พรรคประชาชน สุรินทร์ - People's Party Surin

พรรคประชาชน สุรินทร์ - People's Party Surin เฟซบุ๊กเพจทางการของ พรรคประชาชน จ.สุรินทร์

สมัครสมาชิก และบริจาคให้พรรค : www.peoplespartythailand.org

03/06/2026

[ ช่วยกันบอกต่อ! ลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเริ่มแล้ววันนี้ มาใช้สิทธิเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของพวกเราไปด้วยกัน ]
หลังจากผู้ประกันตนช่วยกันส่งเสียงต่อสู้กับแนวโน้มที่จะเกิดความไม่ชอบมาพากลขึ้นในกระบวนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ในที่สุดก็มาสู่ข้อสรุปว่ากระบวนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมจะยังคงเป็นระบบเดิม ไม่ใช่การหมกเม็ดลดทอนสิทธิผู้ประกันตนและนายจ้างแบบที่บางฝ่ายพยายามชงให้เป็น
โดยการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ทั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน จะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2569
แต่สิ่งที่เราต้องย้ำเตือนกันอีกครั้ง คือการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมไม่ใช่การเลือกตั้งที่ทุกคนจะได้รับสิทธินั้นโดยอัตโนมัติเหมือนการเลือกตั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่นที่คุ้นเคยกัน
แต่สมาชิกกองทุนประกันสังคมทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนายจ้างหรือลูกจ้าง จะต้องลงทะเบียนเพื่อให้ได้รับสิทธิเลือกตั้ง โดยสามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันนี้ 1 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม 2569
📋คุณสมบัติผู้มีสิทธิ์ในการลงคะแนนเลือกตั้ง:
✅มีสัญชาติไทย
✅เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33,39,40
✅เป็นผู้ประกันตนไม่น้อยกว่า 6 เดือน (ก่อนเดือนพฤศจิกายน 2568)
✅จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมไม่น้อยกว่า 3 เดือน
ช่องทางลงทะเบียน
๐ เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th
๐ แอปพลิเคชัน SSO Plus (เฉพาะผู้ประกันตน) และ
๐ สำนักงานประกันสังคมพื้นที่/จังหวัด/สาขาทุกแห่ง (ตั้งแต่ 8:30 - 16:30 น. ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ)
กองทุนประกันสังคมเป็นกองทุนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ มีมูลค่าถึงกว่า 2.9 ล้านล้านบาท มาจากเงินสมทบของลูกจ้าง-นายจ้าง-รัฐบาล ในแต่ละเดือนเพื่อเป็นสิทธิประโยชน์ดูแลชีวิตของคนทำงานทุกคน ทั้งเงินชดเชยรักษาพยาบาล ทุพพลภาพ เสียชีวิต ว่างงาน ชราภาพ คลอดลูก ฯลฯ
เพราะฉะนั้นอย่าลืม *** สำคัญมาก*** ย้ำอีกครั้ง***
ไปลงทะเบียนกันตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม 2569
แล้วไปใช้สิทธิกันในวันที่ 27 กันยายน 2569
มาร่วมปกป้องผลประโยชน์ของพวกเราไปด้วยกัน

