ชมรมไทยพวน จังหวัดสระบุรี

ชมรมไทยพวน จังหวัดสระบุรี ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ชมรมไทยพวน จังหวัดสระบุรี, จุดสังเกตและสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์, Saraburi.

ลักษณะผ้าของชาวไทยพวนชุดของสาวไทพวนในหลวงพระบาง
14/02/2013

ลักษณะผ้าของชาวไทยพวน


ชุดของสาวไทพวนในหลวงพระบาง

การแต่งกายของชาวไทยพวน...
14/02/2013

การแต่งกายของชาวไทยพวน...

การแต่งกายของชาวไทยพวนการแต่งกาย ในอดีตผู้หญิง ใช้ผ้าคาดอกแทนการสวมเสื้อ นุ่งซิ่นตีนจก หรือ สีพื้นแทรกลายขวาง บางท้องถิ่...
14/02/2013

การแต่งกายของชาวไทยพวน

การแต่งกาย ในอดีตผู้หญิง ใช้ผ้าคาดอกแทนการสวมเสื้อ นุ่งซิ่นตีนจก หรือ สีพื้นแทรกลายขวาง บางท้องถิ่นนิยมนุ่งซิ่นมัดหมี่ ผู้ชายนุ่งกางเกงขาก๊วยสีดำใส่เสื้อสีดำ และผ้านุ่งจูงกระเบน ผ้าขาวม้าพาดบ่า หรือคาดเอว
ผู้หญิงนุ่งผ้าซิ่น ผ้าขาวม้ารัดนม เรียกว่า แห้งตู้
ทั้งชายหญิงไม่สวมเสื้อ แต่เวลาไปไร่นาต้องสวมเสื้อสีดำ หรือสีคราม หญิงสวมเสื้อรัดตัวแขนยาวถึงข้อมือกระดุมเสื้อใช้เงินกลมติดเรียงลงมาตั้งแต่คอถึงเอว
เด็กผู้ชายก็จะใส่กำไลเท้า เด็กผู้หญิงใส่ทั้งกำไลมือกำไลเท้า
ปัจจุบันผู้หญิงนิยมสวมเสื้อตามสมัยนิยม ส่วนคนสูงอายุมักสวมเสื้อคอกระเช้า ผู้ชายยังแต่งเหมือนเดิม ยังมีบางท้องถิ่นแต่งแบบไทย-ลาว เช่น จังหวัดลพบุรี ชัยนาท หนองคาย อุดรธานี


ทรงผม ชายหญิงเมื่อโกนผมไฟ แล้วหญิงจะไว้ผมจุก พออายุ ๑๔-๑๖ ปีจะไว้ผมยาว ทรงผมของชาวไทพวน จะเป็นสิ่งบ่งบอกถึงสถานภาพของแต่ละคน เช่น ผู้หญิงที่เป็นสาวรุ่นจะไว้ผมทรงผูกผม คือ รวบผมมารวมกันไว้ตรงกลางศีรษะ แล้วใช้เชือกผูกผมไว้ ปล่อยผมยาวไปตามลำตัว เอาหนามเม่นแข็งกลัดไว้ตรงกลางศีรษะ เมื่ออายุ ๑๘-๑๙ ต้องไว้ทรงโค้งผม คือหยิบเอาผมที่ปล่อยลงไปมาทำเป็นรูปโค้ง พออายุ ๒๐ ปีขึ้นไปจะต้องนำผมมาขมวดเป็นกระจุกไว้ที่กลางศีรษะ เรียกว่า เกล้าจุกกระเทียม และต้องปักหนามเม่น เมื่อแต่งงานแล้วจะไว้ผมยาวเกล้ามวยไว้ด้านหลัง ส่วนชายจะโกนผมจนเป็นหนุ่มจึงไว้ผมยาว


บ้านเรือนของชาวพวน เป็นเรือนสูง นิยมปลูกเป็นเรือนที่มีห้องตั้งแต่ ๓ ห้องขึ้นไป ใต้ถุนเรือนใช้ทำประโยชน์หลายอย่าง เช่น ทำคอกวัว-ควาย เล้าเป็ดเล้าไก่ ตั้งเครื่องสำหรับผูกหูกทอผ้า หลังคาทรงมะนิลา ไม้เครื่องบนผูกมัดด้วยหวายแทนการตอกตะปู แต่ถ้าเป็นบ้านเจ้านายหรือผู้มีฐานะดีและวัดจะใช้ตะปูซึ่งทำขึ้นเอง และหลังคามุงด้วยหญ้าคา ถ้าเป็นบ้านผู้มีฐานะดีมุงด้วยกระเบื้องไม้เรียกว่าไม้แป้นเก็ด หรือกระ เบื้องดินเผา พื้นและฝาเรือนปูด้วยกระดาน ไม้ไผ่สีสุกสับแผ่ออกเป็นแผ่นๆ เรียกว่า ฟาก แล้วมีเสื่อสานด้วยหวายทับอีกชั้นหนึ่ง มีห้องครัวอยู่บนเรือน มีชานยื่นออกมาจากตัวเรือน และมีบันไดขึ้นลงพาดที่นอกชานด้านทิศเหนือ ส่วนเสาเรือนนั้นอาจใช้ไม้ทั้งต้นหรือใช้อิฐก่อเป็นเสาขนาดใหญ่


ฤกษ์ในการปลูก คือเวลาเช้าการปลูกเรือนจะเสร็จในวันเดียวประมาณ ๕-๖ โมงเย็น จากนั้นจะเป็นหน้าที่ของฝ่ายหญิง บางพวกทำเล้าไก่ ทำเตาไฟ การขึ้นบ้านใหม่เจ้าของบ้านต้องหาบสิ่งของขึ้นไป ได้แก่ ไซ หัวหมู แห ไม้ค้อน สิ่ว และหอก ต่อจากนั้นจะมีคนถือเสื่อที่นอนหมอนมุ้ง ถาดข้าวต้ม ขนมหวานสำหรับทำขวัญเรือน เมื่อญาติพี่น้องมาพร้อมหน้า ก็เริ่มทำพิธีตามประเพณี การนอนเรือนใหม่จะต้องมีคนนอนให้ครบทุกห้องเป็นเวลา ๓ คืน คืนที่สี่ เจ้าบ้านจะต้องจัดทำข้าวต้มขนมหวานเลี้ยงดูญาติพี่น้องที่มานอนเป็นเพื่อนเมื่อเจ้าบ้านจัดบ้านเสร็จคนที่จะเข้าออก ห้องนอนได้ต้องเป็นคนในครอบครัว เท่านั้น


การแต่งงานของชาวพวน ผู้ชายต้องหาเฒ่าแก่ ไปสู่ขอหญิง ซึ่งต้องไปเป็นคู่ และเป็นคนประพฤติดี มีครอบครัวแล้วอยู่กันอย่างราบรื่นไม่เป็นหม้าย เมื่อสู่ขอแล้วฝ่ายชายตกลงวันแต่งฯต้องนำหมากไปด้วย

วันแต่งงานชาวพวนเรียกว่า วันก่าวสาว ชายต้องจัดขันหมาก ๑ ขัน ซึ่งเรียกว่า พานตีนสูง หรือ ขันโตก ของที่ใส่พานได้แก่ หมาก เต้าปูน พลู และมีดน้อย(มีดฮ่วมโฮง) เมื่อเสร็จพิธี ฝ่ายสะใภ้ต้องเชิญญาติร่วมรับประทานอาหาร ในเวลาเย็นของวันแต่งงานและตอนเช้าของวันรุ่งขึ้น

นอกจากนั้นยังมีประเพณี กำเกียง คือ ประเพณีที่มีการส่งผีย่าผีเกียงสอนลูกหลานไม่ให้เป็นคนเห็นแก่กิน
ประเพณี กำเมื่อมีคนตาย คือไม่ให้มีการทำงานหนักในบ้าน
ประเพณี ห่อข้าวดำดิน เพื่อส่งข้าวเปรต คือ ผีปู่ย่าตายาย พ่อแม่ญาติ พี่น้องที่ตายไป
ประเพณี ทานข้าวสะจะ เป็นการทำบุญที่จัดขึ้น แรม ๑๕ ค่ำ ในเดือน ๑๐ ซึ่งประเพณีทำบ้องไฟจุดเป็นพุทธบูชา
และประเพณีสงกรานต์ เรียกว่า สังขานต์ มี ๓ วัน คือ วันสังขานต์ล่อง วันเนา และวันเถลิงศก ปัจจุบันชาวไทพวน รับเอาวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวอีสาน เข้ามายึดถือปฏิบัติ ทั้งการใช้ภาษา การแต่งกาย การนับถือศาสนา ฯลฯ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้ความเป็นอยู่ การดำเนินชีวิตของชาวไทพวน กลายไปเป็นชาวไทอีสานอย่างเต็มตัว.


