร่งครัด ขอศาลได้โปรดพิจารณาอนุญาต

ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด

ลงชื่อ.......................................................ผู้ต้องหา

คำร้องขอปล่อยชั่วคราวฉบับนี้ ข้าพเจ้า นายเดชระฉาย จันเลยรัศมี ทนายความเลขที่ 13840/2539 (นามสมมติ เลขที่สมมติ)

เป็นผู้เรียงและพิมพ์ ลงชื่อ ผู้เรียงและพิมพ์

*** หมายเหตุ : ปรากฏว่าคดีนี้ศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ***

👉👉👉 คดียาเสพติดลูกความอยู่ในที่เกิดเหตุ และวิ่งหนีขณะที่ตำรวจเข้าจับกุม จะพิสูจน์ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องได้หรือไม่ ❓❓❓คำต...
21/12/2022

👉👉👉 คดียาเสพติดลูกความอยู่ในที่เกิดเหตุ และวิ่งหนีขณะที่ตำรวจเข้าจับกุม จะพิสูจน์ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องได้หรือไม่ ❓❓❓คำตอบคือ “ได้” แต่ไม่ทุกเรื่องนะครับ จึงเอามาให้ศึกษาครับ #ทนายสายไฟท์เตอร์
#ไม่เก่งแต่จัดเต็ม

04/12/2022

📚📚 #ตัวการ คือลักษณะแบ่งหน้าที่กันกระทำความผิด📚
📚📚 #ผู้สนับสนุน คือ การช่วยเหลือผู้กระทำความผิดก่อนหรือขณะกระทำผิด📚📚

คดีถึงที่สุดแล้ว แม้จะไม่ใช่คำพิพากษาของศาลฎีกา แต่ศาลชั้นต้นเขียนคำวินิจฉัยได้ดีมาครับ เก็บไว้เป็นกรณีศึกษาครับ
12/07/2022

คดีถึงที่สุดแล้ว แม้จะไม่ใช่คำพิพากษาของศาลฎีกา แต่ศาลชั้นต้นเขียนคำวินิจฉัยได้ดีมาครับ เก็บไว้เป็นกรณีศึกษาครับ

รู้ยังว่าสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม หรือ CIOS เปิดให้ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราว และคำร้องอุท...
23/01/2021

