สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นหน่วยงานราชการส่วนภูมิภาค สังกัดกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี

ร้อยเอ็ดเดินหน้าปั้นกองทุนหมู่บ้านให้เข้มแข็ง ระดม 60 แกนนำถอดบทเรียน-วางแผนขับเคลื่อน สร้างเศรษฐกิจชุมชนอย่างมั่นคงร้อย...
16/09/2026

ร้อยเอ็ดเดินหน้าปั้นกองทุนหมู่บ้านให้เข้มแข็ง ระดม 60 แกนนำถอดบทเรียน-วางแผนขับเคลื่อน สร้างเศรษฐกิจชุมชนอย่างมั่นคง

ร้อยเอ็ด – จังหวัดร้อยเอ็ดเดินหน้าขับเคลื่อนการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เปิดเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการสรุปผลการดำเนินงาน พร้อมเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กองทุนหมู่บ้าน หวังยกระดับการบริหารจัดการ แก้ไขปัญหาอุปสรรค และสร้างความมั่นคงให้เศรษฐกิจฐานราก

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมประดับทอง โรงแรมเพชรรัชต์การ์เด้น อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ดจัดโครงการขับเคลื่อนการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด กิจกรรมที่ 1 “ประชุมเชิงปฏิบัติการสรุปผลการดำเนินงานและเสริมสร้างความเข้มแข็งกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด ประจำปี 2569” โดยมี นายพิชัยยา ตุระซอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนางสาวพรหมพร เที่ยงธรรม ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดร้อยเอ็ด พัฒนาการอำเภอ และภาคีเครือข่ายเข้าร่วม
นางบงกชกาญจน์ ทวดเสนา ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ มีมติเห็นชอบแผนการพัฒนาศักยภาพ ส่งเสริม สนับสนุน และติดตามการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ระดับจังหวัดและระดับอำเภอ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อสนับสนุนงบประมาณในการปฏิบัติงานของคณะอนุกรรมการสนับสนุนและติดตามการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ระดับจังหวัดและระดับอำเภอ
จังหวัดร้อยเอ็ดจึงจัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้น เพื่อให้คณะอนุกรรมการสนับสนุนและติดตามการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองระดับจังหวัดและระดับอำเภอ ได้รับทราบผลสำเร็จ ปัญหา และอุปสรรคจากการดำเนินงานในพื้นที่ ตลอดจนร่วมกันหาแนวทางสนับสนุนและแก้ไขปัญหาให้การดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้คณะกรรมการเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองระดับอำเภอ รวมถึงเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการบริหารจัดการ นำเสนอผลสำเร็จจากการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา และร่วมกันกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองในระยะต่อไป พร้อมประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานให้ประชาชน องค์กรเครือข่าย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ
สำหรับกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 60 คน ประกอบด้วย เลขานุการคณะอนุกรรมการสนับสนุนและติดตามการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองระดับอำเภอ จำนวน 20 คน คณะกรรมการเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองระดับอำเภอ จำนวน 20 คน และเจ้าหน้าที่เครือข่ายกองทุนหมู่บ้านระดับอำเภอ จำนวน 20 คน

ภายในงานมีการจัดกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ การบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับบทบาทของพนักงานอัยการในงานกองทุนหมู่บ้านและการดำเนินคดีของกองทุนหมู่บ้าน การให้ความรู้ด้านกฎหมาย ระเบียบ และแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง รวมถึงการดำเนินงานโครงการสนับสนุนและเสริมสร้างศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอย่างมั่นคง

อีกทั้งมีการแบ่งกลุ่มกิจกรรม “เหลียวหลัง แลหน้า” เพื่อทบทวนผลการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านในจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมร่วมกันจัดทำแผนการขับเคลื่อนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความต้องการของพื้นที่
การจัดกิจกรรมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากสำนักงานอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดร้อยเอ็ด สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด และสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ สาขาเขต 4 ร่วมเป็นวิทยากรให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ

ทั้งนี้ นายพิชัยยา ตุระซอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ได้กล่าวเปิดโครงการ พร้อมพบปะและมอบนโยบายแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองของจังหวัดร้อยเอ็ดให้มีความเข้มแข็ง โปร่งใส และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนในระดับฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม

กองทุนหมู่บ้านไม่ใช่เพียงเรื่องเงินทุน แต่คือกลไกสำคัญของชุมชน หากบริหารจัดการอย่างเข้มแข็ง เงินกองทุนก็สามารถต่อยอดเป็นโอกาส สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และสร้างความมั่นคงให้คนในหมู่บ้านได้อย่างยั่งยืน
#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด
#กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง
#พัฒนาชุมชนร้อยเอ็ด #เศรษฐกิจฐานราก
#สร้างความเข้มแข็งชุมชน

จังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมประชุมซักซ้อมแนวทางจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ...
16/09/2026

จังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมประชุมซักซ้อมแนวทางจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันที่ 16 กันยายน 2569 เวลา 09.30 น. ที่ ห้องประชุมชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด นายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานนำรองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมซักซ้อมแนวทางปฏิบัติในการจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์สำหรับประชาชนในส่วนภูมิภาค ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผ่านระบบประชุมวีดิทัศน์ทางไกล (Video Conference) จากกระทรวงมหาดไทย เพื่อรับมอบนโยบายและแนวทางไปปฏิบัติให้เป็นกลุ่มก้อนเดียวกันทั่วประเทศ

ในการนี้ จังหวัดร้อยเอ็ดได้ขานรับแนวทางปฏิบัติสำคัญ โดยมุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมด้านสถานที่จัดพิธีที่เหมาะสม การวางระบบดูแลความปลอดภัยและการจราจรเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมพิธี ตลอดจนการประชาสัมพันธ์เชิงรุกอย่างทั่วถึงทุกพื้นที่ ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดได้กำชับให้ทุกภาคส่วนบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิดและละเอียดรอบคอบที่สุด เพื่อให้การจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ของจังหวัดร้อยเอ็ดเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สง่างาม และสมพระเกียรติยศสูงสุด

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด

กระหึ่มเอเชีย! ชุดไทยพระราชนิยม - ชุดนักกีฬาทีมชาติไทย ขึ้นบิลบอร์ดกลางย่านกินซ่า ณ กรุงโตเกียว “กระทรวงวัฒนธรรม” เดินหน...
16/09/2026

กระหึ่มเอเชีย! ชุดไทย
พระราชนิยม - ชุดนักกีฬาทีมชาติไทย ขึ้นบิลบอร์ดกลางย่านกินซ่า ณ กรุงโตเกียว

“กระทรวงวัฒนธรรม” เดินหน้าผลักดัน CHUD THAI
สู่เวทีโลก โรดโชว์ญี่ปุ่น 17-18 ก.ย. นี้ ก่อนลุ้น UNESCO พิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้อง
ไม่ได้ธันวาคมนี้

ที่บริเวณย่าน Ginza (กินซ่า) กรุงโตเกียว แหล่งช็อปปิ้งชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น วันนี้ (16ก.ย.) บนบิลบอร์ด จอใหญ่ได้มีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ชุดพิธีการนักกีฬาทีมชาติไทยในศึก Asian Games 2026 ที่เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น ที่ออกแบบโดยแบรนด์ SIRIVANNAVARI ภายใต้คอนเซปต์ “The Art of Unity” หรือ “ศิลปะแห่งความเป็นหนึ่งเดียว” ซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตน์ราชกัญญา องค์ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แห่งแบรนด์ “SIRIVANNAVARI” ทรงออกแบบและทรงร่วมเป็นนางแบบพรีเซนต์ผลงาน ซึ่งในจอบิลบอร์ดดังกล่าว มีพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในแคมเปญนั้นด้วย

นอกจากนี้ยังมีชุดไทยพระราชนิยม (CHUD THAI) แสดงบนบิลบอร์ดดังกล่าวด้วย โดยกระทรวงวัฒนธรรม เตรียมจัดงาน “CHUD THAI KNOWLEDGE, CRAFTSMANSHIP AND PRACTICES OF THE THAI NATIONAL COSTUME” ระหว่างวันที่ 17–18 กันยายน 2569 ณ อาคารเฮียวเคกัง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

โดยในวันที่ 18 กันยายน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จะทรงเป็นองค์ประธานในการแสดงแบบ “ชุดไทยพระราชนิยม” ขณะที่นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม จะเดินทางไปร่วมงานดังกล่าวเพื่อเผยแพร่เกี่ยวกับ “ชุดไทย” สู่เวทีโลก ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในการผลักดัน “ชุดไทย : ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ” เพื่อพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของ UNESCO ใน เดือนธันวาคม2569 นี้ ภายใต้พระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ต่อการสืบสาน ต่อยอด และเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมไทย อันมีรากฐานจากพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