ชาวไทพวนนั้นมีความเชื่อเรื่องผี เรื่องการเข้าทรง อย่างแน่นแฟ้น โดยเฉพาะที่บ้านกลาง ยังมีร่างทรงนางเทียม ทำหน้าที่รักษาโรคภัยไข้เจ็บ และเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้าน ประเพณีที่ชาวไทพวนปฏิบัติสืบต่อกันมาคือ งานบุญกำฟ้า ซึ่งแต่ละบ้านจะกำหนดต่างกันมักจะอยู่ในระยะเวลา ๓ เดือนก่อนลงมือทำนา คือ เดือนอ้ายขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือนยี่ขึ้น ๑๓ ค่ำ หรือเดือน ๓ ขึ้น ๓ ค่ำ หรือเมื่อฟ้าร้องครั้งแรกในเดือนสาม คำว่า กำ หมายถึง การถือ การ เคารพ การกำฟ้า จึงเป็นการเคารพฟ้า จะทำกันในเดือน ๓ ขึ้น ๓ ค่ำ เรียกว่าวัน กำเต็มมื้อ หรือ วันกำเต็มวัน ชาวบ้านจะหยุดทำงาน งดใช้วัวควายไม่ผ่าฟืนไม่ทำเสียงดัง หรือเสียงอึกทึก เพราะเชื่อว่าถ้าทำเช่นนั้นฟ้าจะไม่พอใจ จะดลบันดาลให้ฝนแล้งพืชผลไม่ดี วันสุกดิบก่อนวันกำเต็มวัน คือวันขึ้น ๒ ค่ำ ชาวบ้านจะช่วยกันเตรียมสถานที่และของที่จะทำบุญ เดิมประเพณีของที่จะทำเตรียมไปทำบุญตักบาตรในวันรุ่งขึ้นได้แก่ ข้าวปุ้น หรือขนมจีน น้ำยาน้ำพริก และข้าวจี่ แต่มาระยะหลังเปลี่ยนมาเป็นเผาข้าวหลามแทน ชาวบ้านช่วยกันเตรียมอุปกรณ์ทำข้าวหลาม และข้าวจี่ ได้แก่ขูดมะพร้าว คั้นกะทิ แช่ข้าวเหนียว ตัดไม้ไผ่ เตรียมทำใส่ข้าวจี่ เหมือนการทำบุญข้าวจี่เดือนอ้าย เตรียมปลูกโรงพิธีพราหมณ์ เตรียม เครื่องบายศรี เครื่องเซ่น เสร็จช่วงเช้ากลับบ้าน อาบน้ำแต่งตัวมาร่วมประกอบพิธีในตอนบ่าย

ช่วงบ่ายเริ่มพิธีสงฆ์ นิมนต์พระมาเจริญพระพุทธมนต์ที่วัด จากนั้นเป็นพิธีพราหมณ์ ให้หมอพราหมณ์ หรือ พิธีกรจุดธูปเทียนเบิกบายศรี กล่าวคำอัญเชิญเทวดา มารับเครื่องเซ่น ขณะเดียวกันก็จะจัดสาวพรหมจรรย์ออกมาฟ้อนรำเพื่อขอพร ขณะหมอพรกล่าวคำอัญเชิญเทวดา ผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมพิธีสงฆ์และพิธีพราหมณ์ จะเริ่มเผาข้าวหลามและปิ้งข้าวจี่ จะเริ่มพร้อมๆ กับพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ และจะต้องให้เสร็จพร้อมกับพิธีพราหมณ์จบลง ข้าวหลามที่ได้จากการเผาในพิธีถือว่าเป็นข้าวหลามทิพย์ กรรมการของวัดจะแบ่งข้าวหลามไว้ครึ่งหนึ่ง เพื่อเก็บไว้ให้ประชาชนตักบาตรในวันรุ่งขึ้น อีกครึ่งจะเก็บไว้สำหรับให้ประชาชน นำกลับไปรับประทานที่บ้านตามความเชื่อที่ว่า ถ้าผู้ใดรับประทานข้าวหลามทิพย์จะไม่ถูกฟ้าผ่า

