สวท.ร้อยเอ็ด FM 94 MHz

สวท.ร้อยเอ็ด FM 94 MHz สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จ.ร้อยเอ็ด กรมประชาสัมพันธ์ วิทยุกระจายเสียง สังกัดกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี

เปิดลงทะเบียน ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ 25 พ.คนี้ แบ่ง 2 ระยะ คนละครึ่งพลัส รัฐช่วยจ่ายร้อยละ 60 พร้อมเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรั...
07/05/2026

เปิดลงทะเบียน ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ 25 พ.คนี้ แบ่ง 2 ระยะ คนละครึ่งพลัส รัฐช่วยจ่ายร้อยละ 60 พร้อมเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็น 1000 บาทต่อเดือน คาดการณ์เริ่มใช้ 1 มิ.ย.นี้
นายเอกนิตินิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนิน โครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งเป็นการยกระดับและควบรวมสิทธิประโยชน์จากโครงการคนละครึ่งพลัสและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้าไว้ด้วยกัน โดยรัฐบาลมีแผนที่จะเปิดให้ร้านค้าและประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการในช่วงวันที่ 25 พฤษภาคมนี้ และตั้งเป้าหมายที่จะเริ่มใช้งานจริงในวันที่ 1 มิถุนายนเป็นต้นไป
สำหรับเงื่อนไขผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และจะมีการใช้ระบบยืนยันตัวตนร่วมกับการตรวจสอบฐานข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทยเพื่อความถูกต้องและแม่นยำ เบื้องต้นรัฐบาลกำหนดหลักเกณฑ์ให้ 1 คนจะได้รับเพียง 1 สิทธิ์เท่านั้น โดยกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ซึ่งปัจจุบันอยู่ในฐานข้อมูลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 13.2 ล้านคน จะได้รับสิทธิ์ช่วยเหลือค่าครองชีพเต็มจำนวน ซึ่งคาดการณ์ว่าจะได้รับวงเงินช่วยเหลือคนละ 1,000 บาทต่อเดือนโดยจะทำการเพิ่มเงินจากฐานสิทธิ์เดิมที่เคยได้รับ 300 บาท ด้วยการเติมเงินเพิ่มให้อีก 700 บาท ในส่วนของครละครึ่งพลัสจะมีการแบ่งสัดส่วนเป็นรัฐร่วมจ่าย ร้อยละ 60 และประชาขนจ่ายเองร้อยละ 40 ขณะนี้กำลังพิจารณาแนวทางแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ ในรูปแบบ 2 เดือนและต่อด้วยอีก 2 เดือน เพื่อให้เกิดความรอบคอบสูงสุด เนื่องจากประเมินว่าในช่วง 2 เดือนแรกอาจจะมีระยะเวลาไม่เพียงพอในการตรวจสอบสิทธิ์ของกลุ่มผู้ลงทะเบียนใหม่ทั้งหมด
รัฐบาลจึงจะอ้างอิงฐานข้อมูลผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกลุ่มเดิมเป็นหลักไปก่อน ในระหว่างการดำเนินงานระยะแรกนี้ รัฐบาลจะเปิดโอกาสให้กลุ่มคนที่มีรายได้น้อยแต่อาจจะตกหล่นจากรอบที่ผ่านมา หรือยังไม่เคยได้รับสิทธิ์ ได้เข้ามาลงทะเบียนและตรวจสอบคุณสมบัติตามเกณฑ์ เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนที่ขาดโอกาสจะได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงครบถ้วน ก่อนที่จะเริ่มใช้เกณฑ์การให้สิทธิ์แบบใหม่พร้อมกันในระยะต่อไป
นายเอกนิติกล่าวอีกว่า จากการควบรวมโครงการ ทำให้ไทยช่วยไทยพลัสเป็นการนำฐานข้อมูลของโครงการคนละครึ่งพลัสและร้านธงฟ้าประชารัฐเดิมมารวมกัน ปัจจุบันมีร้านค้าที่อยู่ในระบบประมาณ 1.4 ถึง 1.5 ล้านร้านค้า ซึ่งทุกร้านจะได้รับประโยชน์จากการนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มยอดขายและขยายโอกาสทางธุรกิจ
#ไทยช่วยไทยพลัส #คนละครึ่งพลัส

รัฐบาลบูรณาการทุกภาคส่วน เดินหน้าปราบยาเสพติดทั้งระบบ ควบคู่กระชับความร่วมมือข้ามชาติอย่างเป็นรูปธรรม(7 พ.ค. 69) นางสาวร...
07/05/2026

