14/05/2026
📚บทความวิชาการ เรื่อง “ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะสัตว์น้ำจากกรณีศึกษาปลาแค้ป่วยในลุ่มแม่น้ำโขง: การวิเคราะห์ทางโลหิตวิทยาและจุลพยาธิวิทยา”🔬🐟🌊
-------------------------------------------------
✍️เรียบเรียงโดย ดร.ทนพ.ณัฐวุฒิ เจริญผล
อาจารย์ประจำสาขาวิชาพยาธิวิทยากายวิภาค ภาควิชากายวิภาคศาสตร์
คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
📝ลุ่มแม่น้ำโขงถือเป็นหนึ่งในระบบนิเวศน้ำจืดที่สำคัญที่สุดของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นแหล่งอาหาร แหล่งอาชีพ และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำหลากหลายชนิด โดยเฉพาะ “ปลาแค้” ซึ่งเป็นปลาพื้นถิ่นที่มีความสำคัญต่อชุมชนริมน้ำ อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมาได้มีรายงานการพบปลาแค้ที่มีลักษณะผิดปกติ เช่น ผอมซีด มีตุ่มเนื้อกระจายตามลำตัว ครีบกร่อน และมีแผลเรื้อรัง ส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับคุณภาพสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของระบบนิเวศแม่น้ำโขง การศึกษานี้จึงมุ่งประเมินความผิดปกติของปลาแค้ผ่านการตรวจทางโลหิตวิทยาและจุลพยาธิวิทยา เพื่อใช้เป็นตัวชี้วัดสุขภาวะสัตว์น้ำและสะท้อนสถานการณ์มลพิษทางสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ศึกษา
📝จากการตรวจสอบลักษณะภายนอกของปลาแค้ที่เก็บตัวอย่าง ทั้ง 2 ตัว จากแม่น้ำโขง พบว่าปลามีตุ่มเนื้อขนาดประมาณ 1–2 เซนติเมตรกระจายบริเวณหัว ปาก คาง ลำตัว ครีบ และโคนหาง ผิวหนังมีลักษณะซีดและบาง บางตำแหน่งพบการอักเสบ เมื่อเปรียบเทียบกับปลาชนิดอื่น ซึ่งมีลักษณะภายนอกปกติ เช่น ปลากดและปลาตะเพียน จากการสังเกตลักษณะภายนอก ด้วยการวัดความยาว ความกว้างของลำตัว และชั่งน้กหนัก พบว่าปลาแค้มีขนาดเล็ก ผอม น้ำหนักตัวต่ำและมีลักษณะอ่อนแอมากกว่าปลาปกติ สะท้อนถึงภาวะสุขภาพที่เสื่อมโทรมและอาจเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อเรื้อรังหรือการสัมผัสสารพิษในสิ่งแวดล้อมเป็นระยะเวลานานพอสมควร ลักษณะทางสัณฐานวิทยาดังกล่าวถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญของความผิดปกติในระบบนิเวศน้ำจืด
📝การศึกษาทางปรสิตวิทยาด้วยเทคนิค Wet smear จากตุ่มเนื้อ พบพยาธิจำนวนมากภายในตัวอย่าง โดยตรวจพบประมาณ 150–200 ตัวต่อหนึ่งตุ่มเนื้อ พยาธิมีรูปร่างแบน (พยาธิใบไม้) และฝังตัวอยู่ภายในตุ่มเนื้อ และทุกอวัยวะในเนื้อเยื่อปลา ส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง การตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน และการเกิด granuloma หรือก้อนอักเสบเรื้อรังรอบตัวพยาธิ การพบปรสิตในปริมาณสูงเช่นนี้สะท้อนถึงภาวะความไม่สมดุลของสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจเกิดจากคุณภาพน้ำที่เสื่อมโทรม ระดับออกซิเจนต่ำ หรือการสะสมของสารพิษหรือโลหะหนักปนเปื้อนจนทำให้ภูมิคุ้มกันของปลาอ่อนแอลง นอกจากนี้ การแพร่กระจายของพยาธิในสัตว์น้ำยังสามารถใช้เป็น bio-indicator หรือดัชนีชีวภาพในการติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย
🔬ผลการตรวจวิเคราะห์ทางโลหิตวิทยาพบความผิดปกติของเม็ดเลือดแดงหลายลักษณะ ได้แก่ micronucleus, ovalocyte, vacuolization และ small cell โดยเฉพาะการพบ Micronuclei (MN) ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ของความเสียหายต่อสารพันธุกรรมและความผิดปกติของเยื่อหุ้มเซลล์ เม็ดเลือดแดงที่มี micronucleus ประมาณ 2% ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่สัมพันธ์กับการสัมผัสสารพิษหรือโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว แคดเมียม และสารหนู ซึ่งสามารถกระตุ้นการกลายพันธุ์ของเซลล์ได้ ความผิดปกติของเม็ดเลือดดังกล่าวมักพบในสัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำปนเปื้อน และถูกใช้เป็น biomarker ในการเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำในหลายประเทศ นอกจากนี้ยังพบภาวะเม็ดเลือดขาวสูง โดยเฉพาะ monocyte เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน สะท้อนถึงการอักเสบเรื้อรังและการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อหรือสิ่งแปลกปลอมในร่างกายปลา อีกทั้งยังพบเกล็ดเลือดขึ้นสูง ในกระแสเลือด แสดงถึงภาวะที่มีเลือดออกผิดปกติ หรือมีการแตกของเม็ดเลือดร่วมด้วย
⚠️การตรวจจุลพยาธิวิทยาของอวัยวะภายในพบความเสียหายหลายระบบ โดยเฉพาะบริเวณเหงือก ตับ กล้ามเนื้อ พุง รังไข่ ในเหงือกพบ lamellae บวม หนาตัว และเกิดการอักเสบเรื้อรัง พบพยาธิฝังตัวอยู่ภายใน ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการแลกเปลี่ยนก๊าซและการหายใจของปลา
⚠️ส่วนตับพบภาวะบวมน้ำ (edema) การเสื่อมสภาพของเนื้อเยื่อ และพบ melano-macrophage centers (MMCs) จำนวนมาก ซึ่งเป็นโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับการกำจัดสารพิษและการตอบสนองต่อความเครียดจากสิ่งแวดล้อม การเพิ่มขึ้นของ MMCs มักสัมพันธ์กับการได้รับสารพิษสะสมหรือการติดเชื้อเรื้อรังในสัตว์น้ำ
ขณะที่บริเวณกล้ามเนื้อและพุงปลาพบ granuloma ล้อมรอบพยาธิร่วมกับการแทรกตัวของเม็ดเลือดขาวและการสลายของเนื้อเยื่อ บ่งชี้ว่าปลาอยู่ในภาวะอักเสบเรื้อรังมาเป็นระยะเวลานาน ส่วนในรังไข่ มีไข่อ่อนบางส่วนฝ่อ และเสียสภาพบางส่วน
📝จากผลการศึกษาทั้งทางโลหิตวิทยา ปรสิตวิทยา และจุลพยาธิวิทยาในเนื้อเยื่อ สามารถสรุปได้ว่า ปลาแค้ในพื้นที่ดังกล่าวมีสุขภาวะผิดปกติหลายระบบ ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัยร่วมกัน ได้แก่ การติดพยาธิเรื้อรัง คุณภาพน้ำที่เสื่อมโทรม และการสัมผัสสารปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะโลหะหนักหรือสารพิษจากกิจกรรมอุตสาหกรรมและชุมชนริมแม่น้ำโขง หรือเหมืองแร่ ก็ได้ ความผิดปกติของเม็ดเลือดและอวัยวะภายในสะท้อนถึงผลกระทบเชิงลึกต่อสุขภาพสัตว์น้ำ และอาจส่งผลต่อห่วงโซ่อาหารและสุขภาพของมนุษย์ในระยะยาว หากมีการบริโภคสัตว์น้ำจากแหล่งน้ำปนเปื้อนอย่างต่อเนื่อง (5-10 ปี) ดังนั้น การเฝ้าระวังคุณภาพน้ำ การตรวจสุขภาพสัตว์น้ำ และการควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษจึงเป็นมาตรการสำคัญในการอนุรักษ์ระบบนิเวศแม่น้ำโขงและปกป้องความปลอดภัยทางอาหารของประชาชน เพราะท้ายที่สุดแล้ว “ปลาไม่ได้ป่วยเพียงลำพัง” แต่มันกำลังส่งสัญญาณบางอย่างแทนแม่น้ำทั้งสายอยู่เงียบ ๆ นั่นเอง
📌 กรณีนี้จึงไม่ใช่เพียงการศึกษาความผิดปกติของปลา แต่คือ “สัญญาณเตือน” ถึงสุขภาพของระบบนิเวศแม่น้ำโขง ที่ทุกภาคส่วนควรร่วมกันเฝ้าระวังและปกป้อง เพราะท้ายที่สุดแล้ว “ปลาไม่ได้ป่วยเพียงลำพัง แต่มันกำลังส่งสัญญาณบางอย่างแทนแม่น้ำทั้งสายอยู่”
----------------------------------------------------
#ปลาแค้ #แม่น้ำโขง #สิ่งแวดล้อม #ระบบนิเวศ #สุขภาพสัตว์น้ำ #โลหะหนัก #บทความทางวิชาการ #วิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม
📚บทความวิชาการ เรื่อง “ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะสัตว์น้ำจากกรณีศึกษาปลาแค้ป่วยในลุ่มแม่น้ำโขง: การวิเคราะห์ทางโลหิตวิทยาและจุลพยาธิวิทยา”🔬🐟🌊