เช้าวันรุ่งขึ้นเป็นวันกำเต็มวัน ชาวบ้านจะตื่นขึ้นมาประกอบอาหารแต่เช้ามืด เพื่อสำหรับถวายพระสงฆ์เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นแล้วจะหยุดงานทุกอย่าง ชาวบ้านจะหาบสำรับกับข้าวไปรวมกันที่วัด มีการตักบาตรข้าวจี่ และข้าวหลามที่ช่วยกันทำถวายพระสงฆ์พร้อมกับสำรับอาหารคาวหวาน ของแต่ละบ้าน แล้วรับประทานอาหารร่วมกัน ช่วงสายไม่ต้องทำงานบรรดาหนุ่มสาวจะมาร่วมกันที่ลานวัด หรือลานบ้านใดบ้านหนึ่ง มีการละเล่นพื้นบ้านจนถึงกลางคืน เป็นพิธีการให้หนุ่มสาวมาพบกัน นับจากวันกำเต็มวันต่อไปอีก ๗ วัน คือในวันขึ้น ๑๐ ค่ำ จะเป็น กำเคิ่งมื้อ หรือ กำครึ่งวันคือหยุดการทำงานครึ่งวันเช้า ตอนบ่ายทำงานตามปกติ นับไปอีก ๗ วันในวันแรม ๒ ค่ำมีการกำงาย หรือ กำช่วงเช้า ก่อนการรับประทานอาหารเช้าอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นจะทำงานตามปกติจนถึงเวลาเย็น ภายหลังจากหุงหาอาหารค่ำในวันกำงายแล้ว ชาวบ้านจะนำฟืนที่อยู่ในเตาดุ้นหนึ่งออกมารดน้ำพร้อมกับกล่าวคำขับไล่ความแห้งแล้ง แล้วจึงโยนลงคลองไป เรียกว่า พิธีแสงฟ้า หรือ วิธีเสียแล้ง เป็นอัน เสร็จพิธีกำฟ้า พิธีกำอีกอย่างหนึ่งคือ กำฟ้าครั้งแรก กำฟ้าร้องครั้งแรกในช่วง เดือน ๓ หรือเดือนกุมภาพันธ์ การกำฟ้าร้องครั้งแรกจะใช้เสียงฟ้าร้องครั้งแรก กำหนดว่าจะเริ่มพิธีกำฟ้าเมื่อใด ก่อนที่กวานบ้าน หรือผู้นำของหมู่บ้านจะประกาศวันกำฟ้าได้นั้นต้องรอให้คนที่หูตึงที่สุดของหมู่บ้านเป็นผู้ได้ยินก่อน จึงจะแน่ใจได้ว่าชาวบ้านทั้งหลายได้ยินกันทั่วไปแล้ว นอกจากฟ้าร้องครั้งแรกยัง สามารถพยากรณ์ถึงผลผลิตในปีนั้นด้วย เช่น ถ้าฟ้าร้องดังมาจากทิศตะวันออก ฝนจะปานกลาง นาในลุ่มจะดี นาในที่ดอนจะเสียหาย ถ้าเสียงฟ้าร้องดังมาทาง ทิศตะวันตกจะแห้งแล้ง ข้าวจะยากหมากจะแพง

อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อยครอบคลุมพื้นที่ในเขตอำเภอมวกเหล็ก และอำเภอวังม่วง มีลำห้วยมวกเหล็กไหลผ่าน จุดเด่นซึ่งเป็นส...
14/02/2013

อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย

ครอบคลุมพื้นที่ในเขตอำเภอมวกเหล็ก และอำเภอวังม่วง มีลำห้วยมวกเหล็กไหลผ่าน จุดเด่นซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวคือ น้ำตกเจ็ดสาวน้อย เป็นน้ำตกที่ไหลลดหลั่นมาตามแนวลำธาร มีประมาณ 7 ชั้น แต่ละชั้นมีความสูงราว 2-5 เมตร แอ่งน้ำมีบริเวณที่เล่นน้ำกว้าง และร่มรื่น นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมล่องแก่งเรือคยัคในห้วยมวกเหล็ก ติดต่อได้ที่ที่ทำการอุทยานฯ
การเดินทาง
จากตัวเมืองสระบุรี ไปอำเภอมวกเหล็ก ถึงทางแยกถนนสายมวกเหล็ก-หนองย่างเสือ ระยะทาง 41 กิโลเมตร จากทางแยกเข้าสู่อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อยเป็นระยะทางอีก 12 กิโลเมตร หรือเดินทางโดยรถโดยสาร มีรถสายสระบุรี-แก่งคอย-มวกเหล็ก ผ่านหน้าอุทยานฯ
จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางกรุงเทพฯ-สระบุรี (ทางหลวงหมายเลข 1 หรือ ถ.พหลโยธิน) เมื่อถึงตัวเมืองสระบุรีให้เลี้ยวขวาใช้เส้นทาง สระบุรี-นครราชสีมา (ทางหลวงหมายเลข 2 หรือ ถ.มิตรภาพ) กม.ที่ 142 ก่อนถึงตลาด อ.ส.ค. ให้เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 2224 (มวกเหล็ก-หนองย่างเสือ) ประมาณ 12 กม. ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย
กิจกรรม
เล่นน้ำตก พายเรือคยัก พักผ่อนหย่อนใจ ล่องแก่ง เดินป่าศึกษาธรรมชาติ
บริเวณอุทยาน มีบ้านพัก ที่กางเต้นท์ ห้องอาบน้ำ มีร้านอาหารบริการ ห่วงยางให้เช่าเล่นน้ำ นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อล่องแก่งเรือยาง เรือคยัก และรถ ATV ได้ด้วย ติดต่อสอบถามข้อมูล โทร. 0 3622 6431 ติดต่อจองบ้านพักอุทยานแห่งชาติที่ โทร. 0 2562 0760 เว็บไซต์ www.dnp.go.th