/////

เรือพาลีรั้งทวีป และเรือสุครีพครองเมือง เป็นเรือรูปสัตว์ในประเภทเรือเหล่าแสนยากร สร้างขึ้นในรัชกาลที่ ๑ โดยเรือพาลีรั้งท...
16/09/2026

เรือพาลีรั้งทวีป และเรือสุครีพครองเมือง เป็นเรือรูปสัตว์ในประเภทเรือเหล่าแสนยากร สร้างขึ้นในรัชกาลที่ ๑
โดยเรือพาลีรั้งทวีป โขนเรือแกะสลักเป็นรูปวานรหรือลิง สวมมงกุฎ ร่างกายสีเขียว สวมเครื่องประดับกาย
และผ้านุ่ง ลงรักปิดทองประดับกระจก ชื่อ “พาลีรั้งทวีป” มาจากเรื่องราวของพาลี ผู้มีความอาจหาญ
ในเรื่องรามเกียรติ์ ซึ่งทุกเช้าจะข้ามทวีปจากฝั่งตะวันออกไปตะวันตก และจากเหนือไปใต้ เพื่อกราบไหว้พระอาทิตย์
ลวดลายเส้นฮ่อเป็นวงขนและลำตัวเช่นเดียวกับหัวโขน เขียนด้วยสีแดงเสน ชมพู ขาว และสีทอง ภายในลำเรือ
ทาสีแดง ส่วนภายนอกทาสีดำ ประดับด้วยลายดอกพุดตานก้านต่อดอก โดยใช้เทคนิคการเขียนแบบลายรดน้ำ

ส่วนเรือสุครีพครองเมือง โขนเรือเป็นรูปวานร (สุครีพ) สวมมงกุฎ ร่างกายสีแดง สวมเครื่องประดับกายและผ้านุ่ง ลงรักปิดทองประดับกระจก ในเรื่องรามเกียรติ์ สุครีพเป็นน้องชายของพาลี และได้ขึ้นครองอาณาจักรวานร
โดยได้รับการสนับสนุนจากหนุมานและพระราม

ที่หัวเรือทั้งสองลำมีรูกลมสำหรับติดตั้งปืนใหญ่ เรือมีขนาดความยาว ๒๗.๕๔ เมตร กว้าง ๑.๙๙ เมตร และความลึกถึงท้องเรือ ๐.๕๙ เมตร มีกำลังพลลำละ ๔๑ นาย ประกอบด้วย นายเรือ ๑ นาย นายท้าย ๒ นาย ฝีพาย ๓๔ นาย
คนถือธงท้าย ๑ นาย พลสัญญาณ ๑ นาย และคนกระทุ้งเส้าให้จังหวะ ๒ นาย

#ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
#ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐินพุทธศักราช๒๕๖๙
#พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา๔รอบ
#สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี
#กองทัพเรือ #เรือพระราชพิธี

ครม. เห็นชอบขยาย "โครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่" ถึงปี 2574 เร่งสร้างกำลังคนสมรรถนะสูง ป้อนอุตสาหกรรมอนาคตคณะรัฐมนตรีมีมติเห็น...
16/09/2026

ครม. เห็นชอบขยาย "โครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่" ถึงปี 2574 เร่งสร้างกำลังคนสมรรถนะสูง ป้อนอุตสาหกรรมอนาคต

