กลุ่มงานโภชนศาสตร์ โรงพยาบาลสตึก จังหวัดบุรีรัมย์

กลุ่มงานโภชนศาสตร์ โรงพยาบาลสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ให้บริการผู้ป่วยทุกภาคส่วน

03/06/2026
 #การบริหารตำแหน่งว่างข้าราชการภายใต้แผนงานบุคลากรภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ 2569 กระทรวงสาธารณสุขแผนการบรรจุบุคคลเข้ารับราช...
02/06/2026

#การบริหารตำแหน่งว่างข้าราชการภายใต้แผนงานบุคลากรภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ 2569 กระทรวงสาธารณสุข
แผนการบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในอัตราว่าง จำนวน 8,843 อัตรา ของแต่ละวิชาชีพ กระทรวงสาธารณสุข

 #การประเมินความเสี่ยงต่อภาวะ Refeeding Syndrome🔸✅ ผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะขาดสารอาหารเป็นเวลานาน รับประทานอาหารได้น้อย มีกา...
01/06/2026

#การประเมินความเสี่ยงต่อภาวะ Refeeding Syndrome

🔸✅ ผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะขาดสารอาหารเป็นเวลานาน รับประทานอาหารได้น้อย มีการดูดซึมสารอาหารบกพร่อง หรือมีการสูญเสียสารอาหารอย่างต่อเนื่อง จัดเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการเกิด Refeeding Syndrome ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนทางเมตาบอลิกที่เกิดขึ้นภายหลังการได้รับสารอาหารหรือพลังงานในปริมาณที่ไม่เหมาะสม หลังจากช่วงที่ร่างกายได้รับอาหารไม่เพียงพอเป็นระยะเวลานาน

📝🔷ในภาวะอดอาหาร ร่างกายจะปรับตัวเข้าสู่ภาวะ catabolism ส่งผลให้ระดับเกลือแร่ภายในเซลล์ โดยเฉพาะฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และแมกนีเซียม ลดลง เมื่อมีการเริ่มให้อาหารใหม่ โดยเฉพาะอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรต ร่างกายจะมีการหลั่งอินซูลินเพิ่มขึ้น กระตุ้นให้กลูโคสและเกลือแร่เคลื่อนเข้าสู่เซลล์อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ระดับเกลือแร่ในกระแสเลือดลดลงอย่างเฉียบพลัน ร่วมกับความต้องการวิตามินที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเผาผลาญพลังงาน โดยเฉพาะวิตามินบี 1 (Thiamine) เพิ่มสูงขึ้น

⬇️ผลที่ตามมาอาจก่อให้เกิดภาวะ Hypophosphatemia, Hypokalemia, Hypomagnesemia ภาวะขาดวิตามินบี 1 การคั่งของสารน้ำ ภาวะหัวใจล้มเหลว ความผิดปกติของระบบประสาท และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

📌Refeeding Syndrome สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในผู้ป่วยที่ได้รับโภชนบำบัดทางเดินอาหาร (Enteral Nutrition; EN) และทางหลอดเลือดดำ (Parenteral Nutrition; PN) ดังนั้น บุคลากรทางการแพทย์ควรประเมินความเสี่ยงก่อนเริ่มโภชนบำบัด เฝ้าระวังอาการทางคลินิกและติดตามระดับอิเล็กโทรไลต์อย่างใกล้ชิด รวมทั้งแก้ไขความผิดปกติที่เกิดขึ้นอย่างทันท่วงที โดยแนวทางการประเมินความเสี่ยงและการให้โภชนบำบัดตามระดับความเสี่ยงแสดงไว้ในรูปภาพ

📢 รู้จัก “Refeeding Syndrome” ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญในผู้ป่วยขาดสารอาหาร

ผู้ป่วยที่มีภาวะขาดสารอาหารเป็นเวลานาน รับประทานอาหารได้น้อย น้ำหนักลดมาก มีปัญหาการดูดซึมสารอาหาร หรือมีการสูญเสียสารอาหารอย่างต่อเนื่อง ควรได้รับการประเมินความเสี่ยงต่อภาวะ “Refeeding Syndrome” ก่อนเริ่มให้โภชนบำบัด

🔎 Refeeding Syndrome คืออะไร?

เป็นภาวะความผิดปกติของการเผาผลาญและระดับเกลือแร่ในร่างกายที่เกิดขึ้นหลังจากผู้ป่วยได้รับอาหารหรือพลังงานกลับเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็ว ภายหลังการอดอาหารหรือได้รับสารอาหารไม่เพียงพอเป็นระยะเวลานาน

เมื่อร่างกายได้รับอาหาร โดยเฉพาะคาร์โบไฮเดรต จะกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน ส่งผลให้เกลือแร่สำคัญ ได้แก่
✅ ฟอสฟอรัส (Phosphate)
✅ โพแทสเซียม (Potassium)
✅ แมกนีเซียม (Magnesium)

เคลื่อนเข้าสู่เซลล์อย่างรวดเร็ว ทำให้ระดับเกลือแร่ในเลือดลดต่ำลง และอาจเกิดภาวะขาดวิตามินบี 1 (Thiamine deficiency) ร่วมด้วย

⚠️ อาการที่อาจพบ
• อ่อนเพลีย กล้ามเนื้ออ่อนแรง
• หายใจลำบาก
• บวมจากการคั่งของสารน้ำ
• หัวใจเต้นผิดจังหวะ
• หัวใจล้มเหลว
• ชัก หรือหมดสติในรายที่รุนแรง

👥 กลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับการประเมิน
• BMI ต่ำกว่า 18.5 กก./ตร.ม.
• น้ำหนักลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 3–6 เดือนที่ผ่านมา
• รับประทานอาหารได้น้อยหรือไม่ได้รับอาหารหลายวัน
• ผู้ป่วยมะเร็ง
• ผู้สูงอายุ
• ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
• ผู้ที่มีภาวะดูดซึมอาหารผิดปกติ

🍽️ การป้องกัน
• ประเมินภาวะโภชนาการก่อนเริ่มให้อาหาร
• เริ่มให้พลังงานอย่างค่อยเป็นค่อยไป
• ติดตามระดับเกลือแร่และสารน้ำอย่างใกล้ชิด
• พิจารณาให้วิตามินบี 1 และแก้ไขความผิดปกติของเกลือแร่ก่อนเริ่มโภชนบำบัด

การเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยงอย่างเหมาะสม จะช่วยลดภาวะแทรกซ้อนและเพิ่มความปลอดภัยในการดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะทุพโภชนาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

💙 ขอขอบคุณคณะผู้จัดทำ Clinical Practice Recommendation for Parenteral Nutrition Management in Adult Hospitalized Patients in 2019
นำโดย : ดรุณีวัลย์ วโรดมวิจิตร, ปรียานุช แย้มวงษ์, ประณิธิ หงสประภาส, กวีศักดิ์ จิตตวัฒนรัตน์, จงจิตร อังคทะวานิช, วีระเดช พิศประเสริฐ, ศานิต วิชานศวกุล, สิรกานต์ เตชะวณิช, สรวิเชษฐ์ รัตนชัยวงศ์, วินัย อึงพินิจพงศ์ และคณะ

ขออนุญาตใช้รูปภาพที่เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางฯ ในวารสารโภชนบำบัด

📚 เอกสารอ้างอิง

Warodomwichit D, Yaemwong P, Hongsprabhas P, et al. Clinical Practice Recommendation for Parenteral Nutrition Management in Adult Hospitalized Patients in 2019. Thai JPEN. 2021;29(2):1–89.

#โภชนาการ

📢 โรคไตเรื้อรังและการฟอกไต: กินอย่างไรให้ปลอดภัย ดูแลไตให้ดีที่สุด 🩺🫘รู้แนวทางการดูแลโภชนาการสำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังท...
30/05/2026

📢 โรคไตเรื้อรังและการฟอกไต: กินอย่างไรให้ปลอดภัย ดูแลไตให้ดีที่สุด 🩺🫘

รู้แนวทางการดูแลโภชนาการสำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ได้รับการฟอกเลือด (Hemodialysis) ซึ่งการเลือกรับประทานอาหารอย่างเหมาะสมมีความสำคัญต่อคุณภาพชีวิตและผลการรักษา

🔎 โรคไตเรื้อรังคืออะไร?
โรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease; CKD) เป็นภาวะที่ไตทำงานลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถขับของเสียและรักษาสมดุลของน้ำ เกลือแร่ และสารอาหารได้ตามปกติ ผู้ป่วยบางรายจำเป็นต้องได้รับการฟอกเลือดเพื่อทดแทนการทำงานของไต

🥩 ผู้ป่วยฟอกไตควรได้รับโปรตีนเพียงพอ
การฟอกเลือดทำให้สูญเสียโปรตีนบางส่วน จึงควรได้รับโปรตีนคุณภาพดีในปริมาณที่เหมาะสม โดยทั่วไปประมาณ 1.2 กรัมต่อน้ำหนักตัวที่ควรเป็น 1 กิโลกรัมต่อวัน

✅ แหล่งโปรตีนคุณภาพดี ได้แก่
• เนื้อปลา
• เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน
• ไข่ขาว
• อกไก่

🧂 ควบคุมโซเดียม ลดบวม ลดความดันโลหิต
ผู้ป่วยโรคไตควรจำกัดโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเทียบเท่าเกลือประมาณ 1 ช้อนชาต่อวัน

🚫 อาหารที่มีโซเดียมสูง ควรหลีกเลี่ยง
• อาหารหมักดอง
• บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
• อาหารกระป๋อง
• อาหารแปรรูป
• ปลาเค็ม
• กุ้งแห้ง
• อาหารแช่แข็งสำเร็จรูป

🍌 ควบคุมโพแทสเซียม ป้องกันหัวใจเต้นผิดจังหวะ
ผู้ป่วยโรคไตมีความเสี่ยงต่อภาวะโพแทสเซียมสูง ซึ่งอาจส่งผลอันตรายต่อหัวใจ

✅ ผลไม้ที่มีโพแทสเซียมต่ำกว่าและสามารถรับประทานได้ในปริมาณที่เหมาะสม
• แอปเปิล
• ชมพู่
• องุ่น
• สับปะรด
• แตงโม

⚠️ ควรหลีกเลี่ยงหรือลดปริมาณ
• กล้วย
• ทุเรียน
• มะม่วงสุก
• ขนุน
• น้ำมะพร้าว

💡 เคล็ดลับลดโพแทสเซียมในผัก

1. หั่นผักเป็นชิ้นเล็กก่อนปรุงอาหาร
2. แช่ผักในน้ำสะอาดก่อนปรุง
3. ลวกผักทิ้งน้ำก่อนนำไปประกอบอาหาร

🥛 ควบคุมฟอสฟอรัส ป้องกันกระดูกเสื่อม
หากระดับฟอสฟอรัสในเลือดสูง อาจทำให้เกิดภาวะกระดูกพรุน คันตามผิวหนัง และหลอดเลือดแข็งตัว

🚫 ควรจำกัด
• เครื่องดื่มน้ำอัดลมสีเข้ม
• เบียร์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
• อาหารแปรรูป
• อาหารสำเร็จรูป
• ผลิตภัณฑ์นมบางชนิดในปริมาณมาก

❤️ แนวทางดูแลสุขภาพสำหรับผู้ป่วยโรคไต
✔ รับประทานอาหารตามคำแนะนำของนักกำหนดอาหาร
✔ ควบคุมความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือด
✔ งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
✔ รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ
✔ ออกกำลังกายตามความเหมาะสม
✔ มาพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง

🌟 การเลือกรับประทานอาหารอย่างเหมาะสม ช่วยลดภาวะแทรกซ้อน เพิ่มคุณภาพชีวิต และช่วยให้การฟอกไตมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

📌 หากท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลโภชนาการ สามารถปรึกษานักกำหนดอาหาร กลุ่มงานโภชนศาสตร์ โรงพยาบาลสตึกได้ในวันและเวลาราชการ

🙏 ขอขอบคุณผู้จัดทำ
นางสาวกนกวรรณ สีน้ำเงิน
นิสิตสาขาโภชนาการและการกำหนดอาหาร คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
ฝึกปฏิบัติการวิชาชีพนักกำหนดอาหาร ณ กลุ่มงานโภชนศาสตร์ โรงพยาบาลสตึก

📚 เอกสารอ้างอิง

1. สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย. แนวปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2565.
2. National Kidney Foundation. KDOQI Clinical Practice Guideline for Nutrition in CKD. American Journal of Kidney Diseases. 2020;76(3 Suppl 1):S1-S107.
3. Kidney Disease: Improving Global Outcomes (KDIGO). Clinical Practice Guideline for the Evaluation and Management of Chronic Kidney Disease. 2024 Update.
4. Cupisti A, Brunori G, Di Iorio BR, et al. Nutritional Treatment of Advanced CKD and Dialysis Patients. Nutrients. 2024.
5. กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. คู่มืออาหารแลกเปลี่ยนไทยและแนวทางการบริโภคอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง. พ.ศ. 2564.

#โภชนศาสตร์โรงพยาบาลสตึก #โรคไตเรื้อรัง #ฟอกไต #อาหารผู้ป่วยโรคไต #นักกำหนดอาหาร #โรงพยาบาลสตึก #สุขภาพดีเริ่มที่โภชนาการ 💙🩺🥗

  Metabolism 💊💉💊🥬🥦โดย ภก.ธิดารัตน์ ศิริมาสกุล รพ.สตึก1. ภาพรวมการเปลี่ยนแปลงยา (Drug Metabolism / Biotransformation)กระบ...
29/05/2026

Metabolism 💊💉💊🥬🥦
โดย ภก.ธิดารัตน์ ศิริมาสกุล รพ.สตึก

1. ภาพรวมการเปลี่ยนแปลงยา (Drug Metabolism / Biotransformation)
กระบวนการนี้หลักๆ แบ่งออกเป็น 2 ระยะ เพื่อทำให้ยาละลายน้ำได้ดีขึ้นและขับออกจากร่างกายได้ง่ายขึ้น:

🔸Phase I Reactions: เป็นปฏิกิริยาที่เติมหมู่ฟังก์ชัน (Functional group) เพื่อให้ยาขั้วเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนใหญ่ทำหน้าที่โดยเอนไซม์กลุ่ม CYP450 ยาที่ผ่านกระบวนการนี้อาจจะยังออกฤทธิ์อยู่ เปลี่ยนเป็นสารที่ไม่ออกฤทธิ์ หรือเปลี่ยนเป็นสารพิษก็ได้
🔷Phase II Reactions: เป็นปฏิกิริยาการรวมตัว (Conjugation) โดยนำสารในร่างกาย (เช่น Glucuronic acid, Sulfate, Acetate) มาจับกับยาขั้วสูง เพื่อให้ละลายน้ำได้ดีมากและขับออกทางปัสสาวะหรือน้ำดีได้อย่างปลอดภัย

2. กลไก Enzymatic Induction (การกระตุ้นเอนไซม์)
คำจำกัดความ: การที่สารบางชนิดไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างหรือเพิ่มการทำงานของเอนไซม์มากขึ้น
ผลกระทบ: ทำให้ยาที่เป็นสารตั้งต้น (Substrate) ถูกทำลายหรือเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น ส่งผลให้ระดับยาในเลือดลดลงและประสิทธิภาพการรักษาลดลง (เว้นแต่ยานั้นเป็น Prodrug ที่ต้องโดนเปลี่ยนสารถึงจะออกฤทธิ์ การกระตุ้นอาจทำให้เกิดพิษได้)
==> กรณีศึกษาจาก (St. John's wort กับ ยา Indinavir): * งานวิจัยในหนูทดลองแสดงให้เห็นว่า เมื่อให้กินสมุนไพร St. John's wort (SJW) ติดต่อกัน 15 วัน จะไปกระตุ้นเอนไซม์ CYP3A
✅ส่งผลให้ระดับของยาต้านไวรัส Indinavir ในกระแสเลือด (ค่า Cmaxและ AUC) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (กราฟในภาพที่ 5 แสดงให้เห็นชัดเจนว่ากลุ่มที่ได้รับสมุนไพรร่วมด้วย มีเส้นกราฟความเข้มข้นของยาต่ำกว่ากลุ่มที่ได้ยาเดี่ยวๆ อย่างมาก)

3. กลไก Enzymatic Inhibition (การยับยั้งเอนไซม์)
คำจำกัดความ: การที่สารบางชนิดไปแย่งจับหรือขัดขวางการทำงานของเอนไซม์ ทำให้อัตราการเปลี่ยนแปลงยาลดลง
📝📌ผลกระทบ: ยาจะถูกทำลายช้าลง ส่งผลให้ยาอยู่ในร่างกายได้นานขึ้น ระดับยาในเลือดสูงขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดผลข้างเคียงรุนแรงหรือเกิดพิษจากยาเกินขนาด (Overdose)
📝📝กรณีศึกษาจาก(น้ำเกรปฟรุต กับ ยา Simvastatin):
น้ำเกรปฟรุต (Grapefruit juice) มีสารที่ไปยับยั้งเอนไซม์ CYP3A4 ที่ลำไส้เล็กและตับ เมื่อทานร่วมกับยาลดไขมัน Simvastatin (ซึ่งเป็น Substrate ของ CYP3A4) จะทำให้กระบวนการ First-pass metabolism ลดลง ส่งผลให้ร่างกายดูดซึมยาเข้าสู่กระแสเลือดได้มากกว่าปกติหลายเท่า (เพิ่มค่า AUC สูงถึง 3.6 เท่า)
ความเสี่ยง: การมีระดับยา Simvastatin ในเลือดสูงเกินไป จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงรุนแรง เช่น อาการปวดกล้ามเนื้อ หรือกล้ามเนื้อสลาย (Rhabdomyolysis)

4. ตารางสรุปชนิดของยา, ตัวยับยั้ง และตัวกระตุ้น (CYP450)

เอกสารอ้างอิงทางวิชาการ (References)
1. อ้างอิงกรณีศึกษา: St. John's wort กับ ยา Indinavir
งานวิจัยที่ทำการศึกษาในหนูทดลอง (Wistar rats) เพื่อดูปฏิกิริยาการกระตุ้นเอนไซม์ CYP3A ของสมุนไพร St. John's wort ที่ส่งผลต่อระดับยา Indinavir:
Format วารสาร: Ho, Y. F., Huang, D. K., Hsueh, W. C., Lai, M. Y., Yu, H. Y., & Tsai, T. H. (2009). Effects of St. John's wort extract on indinavir pharmacokinetics in rats: differentiation of intestinal and hepatic impacts. Life Sciences, 85(7-8), 296-302.
PMID: 19559714
2. อ้างอิงกรณีศึกษา: น้ำเกรปฟรุต กับ ยา Simvastatin (งานวิจัยทางคลินิกแบบสุ่มและทดลองสลับกลุ่ม (Randomized cross-over study) ในอาสาสมัครสุขภาพดี เพื่อดูผลของการยับยั้งเอนไซม์ CYP3A4 ของน้ำเกรปฟรุตที่ทำให้ระดับยา Simvastatin สูงขึ้น 3.6 เท่า:
Format วารสาร: Lilja, J. J., Kivistö, K. T., & Neuvonen, P. J. (2004). Effects of regular consumption of grapefruit juice on the pharmacokinetics of simvastatin. British Journal of Clinical Pharmacology, 58(1), 56-60.
PMID: 15206993
3. อ้างอิงตารางสรุปปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรไทย/ต่างประเทศ กับ CYP450 ข้อมูลในตารางหน้าสุดท้ายรวบรวมมาจากฐานข้อมูลปฏิกิริยาระหว่างยากับสมุนไพร โดยอ้างอิงจากบทความปริทัศน์และแนวทางการใช้ยาอย่างปลอดภัย อาทิเช่น: สมุนไพรไทย (ฟ้าทะลายโจร, ขมิ้นชัน, บัวบก, ขิง): อ้างอิงข้อมูลการศึกษาในประเทศไทยโดยคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และสำนักงานข้อมูลสมุนไพร เกี่ยวกับผลของสมุนไพรต่อเอนไซม์ Cytochrome P450 (CYP1A2, CYP2C9, CYP2C19) สมุนไพรและสารสกัดต่างประเทศ (Ginkgo, Garlic, Ginseng, St. John's wort): อ้างอิงจากตำรามาตรฐานและฐานข้อมูลสากล เช่น Natural Medicines Comprehensive Database หรือบทความทางการแพทย์: Position Paper on Herbal-Drug Interactions (European Medicines Agency - EMA) และสารานุกรมปฏิกิริยาระหว่างยาของ Stockley's Drug Interactions มุ่งเน้นการเตือนผู้ป่วยที่ทานยาแคบ (Narrow Therapeutic Index) เช่น Warfarin หรือ Phenytoin ร่วมกับสมุนไพรเหล่านั้น

29/05/2026

⚠️ ประกาศสำคัญ 📌

คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการกำหนดอาหาร ขอเปลี่ยนแปลงสถานที่ดำเนินการสอบความรู้ฯ จากเดิมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพมหานคร
👉🏻"เป็น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร ในวันและเวลาเดิม" 📢
https://mrd.hss.moph.go.th/mrd1_hss/?p=13460

โรงพยาบาลสตึก 🎉ขอแสดงความยินดีกับ                                                                                    พญ....
28/05/2026

โรงพยาบาลสตึก
🎉ขอแสดงความยินดีกับ พญ.ฉันท์สินี สุนาวินวรรัตน์ กุมารแพทย์
#ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 🥈
ประเภทงานวิจัย Oral Presentation สาขาการแพทย์

นายยุทธนา พรหมอุ่น นักกำหนดอาหารวิชาชีพ
#ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 🥉
ประเภทงานวิจัย Oral Presentation สาขาสหเวชศาสตร์

📌ในการนำเสนอผลงานวิชาการงานวจัยและนวัตกรรมสุขภาพ ระดับจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์

==> แอ้ดมาแชร์กิจกรรมดัดแปลงอาหารท้องถิ่น ที่ถึงรส ถึงเครื่อง ครับ ให้ผู้เข้าร่วมมีส่วนร่วม ไม่ง่วงเหงาแน่นอน ‼️😅😅😅 ครึก...
28/05/2026

==> แอ้ดมาแชร์กิจกรรมดัดแปลงอาหารท้องถิ่น ที่ถึงรส ถึงเครื่อง ครับ ให้ผู้เข้าร่วมมีส่วนร่วม ไม่ง่วงเหงาแน่นอน ‼️😅😅😅 ครึกครื้น ตลอดการอบรม😅🎉🏋🏻‍♀️

📌วันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
✅ โรงพยาบาลสตึก จัดกิจกรรม โครงการติดตามผลการจัดการตนเองของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
ณ ห้องประชุมอเนกประสงค์ รพ.สตึก
โดย นพ.พีรพงษ์ อินทร์เหลา รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลสตึก

▶️ มอบหมายให้ นพ.ภัคพล ปัญจจิตติ อายุรแพทย์
และพญ.ศิริพรรณ เมืองแก้ว อายุรแพทย์
📝 ประเมินติดตามด้านความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโรคไตเรื้อรัง

#และกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จาก ทีม CKD Clinic
โดย ภญ.พจนา เนตรรักษ์
💊💉บรรยายการใช้ยาอย่างเหมาะสมในผู้ป่ยโรคไตเรื้อรัง

กภ.ลีลาวดี ยันตรี ฝึกท่าการออกกำลังกาย 🤸🏻‍♀️🧘🏻‍♂️🏋🏻‍♀️

#และกิจกรรม Work Shop
🍱 #ดัดแปลงอาหารท้องถิ่นลดโซเดียมชะลอไตเสื่อม
โดย นายยุทธนา พรหมอุ่น นักกำหนดอาหารวิชาชีพ
นางกัลยา นามมนตรี นักวิชาการสาธารณสุข
และนางวรรณภา ป้องชาลี พยาบาลวิชาชีพ

🍜🍝🍲 กิจกรรมนี้ ให้ผู้เข้าร่วมอบรม กลุ่มผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะ 1-3a จำนวน 30 คน
‼️ได้แบ่งทีมเป็น 2 ทีม ในการปรุงประกอบเมนูอาหารลดโซเดียม
🥬🥦จำนวน 2 เมนู คือ เมนูส้มตำ และลาบหมู
🔸ซึ่งมีนักกำหนดอาหารควบคุมกำกับ บอกเทคนิค ทำให้รสชาติอร่อย สีสันน่ารับประทาน แต่มีปริมาณโซเดียมที่ลดลง โดยมีการวัดโซเดียมด้วย Salt meter ทำให้ผู้ป่วยรู้จักเทคนิคการลดโซเดียม ในเมนูอาหารท้องถิ่น



#โภชนาการ
#เมนูอาหาร
#ท้องถิ่น
#ไต
#ไตเรื้อรัง

เข้าช่วงฤดูกาลเก็บเห็ด 🚫เราก็ต้องศึกษาว่าเห็ดอะไรกินได้ไม่ได้ มีพิษต่แร่างกายไหม และวิธีการเลือกซื้อควรเลือกแบบไหน หรือห...
26/05/2026

เข้าช่วงฤดูกาลเก็บเห็ด
🚫เราก็ต้องศึกษาว่าเห็ดอะไรกินได้ไม่ได้ มีพิษต่แร่างกายไหม และวิธีการเลือกซื้อควรเลือกแบบไหน หรือหากได้รับเห็ดพิษแล้วควรปฏิบัติตัวอย่างไร

วันนี้แอ้ดเอาคู่มือเห็ดพิษ (Mushroom Poisoning) ของกรมควบคุมโรคมาฝากครับ
ลิ้ง✅⬇️
🍄 https://www.ddc.moph.go.th/uploads/publish/1461820230829095149.pdf?fbclid=IwdGRleASCEjtleHRuA2FlbQIxMQBzcnRjBmFwcF9pZAo2NjI4NTY4Mzc5AAEeKbxfMNkWhM_eq1nBqPjOAFA-7Xe2pKI2_-_b8NzUx7nqUwidcfcRjigr-nU_aem_ohJoetWm9m3bdu64zaOy2w

ที่อยู่

Satuk
31150

เบอร์โทรศัพท์

+6644681281

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กลุ่มงานโภชนศาสตร์ โรงพยาบาลสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์