27/05/2026
"เนื่องในวันตรุษอีฎิ้ลอัดฮา (วันรายอฮัจยี) พิพิธภัณฑ์ธนารักษ์ จังหวัดสงขลา ขอพาทุกท่านย้อนรอยไปชมร่องรอยความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจในอดีตของ 'นครสงขลา' ยุคสิงกูร่า ที่เคยรุ่งโรจน์จนสามารถผลิตเงินตราที่มีอักษร 3 ภาษา (ไทย-ยาวี-จีน) ใช้เอง สะท้อนถึงมิตรภาพและการเป็นเมืองท่าพหุวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ในอดีต...
" สำหรับเหรียญอีแปะสงขลา มีจัดแสดงให้ชมที่พิพิธภัณฑ์ธนารักษ์ จังหวัดสงขลา (ถ.ไทรบุรี ย่านเมืองเก่าสงขลา ระหว่างวัดดอนแย้และวัดมัชฌิมาวาส) เปิดบริการทุกวันจันทร์ - ศุกร์ ในเวลาราชการ เว้นวันหยุดราชการค่ะ
# # ในช่วงหนึ่งของประวัติศาสตร์ภาคใต้ เมืองสงขลาเคยก้าวขึ้นเป็นนครการค้าที่ทรงอำนาจและมีความเป็นอิสระสูง ภายหลังการประกาศแข็งเมืองของผู้นำเชื้อสายมลายูมุสลิม ซึ่งส่งผลให้สงขลากลายเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญของคาบสมุทรมลายู และเป็นจุดหมายของพ่อค้าต่างชาติจากหลายชาติ โดยเฉพาะชาวยุโรปที่เริ่มเข้ามามีบทบาทในภูมิภาคนี้มากขึ้น
การแข็งเมืองของสงขลาในครั้งนั้น มิได้เป็นเพียงการแสดงอำนาจทางการเมืองต่อกรุงศรีอยุธยาเท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อระบบการค้าในภูมิภาค พ่อค้าชาวอังกฤษซึ่งเข้ามาค้าขายในแถบคาบสมุทรมลายู มองเห็นโอกาสสำคัญในการลดภาระด้านภาษีและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เดิมต้องส่งให้แก่กรุงศรีอยุธยา
มีบันทึกของพ่อค้าชาวอังกฤษชิ้นหนึ่งกล่าวไว้ว่า การตั้งคลังสินค้าที่สงขลาช่วยลดต้นทุนทางการค้าได้อย่างมาก เนื่องจากเมืองแห่งนี้ “ไม่เก็บอากรขนอน” หรือภาษีผ่านทางสินค้า เพียงมอบของกำนัลแก่ “ดาโต๊ะโมกอลล์” หรือเจ้าเมืองสงขลา ก็สามารถนำสินค้าและเงินตราผ่านเข้าออกได้อย่างสะดวก นั่นทำให้สงขลากลายเป็นเมืองท่าที่ดึงดูดพ่อค้าต่างชาติอย่างยิ่งในยุคนั้น
ภายหลังการประกาศตั้งตนเป็น “พระเจ้าสงขลาที่ 1” ของสุลต่านสุลัยมาน ชาห์ ผู้เป็นบุตรของดาโต๊ะโมกอล เมืองสงขลาก็เข้าสู่ยุคทองทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง ความมั่งคั่งจากการค้าได้หล่อเลี้ยงเมืองจนเติบโตอย่างรวดเร็ว และมีอำนาจมากพอที่จะผลิตเงินตราใช้เอง ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของรัฐที่มีความเป็นอิสระ
เหรียญเงินที่ผลิตขึ้นในยุคนั้น มีทั้งอักษรไทยที่ระบุคำว่า “สงขลา” รวมถึงอักษรยาวีคำว่า “นะครี-ซิงเกอร์” ซึ่งแปลว่า “นครสงขลา” อีกทั้งยังปรากฏอักษรจีนบนเหรียญด้วย สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมและเครือข่ายการค้าระหว่างประเทศที่เชื่อมโยงเมืองสงขลากับโลกภายนอก
แม้จะไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดเกี่ยวกับช่วงเวลาที่เริ่มผลิตเหรียญดังกล่าว แต่จากลักษณะภาษาและอักษรที่ใช้บนเหรียญ นักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่าน่าจะอยู่ในช่วงที่กลุ่มเจ้าเมืองเชื้อสายแขกมลายูปกครองสงขลาต่อเนื่องยาวนานเกือบ 40 ปี
ยุคสมัยแห่งการแข็งเมืองของสงขลา จึงไม่ใช่เพียงเรื่องราวของการเมืองการปกครอง หากยังเป็นภาพสะท้อนของนครท่าการค้าที่รุ่งเรืองที่สุดแห่งหนึ่งในคาบสมุทรภาคใต้ เมืองที่เคยเปิดประตูต้อนรับพ่อค้าจากทั่วสารทิศ และเติบโตขึ้นจากคลื่นลมแห่งการค้า จนกลายเป็น “นครสงขลา” อันมั่งคั่งในหน้าประวัติศาสตร์ไทยใต้ยุคโบราณ |