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการขยายระยะเวลาดำเนินโครงการผลิตอาชีวะพันธุ์ใหม่และบัณฑิตพันธุ์ใหม่ เพื่อสร้างกำลังคนที่มีสมรรถนะสูงสำหรับอุตสาหกรรม New Growth Engine ตามนโยบาย Thailand 4.0 และการปฏิรูปการอุดมศึกษาไทย จากเดิม “บัณฑิตพันธุ์ใหม่ ปี พ.ศ. 2561–2569” เป็น “บัณฑิตพันธุ์ใหม่ ปี พ.ศ. 2561–2574” ภายใต้กรอบงบประมาณคงเหลือ 3,100 ล้านบาท ซึ่งเดิมคณะรัฐมนตรี เคยมีมติเห็นชอบในหลักการโครงการดังกล่าวเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2561 ภายใต้กรอบวงเงิน 13,086.38 ล้านบาท และได้รับการจัดสรรงบประมาณแล้ว 6,718.54 ล้านบาท คงเหลือกรอบงบประมาณ 6,367.84 ล้านบาท ซึ่งจากผลการดำเนินโครงการในช่วง พ.ศ. 2561–2568 สามารถพัฒนากำลังคนได้ 90,035 คน คิดเป็นร้อยละ 83.15 ของเป้าหมาย 108,279 คน มีสถาบันอุดมศึกษาเข้าร่วม 123 แห่ง และสถานประกอบการเข้าร่วมมากกว่า 2,500 แห่ง ส่งผลให้ผู้สำเร็จการศึกษามีอัตราการได้งานทำและรายได้เริ่มต้นสูงกว่าหลักสูตรปกติ การขยายระยะเวลาโครงการมุ่งผลิตและพัฒนากำลังคนที่มีทักษะและสมรรถนะตรงตามความต้องการ จำนวน 81,600 คน เพื่อรองรับ 10 กลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและยุทธศาสตร์ประเทศ อาทิ เซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) การแพทย์และสุขภาพมูลค่าสูง และผู้ประกอบการ SMEs พร้อมปรับแผนการดำเนินงานตามแนวคิด Skills-First Degree Later ผ่านหลักสูตรประกาศนียบัตร (Non-Degree) ระยะเวลา 3–4 เดือน หรือ 9 หน่วยกิต เปิดโอกาสให้สะสมหน่วยกิตและเทียบโอนรับปริญญาบัตรในภายหลัง โดยผู้เรียนต้องปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 แบ่งเป็นหลักสูตรประกาศนียบัตร 80,000 คน และหลักสูตรระดับปริญญา 1,600 คน นอกจากนี้ จะส่งเสริมการพัฒนาทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ ดิจิทัล และการวิเคราะห์ข้อมูล บูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และพัฒนาระบบบริหารจัดการกำลังคน เพื่อรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตและตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงาน

#ครมเห็นชอบขยายโครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ #ถึงปี2574 #เร่งสร้างกำลังคนสมรรถนะสูง #ป้อนอุตสาหกรรมอนาคต #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง

ครม. เห็นชอบ “ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” คุ้มครอง 30 ล้านหลังคาเรือน 3 ภัย “น้ำท่วม วาตภัยแผ่นดินไหว” เริ่มคุ้มครอง 1 ต.ค....
16/09/2026

ครม. เห็นชอบ “ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” คุ้มครอง 30 ล้านหลังคาเรือน 3 ภัย “น้ำท่วม วาตภัยแผ่นดินไหว” เริ่มคุ้มครอง 1 ต.ค. 69

​คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและอนุมัติการจัดให้มี “ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” ได้แก่ เห็นชอบกรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัยกลุ่ม และกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ และอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณในการดำเนินการซื้อประกันภัยให้กับประชาชน ค่าเบี้ยประกันภัยในวงเงินรวม 15,500,000,000 บาท เพื่อให้ความคุ้มครอง 3 ประเภทภัย ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว แบ่งเป็น กรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัยกลุ่ม เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงิน 15,000,000,000 บาท และกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงิน 500,000,000 บาท ตามที่กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เสนอ เพื่อปรับแนวทางของภาครัฐจาก “ตั้งรับหลังเกิดภัย” สู่ “บริหารความเสี่ยงล่วงหน้า” เนื่องจากภัยพิบัติมีความรุนแรงและความถี่เพิ่มขึ้น พื้นที่ประสบภัยไม่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้าอย่างแน่นอน ระบบประกันภัยจึงเป็นเครื่องมือให้ภาครัฐสามารถประเมิน วางแผน และกำหนดล่วงหน้าว่าความเสี่ยงส่วนใดรัฐจะรับไว้ และส่วนใดสามารถกระจายหรือถ่ายโอนไปยังระบบประกันภัย ช่วยลดความไม่แน่นอนของภาระงบประมาณ และทำให้ประชาชนเข้าถึงเงินช่วยเหลือหรือชดเชยความเสียหายได้รวดเร็วขึ้น สำหรับความคุ้มครองด้านที่อยู่อาศัยประมาณ 30 ล้านหลังคาเรือน ความเสียหายจากอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว มีวงเงินคุ้มครองสูงสุด 100,000 บาทต่อหลังคาเรือนต่อภัยที่เกิดขึ้น ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ แบ่งเป็นอุทกภัย ค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น 10,000 บาท และเพิ่มเติมสูงสุด 90,000 บาทต่อครั้ง ส่วนวาตภัยและแผ่นดินไหว ค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น 5,000 บาท และเพิ่มเติมสูงสุด 95,000 บาทต่อครั้ง และกรณีเสียชีวิต 2,000,000 บาทต่อคน โดยกรมธรรม์มีผลความคุ้มครอง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 1 ตุลาคม 2570 ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ร่วมกับสมาคมประกันวินาศภัยไทย ดำเนินการจัดหาผู้รับประกันภัยที่มีมาตรฐาน มั่นคง น่าเชื่อถือ และเป็นธรรม มีศักยภาพในการจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามกฎหมายโดยเร็ว และให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นหน่วยรับงบประมาณและเบิกจ่ายให้ผู้รับประกันภัยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อให้ประชาชนได้รับความคุ้มครองด้านชีวิตและทรัพย์สินและเข้าถึงเงินชดเชยได้รวดเร็วเมื่อเกิดภัย

#ครมเห็นชอบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ #คุ้มครอง30ล้านหลังคาเรือน #น้ำท่วมวาตภัยแผ่นดินไหว #เริ่มคุ้มครอง 1ตุลาคม2569 #กระทรวงมหาดไทย #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง

16/09/2026

ตีฆ้องร้องข่าว (16 ก.ย.69) | รองนายกฯ ศุภจี และ รมต.ศุภมาส ประชุมคณ...

16/09/2026

ตีฆ้องร้องข่าว (16 ก.ย.69) | นายกรัฐมนตรี เตรียมเดินทางเข้าร่วมการป...

16/09/2026

ตีฆ้องร้องข่าว (16 ก.ย.69) | ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ เยือนเวียดนาม...

แม่บ้าน ทบ. มทบ.27 รับมอบ “ยางห่วงใย ไอห่วงยูว์” ส่งต่อผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรงในชุมชนร้อยเอ็ด – ...
15/09/2026

แม่บ้าน ทบ. มทบ.27 รับมอบ “ยางห่วงใย ไอห่วงยูว์” ส่งต่อผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรงในชุมชน
ร้อยเอ็ด – เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 เวลา 08.30 น. พันเอกหญิง พิบูลลักษณ์ มักการุณ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขามณฑลทหารบกที่ 27 พร้อมคณะแม่บ้าน ร่วมรับมอบยางยืดเพื่อสุขภาพ ตามโครงการ “ยางห่วงใย ไอห่วงยูว์” จาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มณฑิชา รักศิลป์ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 2 ณ โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ตำบลโพธิ์สัย อำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด
ยางยืดเพื่อสุขภาพที่ได้รับมอบในครั้งนี้ จะนำไปใช้เป็นอุปกรณ์สำหรับการบริหารร่างกาย และขยายผลส่งต่อให้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง และผู้พิการในชุมชน เพื่อส่งเสริมให้สามารถออกกำลังกายและดูแลสุขภาพร่างกายได้อย่างเหมาะสม
โครงการ “ยางห่วงใย ไอห่วงยูว์” มุ่งส่งเสริมการสร้างเสริมสุขภาพและสมรรถภาพทางกาย ตลอดจนสนับสนุนการเข้าถึงอุปกรณ์สำหรับการออกกำลังกาย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ อันจะนำไปสู่การมีสุขภาพที่ดีและคุณภาพชีวิตที่เหมาะสม
กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงบทบาทของ สมาคมแม่บ้านทหารบก ในการร่วมส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของกำลังพล ครอบครัว ตลอดจนประชาชนในชุมชน พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมและการแบ่งปันเพื่อประโยชน์ของสังคมอย่างทั่วถึง
#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด #มณฑลทหารบกที่27 #สมาคมแม่บ้านทหารบก #กองทัพบก #ยางห่วงใยไอห่วงยูว์ #ยางยืดเพื่อสุขภาพ

ที่อยู่

ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด อาคารหลังเก่า ชั้น 1 ถนนเทวาภิบาล ต. ในเมือง อ. เมืองร้อยเอ็ด
Roi Et
45000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ดผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์