20/05/2026

[ รัฐบาลกำลังกระทำการมิบังควร เสี่ยงละเมิดหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ]
ในการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อเตรียมรับมือภัยแล้งปี 2569 เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ถือเป็นกลไกปกติของรัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหารที่มีหน้าที่กำหนดนโยบายและมาตรการรับมือวิกฤตตามฤดูกาล
แต่สิ่งที่ไม่ปกติและแทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน คือการปรากฏตัวของคณะองคมนตรีหลายท่าน ได้แก่ พลากร สุวรรณรัฐ, พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข, พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ, พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา, พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ, พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท, พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง และเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ได้เข้าร่วมประชุมเพื่อ “ให้กำลังใจและคำแนะนำ” ในการรับมือภัยแล้งครั้งนี้
มองเผินๆ นี่อาจดูเหมือนความห่วงใยต่อประชาชนในยามวิกฤต แต่ในอีกด้านหนึ่ง การที่องคมนตรีเข้า "คลุกวงใน" กับการทำงานของฝ่ายบริหารอย่างใกล้ชิดเช่นนี้ ชวนให้ตั้งคำถามสำคัญถึงความเหมาะสมในทางหลักการ
ตามหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พระมหากษัตริย์ทรงดำรงสถานะอยู่เหนือการเมือง เพื่อรักษาความเป็นกลางและเสถียรภาพของสถาบันโดยไม่ทรงเข้ามาข้องเกี่ยวโดยตรงกับอำนาจบริหาร
ขณะที่องคมนตรี ซึ่งมีขอบเขตหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญชัดเจนว่าเป็นผู้ถวายคำปรึกษาต่อพระมหากษัตริย์ ย่อมต้องวางตัวเป็นกลางเพื่อรักษาดุลยภาพนั้น และต้องไม่มีบทบาททางการเมืองเด่นชัดต่อสาธารณะอันอาจถูกตีความได้ว่าเป็นการแทรกแซงฝ่ายบริหาร
ในความเป็นจริง เส้นแบ่งระหว่างการ “ให้คำแนะนำ” กับ “การมีอิทธิพลต่อการบริหารราชการแผ่นดิน” นั้นบางเบาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในบริบทสังคมไทย “คำแนะนำ” จากผู้สวมหัวโขนที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์ ย่อมถูกปฏิเสธได้ยาก และมักได้รับน้ำหนักเหนือกว่าข้อสั่งการหรือแนวนโยบายของผู้ปฏิบัติงานจริงที่หน้างาน
คำถามสำคัญคือ รัฐบาลและข้าราชการในที่ประชุม บกปภ.ช. จะสามารถปฏิเสธหรือตั้งคำถามต่อ “คำแนะนำ” เหล่านั้นได้จริงหรือ? ในทางปฏิบัติคงเป็นไปได้ยากยิ่ง และนี่คือเหตุผลว่าทำไมองคมนตรีจึงไม่ควรเข้าร่วมประชุมสำคัญของฝ่ายบริหาร เพราะหน่วยงานรัฐจำเป็นต้องรับคำแนะนำเหล่านั้นแทบทั้งหมดไปปฏิบัติโดยอัตโนมัติ
และที่สำคัญที่สุดคือหลักความรับผิดรับชอบ (Accountability) ในระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลคือฝ่ายที่ประชาชนเลือกเข้ามา มีหน้าที่ใช้อำนาจบริหารและต้องรับผิดชอบต่อความสำเร็จหรือล้มเหลวผ่านกลไกตรวจสอบของรัฐสภา ต่างจากองคมนตรีที่มีที่มาจากการแต่งตั้งตามพระราชอัธยาศัย และไม่มีกลไกที่จะต้องรับผิดชอบทางการเมืองหรือกฎหมายต่อสาธารณะ
หาก “คำแนะนำ” เหล่านั้นถูกนำไปปฏิบัติแล้วเกิดความล้มเหลว สังคมจะสามารถเรียกหาความรับผิดชอบจากผู้ให้คำแนะนำได้หรือไม่? หรือสุดท้ายรัฐบาลต้องเป็นผู้แบกรับแทน?
พรรคประชาชนเห็นว่ารัฐบาลกำลังกระทำการมิบังควร เสี่ยงละเมิดหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข การปล่อยให้เกิดสภาวะเช่นนี้รังแต่จะสร้างความสับสนว่า ใครคือผู้บริหารประเทศตัวจริง ระหว่างผู้ที่ประชาชนเลือกเข้ามา หรือผู้ที่ไม่มีสถานะทางการเมืองโดยตรงแต่มีบทบาทในกระบวนการบริหารอย่างต่อเนื่อง
ไม่มีใครปฏิเสธความปรารถนาดีต่อประชาชน แต่ในระบอบประชาธิปไตย “ความหวังดี” ต้องอยู่บนฐานของความถูกต้องตามหลักการ
องคมนตรีจึงต้องวางตัวอย่างระมัดระวังที่สุด ไม่ให้ “คำแนะนำ” กลายสภาพเป็น “ข้อสั่งการ” โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประชาชนนับล้าน ซึ่งสมควรเป็นหน้าที่และการตัดสินใจของฝ่ายบริหารที่จะต้องรับผิดชอบต่อประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย

แถลงการณ์พรรคประชาชนเรื่อง: กรณีการอภิปรายพาดพิงเครือข่ายกำนันผู้ใหญ่บ้านตามที่ได้มีการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันท...
03/05/2026