รัฐบาลบูรณาการทุกภาคส่วน เดินหน้าปราบยาเสพติดทั้งระบบ ควบคู่กระชับความร่วมมือข้ามชาติอย่างเป็นรูปธรรม

(7 พ.ค. 69) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การแก้ไขปัญหายาเสพติดถูกยกระดับเป็นวาระเร่งด่วนของรัฐบาล ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยขับเคลื่อนมาตรการแบบครบวงจร ทั้งป้องกัน ปราบปราม บำบัด และฟื้นฟู ควบคู่การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน ป.ป.ส. 1386

ผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 สะท้อนความคืบหน้าของนโยบายรัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรม โดยพบว่าสามารถดำเนินคดียาเสพติดได้กว่า 150,000 คดี ตรวจยึดยาบ้าได้กว่า 796 ล้านเม็ด และไอซ์ประมาณ 25 ตัน รวมถึงขยายผลทลายเครือข่ายขนาดใหญ่ได้ 139 เครือข่าย พร้อมยึดและอายัดทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 9,156 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาในมิติด้านสังคม โดยนำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาแล้วกว่า 79,000 ราย และดำเนินกิจกรรมสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชนมากกว่า 4.5 ล้านคนทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการเข้าสู่วงจรยาเสพติดในระยะยาว (ข้อมูล ณ 23 เมษายน 2569)

นอกจากนี้ รัฐบาลยังยกระดับการแก้ไขปัญหายาเสพติดข้ามชาติ ผ่านการทำงานเชิงรุกด้านการข่าวและการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ รวมถึงการบูรณาการของหน่วยงานด้านความมั่นคง ซึ่งขับเคลื่อนงานทั้งด้านการข่าว การสืบสวน และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะความร่วมมือไทย-สปป. ลาว ซึ่งนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาเป้าหมายกว่า 40 รายในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนความสำเร็จของการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดนอย่างเป็นรูปธรรม

“ศุภจี” เดินหน้าขยายการค้า การลงทุนไทย–สหรัฐฯ “เอกนิติ” อนุมัติ 6 โครงการ “ติ๊กต็อก” ทุ่มลงทุนครั้งใหญ่ ปักหมุดไทยฐานธุร...
07/05/2026

“ศุภจี” เดินหน้าขยายการค้า การลงทุนไทย–สหรัฐฯ “เอกนิติ” อนุมัติ 6 โครงการ “ติ๊กต็อก” ทุ่มลงทุนครั้งใหญ่ ปักหมุดไทยฐานธุรกิจหลักในภูมิภาค

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดินทางเยือนสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 3–6 พฤษภาคม 2569 เพื่อเข้าร่วมงาน 2026 SelectUSA Investment Summit ได้หารือกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เร่งผลักดันการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทน (Agreement on Reciprocal Trade: ART) เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและการลงทุน ลดแรงกดดันจากสหรัฐฯ ที่จะใช้มาตรการทางการค้ากับไทย โดยสหรัฐอเมริกาเปิดโอกาสให้ไทยขยายการลงทุนในสาขาที่มีศักยภาพร่วมกัน เช่น เกษตรแปรรูปและพลังงาน ควบคู่กับการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ในกลุ่มที่ไทยยังไม่สามารถผลิตได้ พร้อมผลักดันการพิจารณายกเว้นภาษีสำหรับสินค้าไทยบางรายการ ทั้งนี้ไทยให้ความสำคัญกับผลการเจรจา ART ที่จะทำให้ความตกลงสามารถปฏิบัติได้จริง ขณะที่สหรัฐฯ ขอให้ไทยเพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบจากสหรัฐฯ ในห่วงโซ่อุปทาน และยังเตรียมส่งคณะผู้แทนเข้าชี้แจงต่อสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ในประเด็นการไต่สวนตามมาตรา 301 ระหว่างวันที่ 13–14 พฤษภาคม 2569 นอกจากนี้ยังได้หารือกับสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การลงทุน โดยเฉพาะสาขาพลังงานสะอาด เทคโนโลยี นวัตกรรมอาหาร และสาธารณสุข ขณะเดียวกัน ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้อนุมัติโครงการลงทุนขนาดใหญ่ 6 โครงการ มูลค่ารวม 958,168 ล้านบาท โดยบริษัท ติ๊กต๊อก ซิสเต็ม (ประเทศไทย) จำกัด ลงทุน 842,350 ล้านบาท เพื่อให้ไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์สำหรับการเก็บและประมวลผลข้อมูลของผู้ใช้ในภูมิภาค รวมทั้งคัดเลือกโครงการลงทุนสำคัญเข้าสู่ระบบ Thailand FastPass อีก 9 โครงการ เพิ่มเติมจากรอบแรก 16 โครงการ มูลค่า 223,216 ล้านบาท เพื่ออำนวยความสะดวกและผลักดันให้การลงทุนเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และเห็นชอบแนวทางเร่งรัดแผนผลิตและจ่ายไฟฟ้าเพื่อรองรับการลงทุน โดยให้ความสำคัญกับการผลักดันกลไกพลังงานสะอาด ควบคู่กับการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าทั้งระบบ การลงทุนในประเทศไทยโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีขั้นสูง ยังคงเติบโตต่อเนื่อง สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพของไทยในการก้าวขึ้นเป็น Tech Hub ของภูมิภาค

รายละเอียด...https://radioroiet.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/500738

นายกฯ สั่ง สคบ. ดูแลผู้บริโภค “ศุภมาส” ตรวจโรงงานปลากระป๋องเรียกความเชื่อมั่นผู้บริโภค ย้ำ อย่าซ้ำเติมประชาชน จากกรณีมีผ...
07/05/2026

นายกฯ สั่ง สคบ. ดูแลผู้บริโภค “ศุภมาส” ตรวจโรงงานปลากระป๋องเรียกความเชื่อมั่นผู้บริโภค ย้ำ อย่าซ้ำเติมประชาชน

จากกรณีมีผู้ซื้อปลากระป๋องที่ข้างกระป๋องระบุว่าเป็นปลาแมกเคอเรล แต่กลับพบว่า ลักษณะปลาเหมือนปลาหมอคางดำ โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานผลิตปลากระป๋องบริษัท ศรีรุ้งงามฟู้ดส์ จำกัด อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร พบว่าสถานที่ผลิตไม่ผ่านหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร (GMP) และใช้ปลาชนิดอื่นจริง ซึ่งเป็นความผิดฐานหลอกลวงผู้บริโภค มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ฐานผลิตอาหารปลอม มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 - 100,000 บาท และฐานแสดงฉลากไม่ถูกต้อง ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดในสาระสำคัญ มีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท จึงสั่งให้บริษัทเรียกคืนสินค้าทั้งหมดออกจากตลาด พร้อมประสานกรมประมงตรวจสอบชนิดปลา
ซึ่งผลตรวจพบว่าเป็นปลานิล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ห่วงใยผู้บริโภคจึงสั่งการให้ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เข้าไปดูแลผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายโดยตรง ด้านนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแล สคบ. เน้นย้ำให้ สคบ. ที่มีหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภค เร่งคืนความเป็นธรรมให้ผู้บริโภค โดยผู้บริโภค ต้องไม่ถูกหลอก ไม่ถูกเอาเปรียบ และไม่ถูกโกง อีกทั้งขอให้ผู้ประกอบการอย่าซ้ำเติมคนไทยด้วยกัน พร้อมทั้งได้นำคณะลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานผลิตปลากระป๋องต้นเหตุ ซึ่งพบว่าเป็นไปตามที่ อย. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบก่อนหน้านี้ เข้าข่ายหลอกลวงผู้บริโภค โดยได้ย้ำให้ สคบ. ติดตามเรื่องร้องเรียนอย่างใกล้ชิดและตรวจสอบทุกจังหวัด ผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหาย มีสิทธิได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหายจากการใช้สินค้าหรือบริการดังกล่าว ตามสิทธิขั้นพื้นฐานของพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 สำหรับผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายจากการซื้อสินค้าหรือบริการ สามารถร้องเรียนได้ที่ สายด่วน สคบ. 1166 หรือ แอปพลิเคชัน OCPB Connect และ เว็บไซต์ ocpb.go.th สำหรับในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นร้องเรียนได้ที่ศูนย์ดำรงธรรม ณ ศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด

รายละเอียด...https://radioroiet.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/500735

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาเรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทย(มีผลกระทบจนถึงวันที่ 10 พฤษภาคม 2569) #ฉบับที่4 (53/2569) -----...
07/05/2026

