28/12/2022
“พ่อเป็นคนต่างจังหวัดที่เรียนจบปริญญาตรี ซึ่งสมัยห้าสิบกว่าปีก่อนถือว่าเป็นคนส่วนน้อย เขาเป็นข้าราชการ ค่อยๆ ไต่เต้าขึ้นมาด้วยความสามารถของตัวเองแบบไม่มีเส้นสาย ผมเป็นลูกคนเดียว พ่อเลยให้สิ่งดีที่สุดที่ตัวเองให้ได้ ส่วนเรื่องเรียน เขาเป็นคนติวหนังสือให้ผม โดยไม่มากดดันอะไรเลย สำหรับผมในตอนนั้น ผมภูมิใจในตัวเขาและมองว่าเขาเป็นไอดอล
“แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นมาตั้งแต่มัธยม คือพ่อเล่นหวยและเล่นบอล เห็นหนังสือบอลวางไว้บนโต๊ะ มีรอยปากกาวงคู่นั้นคู่นี้ไว้ ตอนนั้นผมเห็นแล้วเฉยๆ ไม่เคยคิดว่ามันเป็นปัญหา เพราะตัวเองไม่ได้เล่นพนัน เลยไม่รู้ว่าถ้าเสียแล้วจะรุนแรงขนาดไหน อีกอย่างคิดว่าพ่อคงไม่ปล่อยให้ตัวเองถลำลึกหรอก
“ช่วงแรกที่ผมเรียนจบแล้วเริ่มทำงาน พ่อเริ่มยืมเงินแม่และผม บอกว่าเอาไปให้เพื่อนยืมต่อ ผมก็ให้ยืมโดยไม่คิดอะไร ต่อมาผมสอบชิงทุนได้ไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นได้ ตอนอยู่ที่นั่นก็โทรมาคุยกับแม่ ช่วงแรกแม่ร้องไห้หนักมาก พอผมถามว่า ‘แม่เป็นอะไร’ เขาบอกแค่ว่า ‘ไม่มีอะไร คิดถึงลูก’ พอผมถามว่า ‘พ่อไปไหนเหรอ’ เขาบอกว่า ‘อยู่แถวนี้แหละ’ ซึ่งผมไม่ได้เอะใจเลย
“หลังจากผมเรียนได้หนึ่งปีแล้วกลับมาเยี่ยมเมืองไทย แม่ค่อยเล่าให้ฟังว่า จริงๆ ตอนนั้นที่แม่ร้องไห้เพราะพ่อหนีออกจากบ้าน ความเป็นมาคือ หลังจากพ่อเออรี่รีไทร์แล้วได้เงินมาก้อนหนึ่ง แม่ก็คาดหวังว่าเงินก้อนนั้นจะใช้จ่ายกับเรื่องบ้าน แต่อยู่ๆ พ่อก็เก็บข้าวออกไปจากบ้านไปโดยไม่บอกไม่กล่าวอะไรเลย
“แม่ออกไปตามหาจนเจอแล้วรู้ความจริงว่า พ่อเป็นหนี้พนันแล้วเอาเงินเออรี่รีไทร์ไปจ่ายจนแทบหมด เขาไม่กล้าสู้หน้าเลยหนีออกจากบ้าน แต่แม่เอาเงินเก็บบางส่วนมาช่วยและยอมให้กลับมาอยู่ด้วยกัน พอฟังแบบนั้น ผมสงสารแม่จับใจ โกรธพ่อด้วย ทำไมเขาถึงใจดำแบบนี้ ลูกสอบได้ทุนไปเรียนต่อเมืองนอก แต่เขากลับทิ้งให้แม่อยู่คนเดียว ต่อมาพอได้คุยกัน พ่อก็ขอโทษในสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ผมรู้สึกแย่จนไม่สามารถมองพ่อได้เหมือนเดิม
“แต่การหนีออกจากบ้านไม่ได้จบในครั้งเดียว ผมไม่รู้ว่าหนี้เดิมยังไม่หมดหรือเขาไปเล่นใหม่ ช่วงที่ผมกลับไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น หนี้ของพ่อยังไม่หมด แต่แม่ยืนยันว่าจะไม่ใช้ให้อีกแล้ว ผมติดต่อพ่อไปแล้วบอกว่า ‘พ่อมาอยู่ข้างนอกแล้ว ไม่กล้าขอเงินแม่’ ผมถามว่า ‘มีปัญหาเรื่องเงินใช่ไหม’ พอเขาบอกว่าใช่ เหตุการณ์ยังคงเป็นแบบนี้อีกหลายครั้ง ผมก็โอนเงินไปให้หลายครั้งจากญี่ปุ่น เป็นเงินที่ผมได้จากการทำงานพิเศษ แต่วันที่เลวร้ายที่สุดคือวันที่ผมสอบวิทยานิพนธ์ ป.เอก เป็นวันที่เราต้องการกำลังใจ แต่พ่อก็หนีออกจากบ้านอีก เรารู้สึกแบบว่า (ถอนหายใจ) โอ้.. มันจุกนะ