แถลงการณ์พรรคประชาชน
เรื่อง: กรณีการอภิปรายพาดพิงเครือข่ายกำนันผู้ใหญ่บ้าน
ตามที่ได้มีการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 โดยนายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ซึ่งปรากฏเนื้อหาบางส่วนที่มีการกล่าวพาดพิงในลักษณะเหมารวมถึงกำนันและผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดนั้น
พรรคประชาชนได้รับทราบถึงข้อห่วงใย ความไม่สบายใจ และเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม รวมถึงเครือข่ายกำนันผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ พรรคประชาชนขอยืนยันจุดยืนในการให้ความสำคัญและเคารพการทำหน้าที่ของผู้แทนของประชาชนในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นระดับชาติหรือระดับท้องถิ่น
พรรคประชาชน ยืนยันว่า การใช้คำพูดในลักษณะเหมารวมกำนันผู้ใหญ่บ้านทั้งประเทศว่าเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย เป็นการกระทำที่ผิดต่อแนวทางและคุณค่าของพรรค แม้เจตนารมณ์ของการอภิปรายจะมีความตั้งใจที่จะชี้ให้รัฐบาลเห็นถึงปัญหา ที่อาจมีผู้มีอำนาจหรือผู้มีตำแหน่งทางการเมืองบางกลุ่มเข้าไปพัวพันกับขบวนการเหล่านี้ แต่การสื่อสารที่ขาดความระมัดระวังและเกินความพอดีจนกลายเป็นการเหมารวม ถือเป็นการบั่นทอนผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต ซึ่งพรรคไม่เห็นด้วยและไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้
แม้เจ้าตัวผู้อภิปรายตระหนักถึงความผิดพลาดและได้ออกมาขอโทษแล้ว (ตาม QR Code ด้านล่าง) แต่พรรคประชาชนได้นำกรณีนี้ เพื่อทำการสอบสวนและพิจารณาบทลงโทษและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก
ดังนั้น พรรคประชาชนได้นำกรณีนี้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของ "คณะกรรมการวินัยและจริยธรรมของพรรค" เพื่อดำเนินการสอบสวนและพิจารณาบทลงโทษตามขั้นตอนโดยทันที
พรรคประชาชนขอน้อมรับทุกเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมา และจะใช้กรณีนี้เป็นบทเรียนสำคัญในการกำชับผู้แทนราษฎร ตลอดจนบุคลากรของพรรคทุกคน ให้มีความรอบคอบและมีวุฒิภาวะในการทำหน้าที่ เพื่อรักษาไว้ซึ่งมาตรฐานการทำงานในฐานะสถาบันทางการเมืองที่รับผิดชอบต่อประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่ายต่อไป
พรรคประชาชน
3 พฤษภาคม 2569

30/04/2026
เปิดตัวกรรมการบริหารพรรคประชาชน หลังประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคประชาชน
28/04/2026

เปิดตัวกรรมการบริหารพรรคประชาชน
หลังประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคประชาชน

เปิดตัวกรรมการบริหารพรรคประชาชน หลังประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคประชาชน
26 เมษายน 2569 ผลการประชุมใหญ่สามัญประจำปี มีการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ดังนี้
1. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค
2. พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรค
3. ชุติมา คชพันธ์ เหรัญญิกพรรค
4. ณัฐวุฒิ บัวประทุม นายทะเบียนสมาชิกพรรค
5. สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา กรรมการบริหารพรรค

