วัดสุทัศน์ อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด

วัดสุทัศน์ อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด #วัดประชารัฐสร้างสุข

06/10/2025

#มูลนิธิสงฆ์จตุพักตรพิมาน
(ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๓)
#เลขอนุญาต
ที่ ต ๒๑๔/๒๕๓๓
#เลขคําขอ ที่ ๒๑๔/๒๕๓๓
#เลขหมายทะเบียน ๔๖๐๗

#พระครูพรหมยานประภาส

เป็นกรรมการผู้ริเริ่มการจัดตั้ง
และ
เป็นประธานกรรมการปี ๒๕๓๓-๒๕๓๙

วัตถุประสงค์ของมูลนิธิสงฆ์จตุรพักตรพิมาน ส่งเสริมการศึกษาพระพุทธศาสนา-สงเคราะห์พระภิกษุสามเณรอาพาธ สนับสนุนการพัฒนาวัด-บําเพ็ญกุศลสาธารณประโยชน์ ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง

ทุนทรัพย์ ทรัพย์สิน ของมูลนิธิสงฆ์จตุรพักตรพิมาน

“เงินกองทุนจดทะเบียนเริ่มแรก จํานวน ๒๒๑,๖๙๕,๓๗ บาท

“เงินกองทุนบริจาคสมทบเพิ่มเติม จํานวน ๒๔๕,๖๔๙.๓๔ บาท

***ปัจจุบันมีเงินกองทุนรวม จํานวน ๔๖๗,๓๘๙.๗๑ บาท (สี่แสนหกหมื่นเจ็ดพันสามร้อยแปดสิบเก้าบาทเจ็ดสิบเอ็ดสตางค์)***
เงินกองทุนทั้งหมดของมูลนิธิ ฝากประเภทประจําไว้กับธนาคารออมสิน สาขา จตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด

#หักการบริหารเงินทุนของมูลนิธิตามข้อบังคับของตราสาร
- เงินสดของมูลนิธิที่ได้รับบริจาคทั้งหมดต้องนําฝากไว้กับธนาคาร
- คณะกรรมการบริหารมูลนิธิมีสิทธิถอนเฉพาะส่วนที่เป็นดอกผลของแต่
ละปีเท่านั้น
- ดอกผลที่ได้รับในแต่ละปี ให้ใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ที่กําหนดไว้ในตราสาร เท่านั้น

มูลนิธิสงฆ์จตุพักตรพิมานตั้งแต่ปี ๒๕๓๔-๒๕๓๘ ได้รับดอกผลรวมเป็นเงิน ๑๓๖,๓๗๒.- บาท (หนึ่งแสนสามหมื่นหกพันสามร้อยเจ็ด
สิบสองบาท)

เฉพาะในปี ๒๕๓๘ ได้รับดอกผลจํานวน ๓๔,๓๒๓,๘๕ (สามหมื่นสี่พันสามร้อยยี่สิบสามบาทแปดสิบห้าสตางค์) ได้ใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ ตามที่กําหนดไว้ในตราสารต่อไปนี้

#รายการ

- จ่ายบํารุง รร. ปริยัติธรรมแผนกสามัญวัสดุทัศน์
๑๐,๐๐๐

- จ่ายบํารุงสํานักเรียนนักธรรมทุกสํานักในอําเภอจตุรฯ
๔,๐๐๐

- ชําระภาษีเงินได้ของมูลนิธิประจําปี ๒๕๓๘
๒,๗๕๐

- จ่ายบํารุงสํานักเรียนบาลีวัสดุทัศน์
๒,๐๐๐

- จ่ายสนับสนุนการสอบนักธรรมสนามหลวงปี ๒๕๓๘
๒,๐๐๐

- จ่ายสนับสนุนการสอบบาลีสนามหลวงปี ๒๕๓๙
๒,๐๐๐

- จ่ายสมทบทุนซื้อโต๊ะเก้าอี้ รร.ปริยัติธรรมวัสดุทัศน์
๑,๒๕๐

- จ่ายบํารุง รร.พุทธศาสนาวันอาทิตย์บ้านดงยาง
๑,๐๐๐

- จ่ายบํารุง รร.พุทธศาสนาวันอาทิตย์บ้านที่ง่อง
๑,๐๐๐

- ค่าเครื่องเขียนแบบพิมพ์และอื่น ๆ ของมูลนิธิ
๗๐๐

- สมทบต้นทุนมูลนิธิ (ตามมติคณะกรรมการ)
๗,๖๒๓.๘๕

#รวม
๓๔,๓๒๓ ๘๕

(สามหมื่นสี่พันสามร้อยยี่สิบสามบาทแปดสิบห้าสตางค์)

06/10/2025

#ประวัติพระธาดาอํานวยเดช

เป็นบุตรของพระรัตนวงษา (คําสิงห์) เจ้าเมืองสุวรรณภูมิ และญาแม่ หม่อมโซนแต้ มีพี่น้องท้องเดียวกัน ๕ คน

๑. ญาแม่ทอง

๒. ท้าวขัติยะ (เทศ) พระศรีสุวรรณวงศา เจ้าเมืองพยัคภูมิพิสัยที่ ๑

๓. ท้าวเดช (พระศรีสุวรรณวงศา) เจ้าเมืองพยัคภูมิพิสัย ต่อมาเป็น นายอําเภอพยัคภูมิพิสัย คนแรก

๔. ท้าวพรหม (พระธาดาอํานวยเดช) เจ้าเมืองจตุรพักตรพิมาน และเป็นนายอําเภอคนแรก

๕. ท้าวเพชร (ท้าวสุริยะวงษ์)

ท้าวพรม เกิดปีระกา เดือน ๘ พ.ศ. ๒๓๙๕ ขณะที่บิดาเป็นอุปฮาด (อุปราช) เมืองสุวรรณภูมิ ได้รับการแต่งตั้งเป็น ท้าวมหาไชย ราชบุตรเมือง สุวรรณภูมิ

เมื่อท้าวมหาไชย (ท้าวพรหม) อายุได้ ๑๘ ปี ได้ไปถวายตัวเป็น มหาดเล็กในรัชกาลที่ ๕ (พระปิยมหาราช) เพื่อไปเรียนเมือง (การเมือง)
เจ้าเมือง

ต่อมา พ.ศ. ๒๔๑๕ ได้รับพระราชทานนามและตําแหน่งเป็นหลวง พรหมพิทักษ์อัครวงษ์ เมืองเกษตรวิสัย อายุ ๒๐ ปี และ พ.ศ. ๒๔๒๕ ได้ รับพระราชทานนามและตําแหน่งเป็นพระธาดาอํานวยเดช จุตรพักตรพิมาน อายุ ๓๐ ปี เมื่อวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๒๕ ซึ่งเป็น วันที่รัชกาลที่ ๕ ได้สถาปนาเมืองจตุรพักตรพิมาน

จตุรพักตร หมายถึง ผู้มีหน้า ๔ หน้า (พรม) คือชื่อ ท้าวพรมพิมาน หมายถึง วิมานที่อยู่อันแสนวิเศษ

เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๔๐ มีการปฏิรูปการปกครอง ตามพระราชบัญญัติ การปกครองท้องที่ ได้มีการยุบเมืองต่างๆ ลงเป็นจังหวัด อําเภอ ตําบล ตามสภาพที่เหมาะสม ตําแหน่งเจ้าเมือง ก็ถูกเรียกชื่อใหม่เป็นข้าหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัด และอําเภอตามฐานะของเมือง

พ.ศ. ๒๕๕๕ พระธาดาอํานวยเดช อายุครบ ๖๐ ปี เกษียณอายุ ราชการ ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรมการพิเศษจังหวัดร้อยเอ็ด มีหน้าที่ให้ข้อ ปรึกษาราชการเมืองต่างๆ ตลอดมา

เมื่อรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ได้พระราชทานชื่อสกุล พระธาดาอํานวยเดชว่า “สุวรรณธาดา” เมื่อวันที่ ๕
เมษายน ๒๔๖๒

พระธาดาอํานวยเดช (พรหม สุวรรณธาดา) ถึงแก่กรรมด้วยโรคชรา เมื่ออายุ ๗๖ ปี ได้ทําพิธีปลงศพ ที่วัดสุทัศน์ ซึ่งพระธาดาอํานวยเดช เป็น ผู้สร้างได้เป็นวัดประจําเมืองตราบทุกวันนี้

ข้อมูล จากพงศาวดารอีสาน (ในการประชุมพงศาวดารภาค ๔) ซึ่ง เรียบเรียงโดย หมอม อมรวงษ์วิจิตร (ม.ร.ว.ปฐม คเนจร) ร.ศ. ๑๒๒ (พ.ศ. ๒๔๔๗) อนุสรณ์ พระราชทานเพลิงศพคุณแม่ละออง วงศ์คําจันทร์ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๓๗ (เดชจันทร์ วงศ์คําจันทร์)ฯ.

สงบ บุญเจริญ
เมย. ๓๙

06/10/2025

#ประวัติความเป็นมา
#อําเภอจตุรพักตรพิมาน
#จังหวัดร้อยเอ็ด
เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๑๐ ซึ่งตรงกับปีที่กรุงศรีอยุธยาแตกถูกพม่าเผาผลาญ สูญเสียทรัพย์สมบัติอันล้ำค่าไปหมดสิ้น แต่ศรีอยุธยามิเคยสิ้นคนดีคนเก่ง สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้กอบกู้อิสระภาพชาติได้คืนมาอย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกันนั้น ด้านกรุงศรีสัตนาคนหุต (เวียงจันทน์) ซึ่งเคยเป็น ประเทศราชของไทย ก็แข็งเมือง ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา ได้เกิดการแย่งราชสมบัติ กันขึ้น โอรสเจ้าเมืองแสน ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นเจ้าเมือง ส่วนหนึ่งจึงหนี ภัยสงครามกลางเมือง มีหลวงพ่อพระครูโพนสะเม็ดเป็นหัวหน้าอพยพลงมา ทางใต้ล่องตามแม่น้ําโขง ตั้งเมืองอยู่ที่นครจําปาศักดิ์ และก็มีชาวลาวอีกกลุ่ม หนึ่งอพยพข้ามโขงมาตั้งเมืองที่ดอนมดแดง (อุบลราชธานี)

และได้มีการสถาปนาเมืองขึ้นใหม่ ขึ้นตรงต่อนครจําปาศักดิ์ มีด้วย
กัน ๘ เมือง คือ

๑.เมืองดอนโขง
ท้าวหวด เป็นเจ้าเมือง

๒.เมืองเชียงแตง ท้าวสุด (พระยาไชยเชษฐ์)
เป็นเจ้าเมือง

๓.เมืองทุ่ง
ท้าวแก้ว เป็นเจ้าเมือง

๔.เมืองตะโปน
ท้าวจันทร์สุริยวงศ์
เป็นเจ้าเมือง

๕.เมืองคําทองใหญ่
ท้าวพรมชาบุตรโคตร
เป็นเจ้าเมือง

๖.เมืองอัตะบือ
ท้าวโสม เป็นเจ้าเมือง

๗. เมืองโขงเจียม
ท้าวหลวง เป็นเจ้าเมือง

๘. เมืองสาละวัน
ท้าวมันหลวงเอก
เป็นเจ้าเมือง

เมืองทุกเมืองจะเป็นเมืองออกกลายๆ (หมายความว่าปกครองตนเอง) หากเจ้าเมืองใดถึงแก่กรรม ทางนครจําปาศักดิ์จะแต่งตั้งบุตรหลานเจ้าเมือง นั้นๆ ครองเมืองสืบเชื้อพระวงศ์มาโดยตลอด ซึ่งขณะนั้นเมืองทั้ง ๔ เมือง ขึ้นตรงต่อกรุงธนบุรีและกรุงเทพฯ ในเวลาต่อมา จนกระทั่งมีการเปลี่ยนแปลง การปกครองท้องที่ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๐ ได้เปลี่ยนตําแหน่งเจ้าเมือง เป็นข้าหลวง
เป็นนายอําเภอ แล้วแต่สภาพความเหมาะสมของแต่ละเมือง

ท้าวแก้ว ครองเมืองทุ่ง (ทุ่ง) ซึ่งมีลักษณะตั้งอยู่หัวทุ่งกุลาร้องไห้ ท้าวแก้วมีบุตรชาย ๒ คน ชื่อ ท้าวมืดและท้าวทน ได้ย้ายเมืองทุ่งจากที่เดิม อีก ๑๐๐ เส้น เพื่อหนีน้ํา และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นเมืองศรีภูมิ (อ.สุวรรณภูมิ) พร้อมกับสร้างวัดขึ้น ๒ วัด คือวัดกลางและวัดใต้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้พระราชทานนามเจ้าเมือง ว่า #พระยารัตนวงษา ขึ้นตรงต่อกรุงธนบุรี ในปี พ.ศ. ๒๓๑๕

ท้าวทน บุตรชายของท้าวแก้ว (พระยารัตนวงษา) ได้ไปสร้างเมืองใหม่ ที่บ้านทุ่มสร้าง และยกฐานะเป็นเมืองร้อยเอ็ด เมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๘ (แผ่นดิน สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก) ได้รับพระราชทานนามว่า “พระขัติยะวงษา

มีคําถามว่า ทําไมถึงถูกพระราชทานชื่อเมืองว่า ร้อยเอ็ด มีคนเก่า คนแก่เล่าขานต่อกันมาว่า เมืองร้อยเอ็ด มีเมืองบริวารอยู่สิบเมือง รวมกับ เมืองกุ่มร้างอีกหนึ่งเมือง จึงพระราชทานนามว่าร้อยเอ็ด คือสิบบวกหนึ่ง ๑๐๑ จริงเท็จแค่ไหน ผู้รวบรวมขออภัยด้วย

ลูกหลานของ พระยารัตนวงษา (แก้ว) ได้สืบทอดปกครองเมือง สุวรรณภูมิมาหลายชั่วคน เช่น

- พระยารัตนวงษา (ภู)
- พระยารัตนวงษา (อ่อน)
- พระยารัตนวงษา (คําผาย)
- พระยารัตนวงษา (คําสิงห์)
- พระยารัตนวงษา (คําสอน)
- พระยารัตนวงษา (สาร)
เป็นต้น
ลูกหลานของพระยารัตนวงษา ได้รับมอบหมายให้ตั้งเมืองใหม่ เพื่อ ปกครองและขึ้นตรงต่อเมืองสุวรรณภูมิ เช่นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๕ ตั้งเมือง เกษตรวิสัย ในสมัยรัชกาลที่ ๔ ขึ้น ที่บ้านตอนสําโรง โดยให้อุปฮาด (อุปราช)
เหง้าครองเมือง โดยให้รับพระราชทานนามว่า พระศรีเกษตราธิไชย เป็น เจ้าเมือง และสืบต่อมาถึง ท้าวสังข์ ท้าวสิลา ต่อมาคือต้นตระกูล #สังขศิลา ทุกวันนี้

พ.ศ. ๒๔๒๐ ท้าวบุญตา บุตรชายพระรัตนวงษา (คําผาย) ไปตั้ง เมืองพนมไพร ที่บ้านโป่ง ได้รับพระราชทานนามว่า พระดํารงฤทธิไกร

พ.ศ. ๒๕๒๑ ท้าวขัติยะ (เทศ) บุตรพระรัตนวงษา (คําสิงห์) ไปตั้ง เมืองพยัคภูมิพิสัย (เมืองเสือ) ได้รับพระราชทานนามเจ้าเมือง เป็นพระศรี สุวรรณวงศา ต้นตระกูล “รัตนวงศะวัต”

พ.ศ. ๒๕๒๓ ตั้งบ้านเสาธง เป็นเมืองธวัชบุรี ให้ท้าวโพธิราช เป็น เจ้าเมือง ได้รับพรราชทานนามว่า “พระดํารงไชยธวัช”

พ.ศ. ๒๔๒๕ ขอตั้งบ้านเมืองหงส์ ขึ้นเป็นเมือง และให้หลวงพรหม พิทักษ์ (ท้าวพรหม) บุตรพระรัตนวงษา (คําสิงห์) เป็นเจ้าเมือง ได้รับพระ ราชทานนามเมืองว่า “จตุรพักตรพิมาน” และชื่อเจ้าเมืองว่า “พระธาดา อํานวยเดช” ต้นตระกูล “สุวรรณธาดา”

แต่พระธาดาอํานวยเดช เห็นว่าบ้านเมืองหงส์ ไม่เหมาะสม จึงนํา พี่น้องชาวเมืองสุวรรณภูมิที่ติดตามมา ปักหลักตั้งถิ่นฐานที่ริมหนองน้ํา ชื่อว่า หนองหัวช้าง เพราะเห็นว่าอุดมสมบูรณ์ดี หาได้ไปตั้งเมืองที่บ้านเมืองหงส์ ตามสานส์ตราตั้งของพระเจ้าแผ่นดินสยามไม่

06/10/2025

#ประวัติวัดสุทัศน์โดยสังเขป
เมื่อประมาณปีพุทธศักราช ๒๕๔๑ มีพ่อเมืองธาดาอํานวยเดช ซึ่งเป็นพ่อเมืองอําเภอหัวช้างในขณะนั้น ได้นําทายกทายิกาชาวบ้านหมู่ที่ ๒ ตําบลหัวช้าง อําเภอหัวช้าง (อําเภอจตุรพักตรพิมานในปัจจุบัน) จังหวัด ร้อยเอ็ด สร้างวัดขึ้นในที่ว่างเปล่า ในเนื้อที่ทั้งหมด ๘ ไร่ ๒ งาน โดยชื่อว่า “วัดสุทัศน์” มีอาณาเขตติดต่อดังนี้ ด้านทิศเหนือและทิศตะวันออก ติดต่อ กับลําห้วยกุดแดง ด้านทิศใต้ติดต่อกับตลาดอําเภอหัวช้าง ด้านทิศตะวันตก ติดต่อกับหมู่บ้าน หลังจากสร้างวัดเสร็จแล้ว พ่อเมืองธาดาอํานวยเดช ได้นํา ทายกทายิกาชาวบ้านไปนิมนต์หลวงพ่อไพศาล จากอําเภอสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็น ญาติกับพ่อเมืองธาดา อํานวยเดช มาอยู่วัดสุทัศน์ ในช่วงนั้นได้สร้างกุฎีสงฆ์ ขึ้นอีก ๒ หลัง และศาลาการเปรียญ ๑ หลัง เมื่อประมาณปีพุทธศักราช ๒๕๕๘ หลวงพ่อไพศาลได้ถึงแก่มรณภาพ ต่อจากนั้นปล่อยให้เป็นวัดร้าง ระยะหนึ่ง

เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๖๒ มีพระเล็กซึ่งมีภูมิลําเนาอยู่ในหมู่ที่ ๒ อําเภอหัวช้างมาบวชอยู่และอาศัยอยู่ต่อไป ปีพุทธศักราช ๒๔๖๖ พระเล็ก ลาสิกขาไปประกอบอาชีพรับราชการครู ต่อจากนั้น ทายกทายิกาชาวบ้าน คุ้มวัดสุทัศน์ได้ไปนิมนต์หลวงพ่อหลอดจากวัดกลาง อําเภอหัวช้าง มาอยู่ประจําเป็นเวลา ๒ ปี ก็ลาสิกขาไป

ปีพุทธศักราช ๒๔๖๙ ทายกทายิกาชาวบ้านคุ้มวัดสุทัศน์ หมู่ที่ ๒ ได้ไปนิมนต์หลวงพ่อพระครูถาวรธรรมคุณ เข้ามาอยู่ประจําวัดสุทัสน์ เมื่อ ปีพุทธศักราช ๒๔๗๐ ได้รื้อกุฏิหลังเก่าสร้างใหม่ ในปีพุทธศักราช ๒๔๗๕ ได้รื้อศาลาการเปรียญหลังเก่าสร้างใหม่ และในปีพุทธศักราช ๒๔๘๑ ได้สร้างอุโบสถ หลังจากนั้นเมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๘๕ หลวงพ่อพระครูถาวรธรรมคุณ ได้ถึงแก่มรณภาพไป จากนั้นพระมหาลันได้เข้ารักษาการเจ้าอาวาสไปจนถึง ปีพุทธศักราช ๒๔๘๗ และได้ลาสิกขาไปรับราชการครู

เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๘๗ พระปลัดแป ปภาโส (นามสกุลเดิม วงศ์อามาตย์) เข้ามาเป็นเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์ และเป็นเจ้าคณะอําเภอ จตุรพักตรพิมาน (พระครูพรหมยานประภาส) ซึ่งได้ถึงแก่มรณภาพในวันที่
4 มกราคม ๒๕๓๙.

 #ประวัติพระเถราจารย์ #เมืองจตุรพักตรพิมานพระครูถาวรธรรมคุณ อดีตเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์ อดีตเจ้า คณะแขวงหัวช้างนามเดิม สน ฉา...
28/09/2025

#ประวัติพระเถราจารย์
#เมืองจตุรพักตรพิมาน
พระครูถาวรธรรมคุณ อดีตเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์ อดีตเจ้า คณะแขวงหัวช้าง
นามเดิม สน ฉายา อิสฺสโร วัดข่าน้อย อําเภอจตุรพักตร
พิมาน
ชาตะ ราวปี พ.ศ.๒๔๒๙
อุปสมบท ราวปี พ.ศ.๒๔๕๑ สันนิษฐานว่า พระครูพิไสย พิมานมุขนิคมเขตร เจ้าคณะแขวงจตุรภักตร เป็นพระ อุปัชฌาย์ (เอกสาร หจภ.จากการค้นคว้าของคุณ กฤษณะ สนิทพจน์ ระบุว่า พระครูพิไสยพิมานมุขนิคม เขตร เป็นพระอุปัชฌาย์เจ้าคณะแขวง ตั้งแต่ ร.ศ.๑๑๙ พ.ศ.๒๔๔๓)
พ.ศ.๒๔๖๙ หลวงปู่สน ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระ อุปัชฌาย์ ดังในแถลงการณ์คณะสงฆ์ เล่ม ๑๕
พ.ศ.๒๔๗๐ ความว่า
"พระสน ฉายา อิสฺสโร อายุ ๔๐ พรรษา ๑๗ ผู้รั้งตําแหน่ง เจ้าคณะแขวง วัดข่าน้อย อําเภอหัวช้าง จังหวัดร้อยเอ็จ เปนพระอุปัชฌายะเฉพาะในแขวงอําเภอหัวช้าง ตราตั้ง ที่ ๖ ลงวันที่ ๒๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๖๙"
พ.ศ. ๒๔๗๖ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์พัดยศ ที่ พระครูถาวรธรรมคุณ ดังความในราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๕๐ หน้า ๒๔๐๕ ลงวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๔๗๖ ความ ว่า "พระครูสนธิ์ วัดบ้านข่า เจ้าคณะแขวงหัวช้าง จังหวัด ร้อยเอ็ด เป็น พระครูถาวรธรรมคุณ"
ผลงานที่สําคัญ
- เป็นผู้นําในการสร้างสิมที่วัดสุทัศน์ ช่วง พ.ศ. ๒๔๘๑ -
๒๔๘๒
ลูกศิษย์ที่มีชื่อเสียง (บางส่วน)
- หลวงปู่พระครูพรหมยานประภาส อดีตเจ้าอาวาสวัด สุทัศน์ อดีตเจ้าคณะอําเภอจตุรพักตรพิมาน - หลวงปู่พระครูพรหมเสนาสน์นิมมาน อดีตเจ้าอาวาส วัดกลาง อดีตเจ้าคณะอําเภอจตุรพักตรพิมาน - หลวงปู่พระครูสถิตธรรมาจารย์ วัดราชวารี

เชิญร่วมบำเพ็ญกุศลบุญกวนข้าวทิพย์ - ออกพรรษา ประจำปี ๒๕๖๘ณ วัดสุทัศน์ ตำบลหัวช้าง อำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด ๕ ...
27/09/2025

เชิญร่วมบำเพ็ญกุศลบุญกวนข้าวทิพย์ - ออกพรรษา ประจำปี ๒๕๖๘
ณ วัดสุทัศน์ ตำบลหัวช้าง อำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด
๕ - ๘ ตุลาคม ๒๕๖๘

27/09/2025

สิมโบราณสวยงามควรอนุรักษ์

สิม (โบสถ์) วัดสุทัศน์ สร้าง พ.ศ. ๒ ๔๘๑-๒๔๘๒ เป็นสิมอิสานฝีมือช่างท้องถิ่น ก่ออิฐถือปูน ขนาดกว้าง ๗.๕๐ เมตร ยาว ๑๓.๐๗๒ เ...
24/09/2025

สิม (โบสถ์) วัดสุทัศน์ สร้าง พ.ศ. ๒ ๔๘๑-๒๔๘๒ เป็นสิมอิสานฝีมือช่างท้องถิ่น ก่ออิฐถือปูน ขนาดกว้าง ๗.๕๐ เมตร ยาว ๑๓.๐๗๒ เมตร สูง ๑๑.๒๕ เมตร
ในผังสี่เหลี่ยมผื่นผ้า ขนาด ๕ ห้อง ด้านหน้าเป็นโถง หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ตั้งบนฐานบัวท้องไม้ลูกแก้วอกไก่ดู่ โดยวางให้ลูกแก้วอกไก่ด้านบนเหลื่อมเข้าด้านใน มีประตูอยู่ด้านทิศตะวันออก บริเวณโถงใช้เสารับน้ำหนักหลังคา ๔ ต้น
หัวเสาแต่ละต้นเขียนลายบัวกลีบยาว ระหว่างเสาทำเป็นซุ้มโค้ง ซุ้มโค้งตอนกลางมีลักษณะเป็นวงโค้งสามวงด้านหน้ามีบันได ๗ ขั้น เป็นทรงขึ้นตรงกับประตูเข้าสิมซุ้มโค้งด้านข้างสองด้านมีลักษณะเป็นวงโค้งวงเดียวด้านล่างก่ออิฐสูงหนึ่งเมตร
เช่นเดียวกับด้ายข้างทางทิศเหนือ และ ทิศใต้ของโถง เหนือซุ้มโค้งด้านทิศใต้เขียนว่า 'สิ้นเงินเป็นจำนวน ๒,๕๐๐ บาท' เหนือซุ้มโค้งด้านทิศเหนือเขียนว่า "ถิ่นอุบลคนไทยเป็นช่าง ทองดำ"ผนังเหนือซุ้มโค้ง
ทั้งหมดเขียนลายพวงอุบะเหนือประตูทางเข้าเขียนรูปซุ้มสามเหลี่ยมแต่งด้วยลายกนก ภายในซุ้มเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นนูนสูงปางมารวิชัย มีหน้าต่างด้านละ ๔ ช่อง กรอบหน้าต่างเป็นซุ้มยอดแหลม โครงสร้างอาคารใช้เสาและผนังรับน้ำหนัก
โครงสร้างหลังคาจั่ว ที่ต่อหลังคาปีกนกสั้นๆ โดยรอบ หลังคาเครื่องไม้มุงกระเบื้องดินเผา ประดับช่อฟ้ามีเสมาธรรมจักรตรงกลาง โหง่ ใบระกา และหางหงส์เป็นรูปหัวนาค หลังตาไม้ยื่นออกมาคลุมส่วนหน้าบัน หน้าบันเป็นปูนปั้นพระพุทธเจ้าแสดงอิริยาบถเดินอยู่บนหัวพญามาร ล้อมรอบด้วยลายเครือเถา มือซ้ายของพญามารจับขารามสูร มือขวาจับลูกศร มีภาพนางเมขลาและกระต่ายอยู่มุมล่างด้านซ้าย ใต้หน้าบันเขียนว่า สร้าง ๒๔๘๑ เสร็จ ๒๔๘๒ หน้าบันได้หลังมีปูนปั้นรูปช้างเอราวัณล้อมรอบด้วยลายกนกเหนือขึ้นไปเป็นพยานมีรัศมีกระจาย ด้านล่างเขียนว่า 'พระครูถาวรธรรคุณเป็นประธาน' กรอบหน้าบันใช้ ใบระกามีลายเกร็ดนาคเป็นกรอบโดยรอบสิมประดับใบเสมา ๘ ทิศ ภายในกำแพงแก้วภายในสิมวัดสุทัศน์ เป็นที่ประดิษฐานโบราณวัตถุและศิลปวัตถุที่ขึ้นทะเบียนและประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๒๗๘ ง ลงวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๖๗ ลำดับที่ ๖๑ หน้า ๑๕๑ และ ๑๕๒ จำนวน ๕ รายการดังนี้
๖๑. วัดสุทัศน์ ถนนเอกอาษา ตำบลหัวช้าง อำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน ๕ รายการ
๖๑. วัดสุทัศน์ ถนนเอกอาษา ตำบลหัวช้าง อำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน ๕ รายการ
๖๑.๑ พระพุทธรูปปางห้ามพระแก่นจันทร์ ศิลปะรัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕ ชนิดโลหะผสม เทคนิค ลงรักปิดทอง ขนาดจีวรกว้าง ๕๕ เซนติเมตร ฐานกว้าง ๖๒ เซนติเมตร ฐานสูง ๔๙ เซนติเมตร สูงรวมฐาน ๒๓๕ เซนติเมตร
๖๑.๒ พระพุทธรูปปางห้ามสมุทร ศิลปะรัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕ ชนิดโลหะผสม เทคนิค ลงรักปิดทอง ขนาดจีวรกว้าง ๓๑ เซนติเมตร ฐานสูง ๒๕๕ เซนติเมตร สูงรวมฐาน ๑๑๔ เซนติเมตร
๖๑.๔ พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะรัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕ ชนิดโลหะผสม เทคนิค ลงรักปิดทอง ขนาดตักกว้าง ๔๓ เซนติเมตร สูงเฉพาะองค์พระ ๕๘ เซนติเมตร ฐานสูง ๓๗ เซนติเมตร สูงรวมฐาน ๙๓ เซนติเมตร
๖๑.๕ พระพุทธรูปปางสมาธิ ศิลปะรัตนโกสินทร์ พุทธศักราช ๒๔๘๑ ชนิดโลหะผสม เทคนิค ลงรักปิดทอง ทาสี ขนาดตักกว้าง ๖๔.๕ เซนติเมตร ฐานสูง ๒๔ เซนติเมตร สูงรวมฐาน ๑๑๑ เซนติเมตร มีจารึกอักษรไทย จำนวน ๔ บรรทัด ที่ฐานด้านล่าง ระบุผู้สร้างและปีที่สร้าง
เอกลักษณ์ของสิมวัดสุทัศน์ คือ เป็นสนิมพื้นถิ่นอีสานที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ ตอนปลาย ศตวรรษที่ ๒๕ โบราณสถานแห่งนี้ได้รับการบูรณะครั้งล่าสุดในปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ผู้ใดบุกรุกทำลายโบราณสถาน โบราณวัตถุและศิลปวัตถุ มีความผิดตามกฏหมาย
#สำนักศิลปากรที่9อุบลราชธานี

23/09/2025

#มหากฐิน
#กตัญญูกตเวทิตาสามัคคีปี2568
__________________________
#ทอดถวาย #ณ #วัดสุทัศน์ ต.หัวข้าง อ. จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด
#วันอาทิตย์ที่12ตุลาคม2568

ที่อยู่

104 วัดสุทัศน์ ต. หัวช้าง อ. จตุรพักตรพิมาน จ. ร้อยเอ็ด
Roi Et
45180

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 17:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วัดสุทัศน์ อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ดผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท