16/06/2021
(ต่อจากคราวที่แล้ว)...หลังจากที่สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชได้เสร็จศึกจากหัวเมืงอเหนือทั้งสิ้นทั้งปวงแล้ว พระองค์ทรงเห็นพระพุทธรูปและจารึกต่างๆกระจัดกระจายหักพังไปทั่วเมืองเก่าสุโขทัย เป็นที่สลดหดหู่ใจแก่ผู้พบเห็น จึงมีพระราชหฤทัยที่เป็นกุศลที่จะบำรุงรักษาองค์พระปฏิมาแลจารึกต่างๆเหล่านั้น จึงมีพระบรมสุรสีหนาทราชโองการบัญชา ให้ทะแกล้วทหารทั้งน้อยใหญ่ ได้อัญเชิญพระพุทธรูปทั้งหลายและเก็บศิลาจารึกที่ถูกทอดทิ้งทำลาย ตามวัดวาอารามต่างๆใส่ล้อเกวียนบ้างล่องไปตามคลองแม่รำพันบ้าง แล้วจึงสร้างเรือแพไว้ที่ริมฝั่งแม่น้ำยมจากนั้นก็ชะลอลงไป ตามแม่น้ำล่องลงไปตามน้ำแม่เจ้าพระยา นำพระพุทธรูปไปไว้ที่วัดต่างๆในกรุงเทพมหานคร โดยพระพุทธรูปที่สมบูรณ์ก็จะนำมาประดิษฐานไว้ในโบสถ์ในศาลาทั้งองค์ขนาดใหญ่และขนาดย่อม แต่ด้วยความที่มีจำนวนมากมายมหาศาล ในพื้นที่ของวัดหลวงที่กว้างขวางใหญ่โต ก็ไม่เพียงพอที่จะนำมาเก็บไว้ได้ทั้งหมดจึงต้องอาศัยฝากเก็บไว้กับ วัดเล็กๆเพื่อรอทำการบูรณะปฏิสังขรณ์ต่อไปในภายหน้า ส่วนจารึกที่พอสรรหาเก็บมาได้นั้น ส่วนใหญ่จะเก็บไว้ที่วัดหลวงแต่การขนส่งที่มีอยู่หลายต่อหลายตอน และเนื่องด้วยเรือแพที่ชะลอลำเลียงมานั้นบางลำ ก็ล่มจมหายไปเสียก่อนถึงเมืองหลวง บ้างก็ถูกเบียดบังด้วยคนละโมบโลภทรัพย์ แอบขัดพระบัญชาพระเจ้าอยู่หัว เบียดบังเก็บไว้เป็นของส่วนตนบ้างก็มี จารึกที่แตกหักสภาพย่ำแย่ก็มักถูกนำไปเก็บไว้ที่วัดเล็กๆ ที่อยู่รายรอบพระนครส่วนที่ถึงมือเจ้าหน้าที่ จึงได้ทำบัญชีเป็นของหลวงนั่นเอง ที่วัดเล็กๆชานพระนครมีสมภารผู้รู้ธรรมรูปหนึ่ง มีความสามารถอ่านภาษาขอมและจารึกโบราณต่างๆได้มีลูกศิษย์ไว้คอยรับใช้ และถ่ายทอดความรู้ของตน พระลูกศิษย์ของสมภารรูปนี้ชื่อว่า"พระสุด" พระสุดเป็นผู้มีเชวว์ปัญญาดีกว่าพระสงฆ์รูปอื่นๆ ซึ่งเป็นศิษย์สำนักเดียวกัน ท่านสมภารเองก็เมตตาต่ิพระสุดมาก พระสุดมีหน้าที่แปลถอดความในจารึกออกมา และบังเอิญไปแปลจารึกอันหนึ่ง กล่าวถึงห้องมหาสมบัติในสมัยสุโขทัย หากทว่าข้อความนั้นไม่ครบ เพราะผู้จารึกเจตนาแยกส่วนของลายแทงออกจากกันแล้วใส่ลายแทงนั้นไว้ในพระพุทธรูปสำคัญ๔องค์ ต่อมาพระสุดได้ลาสิขามาเป็นฆราวาสและได้เข้ารับราชการในกรมอาลักษณ์จึงได้พยายามค้นหาจารึกแผ่นที่เหลือ จนมาพบว่าจารึกอีกแผ่นนึงนั้นอยู่กับคนแจวเรือ โดยคนแจวเรือคิดว่าเป็นแผ่นหินลงอาคมจึงใส่แผ่นจารึกนั่นไว้ในโอ่งน้ำ นายสุดอาศัยตำแหน่งหน้าที่ของตนบังคับเอาจารึกนั้นมาจากคนแจวเรือจนได้ แต่จารึกก็ยังขาดหายไปอีก 2 แผ่น นายสุดพยายามหาเพิ่มเติมแต่ก็หาไม่พบ จนก่อนที่จะเสียชีวิตด้วยวัยชรา นายสุดจึงสั่งเสียให้ลูกของตนเป็นผู้ค้นหาต่อไป จารึก 2 แผ่นนั้นได้ถูกมอบเป็นมรดกตกทอดมาเรื่อยๆจากรุ่นสู่รุ่น แล้วต่อไปนี้คือเรื่องราวของแผ่นจารึกศิลาที่จะนำไปสู่ห้องมหาสมบัติแห่งนั้น...(มีต่อ)