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่าพร้อมเดินหน้าทั้งองคาพยพพรรคด้วย “3 ความชัดเจน” และ “4 หมุดหมายสำคัญ” ดังนี้
ความชัดเจนแรก คือเรื่องของบุคลากร จากคำสั่งของศาลฎีกา 10 สส. ของพรรคประชาชนจะเดินหน้าปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ส่วนคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ จะมีการเสนอในระเบียบวาระการประชุมอย่างเป็นทางการ
ความชัดเจนที่สอง คือทิศทางของพรรค ที่เน้นทำงานทางความคิดระดับชาติหรือและทำงานการเมืองในพื้นที่ ไปพร้อมกัน
ตนให้คำสัญญาว่า หลังจากนี้คณะกรรมการบริหารพรรคจะเน้นทำงานทางความคิดให้เข้มข้นต่อเนื่อง ทั้งภายในพรรคและภายนอกพรรค แต่อย่างไรก็ตาม การทำงานทางความคิดอย่างเดียวย่อมไม่สามารถนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงได้ เราจำเป็นต้องมีแกนนำต่าง ๆ ในชุมชนเพื่อปลูกเมล็ดพันธุ์ทางความคิดว่าการสร้างสังคมที่ดีกว่า จำเป็นจะต้องชวนพวกเขามาร่วมกันทำการเมืองใหม่ไปพร้อมกับพวกเรา ขับเคลื่อนสร้างความเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน
ความชัดเจนที่สามคืออุปสรรคของประเทศ ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามครรลองที่ควรจะเป็น ไม่ว่าวิกฤตภายนอกจะร้ายแรงแค่ไหน ประชาชนคนไทยก็ยังสามารถคาดหวังอนาคตที่ดีกว่านี้ได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้น เราเห็นได้จากกรณีวิกฤตน้ำมันที่ผ่านมา ว่าใครที่มีเส้นสายยึดโยงกับบ้านใหญ่ กลุ่มพลังงาน ก็อาจจะเข้าถึงการจัดสรรทรัพยากรหรือเข้าถึงผลประโยชน์ได้เร็วกว่าประชาชนคนตัวเล็กตัวน้อย
ดังนั้นตอนนี้เราต้องชี้ให้ประชาชนทั้งประเทศเห็นภาพร่วมกับเรา ว่าอุปสรรคที่สำคัญ ศัตรูของประชาชน ไม่ใช่วิกฤตพลังงานเฉพาะหน้า ไม่ใช่วิกฤตต่อ ๆ ไปที่จะถาโถมเข้ามาในประเทศไทย แต่คือวิกฤตภายในประเทศของพวกเราเอง เราจะต่อสู้กับระบบการเมืองอุปถัมภ์ การเมืองมุ้งใหญ่ องค์กรอิสระ สว. หรือระบบราชการที่ไม่มีความโปร่งใส ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชนอย่างไร ซึ่งเป็นหน้าที่ของทุกคนในองคาพยพของพรรค ที่ทุกการสื่อสารหลังจากนี้ต้องชี้เป้าให้ชัดเจนว่าอุปสรรคที่ชัดเจนของประเทศไทยคือระบบกินรวบที่กำลังกัดกินประเทศนี้อยู่
4 หมุดหมายสำคัญในการทำงานของพรรค
หมุดหมายแรก คือเราจะเป็นฝ่ายค้านที่สร้างสรรค์ และทำงานให้มากกว่าเดิม ให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าพรรคประชาชนพร้อมที่จะบริหารประเทศในการเลือกตั้งครั้งหน้า เราเตรียมที่จะเปิด ครม.เงา ทีมทำงานที่พร้อมจะทำหน้าที่ตรวจสอบและให้ข้อเสนอแนะแก่รัฐบาล
หมุดหมายที่สอง คือการทำงานในสภาผู้แทนราษฎร ขับเคลื่อนวาระของประชาชน ผ่านกลไกกรรมาธิการทั้ง 35 คณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะ 9 คณะ ที่มี สส. พรรคประชาชนเป็นประธาน
หมุดหมายที่สาม คือเรื่องยุทธศาสตร์ในการทำงานพื้นที่ เรามีการปรับโครงสร้างของพรรค ตั้งทีมทำงานขึ้นมาเพื่อมีเป้าหมายในการเอาชนะการเลือกตั้ง เราเตรียมพร้อมที่จะเคาะผู้สมัครให้เร็ว วันที่ 1 พฤษภาคมนี้ จะมีการเคาะผู้สมัครชุดแรกลงไปทำงานในพื้นที่ เพื่อให้พวกเขามีโอกาสและมีเวลาได้นำเสนอชุดความคิดของพรรคประชาชนในพื้นที่มากขึ้น ส่วนเรื่องคุณสมบัติของผู้สมัคร หากเราเคาะผู้สมัครได้เร็ว ประชาชนในพื้นที่ก็จะมีโอกาสเข้ามาตรวจสอบผู้สมัครของพวกเราได้เร็วยิ่งขึ้นเช่นกัน
หมุดหมายที่สี่ คือเร็ว ๆ นี้เราจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่น เรามีลำพูนโมเดลที่แสดงให้เห็นแล้วว่า การชนะการเมืองระดับท้องถิ่นผ่านการทำงานให้ประชาชนเห็น สามารถส่งผลต่อการเมืองในระดับประเทศได้อย่างไร ซึ่งพวกตนเตรียมพร้อม นอกจากสนามการเลือกตั้งในพัทยาแล้ว ในต้นเดือนพฤษภาคมนี้ จะมีการเปิดตัวผู้สมัครทีมบริหารกรุงเทพมหานครของพรรคประชาชน ที่มีทั้งผู้สมัครผู้ว่าฯ และผู้สมัคร ส.ก. ครบทั้ง 50 เขต ซึ่งตนเชื่อว่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับพี่น้องชาวกรุงเทพฯ แน่นอน
ณัฐพงษ์กล่าวปิดท้ายว่า ตนขอขอบคุณทุกคนที่เชื่อมั่นว่าพรรคประชาชนเป็นพรรคมวลชน ที่ทุกคนในฐานะสมาชิกพรรคเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกันได้อย่างแท้จริง

24/04/2026

เช้าวันนี้ (24 เม.ย.) ศาลฎีกาได้มีคำสั่งรับคำร้องของ ป.ป.ช. ที่กล่าวหาว่าอดีต สส. พรรคก้าวไกล 44 คน ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีที่ร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยมีคำสั่งเพิ่มเติมให้ สส. ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ 10 คน สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไป แต่ห้ามไม่ให้กระทำซ้ำหรือกระทำการใดๆ หรือแสดงความคิดเห็น ซึ่งการกระทำที่ถูกกล่าวหาตามคำร้อง
ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับคำสั่งศาล เราขอเพียงแค่ยืนยันว่า การเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายนั้น ไม่ได้มีเจตนามุ่งร้ายต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
นอกจากนั้น นัยของคดีนี้สำคัญกว่าอนาคตทางการเมืองของผู้แทนราษฎรกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง คือเรื่องอนาคตของประชาธิปไตยไทย ซึ่งเป็นเรื่องของพวกเราทุกคน ที่ต้องการระบอบการเมืองที่มีกลไกในการตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจต่อทุกฝ่ายอย่างเสมอภาคด้วยมาตรฐานเดียวกัน เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชน ไม่ใช่ระบอบที่ใช้อำนาจเพื่อปกป้องการแสวงหาผลประโยชน์ของบุคคลบางกลุ่ม
เราไม่ต้องการเห็นกระบวนการนิติสงครามเพื่อรักษาระบอบการเมืองที่เป็นมรดกของการรัฐประหาร ซึ่งต้องการลดทอนอำนาจของประชาชนลง แล้วกินรวบอำนาจและผลประโยชน์ไว้ที่กลุ่มชนชั้นนำและนักการเมืองบางกลุ่มโดยไม่แยแสต่ออนาคตของประเทศและประชาชน
ดังนั้น พวกเราจะดำเนินการต่อสู้คดีในชั้นศาลฎีกาอย่างถึงที่สุด เพื่อปกป้องรักษาความชอบธรรมของอำนาจผู้แทนราษฎรในระบอบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนร่วมกับพี่น้องประชาชนในการเปลี่ยนผ่านการเมืองไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่รับใช้พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง

หมอกัน อดีตผู้สมัคร สส. เขต 3 ร่วมงานรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ณ บ้านดงเค็ง ต.เมืองลีง อ.จอมพระ #สงกรานต์  #พรรคประชาชน  #สุร...
14/04/2026

หมอกัน อดีตผู้สมัคร สส. เขต 3 ร่วมงานรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ณ บ้านดงเค็ง ต.เมืองลีง อ.จอมพระ
#สงกรานต์ #พรรคประชาชน #สุรินทร์
กันตภณ มิตรปราสาท - Kantaphon Mitprasat

ฮาเล่ย์ อดีตผู้สมัคร สส. เขต 1 และ สจ.ต้อม ร่วมกับ สท.เมืองสุรินทร์ พรรคประชาชน พาร่วมงานประเพณีก่อเจดีย์ทราย ณ ชุมชนดอง...
14/04/2026

ฮาเล่ย์ อดีตผู้สมัคร สส. เขต 1 และ สจ.ต้อม ร่วมกับ สท.เมืองสุรินทร์ พรรคประชาชน พาร่วมงานประเพณีก่อเจดีย์ทราย ณ ชุมชนดองกะเม็ด
#สงกรานต์ #สุรินทร์
เบญจมินทร์ ปันสน - Benjamin Punson
ศิลปากร พงศ์พิพัฒน์ - Silapakorn Bhongbhibhat
พรรคประชาชน - เทศบาลเมืองสุรินทร์

ที่อยู่

Surin

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ พรรคประชาชน สุรินทร์ - People's Party Surinผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์