อุโมงค์ต้นไม้บนเส้นทางมวกเหล็ก-วังม่วง เส้นทางสาย 2089 มีอุโมงค์ต้นไม้ เกิดจากต้นกระถินใหญ่สองข้างถนนโน้มกิ่งเข้าหากัน ท...
14/02/2013

อุโมงค์ต้นไม้

บนเส้นทางมวกเหล็ก-วังม่วง เส้นทางสาย 2089 มีอุโมงค์ต้นไม้ เกิดจากต้นกระถินใหญ่สองข้างถนนโน้มกิ่งเข้าหากัน ทำให้ถนนร่มครึ้มเป็นระยะทางยาวดูคล้ายอุโมงค์ และให้ความร่มรื่นสวยงามมีความยาวประมาณ 200 เมตร นักท่องเที่ยวมักจอดรถแวะถ่ายรูปเป็นประจำ
ถัดไปเล็กน้อยยังมีเนินพิศวง ซึ่งหากจอดรถเข้าเกียร์ว่าง จะเกิดภาพลวงตามองเห็นรถเคลื่อนที่จากที่ต่ำไปยังที่สูง นอกจากนี้ตามเส้นทางสายมวกเหล็ก-หนองย่างเสือ (ทางหลวงหมายเลข 2224) จะมีลำธารไหลเลียบถนนไปตลอดเส้นทางและมีรีสอร์ทของเอกชนหลายแห่งตั้งเรียงรายอยู่ริม
ธารน้ำตก

ฟาร์มจระเข้ - สวนสัตว์ พระพุทธฉาย สระบุรี ฟาร์มจระเข้ - สวนสัตว์ พระพุทธฉาย สระบุรี ห่ีางจากตัว เมือง สระบุรี 12 กม.ตั้ง...
14/02/2013

ฟาร์มจระเข้ - สวนสัตว์ พระพุทธฉาย สระบุรี



ฟาร์มจระเข้ - สวนสัตว์ พระพุทธฉาย สระบุรี ห่ีางจากตัว เมือง สระบุรี 12 กม.ตั้งอยู่ข้างสถานที่ท่องเที่ยว พักผ่อน ของ ชาวเมืองสระบุรี 2 แห่งคือ พระพุทธฉาย และ อุทยานแห่งชาติ พระพุทธฉาย ภายในฟาร์มเปิดเป็นที่ท่องเที่ยวพักผ่อน สำหรับ นักเรียน นิสิต นักศึกษา และบุคคลทั่วไป โดยเป็นแหล่ง ศึกษาค้นคว้าวิจัย ชีวิตสัตว์ป่าและเพาะขยายพันธุ์จระเข้ เพื่อจำหน่ายแก่เกษตรกรทั่วไป ซึ่งทางฟาร์มเราได้ขึ้นทะเบียนรับรอง กับกรมประมง และ องค์กรอนุรักษ์สัตว์ป่าและพันธุ์พืขระหว่างประเทศ (CITES) โดยภายในฟาร์มท่านจะเพลิดเพลินกับ ธรรมชาติอันร่มรื่นสวยงาม ท่ามกลางสัตว์ป่า นานาชนิด และสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ อาทิเช่น จระเข้ , ตะโขง , เสือโคร่ง , นกกระจอกเทศ , อูฐ , ม้าแคระ , เนื้อทราย , กวางซิก้า , เม่น ,พิพิธภัณฑ์การเกษตร ฯลฯ

สำหรับท่านที่ต้องการถ่ายรูป เป็นที่ระลึก ทางฟาร์มได้เตรียม มุมสำหรับถ่ายภาพที่ระลึกไว้้ เช่น จระเข้หินที่ยาวถึง 43เมตร,ปลาคราฟหินยาว 36 เมตร,นกฮูกหินสูง 13 เมตร , รูปปั้นมังกรในตำนานแบบต่างๆ, รูปปั้นลิงหินยักษ์นานาพันธุ์,ปราสาทจำลองขนาดเล็ก เพื่อถ่ายภาพฯลฯ
เปิดบริการทุกวัน 8.00 -18.00 น.

