กองพันทหารสื่อสารซ่อมบำรุงเขตหลัง

กองพันทหารสื่อสารซ่อมบำรุงเขตหลัง กองพันทหารสื่อสารซ่อมบำรุงเขตหลัง

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี๓ มิถุนายน ๒๕๖๙     ด้วยเกล้าด้วยก...
02/06/2026

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

๓ มิถุนายน ๒๕๖๙

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ข้าราชการ และครอบครัว กองพันทหารสื่อสารซ่อมบำรุงเขตหลัง

ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพร ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ https://wellwishes.royaloffice.th/index.php/home/index/53

#ทรงพระเจริญ

สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนา...
02/06/2026

สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ ระหว่างวันที่ ๑ – ๕ มิถุนายน ๒๕๖๙
https://wellwishes.royaloffice.th/index.php/home/index/53

วันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๗.๒๘ น.   พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไป...
02/06/2026

วันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๗.๒๘ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชา เนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปี ๒๕๖๙ ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง
ครั้นเมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง เสด็จเข้าพระอุโบสถ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดเทียนรุ่งทรงรับกระทงดอกไม้วางบนพานหน้าฐานชุกชี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่ง แล้วทรงจุดเทียนห่วงบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ พระพุทธเลิศหล้านภาไลย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่ที่หน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศที่หน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงกราบ แล้วเสด็จออกไปยังชานหน้าพระอุโบสถ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พลอากาศโท ภักดี แสง-ชูโต รักษาราชการผู้อำนวยการกองพระราชพิธี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเทียน ทรงจุดไฟจากโคมไฟฟ้า แล้วพระราชทานเพื่อเชิญไปถวายเจ้าอาวาส สำหรับจุดเทียนบูชาพระรัตนตรัยตามพระอารามหลวงที่ได้ทรง
พระราชอุทิศไว้ จำนวน ๖ พระอาราม ได้แก่ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดบวรนิเวศวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม กรุงเทพมหานคร และวัดนิเวศธรรมประวัติ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จากนั้น รักษาการผู้อำนวยการกองพระราชพิธี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเทียนชนวนทรงจุดไฟจากโคมไฟฟ้า แล้วทรงถือเทียนนั้นไว้ เจ้าพนักงานศุภรัตนำโคมเทียนมาขอพระราชทานจุดไฟ สำหรับทรงถือเมื่อเวลาเสด็จพระราชดำเนินเวียนเทียนประทักษิณพระอุโบสถ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พระราชวงศ์ องคมนตรี และข้าราชการ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ขอพระราชทานต่อเทียนที่ทรงถืออยู่นั้น เสร็จแล้ว ทรงนำสวดสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย จบแล้ว ทรงรับโคมจากเจ้าพนักงานศุภรัต ทรงพระดำเนินเลี้ยวขวาเวียนรอบพระอุโบสถครบ ๓ รอบ แล้วเสด็จเข้าพระอุโบสถ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงโปรยดอกมะลิที่ธรรมาสน์ศิลา ทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์พระราชทานแก่เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปตั้งที่ธรรมาสน์ ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม ทรงศีล พระศรีวัชโรภาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาชัย ถวายศีล และถวายพระธรรมเทศนา เรื่อง “วิสาขปูชากถา” จบแล้ว ทรงหลั่งทักษิโณทก จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์แด่พระราชาคณะที่ถวายพระธรรมเทศนา และทรงประเคนสบงถวายพระสงฆ์ ๔ รูปที่สวดรับอนุโมทนา พระสงฆ์ถวายอดิเรก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วเสด็จออกจากพระอุโบสถไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ

#ทรงพระเจริญ #สืบสานรักษาต่อยอด
#พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชา

เวียนเทียน เนื่องในวันวิสาขบูชา----------------   วันที่ 29 พ.ค.69 ผบ.พัน.ส.ซบร.เขตหลัง นำกำลังพลร่วมพิธีเวียนเทียน เนื่...
02/06/2026

เวียนเทียน เนื่องในวันวิสาขบูชา
----------------
วันที่ 29 พ.ค.69 ผบ.พัน.ส.ซบร.เขตหลัง นำกำลังพลร่วมพิธีเวียนเทียน เนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปี 2569 ณ พระอุโบสถวัดหนองพะอง ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จว.สมุทรสาคร โดยมี ผบ.ส.1 เป็นประธานฯ

#กองพันทหารสื่อสารซ่อมบำรุงเขตหลัง

การทดสอบสมรรถภาพร่างกายของทหารใหม่ ผลัดที่ 1/69 หน่วยฝึกทหารใหม่ พัน.ส.ซบร.เขตหลัง
31/05/2026

การทดสอบสมรรถภาพร่างกายของทหารใหม่ ผลัดที่ 1/69
หน่วยฝึกทหารใหม่ พัน.ส.ซบร.เขตหลัง

วันวิสาขบูชา วันสำคัญของโลก---------------------วันวิสาขบูชา  ปีนี้ตรงกับ วันอาทิตย์ ที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙วันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค...
30/05/2026

วันวิสาขบูชา วันสำคัญของโลก
---------------------
วันวิสาขบูชา ปีนี้ตรงกับ วันอาทิตย์ ที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙
วันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนเจ็ด (๗)

“ วันวิสาขบูชา ” เป็นวันสำคัญสากลทางพระพุทธศาสนา สำหรับชาวพุทธทุกนิกายทั่วโลก และเป็นวันสำคัญในระดับนานาชาติ ตามข้อมติของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ เพราะเป็นวันคล้ายวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญที่สุดในพระพุทธศาสนา รวม ๓ เหตุการณ์ด้วยกัน คือ ประสูติ ตรัสรู้ และ ปรินิพพาน ของ “พระพุทธโคดม” โดยทั้ง ๓ เหตุการณ์ได้เกิดเมื่อ วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ หรือ “ วันเพ็ญแห่งเดือนวิสาขะ ” ชาวพุทธจึงถือว่าเป็นวันที่รวมเกิดเหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง และเรียกการบูชาในวันนี้ว่า “ วิสาขบูชา ” ย่อมาจาก “ #วิสาขปุรณมีบูชา” แปลว่า “การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ” อันเป็นเดือนที่สองตามปฏิทินของอินเดีย ซึ่งตรงกับ วันเพ็ญเดือน ๖ ตามปฏิทินจันทรคติของไทย และมักตรงกับเดือนพฤษภาคม หรือ มิถุนายน ตามปฏิทินจันทรคติของไทย โดยในประเทศไทยถ้าปีใดมีเดือน ๘ สองหน ก็เลื่อนไปทำในวันเพ็ญเดือน ๗ แต่ประเทศอื่นที่นับถือพระพุทธศาสนาเถรวาท และไม่ได้ถือคติตามปฏิทินจันทรคติไทย จะจัดพิธีวิสาขบูชาในวันเพ็ญเดือน ๖ แม้ในปีนั้นจะมีเดือน ๘ สองหนตามปฏิทินจันทรคติไทยก็ตาม
….. ( # หมายเหตุ # ตามพจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ( ป. อ. ปยุตฺโต ) ระบุไว้ว่า คำว่า “วิสาขบูชา” จะเขียนว่า “วิศาขบูชา” ก็เขียน เป็นคำเรียกตัดสั้น ส่วนคำเต็มนั้นมีว่า “วิสาขปุณณมีปูชา” หรือ “วิสาขบูรณมีบูชา” นอกจากนี้ยังเขียนอีกหลายอย่างเป็น วิศาขบุรณมี บ้าง วิสาขบุรณมี บ้าง วิสาขปุรณมี บ้าง ปัจจุบันอาจจะเขียน วิสาขบุณมี หรือ วิสาขปุณมี หรือ วิสาขบูรณมี หรือ วิสาขปูรณมี คือ วันเพ็ญเดือน ๖, วันกลางเดือน ๖, วันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๖ ดิถีมีพระจันทร์เต็มดวง ประกอบด้วยวิศาขฤกษ์ ( วิศาขนักษัตร )
…. เหตุการณ์สำคัญ ๓ เหตุการณ์ ที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธเจ้า และเป็นจุดเริ่มต้นของศาสนาพุทธ ทั้งหมดได้เกิดขึ้นเมื่อ ๒,๕๐๐ กว่าปีก่อน ณ ดินแดนที่เรียกว่า “ชมพูทวีป” ในสมัยพุทธกาล
…. โดยเหตุการณ์แรก เมื่อ ๘๐ ปี ก่อนพุทธศักราช เป็น “วันประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ” ณ ใต้ร่มสาลพฤกษ์ ในพระราชอุทยานลุมพินีวัน ( อยู่ในเขตประเทศเนปาลในปัจจุบัน )
…. และ เหตุการณ์ต่อมา เมื่อ ๔๕ ปี ก่อนพุทธศักราช เป็น “วันที่เจ้าชายสิทธัตถะได้บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ ตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า” ณ ใต้ร่มโพธิพฤกษ์ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ( อยู่ในเขตประเทศอินเดียในปัจจุบัน )
…. และ เหตุการณ์สุดท้าย เมื่อ ๑ ปี ก่อนพุทธศักราช เป็น “วันเสด็จดับขันธปรินิพพานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า” ณ ใต้ร่มสาลพฤกษ์ ในสาลวโนทยาน พระราชอุทยานของเจ้ามัลละ เมืองกุสินารา ( อยู่ในเขตประเทศอินเดียในปัจจุบัน ) โดยเหตุการณ์ทั้งหมดล้วนเกิดตรงกับวันเพ็ญ เดือน ๖ หรือ เดือนวิสาขะ นี้ทั้งสิ้น ชาวพุทธจึงนับถือว่าวันเพ็ญเดือน ๖ นี้ เป็นวันที่รวมวันคล้ายวันเกิดเหตุการณ์สำคัญ ๆ ของพระพุทธเจ้าไว้มากที่สุด และได้นิยมประกอบพิธีบำเพ็ญบุญกุศลและประกอบพิธีพุทธบูชาต่างๆ เพื่อเป็นการถวายสักการะรำลึกถึงแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสืบมาจนปัจจุบัน
…. ด้วยเหตุนี้ ที่ประชุมใหญ่สมัชชาสหประชาชาติจึงยกย่องให้วันวิสาขบูชาเป็น “วันสำคัญสากล” ( International Day ) ตามข้อมติสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่ ๕๔/๑๑๒ วันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๒
ความหมายของ“วันวิสาขบูชา”
ในแง่ปรากฏการณ์ยิ่งใหญ่ในประวัติแห่งมนุษยชาติ
โดย...สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ( ป. อ. ปยุตฺโต )
…. “ ความหมายของ “วันวิสาขบูชา” ที่ได้กล่าวมานั้น แม้จะลึกซึ้งและสำคัญก็ยังจำกัดแคบเป็นเชิงคติเกี่ยวกับชีวิตบุคคล คือพระชนมชีพของพระบรมศาสดา วันวิสาขบูชายังมีความหมายที่กว้างขวางยิ่งกว่านั้น ซึ่งเป็นความหมายในขั้นหลักการของพระพุทธศาสนา ตรงกับความจริงที่ว่า การเกิดขึ้นของพระพุทธเจ้าก็คือการเกิดขึ้นของพระพุทธศาสนา และในแง่นี้ การเกิดขึ้นของพระพุทธเจ้าและพระพุทธศาสนา เป็นปรากฏการณ์อันยิ่งใหญ่ที่มีลักษณะพิเศษ ถือได้ว่าเป็นการขึ้นสู่ยุคใหม่แห่งประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ โดยที่การประสูติ ตรัสรู้ และ ปรินิพพานของพระพุทธเจ้า มีความหมายเชิงหลักการ ดังนี้
#๑. การประสูติของพระพุทธเจ้า คือการประกาศอิสรภาพของมนุษย์
…. การประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ ก็หมายถึงการเกิดขึ้นของพระพุทธเจ้าด้วย เป็นความหมายที่โยงถึงกันอยู่ในตัว
…. การประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะมีสัญลักษณ์อยู่ที่การทรงประกาศการเกิดขึ้นของพระพุทธเจ้า ด้วยพระดำรัสที่เรียกว่า “อาสภิวาจา” (วาจาอาจหาญ) ว่า “อคฺโคหมสฺมิ โลกสฺส, เชฏฺโฐหมสฺมิ โลกสฺส, เสฏฺโฐหมสฺมิ โลกสฺส” แปลว่า “เราเป็นผู้เลิศแห่งโลก เราเป็นพี่ใหญ่แห่งโลก เราเป็นผู้ประเสริฐแห่งโลก”
…. พระวาจานี้ทรงประกาศท่ามกลางสังคมมนุษย์ที่มีอิทธิพลของการนับถือเทพเจ้าครอบคลุมและครอบงำไปทั่วทั้งหมด คำว่า “เชฏฐ” เป็นต้นนั้น เป็นคำแสดงฐานะของพระพรหมผู้เป็นเทพเจ้าสูงสุด มนุษย์ยุคนั้นเชื่อว่าชีวิตและสังคมของตนจะดีร้ายเป็นไปอย่างไร ย่อมขึ้นต่ออำนาจของเทพเจ้าที่จะลงโทษหรือโปรดปรานดลบันดาลให้เป็นอย่างไร สิ่งที่มนุษย์จะต้องทำเพื่อนำผลดีมาสู่ชีวิต ครอบครัว และสังคมของตน ก็คือการยอมสยบต่อเทวบัญชา และการอ้อนวอนบูชาขอผลที่ปรารถนา ด้วยการเซ่นสรวงสังเวย และการบูชายัญ
…. เมื่อพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้น พระองค์ได้ประกาศหลักการที่เป็นการปฏิวัติความคิดความเชื่อและวิถีชีวิตของมนุษย์ว่า มนุษย์นี้เป็นสัตว์พิเศษ มีศักยภาพที่จะฝึกฝนพัฒนาให้ดีเลิศประเสริฐสูงสุดได้ เมื่อมนุษย์ฝึกฝนพัฒนาตนให้มีคุณความดีและมีปัญญาญาณสมบูรณ์แล้ว ก็จะเป็นบุคคลผู้ประเสริฐเลิศสูงสุด ที่เรียกว่า “พุทธะ” ซึ่งเทพเจ้าทั้งหลายตลอดแม้กระทั่งพระพรหมก็จะน้อมนบบูชา ฉะนั้น มนุษย์ที่ฝึกฝนพัฒนาตนสูงสุด คือพุทธะนี้ต่างหากที่เป็น “อัคคะ” (ผู้เลิศ) เป็น “เชฏฐะ” (ผู้เป็นใหญ่) เป็น “เสฏฐะ” (ผู้ประเสริฐ) หาใช่เทพเจ้า แม้แต่พระพรหมผู้เป็นเจ้าไม่
…. ด้วยหลักการนี้ พระพุทธศาสนาได้กระตุ้นและกระตุกมนุษย์ให้หันมาใส่ใจในศักยภาพแห่งมนุษย์ที่มีอยู่ในตนเอง และเกิดความสำนึกในการที่จะฝึกฝนพัฒนาชีวิตและความเป็นอยู่ พฤติกรรม ภูมิธรรม ภูมิปัญญาของตน ด้วยความตระหนักรู้ว่า สันติ สุข และอิสรภาพ แห่งชีวิตและสังคมของตนจะสัมฤทธิ์หรือไม่ และแค่ไหนเพียงใด อยู่ที่การฝึกฝนพัฒนาตัวของมนุษย์เอง หาใช่อยู่ที่การดลบันดาลของเทพเจ้าไม่ มนุษย์ไม่ควรจะมัวคิดหาทางพะเน้าพะนออ้อนวอนเอาอกเอาใจเทพเจ้า แต่ควรหันมาเพียรพยายามพัฒนาตนเองให้มีความสามารถที่จะสร้างสรรค์ความสำเร็จด้วยสติปัญญาของตน
…. การประสูติของพระพุทธเจ้า หรือการเกิดขึ้นของพระพุทธศาสนา เป็นการปฏิวัติในประวัติศาสตร์แห่งมนุษยชาติ ด้วยการประกาศว่า อำนาจสูงสุดที่กำหนดชะตากรรมของมนุษย์ ก็คือการฝึกฝนพัฒนาตน และการกระทำด้วยปัญญาที่พัฒนาขึ้นมาให้รู้ความจริงของธรรมชาติ หาใช่การดลบันดาลของเทพเจ้าไม่
#๒. การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า คือการปรากฏแห่งธรรมขึ้นมาเป็นใหญ่สูงสุด
…. อิสรภาพของมนุษย์ ที่ทรงประกาศในการประสูตินั้น จะบรรลุผลเป็นจริงก็เพราะมีการตรัสรู้ กล่าวคือเมื่อมนุษย์รู้เข้าใจมองเห็นความจริงของธรรมชาติแล้วปฏิบัติการทั้งหลายได้ถูกต้องตามธรรม โดยฝึกฝนพัฒนาตนให้มีปัญญาญาณจนตรัสรู้เข้าถึงธรรมแล้ว มนุษย์จึงเป็น “พุทธะ” ผู้ประเสริฐเลิศสูงสุด
…. การตรัสรู้ คือการบรรจบประสานระหว่างปัญญาของมนุษย์กับธรรมคือความจริงของธรรมชาติ เมื่อตรัสรู้แล้ว พระพุทธเจ้าก็ได้ตรัสว่า “ยทา หเว ปาตุภวนฺติ ธมฺมา” เป็นต้น มีใจความว่า เมื่อใดธรรมทั้งหลายปรากฏแก่บุคคลประเสริฐ ผู้เพียรพยายามเพ่งพินิจอยู่ เมื่อนั้นปวงความสงสัย ย่อมมลายไป เพราะมารู้เข้าใจถึงธรรมพร้อมทั้งเหตุของมัน . . . เพราะได้รู้ถึงภาวะที่สิ้นไปแห่งปัจจัยทั้งหลาย . . . ขจัดมารและเสนาเสียได้ ดังตะวันส่องฟ้าทอแสงจ้าอยู่ ฉะนั้น”
…. ธรรมคือความจริงของธรรมชาตินั่นแหละยิ่งใหญ่สูงสุด หาใช่เทพเจ้าหรืออำนาจดลบันดาลอันใดไม่ แม้แต่เทพทั้งหลายก็อยู่ใต้อำนาจของธรรม คือความจริงแห่งความเป็นไปตามเหตุปัจจัยเป็นต้นในธรรมชาตินั่นเอง ธรรมย่อมเหนือเทพ เทพจะเหนือธรรมไปไม่ได้ เมื่อรู้เข้าใจอย่างนี้แล้ว มนุษย์ก็จะได้เพียรพยายามฝึกฝนพัฒนาตนให้รู้เข้าใจและปฏิบัติการทั้งหลายให้ถูกต้องตามธรรม เพราะมนุษย์มีปัญญาที่สามารถพัฒนาให้ลุถึงธรรมได้
…. เมื่อเข้าถึงธรรมแล้ว ก็มีความเป็นอิสระที่จะเป็นอยู่และทำการอย่างประสานกับธรรม ด้วยปัญญาที่รู้เข้าใจธรรมนั้น ซึ่งมีความเป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่แน่นอน ไม่ต้องคอยเอาอกเอาใจคอยรอคำสั่งบัญชาของเทพยดาพรหมเจ้า ที่ไม่รู้ว่าจะต้องประสงค์อย่างใด และจะขัดเคืองหรือโปรดปรานอย่างไหน เมื่อใด
#๓. การปรินิพพาน คือการเตือนจิตสำนึกในวิถีชีวิตแห่งความไม่ประมาท
…. ด้านหนึ่งของธรรมหรือความจริงแห่งกฎธรรมชาติ ก็คือความไม่เที่ยงแท้คงทน และความเปลี่ยนแปลงเป็นไปตามเหตุปัจจัย ของสิ่งทั้งหลาย ธรรมคือความจริงนี้มีอยู่ หรือกำกับอยู่กับชีวิตของมนุษย์ทุกคน โดยเฉพาะการที่ชีวิตนั้นจะต้องสิ้นสุดลงด้วยความตาย
…. ในขณะที่ความเป็นจริงของธรรมบอกเราว่า เราจะต้องฝึกฝนพัฒนาตนเองให้มีคุณสมบัติ มีความสามารถ และมีปัญญาที่จะรู้เข้าใจและปฏิบัติการทั้งหลายให้ถูกต้องตามธรรมคือกฎธรรมชาติ ชีวิตของเราจะดีงามเลิศประเสริฐ บรรลุสันติสุขและอิสรภาพแท้จริง ก็ต่อเมื่อมีปัญญาเข้าถึงธรรมและสามารถทำชีวิตและสังคมมนุษย์ให้ดำเนินตามธรรม แต่พร้อมกันนั้นธรรมนั่นเองก็กำกับความจริงไว้ว่า ชีวิตและสิ่งแวดล้อมรอบตัวของเราทุกอย่างไม่ยั่งยืนคงทนอยู่ตลอดไป จะต้องเปลี่ยนแปลงเป็นไปตามเหตุปัจจัย เพราะฉะนั้นเราจะนิ่งนอนใจประมาทอยู่ไม่ได้ เพราะถ้ามัวประมาทผัดเพี้ยนละเลย ชีวิตของเราอาจหมดโอกาสที่จะพัฒนาให้เข้าถึงคุณค่าและประโยชน์ที่พึงได้จากธรรม
…. ด้วยเหตุนี้ เพื่อให้ธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้และประกาศแก่โลกแล้วนั้น มาปรากฏผลเป็นประโยชน์แก่ชีวิตและสังคมของเรา และเพื่อให้ชีวิตและสังคมของเราดำเนินไปสู่ความดีงาม ความมีสันติสุขและอิสรภาพ อันพึงได้จากธรรมนั้น เราจึงจะต้องเป็นอยู่อย่างไม่ประมาท หรือดำเนินไปในวิถีชีวิตแห่งความไม่ประมาท
…. เพราะฉะนั้น เมื่อจะปรินิพพาน พระพุทธเจ้าจึงตรัสพระวาจาสุดท้ายที่เรียกว่า “ปัจฉิมวาจา” อันถือได้ว่าเป็นเครื่องหมายและความหมายแห่งการปรินิพพานว่า “วยธมฺมา สงฺขารา อปฺปมาเทน สมฺปาเทถ”3 แปลว่า “สิ่งทั้งหลายที่เกิดจากปัจจัยปรุงประกอบขึ้น ล้วนมีอันจะต้องเสื่อมสลายไป เธอทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม”
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ( ป. อ. ปยุตฺโต )
ที่มา : จากธรรมนิพนธ์เรื่อง “มองวิสาขบูชา หยั่งถึงอารยธรรมโลก”

วันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๙  เวลา  ๑๘.๑๐ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโด...
30/05/2026

วันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๘.๑๐ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปในการตั้งเปรียญพระภิกษุ และสามเณร เนื่องในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชา พุทธศักราช ๒๕๖๙ ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง
ครั้นเมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง เสด็จขึ้นชานหน้าพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พลอากาศโท ภักดี แสง-ชูโต รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองพระราชพิธี กราบบังคมทูลรายงานจำนวนเทียนรุ่งที่ทรงพระราชอุทิศพระราชทานไปจุดบูชาพระรัตนตรัยตามพระอารามหลวงในวันวิสาขบูชา และวันถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า รวม ๗ พระอาราม ได้แก่ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดบวรนิเวศวิหาร วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม วัดบรมนิวาส กรุงเทพมหานคร และวัดนิเวศธรรมประวัติ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมเทียนทุกเล่มที่ทรงพระราชอุทิศ เสร็จแล้ว เสด็จเข้าพระอุโบสถ ทรงวางกระทงดอกไม้บนพานหน้าฐานชุกชี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่ง แล้วทรงจุดเทียนห่วงบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร จากนั้น ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ และพระพุทธเลิศหล้านภาไลย เสร็จแล้ว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่ที่หน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศที่หน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงกราบ จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประเคนพัดยศเปรียญแด่พระภิกษุ และสามเณร ที่สอบได้เปรียญธรรม ๙ ประโยค และ ๖ ประโยค ประจำปี ๒๕๖๙ จำนวน ๒๙๙ รูป พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา จบแล้ว ทรงประเคนผ้าไตรแด่พระสงฆ์ที่เจริญชัยมงคลคาถา
ต่อจากนั้น พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ผู้ชนะการประกวดแต่งหนังสือสอนพระพุทธศาสนาแก่เด็ก ประจำปี ๒๕๖๙ หัวข้อ “ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน”
รางวัลที่ ๑ นายกฤตชัย ชุมแสง
รางวัลที่ ๒ นาวาตรีหญิง สุธิญา พูนเอียด
รางวัลที่ ๓ นายจักรกฤษณ์ มณีวรรณ์
เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานรางวัล เสร็จแล้ว ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วเสด็จออกจากพระอุโบสถ ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ
#ทรงพระเจริญ #สืบสานรักษาต่อยอด
#พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชา

30 พฤษภาคม ของทุกปี เป็น วันพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ วันคล้ายวันสวรรคตของรัชกาลที่ 7    เพื่อน้อมรำลึกถึงพ...
30/05/2026

30 พฤษภาคม ของทุกปี เป็น วันพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ วันคล้ายวันสวรรคตของรัชกาลที่ 7
เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ผู้ทรงเป็นกษัตริย์นักประชาธิปไตย

30 พฤษภาคม ของทุกปี เป็น วันพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ วันคล้ายวันสวรรคตของรัชกาลที่ 7 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ผู้ทรงเป็นกษัตริย์นักประชาธิปไตย โดยพระองค์เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2484 ณ ประเทศอังกฤษ
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
เสด็จสวรรคตอย่างสงบ ด้วยพระชนม์เพียง 48 พรรษา
นับเป็นพระมหากษัตริย์ไทยเพียงพระองค์เดียวที่สวรรคตในต่างแดน ณ ประเทศอังกฤษ
พระองค์ปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่สำคัญหลายด้าน เช่น ด้านการปกครอง โปรดให้ตั้งสภากรรมการองคมนตรี ทรงตรากฎหมายเพื่อควบคุมการค้าขายที่เป็นสาธารณูปโภคและการเงิน ระบบเทศบาล ด้านการศาสนา การศึกษา ประเพณีและวัฒนธรรมนั้น พระองค์โปรดให้สร้างหอพระสมุด ทรงปฏิรูปการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ มีการปรับปรุงการศึกษาจนยกระดับมาตรฐานถึงปริญญาตรี ทรงตั้งราชบัณฑิตยสภา โปรดให้จัดพิมพ์พระไตรปิฎกฉบับพิมพ์อักษรไทยสมบูรณ์ ชื่อว่า “พระไตรปิฎกสยามรัฐ” เป็นต้น

#วันพระปกเกล้า #กองทัพบก #ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก

รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที เพราะเวลาคือชีวิต -------------     เมื่อวันที่ 22 พ.ค.69 เวลา 1350 ส.อ. ชัยธวัช  เมืองธรรม ได้พบ...
29/05/2026

รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที เพราะเวลาคือชีวิต
-------------
เมื่อวันที่ 22 พ.ค.69 เวลา 1350 ส.อ. ชัยธวัช เมืองธรรม ได้พบอุบัติเหตุทางรถยนต์ และเข้าให้การช่วยเหลือพนักงานบริษัทเอกชน ซึ่งป่วยเป็นสโตรก (Stroke) ขณะขับรถยนต์ส่วนตัว จนทำให้เกิดอุบัติเหตุ บริเวณก่อนถึงแยกอ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จึงได้รีบนำตัวผู้ป่วยส่ง รพ.มหาชัย 2 จนได้รับการรักษาได้ทันเวลา และอาการปลอดภัย
จากนั้นมีตัวแทนจากบริษัท เข้ามอบกระเช้าของขวัญเพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณ ส.อ. ชัยธวัช เมืองธรรม ที่ให้การช่วยเหลือ และรีบนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล

#กองทัพบกเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส
#กองพันทหารสื่อสารซ่อมบำรุงเขตหลัง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ทรงรับ นายโต...
29/05/2026

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ทรงรับ นายโต เลิม (Mr. To Lam) เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และนางโง เฟือง ลี (Mrs. Ngo Phuong Ly) ภริยา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล
วันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๗.๒๑ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ทรงรับ นายโต เลิม (Mr. To Lam) เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และนางโง เฟือง ลี (Mrs. Ngo Phuong Ly) ภริยา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล
โดยเมื่อวันที่ ๑๕ ถึงวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๓๕ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ ตามคำทูลเชิญของนายเล ดึ๊ก แองห์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามในขณะนั้น รวมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ ได้เสด็จพระราชดำเนินและเสด็จเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอีกหลายครั้ง
ประเทศไทยได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๑๙ ซึ่งเป็นก้าวแรกของความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศและเป็นพื้นฐานของการดำเนินความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอยู่ในระดับที่ดี และมีพลวัตอย่างต่อเนื่อง ทั้งสองประเทศให้ความสำคัญซึ่งกันและกัน โดยทั้งสองประเทศได้ยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ (Strategic Partnership) ระหว่างกันเมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๕๖ ต่อมา ได้ยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่เข้มแข็ง (Strengthened Strategic Partnership) เมื่อปี ๒๕๖๒ และล่าสุดได้ยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน (Comprehensive Strategic Partnership) เมื่อปี ๒๕๖๘
#ทรงพระเจริญ #สืบสานรักษาต่อยอด

ที่อยู่

Samut Sakhon
74110

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 16:30
อังคาร 08:00 - 16:30
พุธ 08:00 - 16:30
พฤหัสบดี 08:00 - 16:30
ศุกร์ 08:00 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6622976761

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กองพันทหารสื่อสารซ่อมบำรุงเขตหลังผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง กองพันทหารสื่อสารซ่อมบำรุงเขตหลัง:

แชร์