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา
เรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทย
(มีผลกระทบจนถึงวันที่ 10 พฤษภาคม 2569)
#ฉบับที่4 (53/2569)
------------------------
บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
จะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น กับมีลมกระโชกแรง และฝนตกหนักบางแห่ง หลังจากนั้นอากาศจะคลายความร้อนลง
เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทย และทะเลจีนใต้เข้าปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบน
สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้จะมีฝนตกหนักบางแห่ง
ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง
ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมทั้งระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสม
ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกัน
ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิต ทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง อีกทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย
จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ประกาศ ณ วันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 05.00 น.
กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปในวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 17.00

📌 ติดตามภารกิจ ศ.ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม...
07/05/2026

📌 ติดตามภารกิจ
ศ.ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์
รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
📍 ลงพื้นที่ จ.ชลบุรี

🗓 วันที่ 7 พฤษภาคม 2569
🕜 เวลา 13.35 น. รับฟังบรรยายสรุปภารกิจ GISTDA

🕑 เวลา 14.00 น. เปิดตัวระบบ "เช็กแล้ง" พร้อมเยี่ยมชม
แพลตฟอร์มอัจฉริยะด้านสารสนเทศ (GI)

🕝 เวลา 14.30 น. ตรวจติดตามการพัฒนากลุ่มดาวเทียมสำรวจโลก

🕞 เวลา 15.30 น. รับฟังบรรยายสรุปการควบคุมระบบดาวเทียม

ปภ. แจ้ง 60 จังหวัด เหนือ อีสาน กลาง และ กทม. เตรียมรับมือฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนัก ช่วงวันที่ 7 – 10 พ.ค. 69 (...
07/05/2026

ปภ. แจ้ง 60 จังหวัด เหนือ อีสาน กลาง และ กทม. เตรียมรับมือฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนัก ช่วงวันที่ 7 – 10 พ.ค. 69

(7 พ.ค. 69) เวลา 06.00 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้ง 60 จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานคร เฝ้าระวังสถานการณ์ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนัก ระหว่างวันที่ 7 - 10 พฤษภาคม 2569 โดยให้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนให้ติดตามพยากรณ์อากาศ และปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยอย่างเคร่งครัด ตลอดจนตรวจสอบบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มั่นคงแข็งแรง เพื่อป้องกันอันตรายจากการถูกล้มทับ รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศเรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 7 - 10 พฤษภาคม 2569) ฉบับที่ 2 (51/2569) ประกาศ ณ วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 แจ้งว่า บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้
ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้เข้าปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบน สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น กับมีลมกระโชกแรง และฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนัก ระหว่างวันที่ 7 - 10 พฤษภาคม 2569 ดังนี้

🔴 วันที่ 7 - 9 พฤษภาคม 2569

ภาคเหนือ 17 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และอุทัยธานี

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง 23 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และสมุทรปราการ


🔴 วันที่ 10 พฤษภาคม 2569

ภาคเหนือ 15 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู และอุดรธานี

🔴 วันที่ 7 – 10 พฤษภาคม 2569 บริเวณกรุงเทพมหานคร

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสานแจ้ง 60 จังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยให้เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยในช่วงดังกล่าว โดยให้ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด และประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ทราบล่วงหน้า รวมถึงจัดเตรียมเครื่องจักรกลสาธารณภัยและทีมปฏิบัติการให้พร้อมเผชิญเหตุและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ทันที

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามพยากรณ์อากาศและข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด ตลอดจนตรวจสอบบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง เพื่อป้องกันอันตรายจากการถูกล้มทับ รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า ตลอดจนระวังอันตรายจากฝนตกหนักซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ส่วนเกษตรกรให้จัดเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง รวมถึงดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามประกาศการแจ้งเตือนภัยที่แอปพลิเคชัน “THAI DISASTER ALERT” และหากได้รับความเดือดร้อนจากสาธารณภัยสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือต่อไป

06/05/2026

รายการ ร้อยเอ็ดบ้านเฮา 7 พ.ค.69

06/05/2026

รายการ แผนที่ธรรมะ
โดย พระเทพวราจารย์ เจ้าอาวาสวัดมณีวนาราม
เจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี

ร้อยเอ็ดเปิดศึกบาสเกตบอล “อบจ.101 คัพ” ครั้งที่ 3 ชิงเงินรางวัลกว่า 1 แสนบาทเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เวลา 18.30 น. ที่...
06/05/2026

ร้อยเอ็ดเปิดศึกบาสเกตบอล “อบจ.101 คัพ” ครั้งที่ 3 ชิงเงินรางวัลกว่า 1 แสนบาท

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เวลา 18.30 น. ที่สนามบาสเกตบอลบึงพลาญชัย อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด นายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬาบาสเกตบอล “อบจ.101 คัพ” ครั้งที่ 3 ประจำปี 2569 ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก โดยมีนายเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด นายบรรจง โฆษิตจิรนันท์ นายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนร่วมชมและให้กำลังใจนักกีฬา

ไฮไลต์สำคัญของพิธีเปิดอยู่ที่การโรยตัว (ซิปไลน์) จากหอโหวด 101 ลงสู่สนามแข่งขันของผู้ว่าราชการจังหวัด สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก

สำหรับการแข่งขันจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4–14 พฤษภาคม 2569 แบ่งเป็นบาสเกตบอลประเภท 5 คน (5x5) ได้แก่ รุ่นประชาชนชาย ประชาชนหญิง เยาวชนชายอายุไม่เกิน 18 ปี และรุ่นอาวุโสอายุ 40 ปีขึ้นไป รวมถึงประเภท 3 คน (3x3) รุ่นเยาวชนชายและหญิง อายุไม่เกิน 18 ปี ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 100,000 บาท

ทั้งนี้ มีทีมจากสถานศึกษา หน่วยงาน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมแข่งขันจำนวนมาก โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการออกกำลังกาย ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และพัฒนาศักยภาพด้านกีฬาของเยาวชนและประชาชนในจังหวัดร้อยเอ็ด
#สวทร้อยเอ็ด
#อบจ101คัพ #บาสเกตบอล #ร้อยเอ็ด #กีฬาเยาวชน

“ยศชนัน” ชี้เอลนีโญทำอากาศแปรปรวน 43 จังหวัดเสี่ยงเจอทั้งท่วม-แล้งซ้ำซ้อน อัปเกรดคลังข้อมูลน้ำสู่ "นวัตกรรมชุมชน" ใช้ซูเ...
06/05/2026

“ยศชนัน” ชี้เอลนีโญทำอากาศแปรปรวน 43 จังหวัดเสี่ยงเจอทั้งท่วม-แล้งซ้ำซ้อน อัปเกรดคลังข้อมูลน้ำสู่ "นวัตกรรมชุมชน" ใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์และเครือข่าย 12 มหาวิทยาลัย ปูพรมแก้ท่วม-แล้งครบ 76 จังหวัด

(6 พ.ค. 69) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย นายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วย รมต. ประจำ อว. ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. นายศึกษิษฎ์ ศรีจอมขวัญ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และนายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการ รมว.อว. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. โดยมี ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ สสน. และ ดร.รอยบุญ รัศมีเทศ ผู้อำนวยการ สสน. ให้การต้อนรับ เพื่อหารือแนวทางรับมือความแปรปรวนของสภาพอากาศจากสภาวะเอลนีโญ

ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ คณะผู้บริหาร สสน. รายงานการคาดการณ์สถานการณ์น้ำในช่วง 6 เดือนข้างหน้า (พ.ค.–ต.ค. 69) และนำชมเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สำคัญ ได้แก่ เทคโนโลยีสำรวจภูมิประเทศ เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ เทคโนโลยีโทรมาตรอัตโนมัติ สำหรับตรวจวัดข้อมูลสภาพอากาศและระดับน้ำ ระบบคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง เพื่อรองรับคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ

หลังการตรวจเยี่ยม ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลผ่านแพลตฟอร์ม thaiwater.net ซึ่งพัฒนาโดย สสน. พบว่า ข้อมูลคาดการณ์ในช่วง 6 เดือนข้างหน้า (พ.ค.–ต.ค. 69) สถานการณ์น้ำมีความท้าทายอย่างมาก โดยมีพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม 64 จังหวัด โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก เสี่ยงภัยแล้ง 58 จังหวัด โดยเฉพาะช่วงต้นและปลายฤดูฝน ที่น่ากังวลสูงสุดคือ มีถึง 43 จังหวัด ที่ต้องเผชิญความเสี่ยง “ทั้งน้ำท่วมและภัยแล้ง” ในพื้นที่เดียว สะท้อนให้เห็นถึงความแปรปรวนของสภาพอากาศสุดขั้วในปีนี้ สถานการณ์ปีนี้จึงต้องจับตาเป็นพิเศษ เนื่องจาก “เอลนีโญ” ไม่ได้หมายถึงฝนน้อยเพียงอย่างเดียว แต่ทำให้รูปแบบฝนเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ เกิดฝนตกหนักแบบกระจุกตัวในบางพื้นที่ ขณะที่อีกหลายพื้นที่กลับเผชิญฝนทิ้งช่วง ส่งผลให้ประเทศไทยต้องเผชิญ “2 วิกฤตพร้อมกัน” คือ น้ำท่วมและภัยแล้งในช่วงเวลาเดียวกัน

รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า ภารกิจหลักในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้จึงมี 3 ประเด็นสำคัญ คือ การเตรียมความพร้อมของ "คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ" ที่มีฐานข้อมูลรองรับครบถ้วนแล้วทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ, การวิเคราะห์สถานการณ์ "เอลนีโญ" หรือ "ซูเปอร์เอลนีโญ" ที่หลายฝ่ายกังวล และการขยายผล "ศูนย์บริหารจัดการสารสนเทศน้ำระดับจังหวัด" เพื่อให้ข้อมูลส่งถึงมือประชาชนในพื้นที่ได้จริง

ศ.ดร.ยศชนัน ยังกล่าวอีกว่า สิ่งที่เราต้องเร่งดำเนินการในวันนี้ คือ การสื่อสารหรือการกระจายข้อมูลจากส่วนกลางลงสู่ระดับพื้นที่ เพื่อให้หน่วยงานระดับปฏิบัติการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเกษตรกร สามารถเข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์ (Real-time) และนำไปบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำ เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำข้อมูลไปใช้วางแผน ลดรายจ่าย และเตรียมรับมือภัยพิบัติได้ด้วยตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบันเราได้ผนึกกำลังร่วมกับ มหาวิทยาลัยพี่เลี้ยง 12 แห่ง และ 12 พื้นที่นวัตกรรม เพื่อสร้างทั้ง ‘คน’ และ ‘ระบบ’ ในการบริหารจัดการน้ำเชิงพื้นที่ โดยได้รับการสนับสนุนจาก กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ในการขับเคลื่อนงานวิจัยที่ตอบโจทย์ความยั่งยืน ตั้งแต่การมองภาพจาก ‘ชั้นบรรยากาศสู่ขุนเขา และลงสู่ชุมชน’ เพื่อให้การแก้ปัญหาเรื่อง ดิน น้ำ ป่า เป็นเนื้อเดียวกันและยั่งยืนอย่างแท้จริง พร้อมบูรณาการข้ามหน่วยงาน โดยประสานงานกับกระทรวงเกษตรฯ เพื่อวางแผนการขุดลอกแหล่งน้ำทั้งในและนอกเขตชลประทาน รวมถึงกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในการชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติล่วงหน้า เพื่อความแม่นยำในการตัดสินใจและลดความสูญเสียของพี่น้องประชาชน ขณะเดียวกัน ยังเตรียมหารือกับภาคเอกชน เพื่อวางแผนรองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ทั้งในมิติของการขาดแคลนน้ำและอุทกภัย

“ในวิกฤตความแปรปรวนนี้ แม้ปริมาณฝนเฉลี่ยอาจจะน้อยกว่าปกติ แต่ไม่ได้แปลว่าจะแล้งจัดจนไม่มีน้ำ นี่คือโอกาสสำคัญที่เราต้องเร่งสื่อสารให้ประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่เตรียมเก็บน้ำในช่วงที่มีฝน ให้ได้มากที่สุด จึงขอเชิญชวนประชาชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นติดตามสถานการณ์น้ำ คาดการณ์ฝน และประเมินความเสี่ยงแบบ Real-time ทั้งทางเว็บไซต์ www.thaiwater.net และแอปพลิเคชัน ThaiWater บนมือถือ ตลอด 24 ชั่วโมง” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

ที่อยู่

228 หมู่ 12 บ้านหนองจิก ตำบลดงลาน อ. เมือง จ. ร้อยเอ็ด
Roi Et
45000

เวลาทำการ

จันทร์ 04:00 - 00:00
อังคาร 04:00 - 00:00
พุธ 04:00 - 00:00
พฤหัสบดี 04:00 - 00:00
ศุกร์ 04:00 - 00:00
เสาร์ 04:00 - 00:00
อาทิตย์ 04:00 - 00:00

เบอร์โทรศัพท์

+6643511769

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สวท.ร้อยเอ็ด FM 94 MHzผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง สวท.ร้อยเอ็ด FM 94 MHz:

แชร์