-------------------------------------------------
✍️เรียบเรียงโดย ดร.ทนพ.ณัฐวุฒิ เจริญผล
อาจารย์ประจำสาขาวิชาพยาธิวิทยากายวิภาค ภาควิชากายวิภาคศาสตร์
คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
📝ลุ่มแม่น้ำโขงถือเป็นหนึ่งในระบบนิเวศน้ำจืดที่สำคัญที่สุดของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นแหล่งอาหาร แหล่งอาชีพ และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำหลากหลายชนิด โดยเฉพาะ “ปลาแค้” ซึ่งเป็นปลาพื้นถิ่นที่มีความสำคัญต่อชุมชนริมน้ำ อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมาได้มีรายงานการพบปลาแค้ที่มีลักษณะผิดปกติ เช่น ผอมซีด มีตุ่มเนื้อกระจายตามลำตัว ครีบกร่อน และมีแผลเรื้อรัง ส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับคุณภาพสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของระบบนิเวศแม่น้ำโขง การศึกษานี้จึงมุ่งประเมินความผิดปกติของปลาแค้ผ่านการตรวจทางโลหิตวิทยาและจุลพยาธิวิทยา เพื่อใช้เป็นตัวชี้วัดสุขภาวะสัตว์น้ำและสะท้อนสถานการณ์มลพิษทางสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ศึกษา
📝จากการตรวจสอบลักษณะภายนอกของปลาแค้ที่เก็บตัวอย่าง ทั้ง 2 ตัว จากแม่น้ำโขง พบว่าปลามีตุ่มเนื้อขนาดประมาณ 1–2 เซนติเมตรกระจายบริเวณหัว ปาก คาง ลำตัว ครีบ และโคนหาง ผิวหนังมีลักษณะซีดและบาง บางตำแหน่งพบการอักเสบ เมื่อเปรียบเทียบกับปลาชนิดอื่น ซึ่งมีลักษณะภายนอกปกติ เช่น ปลากดและปลาตะเพียน จากการสังเกตลักษณะภายนอก ด้วยการวัดความยาว ความกว้างของลำตัว และชั่งน้กหนัก พบว่าปลาแค้มีขนาดเล็ก ผอม น้ำหนักตัวต่ำและมีลักษณะอ่อนแอมากกว่าปลาปกติ สะท้อนถึงภาวะสุขภาพที่เสื่อมโทรมและอาจเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อเรื้อรังหรือการสัมผัสสารพิษในสิ่งแวดล้อมเป็นระยะเวลานานพอสมควร ลักษณะทางสัณฐานวิทยาดังกล่าวถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญของความผิดปกติในระบบนิเวศน้ำจืด
📝การศึกษาทางปรสิตวิทยาด้วยเทคนิค Wet smear จากตุ่มเนื้อ พบพยาธิจำนวนมากภายในตัวอย่าง โดยตรวจพบประมาณ 150–200 ตัวต่อหนึ่งตุ่มเนื้อ พยาธิมีรูปร่างแบน (พยาธิใบไม้) และฝังตัวอยู่ภายในตุ่มเนื้อ และทุกอวัยวะในเนื้อเยื่อปลา ส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง การตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน และการเกิด granuloma หรือก้อนอักเสบเรื้อรังรอบตัวพยาธิ การพบปรสิตในปริมาณสูงเช่นนี้สะท้อนถึงภาวะความไม่สมดุลของสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจเกิดจากคุณภาพน้ำที่เสื่อมโทรม ระดับออกซิเจนต่ำ หรือการสะสมของสารพิษหรือโลหะหนักปนเปื้อนจนทำให้ภูมิคุ้มกันของปลาอ่อนแอลง นอกจากนี้ การแพร่กระจายของพยาธิในสัตว์น้ำยังสามารถใช้เป็น bio-indicator หรือดัชนีชีวภาพในการติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย
🔬ผลการตรวจวิเคราะห์ทางโลหิตวิทยาพบความผิดปกติของเม็ดเลือดแดงหลายลักษณะ ได้แก่ micronucleus, ovalocyte, vacuolization และ small cell โดยเฉพาะการพบ Micronuclei (MN) ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ของความเสียหายต่อสารพันธุกรรมและความผิดปกติของเยื่อหุ้มเซลล์ เม็ดเลือดแดงที่มี micronucleus ประมาณ 2% ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่สัมพันธ์กับการสัมผัสสารพิษหรือโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว แคดเมียม และสารหนู ซึ่งสามารถกระตุ้นการกลายพันธุ์ของเซลล์ได้ ความผิดปกติของเม็ดเลือดดังกล่าวมักพบในสัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำปนเปื้อน และถูกใช้เป็น biomarker ในการเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำในหลายประเทศ นอกจากนี้ยังพบภาวะเม็ดเลือดขาวสูง โดยเฉพาะ monocyte เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน สะท้อนถึงการอักเสบเรื้อรังและการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อหรือสิ่งแปลกปลอมในร่างกายปลา อีกทั้งยังพบเกล็ดเลือดขึ้นสูง ในกระแสเลือด แสดงถึงภาวะที่มีเลือดออกผิดปกติ หรือมีการแตกของเม็ดเลือดร่วมด้วย
⚠️การตรวจจุลพยาธิวิทยาของอวัยวะภายในพบความเสียหายหลายระบบ โดยเฉพาะบริเวณเหงือก ตับ กล้ามเนื้อ พุง รังไข่ ในเหงือกพบ lamellae บวม หนาตัว และเกิดการอักเสบเรื้อรัง พบพยาธิฝังตัวอยู่ภายใน ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการแลกเปลี่ยนก๊าซและการหายใจของปลา
⚠️ส่วนตับพบภาวะบวมน้ำ (edema) การเสื่อมสภาพของเนื้อเยื่อ และพบ melano-macrophage centers (MMCs) จำนวนมาก ซึ่งเป็นโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับการกำจัดสารพิษและการตอบสนองต่อความเครียดจากสิ่งแวดล้อม การเพิ่มขึ้นของ MMCs มักสัมพันธ์กับการได้รับสารพิษสะสมหรือการติดเชื้อเรื้อรังในสัตว์น้ำ
ขณะที่บริเวณกล้ามเนื้อและพุงปลาพบ granuloma ล้อมรอบพยาธิร่วมกับการแทรกตัวของเม็ดเลือดขาวและการสลายของเนื้อเยื่อ บ่งชี้ว่าปลาอยู่ในภาวะอักเสบเรื้อรังมาเป็นระยะเวลานาน ส่วนในรังไข่ มีไข่อ่อนบางส่วนฝ่อ และเสียสภาพบางส่วน
📝จากผลการศึกษาทั้งทางโลหิตวิทยา ปรสิตวิทยา และจุลพยาธิวิทยาในเนื้อเยื่อ สามารถสรุปได้ว่า ปลาแค้ในพื้นที่ดังกล่าวมีสุขภาวะผิดปกติหลายระบบ ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัยร่วมกัน ได้แก่ การติดพยาธิเรื้อรัง คุณภาพน้ำที่เสื่อมโทรม และการสัมผัสสารปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะโลหะหนักหรือสารพิษจากกิจกรรมอุตสาหกรรมและชุมชนริมแม่น้ำโขง หรือเหมืองแร่ ก็ได้ ความผิดปกติของเม็ดเลือดและอวัยวะภายในสะท้อนถึงผลกระทบเชิงลึกต่อสุขภาพสัตว์น้ำ และอาจส่งผลต่อห่วงโซ่อาหารและสุขภาพของมนุษย์ในระยะยาว หากมีการบริโภคสัตว์น้ำจากแหล่งน้ำปนเปื้อนอย่างต่อเนื่อง (5-10 ปี) ดังนั้น การเฝ้าระวังคุณภาพน้ำ การตรวจสุขภาพสัตว์น้ำ และการควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษจึงเป็นมาตรการสำคัญในการอนุรักษ์ระบบนิเวศแม่น้ำโขงและปกป้องความปลอดภัยทางอาหารของประชาชน เพราะท้ายที่สุดแล้ว “ปลาไม่ได้ป่วยเพียงลำพัง” แต่มันกำลังส่งสัญญาณบางอย่างแทนแม่น้ำทั้งสายอยู่เงียบ ๆ นั่นเอง
📌 กรณีนี้จึงไม่ใช่เพียงการศึกษาความผิดปกติของปลา แต่คือ “สัญญาณเตือน” ถึงสุขภาพของระบบนิเวศแม่น้ำโขง ที่ทุกภาคส่วนควรร่วมกันเฝ้าระวังและปกป้อง เพราะท้ายที่สุดแล้ว “ปลาไม่ได้ป่วยเพียงลำพัง แต่มันกำลังส่งสัญญาณบางอย่างแทนแม่น้ำทั้งสายอยู่”
----------------------------------------------------
ติดตามกิจกรรมบริการวิชาการได้ที่เพจ "โมก วิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อชุมชน" และช่องทางต่อไปนี้ @ผู้ติดตาม
🌐 : http://ams.medsci.nu.ac.th
📧 : [email protected]
☎️ : 055 96 4643
ิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อชุมชน
#ปลาแค้ #แม่น้ำโขง #สิ่งแวดล้อม #ระบบนิเวศ #สุขภาพสัตว์น้ำ #โลหะหนัก #บทความทางวิชาการ #วิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม