29/05/2026
"เรียกรับเงินผู้เข้าอบรมพัฒนาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง"
ผู้อำนวยการโรงเรียนเรียกรับเงินจากผู้ขึ้นบัญชีตำแหน่งรองผู้อำนวยการ
สถานศึกษา เพื่อช่วยเหลือให้ได้รับการเข้าอบรมพัฒนาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง จำนวน ๕๐,๐๐๐ บาท ถือเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการอุทาหรณ์ มาตรา ๘๐ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๗ บัญญัติว่า "ให้มีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบางตำแหน่งและบางวิทยฐานะ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ เจตคติที่ดี คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพที่เหมาะสม ในอันที่จะทำให้การปฏิบัติหน้าที่ราชการเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และความก้าวหน้าแก่ราชการ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด" ผู้ขึ้นบัญชีตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา ตามประกาศของ อ.ก.ค.ศ.ใดๆ จะได้รับบรรจุแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา จะต้องผ่านการอบรมพัฒนาตามหลักสูตรที่ ก.ค.ศ.กำหนด ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจะกำหนดว่า ต้องเป็นผู้สอบแข่งขันได้หรือได้รับการคัดเลือกและขึ้นบัญชีไว้ ซึ่งได้รับการประกาศให้เป็นผู้มีสิทธิเข้ารับการพัฒนาตามลำดับที่ส่วนราชการเรียกตัว เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอนและระเบียบกำหนดไว้ แต่ผู้อำนวยการโรงเรียนเรียกรับเงินจากผู้ขึ้นบัญชีตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา เพื่อช่วยเหลือให้ได้รับการเข้าอบรมพัฒนาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา ๑ ราย จำนวน ๕๐,๐๐๐ บาท อ้างว่าจะนำเงินไปดูแลไปดูแลนาย อันมีลักษณะเป็นการอ้างว่าตนได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาเพื่อให้มาเรียกรับเงินเป็นค่าตอบแทนในการช่วยเหลือให้จัดส่งรายชื่อไปยังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อเข้าอบรมฯ ถือได้กระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามมาตรา ๙๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติข้างต้น ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการนั้นเหมาะสมแล้ว (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ที่ อ.๒๐๕/๒๕๖๙)
อุทาทรณ์สอนครู กระบวนการและขั้นตอนการอบรมพัฒนาก่อนแต่งตั้งตั้งตั้งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใดๆ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ การเรียกรับเงินเพื่อช่วยให้เข้ารับการอบรมจึงเป็นการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง เงินเพียง ๕๐,๐๐๐ บาท ก็ทำให้จบสิ้นชีวิตราชการได้