28/05/2026
มาทำความรู้จัก "ไวรัสอีโบลา" พร้อมมาตรการคุมเข้ม องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศให้การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา (Ebola) ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและยูกันดา เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ
1️⃣ รู้จัก "ไวรัสอีโบลา" สายพันธุ์ใหม่ที่กำลังระบาด
โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา สายพันธุ์บันดิบูเกียว (Bundibugyo ebolavirus) ยังไม่มีวัคซีนที่นำมาใช้ป้องกันหรือรักษาผู้ป่วยสายพันธุ์นี้ได้
2️⃣ไวรัสอีโบลาไม่ได้ติดต่อกันง่ายๆ ผ่านทางอากาศเหมือนไข้หวัดใหญ่หรือโควิด-19 แต่จะติดต่อผ่าน
🔸การสัมผัสโดยตรงกับสารคัดหลั่ง เช่น เลือด, น้ำลาย, ปัสสาวะ, อุจจาระ, หรืออ้วก ของผู้ป่วยที่แสดงอาการแล้ว
🔸การสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่ง เช่น เสื้อผ้า, ผ้าปูเตียง, หรือเข็มฉีดยา
🔸การสัมผัสหรือกินเนื้อสัตว์ป่าที่ติดเชื้อ (เช่น ค้างคาวผลไม้ หรือลิง)
3️⃣ระยะฟักตัวของโรคจะอยู่ที่ประมาณ 2 ถึง 21 วัน โดยผู้ป่วยจะมีอาการตามลำดับดังนี้
1. อาการเริ่มต้น: มีไข้สูงเฉียบพลัน อ่อนเพลียอย่างรุนแรง ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ และเจ็บคอ
2. อาการรุนแรงขึ้น: อาเจียน ท้องเสีย มีผื่นขึ้น การทำงานของตับและไตลดลง
3. ระยะอันตราย: มีเลือดออกทั้งภายในและภายนอกร่างกาย (เช่น เลือดออกตามไรฟัน เลือดกำเดาไหล หรือถ่ายเป็นเลือด) และระบบอวัยวะล้มเหลว
4️⃣สถานการณ์และมาตรการเฝ้าระวังของประเทศไทย ปัจจุบันยังไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาในประเทศไทย แต่เพื่อความไม่ประมาท กระทรวงสาธารณสุขไทย โดยกรมควบคุมโรค ได้ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดสูงสุด ดังนี้
🔸ยกระดับการคัดกรองที่ด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ: เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจคัดกรองผู้เดินทางที่เดินทางมาจากหรือผ่านประเทศเสี่ยง (คองโก และยูกันดา) ณ ท่าอากาศยานนานาชาติทุกแห่ง โดยมีการตรวจวัดอุณหภูมิ และตรวจสอบประวัติการเดินทางอย่างละเอียด 📝
🔸มาตรการกักกันโรค 21 วัน (Quarantine): สำหรับผู้เดินทางที่มาจากพื้นที่ระบาดรุนแรง ได้แก่ประเทศ DR Congo และ Uganda จะต้องถูกกักกันหรือคุมไว้สังเกตอาการเป็นเวลาอย่างน้อย 21 วัน มีผลบังคับตั้งแต่ 21 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป
5️⃣ข้อแนะนำสำหรับประชาชนทั่วไป
ยังไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก เนื่องจากโอกาสที่โรคจะแพร่กระจายในชุมชนนั้นต่ำมาก อย่างไรก็ตาม มีข้อปฏิบัติที่ควรทราบดังนี้
🔸ชะลอการเดินทาง: หากไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ควรงดหรือหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ยูกันดา หรือประเทศในแถบแอฟริกาที่มีรายงานการระบาด
🔸หากจำเป็นต้องเดินทาง: ให้หลีกเลี่ยงการไปโรงพยาบาลในพื้นที่ระบาด หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วยหรือผู้เสียชีวิต และไม่สัมผัสหรือบริโภคเนื้อสัตว์ป่าทุกชนิด
🔸แจ้งประวัติเมื่อกลับไทย: ดำเนินการตามที่กรมควบคุมโรคประกาศ และหากเพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงภายใน 21 วัน แล้วมีอาการไข้สูง หนาวสั่น ปวดหัว หรือมีอาการทางระบบทางเดินอาหาร ให้รีบไปพบแพทย์ทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทางให้แพทย์ทราบอย่างตรงไปตรงมา โดยหลีกเลี่ยงการเดินทางด้วยรถสาธารณะเพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อ
ขอบคุณที่มาข้อมูล : กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข/กรมประชาสัมพันธ์🙏