รู้ยังว่าสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม หรือ CIOS เปิดให้ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราว และคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวได้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค. 2563 เป็นต้นไป ซึ่งสามารถจัดแบบพิมพ์คำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราว (คำร้องใบเดียวและคำร้องทั่วไป) และสัญญาประกันให้ประชาชนดาวน์โหลดได้ทางเว็บไซต์ของศาล และจัดเจ้าหน้าที่รับลงทะเบียนเพื่อใช้ระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรมและยืนยันตัวตนให้แก่ประชาชนทุกวันทำการ พร้อมทั้งช่วยเหลือแนะนำผู้ที่ประสงค์ยื่นคำร้องด้วยวิธีการดังกล่าวให้สามารถดำเนินการได้จนสำเร็จลุล่วง
สำหรับแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการยื่นและรับคำร้องขอปล่อยชั่วคราว และคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวทางระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม (CIOS) มีวิธีการดังนี้
การยื่นคำร้อง
1. ผู้ต้องหา จำเลย หรือผู้ร้องขอประกัน ต้องลงทะเบียนเป็นผู้ใช้ระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม (COS) เพื่อพิสูจน์ตัวตนโดยสามารถทะเบียนได้ทางออนไลน์ตลอดเวลา หรือไปลงทะเบียนที่ศาลชั้นต้นทั่วราชอาณาจักรทุกวันทำการ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 นาฬิกา
2. เมื่อลงทะเบียนใช้งานระบ CIOS สำเร็จแล้ว สามารถเข้าใช้ระบบเพื่อยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว หรือคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวได้ทันที
3. ผู้ใช้ระบบสามารถยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวหรือคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวทางระบบ CIOS ได้ตลอดเวลาที่ระบบเปิดใช้งาน โดยกรอกข้อมูลและอัปโหลดคำร้องและเอกสารตามวิธีการที่ระบบกำหนด ทั้งนี้ ถ้ายื่นคำร้องหลังเวลา 16.30 นาฬิกา เจ้าหน้าที่จะดำเนินการให้ในเวลา 18.30 นาฬิกา ของวันรุ่งขึ้น
4. เมื่อผู้ใช้ระบบยื่นคำร้องถูกต้องตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในระบบแล้ว ระบบจะส่ง SMS ไปยังโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้ใช้ระบบตามที่ลงทะเบียนไว้ เพื่อเป็นการยืนยันว่าระบบได้รับคำร้องไว้ดำเนินการแล้ว
5. ผู้ใช้ระบบสามารถตรวจสอบความคืบหน้าของการดำเนินการและคำสั่งศาลได้เองทางระบบ CIOS
6. เมื่อศาลมีคำสั่งประการใดแล้ว เจ้าหน้าที่จะลงข้อมูลคำสั่งศาลในระบบ CIOS และมี SMS แจ้งผู้ใช้ระบบ เพื่อให้เข้าไปตรวจสอบคำสั่งศาลในระบบ และถือว่ผู้ใช้ระบบทราบคำสั่งศาลนั้นแล้ว
7. ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวซึ่งต้องทำสัญญาประกัน
7.1 หากผู้ร้องขอประกันมาลงทะเบียนใช้ระบบที่ศาลด้วยตนเอง ซึ่งถือว่ามีการยืนยันตัวตนแล้ว เจ้าหน้าที่จะนัดหมายผู้ร้องขอประกัน เพื่อทำสัญญาประกัน โดยให้ผู้ร้องขอจัดเตรียมสัญญาประกัน (สามารถดาวน์โหลดแบบของสัญญาประกันได้จากเว็บไซต์ของศาลยุติธรม) กรอกข้อมูลให้เรียบร้อย และลงลายมือชื่อผู้ร้องขอ แล้วแปลงเอกสารให้อยู่ในรูปของไฟล์ PDF ขนาดไม่เกิน 10 MB แล้วเข้าสู่ระบบ cios.coj.go.th เลือกเมนู “ยื่นคำร้องประกัน” และกรอกรายละเอียดและอัปโหลดไฟล์เอกสารสัญญาประกันดังกล่าวลงไป แล้วคลิก “ยื่นคำร้อง” จะถือว่ามีการทำสัญญาประกันและลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ของผู้ร้องขอประกันในสัญญาแล้ว โดยผู้ร้องขอประกันไม่ต้องเดินทางมาศาล แต่ถ้าเป็นกรณีที่ต้องวางหลักประกันด้วย ผู้ร้องขอประกันต้องมาวางหลักประกันที่ศาล เว้นแต่หลักประกันเป็นเงินสด ผู้ร้องขอประกันอาจวางตามวิธีที่สำนักงานศาลยุติธรรมกำหนดก็ได้ แต่ต้องอัปโหลดหลักฐานการวางเงินเข้าระบบให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
7.2 หากผู้ร้องขอประกันลงทะเบียนใช้ระบบ CIOS ทางออนไลน์ (ไม่ได้มาลงทะเบียนที่ศาล) ผู้ร้องขอประกันต้องมาทำสัญญาประกันและวางหลักประกันที่ศาลด้วยตนเอง เว้นแต่หลักประกันเป็นเงินสด ผู้ร้องขอประกันอาจวางตามวิธีที่สำนักงานศาลยุติธรรมกำหนดก็ได้ แต่ต้องอัปโหลดหลักฐานการวางเงินเข้าระบบให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
การรับคำร้องและการดำเนินการของเจ้าหน้าที่
1. เมื่อมีคำสั่งให้ขังผู้ต้องหาหรือจำเลยระหว่างการสอบสวนหรือพิจารณาและผู้ต้องหาหรือจำเลย ไม่สามารถยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวหรือคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในวันเดียวกัน ให้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือแนะนำผู้ที่จะขอประกันให้ลงทะเบียนเป็นผู้ใช้ระบบบริการออนไลน์ (CIOS) เพื่อยื่นคำร้องทางออนไลน์ ถ้ามีการขอลงทะเบียนที่ศาล ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องและอนุมัติให้ใช้ระบบทันที
2. ผู้ใช้ระบบสามารถยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวหรือคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ทางระบบได้ตลอดเวลาที่ระบบเปิดใช้งาน เมื่อผู้ใช้ระบบยื่นคำร้องถูกต้องตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในระบบแล้ว ระบบจะส่ง SMS ไปยังโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้ร้องขอประกันและเจ้าหน้าที่ ให้เจ้าหน้าที่ตรวสอบความเกี่ยวข้องในคดีข้อมูลเบื้องต้นของคำร้องทางระบบและให้จัดพิมพ์คำร้องจากระบบเพื่อเสนอศาลพิจารณาสั่งโดยเร็ว
2.1 กรณียื่นคำร้องเสร็จสมบูรณ์ ระหว่างเวลา 08.30-16.30 นาฬิกา ให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบดำเนินการให้เสร็จภายใน 1 ชั่วโมง นับแต่เวลาที่ยื่นคำร้องเสร็จสมบูรณ์ ทั้งนี้ ให้ถือตามเวลาของระบบ
2.2 กรณียื่นคำร้องเสร็จสมบูรณ์ นอกเวลาทำการปกติ ให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบดำเนินการ ให้เสร็จภายในหนึ่งชั่วโมงนับแต่เวลาทำการแรกของวันถัดไป ทั้งนี้ ให้ถือตามเวลาของระบบ
3. เมื่อศาลมีคำสั่งประการใดแล้ว ให้เจ้าหน้าที่ลงข้อมูลคำสั่งศาลในระบบ CIOS และโทรศัพท์แจ้งผลคำสั่งให้ผู้ร้องขอประกันทราบโดยเร็ว
4. ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวซึ่งต้องทำสัญญาประกันหรือวางหลักประกันให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่า ผู้ร้องขอประกันเป็นผู้ใช้ระบบที่ยืนยันตัวตนต่อศาลแล้วหรือไม่ หากยังไม่ได้มีการยืนยันตัวตนให้เจ้าหน้าที่ศาลนัดหมายผู้ร้องขอประกันมายืนยันตัวตนและทำสัญญาประกันที่ศาล

4.1 หากผู้ร้องขอประกันมาลงทะเบียนใช้ระบบที่ศาลด้วยตนเอง ซึ่งถือว่ามีการยืนยันตัวตนแล้ว ให้เจ้าหน้าที่นัดหมายผู้ร้องขอประกัน เพื่อทำสัญญาประกันโดยวิธีอัปโหลดไฟล์สัญญาประกันที่ลงลายมือชื่อแล้วเข้ามาในระบบ CIOS โดยผู้ร้องขอประกันไม่ต้องเดินทางมาที่ศาล และถือว่ามีการทำสัญญาประกันและลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ของผู้ร้องขอประกันในสัญญาแล้ว และให้เจ้าหน้าที่จัดพิมพ์สัญญาประกันนั้นจากระบบเพื่อเสนอศาลสั่งรวมไว้ในสำนวน แต่ถ้าเป็นกรณีที่ต้องวางหลักประกันด้วยให้เจ้าหน้าที่นัดหมายผู้ร้องขอประกันต้องมาวางหลักประกันที่ศาล เว้นแต่หลักประกันเป็นเงินสด ผู้ร้องขอประกันอาจวางตามวิธีที่สำนักงานศาลยุติธรรมกำหนดก็ได้ แต่ต้องอัปโหลดหลักฐานการวางเงินเข้าระบบให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เมื่อระบบรองรับแล้ว ผู้ร้องขอประกันอาจเลือกลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ของผู้ร้องขอประกันในสัญญาประกันที่เป็นเอกสารในรูปแบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ในระบบได้
4.2 หากผู้ร้องขอประกันลงทะเบียนใช้ระบบ CIOS ทางออนไลน์ (ไม่ได้มาลงทะเบียนที่ศาล) ผู้ร้องขอประกันต้องมาทำสัญญาประกันและวางหลักประกันที่ศาลด้วยตนเอง โดยให้เจ้าหน้าที่นัดหมายเวลาและเอกสารที่ต้องใช้กับผู้ร้องขอประกัน เว้นแต่หลักประกันเป็นเงินสด ผู้ร้องขอประกันอาจวางตามวิธี ที่สำนักงานศาลยุติธรรมกำหนดก็ได้ แต่ต้องอัปโหลดหลักฐานการวางเงินเข้าระบบให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เมื่อผู้ร้องขอประกันมายืนยันตัวตนและทำสัญญาที่ศาล ให้เจ้าหน้าที่ปรับสถานะผู้ร้องขอประกันในระบบ ว่าได้ยืนยันตัวตนเป็นผู้ใช้ระบบ CIOS แล้ว

14/05/2017

การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้กฎหมาย เกี่ยวกับการจับกุม
1.ผู้ที่ไม่ได้ไปทำการจับกุมจริง แต่ลงชื่อในบันทึกการจับกุม ปัจจุบันถูก ปปช.ชี้มูลว่าผิด ม.157

2.ผู้จับมีหน้าที่ต้องมอบสำเนาบันทึกจับกุมให้ผู้ถูกจับ การให้ผู้ถูกจับลงชื่อว่ารับมอบแล้วแต่จริงๆ ไม่ได้มอบ ผิด ม.157

3.การจับโพยหวย หรือ ครอบครองรถที่ถูกลักมา ไม่ใช่เป็นความผิดซึ่งหน้าตาม ม.78(1) แต่สามารถจับได้ตาม ม.78(3) เวลาเขียนบันทึกจับกุมให้ตรงเหตุของกฎหมายด้วย

4.กรณีตรวจปัสสาวะเบื้องต้นพบสีม่วง ห้ามบันทึกจับกุม เพราะไม่มีเหตุจับตามกฎหมาย โดยไม่ใช่ซึ่งหน้า78(1) ผลตรวจเบื้องต้นก็ไม่ใช่หลักฐานตามสมควร78(3) ให้ทำตามระเบียบกฎหมายคือปล่อยไปแล้วรอผลยืนยันจาก รพ.แล้วเรียกมาดำเนินคดีภายหลัง เว้นแต่มีผลตรวจยืนยันเลยจึงจะจับได้ตาม 78(3) หากเป็นเด็กไม่เกิน 15 ห้ามจับเสพโดยเด็ดขาด เพราะจะจับเด็กได้ต้องมีคำสั่งศาลหรือผิดซึ่งหน้า

5.การลง ปจว. เมื่อจับ ผู้ต้องหา คนละคดีกันห้ามลง ปจว.รวมเป็นข้อเดียวกัน

6.กรณีตรวจวัดแอลกอฮอล์ถ้าไม่ยอมเป่าให้กักตัวไว้เป็นระยะพอสมควร และสั่งให้เป่าอีกครั้ง ถ้าไม่ยอมเป่าอีก ให้เขียนบันทึกจับกุมได้เพราะกฎหมายสันนิษฐานว่าเมาแล้ว และในบันทึกการจับกุมให้มีถ้อยคำว่าสั่งให้เป่าแล้วไม่ยอมเป่าด้วย

7.กรณีมีคนมาถ่ายภาพและตรวจสอบขอดูใบอนุญาตนั่นนี่ ขณะตั้งด่าน อาจผิด ม.145 แสดงตนและกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน

8.กรณีบัตร ปปส. สามารถเข้าค้นได้ กรณีจำเป็นเร่งด่วนจริงๆ คือไม่มีเวลาพอที่จะไปขอศาลออกหมายค้นเท่านั้น ถ้าไม่จำเป็นเร่งด่วนเช่นซุ่มดูเป็นเวลานานหลายชั่วโมงตั้งแต่เวลากลางคืนจนถึงเช้าแต่ไม่ยอมไปขอหมายค้นถือว่าค้นไม่ชอบ และ ต้องบันทึกเหตุที่เข้าค้นตาม ม.92(4) ด้วย และจะต้องมอบสำเนาบันทึกการค้น บัญชีสิ่งของ และเหตุผลที่เข้าค้น ให้ผู้ครอบครองสถานที่หรือเจ้าบ้านด้วย ถ้าไม่มอบผิด ม.157 และเมื่อมาถึง สภ.ให้ทำบันทึกรายงานเหตุการค้นให้ ผกก.ทราบตามกฎหมายด้วย

9.ผู้ต้องหาขอประจำวันได้ข้อเดียวคือข้อที่ลงควบคุมตนเท่านั้นแต่จะขอข้อที่ผู้เสียหายมาแจ้งความไม่ได้ ผู้เสียหายก็ขอข้อที่ตนลงแจ้งความได้เท่านั้นเช่นกัน และผู้ต้องหากับผู้เสียหายขอคำให้การของตนไม่ได้เว้นแต่ส่งสำนวนให้อัยการแล้ว

10.เจ้าพนักงาน ปปส. มีอำนาจควบคุมผู้ถูกจับได้ไม่เกิน 3 วัน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันปราบปรามยาเสพติด ม.15 จากนั้นส่ง พงส.ควบคุมได้อีก 48 ชม.

11.กรณีออกใบสั่งเด็กไม่เกิน 15 ปี พงส.ต้องทำสำนวนส่งฟ้อง จะปรับหรือว่ากล่าวไม่ได้ ถ้าเกิน 15 ปี ปรับได้หมด และให้เจ้าหน้าที่ส่งบันทึกเปรียบเทียบหรือใบเหลืองไปให้อัยการด้วย

12.กรณีผู้ต้องหาเข้าพบโดยไม่มีหมายจับ เมื่อแจ้งข้อหาแล้วห้ามให้ประกันตัว ให้เอาตัวไปฝากขัง

13.ท้ายรายงานสอบสวนให้เขียนว่า เห็นควรสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง ห้ามตกคำว่าเห็นควร และ ต้องให้ ผกก.หรือ รรท.ลงชื่อท้ายรายงาน ห้ามใช้คำว่า ปรท. แต่ปะหน้าส่งสำนวนใช้คำว่า ปรท.ได้

14.พ.ร.ก.ประมง 2558 , พ.ร.บ.ค้ามนุษย์ฯ ไม่มีอายุความ

15. คดีล่อซื้อ ให้สอบผู้กล่าวหา 1 ปาก พยาน 2 ปาก และ ให้ไปถ่ายภาพจุดเกิดเหตุว่าคนจับแต่ละคนอยู่จุดไหนปรากฎในสำนวนด้วย เพื่อป้องกันศาลยกฟ้อง

16.ห้ามสอบผู้ต้องหาว่าให้การปฎิเสธขอให้การชั้นศาล ถ้าปฏิเสธให้สอบว่าปฏิเสธว่าอย่างไร ถ้าผู้ต้องหาไม่ตอบ ให้ใช้คำถามนำ

17.ล่อซื้อได้ท้องที่หนึ่ง พาไปค้นได้ยาเสพติดและปืนในอีกท้องที่หนึ่ง ให้นำยาเสพติดที่ค้นได้ภายหลังมารวมในคดีล่อซื้อ ส่วนปืนส่งท้องที่ที่ค้นได้

14/04/2017

(เดิม) หากใครที่ครอบครองแอมเฟตามีนหรืออนุพันธ์แอมเฟตามีน(ยาบ้า หรือยาไอซ์) มีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ตั้งแต่สามร้อยเจ็ดสิบห้ามิลลิกรัมขึ้นไป หรือมียาเสพติดที่มีสารดังกล่าวผสมอยู่จำนวนสิบห้าหน่วยการใช้ขึ้นไป(15 เม็ด) หรือมีน้ำหนักสุทธิตั้งแต่หนึ่งจุดห้ากรัมขึ้นไป พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมตามพ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 ถือว่าเป็นการผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย
(ใหม่) แก้ไขเพิ่มเติมตามพ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ(ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2560 หากใครที่ครอบครองแอมเฟตามีนหรืออนุพันธ์แอมเฟตามีน(ยาบ้า หรือยาไอซ์) มีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ตั้งแต่สามร้อยเจ็ดสิบห้ามิลลิกรัมขึ้นไป หรือมียาเสพติดที่มีสารดังกล่าวผสมอยู่จำนวนสิบห้าหน่วยการใช้ขึ้นไป(15 เม็ด) หรือมีน้ำหนักสุทธิตั้งแต่หนึ่งจุดห้ากรัมขึ้นไป ให้สันนิษฐานว่าเป็นการผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย
ตามพ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมตามพ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ(ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2560 เป็นการเปิดโอกาสให้จำเลยหรือผู้ต้องหา สามารถต่อสู้คดีได้ว่าไม่ได้ครอบครองเพื่อจำหน่ายคือ ให้โอกาสพิสูจน์ได้ว่าเป็นการครอบครองเพื่อเสพหรือเพื่อจำหน่ายได้ ซึ่งต่างจากของเดิมที่เป็นการปิดปากเพราะให้ถือว่าเป็นการขาย(จำหน่าย)อย่างเดียว

26/11/2016

หลักเกณฑ์การทวงหนี้ ตาม พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ.2558
1.ห้ามทวงหนี้กับบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ลูกหนี้ คือ จะไปทวงหนี้กับพ่อแม่ ญาติพี่น้องของลูกหนี้ไม่ได้ ทำได้แค่สอบถามช่องทางการติดต่อลูกหนี้เท่านั้น
2. ห้ามเปิดเผยข้อมูลการเป็นหนี้ของลูกหนี้ต่อบุคคลอื่น ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นพ่อแม่ พี่น้อง เพื่อน ฯลฯ ก็ห้ามทวง และห้ามทวงหนี้ผ่านทางโซเชียลมีเดียที่มีลักษณะเป็นการประจานลูกหนี้ เช่น ทวงหนี้ผ่านทางไทม์ไลน์หน้าเฟสบุ๊คของลูกหนี้
3. กำหนดเวลาที่สามาถทวงหนี้ได้คือ วันจันทร์-วันศุกร์ ทวงหนี้ได้ตั้งแต่เวลา 8.00-20.00 น. วันหยุดทวงหนี้ได้ตั้งแต่เวลา 8.00-18.00 น. นอกเหนือเวลานี้ห้ามทวง
4. การติดต่อทวงหนี้จากลูกหนี้ จะต้องทวงหนี้ในจำนวนครั้งที่เหมาะสม ไม่ทวงบ่อยจนเกินไป ทวงวันละครั้ง ถ้ามากกว่านั้นต้องได้รัยความยินยอมจากลูกหนี้
5. ถ้าได้รับมอบอำนาจจากเจ้าหนี้ให้ทวงหนี้ต้องแสดงหลักฐานการมอบอำนาจให้ทวงหนี้ให้ลูกหนี้ทราบด้วย
6. ห้ามทวงหนี้ ด้วยวิธีการข่มขู่คุกคามตัวลูกหนี้ เช่น แสดงตัวเป็นว่าตำรวจ ทหาร หรือข่มขู่ว่าจะทำร้ายร่างกาย หรือทำลายทรัพย์
การทำผิดพรบ. ทวงถามหนี้เป็นความผิดทางอาญา

10/11/2016

พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 บัญญัติว่า "ถ้าศาลเห็นว่าผู้กระทำความผิดผู้ใดได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจ หรือพนักงานสอบสวน ศาลจะลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นก็ได้" บทบัญญัติในมาตรานี้เป็นบทบัญญัติที่ให้ศาลใช้ดุลพินิจที่จะลงโทษจำเลยน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นก็ได้ ผู้กระทำความผิดจะได้รับประโยชน์จากบทบัญญัติมาตรานี้จะต้องประกอบด้วยเหตุผล คือ
1. ผู้กระทำความผิด(ผู้ต้องหาหรือจำเลย)ได้ให้ข้อมูลที่สำคัญต่อเจ้าพนักงานตำรวจ
2. และข้อมูลที่ผู้กระทำความผิด(ผู้ต้องหาหรือจำเลย)ได้ให้นั้นจะต้องเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ หากการให้ข้อมูลแต่ไม่เป็นประโยชน์ หรือเป็นประโยชน์ธรรมดาที่ไม่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง หรือเป็นประโยชน์แต่ไม่ใช่ข้อมูลที่สำคัญ ผู้กระทำความผิด(ผู้ต้องหาหรือจำเลย)ที่ให้ข้อมูลจะไม่ได้รับประโยชน์จากบทบัญญัติมาตรา 100/2 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522
3. จากการให้ข้อมูลของผู้กระทำความผิด(ผู้ต้องหาหรือจำเลย) ต้องปรากฏว่าพนักงานสอบสวนมีการสอบสวนขยายผลจับกุมผู้กระทำความผิดรายอื่นโดยอาศัยข้อมูลของผู้กระทำความผิด(ผู้ต้องหาหรือจำเลย)

ที่อยู่

Trang
92180

เบอร์โทรศัพท์

+66817773810

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักงานปัณณวิชญ์ทนายความผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง สำนักงานปัณณวิชญ์ทนายความ:

แชร์