ฮันนี่ ฮัท เที่ยวฟาร์มผึ้งที่ ... อ.วังม่วง จ.สระบุรี เที่ยวชมฟาร์มผึ้ง ที่เลี้ยงด้วยเกสรดอกทานตะวัน ขบวนการผึ้งตัวน้อย ...
14/02/2013

ฮันนี่ ฮัท

เที่ยวฟาร์มผึ้งที่ ... อ.วังม่วง จ.สระบุรี


เที่ยวชมฟาร์มผึ้ง ที่เลี้ยงด้วยเกสรดอกทานตะวัน ขบวนการผึ้งตัวน้อย ก่อนเป็นน้ำผึ้ง โอสถรสวิเศษ ที่ฮันนี่ ฮัท ฟาร์มผึ้ง มนุษย์เรารู้จักน้ำผึ้งกันมานานหลายศตวรรษแล้วโดยใช้เป็นอาหาร ส่วนประกอบของอาหารและใช้เป็นยารักษาโรคต่างๆ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็น “ โอสถสาร ” ขนานวิเศษ ทุกชาติ ทุกภาษายอมรับว่าเป็นยาอายุวัฒนะขนานแท้ น้ำผึ้ง มีธาตุอาหารต่างๆมากมายที่จำเป็นต่อร่างกายของมนุษย์เรา เพราะผึ้งเป็นผู้รวบรวมสารสมุนไพรต่างๆ มากมาย จึงประกอบไปด้วยตัวยา ต่างๆ ที่สามารถนำมาใช้เป็นสารป้องกันและรักษาโรคต่างๆ ได้ดี โดยใช้น้ำผึ้งเป็นกระสายยา สำหรับเตรียมยาต่างๆ เพราะน้ำผึ้งเข้าได้กับยาเกือบทุกชนิดน้ำผึ้งให้พลังงานและความอบอุ่นแก่ร่างกายสูง บำรุงกล้ามเนื้อให้แข็งแรง บำรุงประสาทและสมองให้สดชื่นแจ่มใส เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กอ่อน คนสูงอายุ ที่ทำงานหนัก ตลอดจนผู้ป่วยในระยะพักฟื้นด้วยโรคต่างๆ ควรรับประทานตอนเช้า และก่อนนอนทุกวัน สำหรับผู้อดนอน เคร่งเครียด ทำงานหนัก อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ใช้น้ำผึ้ง 1-2 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำชา-กาแฟ หรือน้ำผลไม้ดื่ม จะทำให้สดชื่นมีเรี่ยวแรง จิตใจแจ่มใส (ควรผสมกับน้ำอุ่น ถ้าน้ำร้อนจัดจะทำให้คุณค่าของน้ำผึ้งเสียไป)

ติดต่อขอเข้าชมเพื่อศึกษาผึ้งและพักได้ที่ กระท่อมทิพย์ ฮิลล์ รีสอร์ท ต.วังม่วง

ฟาร์มม้าแข่งใหญ่ที่สุดในเอเชียฟาร์มม้า ที่...ไร่ปภัสราสถานที่ตั้ง ตั้งอยู่ใน อ.วังม่วง จ.สระบุรี มีอาณาบริเวณเป็นเนินเขา...
14/02/2013

ฟาร์มม้าแข่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย

ฟาร์มม้า ที่...ไร่ปภัสรา




สถานที่ตั้ง ตั้งอยู่ใน อ.วังม่วง จ.สระบุรี มีอาณาบริเวณเป็นเนินเขาถึง 2 ลูกด้วยกัน เป็นฟาร์มองุ่น (ปลูกโดยวิธีทางธรรมชาติ) ฟาร์มนกกระจอกเทศ และฟาร์มเพาะพันธุ์ม้าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

เริ่มก่อตั้งฟาร์มเมื่อปี 2529 โดยเป็นฟาร์มเพาะพันธุ์ม้า แม่พันธุ์จะนำเข้ามาจากประเทศออสเตรเลียเป็นส่วนใหญ่ พ่อพันธุ์ของฟาร์มมีชื่อเสียงมาก เช่น พ่อพันธุ์ที่ชื่อ บิ๊กโบว์ ได้ให้ลูกที่ชนะการแข่งขันที่สำคัญๆ หลายรายการเช่น ถ้วยพระราชทานตาบี้ ปี 2546 เป็นต้น นอกจากนี้เรายังมีพ่อพันธุ์ม้าควอเดอร์ฮอร์ส 100 % (ม้าขี่เล่น) ไว้บริการผสมพันธุ์กับแม่ม้าด้วย มีบริการขี่ม้าที่ฟาร์มสำหรับผู้ที่ไม่เป็นเลย หรือผู้ที่มีความชำนาญ ซึ่งสามารถเข้าไปในบริเวณทุ่งทานตะวัน ซึ่งอยู่บริเวณสวนป่าของฟาร์มได้ด้วย
สามารถเดินทางมาถึงได้ทั้งโดยรถยนต์ส่วนตัวและรถโดยสารประจำทาง (กรุงเทพฯ-สระบุรี หรือ กรุงเทพฯ-นครราชสีมา) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงเสษ เท่านั้น จากกรุงเทพฯ โดยใช้เส้นทางสายมิตรภาพ เลี้ยวจากถนนใหญ่เช้ามา ทางไปเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ (ถนนมวกเหล็ก-วังม่วง) ถึงหลักกิโลเมตรที่ 19 ก็ถึง

สัมผัสวิถีชาวฟาร์มโคนมที่ ฟาร์มโคนม อ.มวกเหล็ก...สระบุรีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชและสมเด็จพระเจ้าเฟร...
14/02/2013

สัมผัสวิถีชาวฟาร์มโคนมที่ ฟาร์มโคนม อ.มวกเหล็ก...สระบุรี

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชและสมเด็จพระเจ้าเฟรดเดอริคที่ 9 แห่งประเทศเดนมาร์ก ได้ทรงประกอบพิธีเปิดฟาร์มโคนมและศูนย์ฝึกอบรมการเลี้ยงโคนมไทย - เดนมาร์ก อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2505 จึงนับได้ว่าเป็นวันที่มีความสำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์ของการเลี้ยงโคนมในประเทศไทย ต่อมาในปีพุทธศักราช 2514 รัฐบาลไทยได้รับโอนกิจการฟาร์มโคนมและศูนย์ฝึกอบรมการเลี้ยงโคนมไทย - เดนมาร์ก จัดตั้งเป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีชื่อว่า “ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย ( อ.ส.ค.)”

ปัจจุบัน อ.ส.ค. นอกจากจะเป็นหน่วยงานเพื่อการช่วยเหลือชาวฟาร์มโคนมในเรื่องของ เทคนิควิธีการทำฟาร์ม การผลิตน้ำเชื้อ รับซื้อนมดิบ ยังได้มีการพัฒนารูปแบบเป็นหน่วยงาน ผลิตนมสดพลาสเจอร์ไรซ์ ที่ไม่มีนมผงเป็นส่วนผสม และเป็นการทำแบบครบวงจร จัดส่งไปตามโรงเรียน และ จำหน่ายทั่วประเทศ สำหรับนักท่องเที่ยว 30 คนขึ้นไปสามารถติดต่อเข้าไปที่อ.ส.ค. เพื่อขอเข้าชมการดำเนินงาน ชมแปลงหญ้า การเลี้ยงลูกโค การรีดนมวัว ภายในหน่วยงานได้
การเดินทาง จากกทม.ถึงสามแยกมิตรภาพ (สระบุรี) เลี้ยวขวามุ่งหน้าไปทางเข้ามวกเหล็ก ถึงทางแยก(มวกเหล็ก-กลับสระบุรี) ไปทางขวา อสค.ส่วนที่ให้เข้าชมจะอยู่ขวามือ ตลาดอสค.อยู่ซ้ายมือ หรือจะโทรศัพท์ ติดต่อไปก่อนได้ที่ หมายเลข 0-3634-1200 , 0-3634-1973

ไร่องุ่นปภัสราไร่องุ่นปภัสรา มีองุ่นที่ปลูกไว้บนเนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ มีอยู่ด้วยกัน 3 พันธุ์ คือ พันธุ์แบล็คไนซ์ เป็นองุ...
14/02/2013

ไร่องุ่นปภัสรา

ไร่องุ่นปภัสรา มีองุ่นที่ปลูกไว้บนเนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ มีอยู่ด้วยกัน 3 พันธุ์ คือ พันธุ์แบล็คไนซ์ เป็นองุ่นพันธุ์สีดำไร้เมล็ด สามารถรับประทานสด คั้นแต่น้ำ หรือนำไปทำเป็นไส้พายองุ่นและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้อีกหลายชนิด พันธุ์ลูพเพลเล็ต องุ่นพันธุ์นี้มีสีเขียว ไร้เมล็ด มีรสหวานจัดเป็นที่นิยมมากมักนำมารับประทานสด พันธุ์ไข่ปลาคาเวียร์ องุ่นพันธุ์นี้เป็นที่นิยมมากและมีราคาแพงมีสีดำ เม็ดเล็กเป็นพวงเกาะกันเหมือนเมล็ดพริกไทย มีรสชาติหอม หวานเป็นพิเศษและมีวิธีการรับประทานที่แตกต่างจากพันธุ์อื่นๆ ที่ต้องทานทั้งพวง
แวะพักชิมกาแฟสดที่จุดชมวิว
จุดชมวิวสามารถมองเห็นเนื้อที่ฟาร์มได้ทั้งหมด และสามารถมองเห็นเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ได้และมีกาแฟสดไว้บริการสำหรับคอกาแฟ

นอกจากจะเป็นสถานที่เพื่อการพักผ่อนแล้ว “ ไร่องุ่นปภัสรา ” ยังได้จัดเตรียมสถานที่และกิจกรรมสำหรับการพักผ่อนไว้ด้วย เช่น วอล์คแรลลี่ ขี่จักรยานตามไหล่เขา ขี่ม้าชมทุ่งทานตะวัน เปิดบริการทุกวันไม่มีวันหยุด เวลา 08.00-18.00 น.

ติดต่อสอบถามและสั่งจองได้ที่ คุณบัญญัติ โพธิ์ตุ่น 08-1851-4721

ไร่องุ่นคุณมาลีทัศนียภาพ ที่นี่ต้องขอยกนิ้วให้ ว่าเป็นที่หนึ่งในตองอูกับเขาเหมือนกัน เพราะเป็นไร่องุ่น ที่สามารถมองเห็นไ...
14/02/2013

ไร่องุ่นคุณมาลี

ทัศนียภาพ ที่นี่ต้องขอยกนิ้วให้ ว่าเป็นที่หนึ่งในตองอูกับเขาเหมือนกัน เพราะเป็นไร่องุ่น ที่สามารถมองเห็นได้ตั้งแต่ขับรถมาจากถนนวังม่วง-มวกเหล็ก นอกจากจะเป็นไร่องุ่น ยังมีผลิตภัณฑ์จากองุ่นสดๆ หลากชนิด ให้นักท่องเที่ยวซื้อเป็นของฝากกลับบ้าน

แต่ถ้ายังไม่อยากกลับเพราะติดใจในบรรยากาศ ไร่องุ่นคุณมาลี มีบริการให้กางเต้นท์นอนเล่นเย็นๆ ใต้ฟ้าหลังคาดาวอีกด้วย แต่ต้องติดต่อล่วงหน้าเท่านั้น ถ้าขับรถไปถึงจะขอเข้าพักเลยอาจจะไม่มีที่เหลือให้คุณกางเต้นท์ก็ได้ ติดต่อล่วงหน้า ได้ที่หมายเลข 08-1853-5893
จากกทม.ถึงสามแยกมิตรภาพ (สระบุรี) เลี้ยวขวามุ่งหน้าไปทางเข้ามวกเหล็ก เลี้ยวซ้ายตรงป้ายทางไปน้ำตกเจ็ดสาวน้อย พอเลย กม.8 ให้สังเกต ทางขวาไร่อยู่ฝั่งขวามือ

สวนองุ่นภูอมรสวนองุ่นภูอมร นอกจากจะเป็นแหล่งผลิตองุ่น ยังเป็นบริษัท ทำไวน์ที่ได้รับรางวัลระดับ 4-5 ดาว ที่นักชิมไวน์ ต้อ...
14/02/2013

สวนองุ่นภูอมร

สวนองุ่นภูอมร นอกจากจะเป็นแหล่งผลิตองุ่น ยังเป็นบริษัท ทำไวน์ที่ได้รับรางวัลระดับ 4-5 ดาว ที่นักชิมไวน์ ต้องไม่พลาดที่จะมาซื้อที่นี่ ภูอมร เมรัย นอกจากไวน์แล้วมีน้ำองุ่นสด รสเป็นหนึ่ง แถมด้วยน้ำข้าวโพด รสดี เป็นสินค้าใหม่ปีนี้ให้คุณได้ลิ้มลองด้วย ทางสวนองุ่นภูอมร เปิดรับนักท่องเที่ยวทุกวันไม่มีวันหยุด สามารถโทรศัพท์ติดต่อก่อนได้ที่หมายเลข 0-3632-7183, 08-1906-9373
เดินทางไปเที่ยวมวกเหล็ก จากกทม.ถึงสามแยกมิตรภาพ (สระบุรี) เลี้ยวขวามุ่งหน้าไปทางเข้ามวกเหล็กสังเกตพระพุทธรูปใหญ่หน้าโรงปูน TPI จากพระพุทธรูปไป 6 กม. (ทางลงเขา) จะเห็นศาลาริมทางหลังคาสีเขียว (ก่อนถึงโตโยต้าพระพุทธบาท) ให้เลี้ยวซ้ายตรงศาลาพอดี เป็นทางเล็ก ไปประมาณ 800 เมตร ก็จะเห็นป้ายทางเข้าสวนองุ่นภูอมรสีฟ้า ให้เลี้ยวขวา เข้าไปจะเริ่มเห็นล้านองุ่นเรียงรายทางซ้ายมือ ไปเรื่อยๆ จะเห็นทางเข้า มุ่งหน้าหาภูเขาเลยสวนองุ่นที่นี่เขาปลูกตามริมเขา นั่งรถขึ้นไปเรื่อยๆ มองลงมาเห็นทิวองุ่นยาวเหยียด

ที่อยู่

Saraburi

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ชมรมไทยพวน จังหวัดสระบุรีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์