“พอผมกลับมาทำงานที่ไทย พ่อยังออกจากบ้านอีก พอแม่หรือผมเคลียร์หนี้ให้ เขาก็กลับมา และผมยื่คำขาดว่าอย่าออกจากบ้านอีก จนช่วงโควิดที่ผ่านมา พ่อก็ออกไปอีกครั้ง คราวนี้แม่กับผมตกลงว่าจะไม่ตามแล้ว พ่อหายไป 4-5 เดือน ช่วงนั้นเขาไปอยู่คนเดียว จนอามาเป็นตัวกลางให้ พอได้คุยกันก็พบว่ามีหนี้อีก ช่วงนั้นผมเข้าไปช่วยงานวิจัยให้ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน (Center for Gambling Studies) ของจุฬาฯ ก็ได้รับความรู้หลายอย่าง รวมถึงทราบว่ามีการบำบัดการพนันด้วย เลยตกลงกับพ่อว่า ถ้าใช้หนี้ก้อนนี้ให้แล้ว ผมจะควบคุมเรื่องการเงิน และจะพาเขาไปรับการบำบัด
“เราไปปรึกษาจิตแพทย์ทั้งครอบครัว พอทุกคนได้พูดก็เจอบาดแผลในใจหลายเรื่อง การพนันทำให้พ่อเป็นหนี้สิน แต่ไม่กล้าบอกเมียและลูก เลยตัดสินใจออกจากบ้าน เขาอยากแก้ไขด้วยตัวเอง อาจกู้หนี้นอกระบบ อาจเล่นเพิ่มเพราะหวังจะได้เงิน แต่สุดท้ายก็วนมาเหมือนเดิม คนเคยเป็นหัวหน้าครอบครัวและเคยเป็นข้าราชการที่มีคนนับหน้าถือตา พอต้องออกไปอยู่ห้องเช่าคนเดียว เจอสายตาคนในครอบครัวที่ไม่เหมือนเดิม ก็สูญเสีย Self esteem ภาวะนั้นก็สะสมจนเกิดภาวะซึมเศร้า
“ตัวผมเองเศร้าทุกครั้งที่ต้องถอนเงินไปให้เจ้าหนี้นอกระบบ ไปใช้หนี้บัตรเครดิต ทุกครั้งพ่อก็ขอโทษแล้วบอกว่า ‘ทำเพื่อพ่อละกัน’ (ถอนหายใจแรง) ผมเคยถามพ่อด้วยว่า ‘ผมทำผิดตรงไหน ผมเป็นลูกที่ไม่ดีตรงไหน’ เขาตอบว่า 'ถือเป็นเวรเป็นกรรมละกันที่มีพ่อแบบนี้' ตอนนั้นเรามีความช้ำใจเลยตอบกลับไปว่า 'โอเค ขอให้มันจบกันชาตินี้ละกัน' (เน้นเสียง) เขาก็เงียบ คงเสียใจแหละ แต่ตอนนั้นเราก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน ก่อนหน้านั้นไม่มีใครคุยกับพ่อเลย จนพ่อพูดกับจิตแพทย์ว่า ‘ผมเหมือนไม่มีตัวตน ลูกเมียก็เกลียด’
“จิตแพทย์บอกว่า คนติดพนันคล้ายกับคนติดยาเสพติด ขณะเล่นแล้วลืมความถูกผิด เสียแล้วอยากเอาคืน คิดว่าเอาอยู่ แต่ไม่เคยเอาอยู่ เป็นวังวนที่ออกมาไม่ง่าย หมอให้พ่อกินยาด้วย ทั้งจากเรื่องพนันและภาวะซึมเศร้า และแนะนำว่าคนรอบตัวต้องทำให้เขาใจแข็ง ปิดโอกาสที่จะกลับไปเล่นโดยหากิจกรรมอื่นให้ทำ ส่วนเรื่องหนี้ก็อย่าใช้จนหมดทันที เพราะเขาอาจกลับไปเล่นใหม่ ผมเลยให้พ่อเอาเงินบำนาญมาผ่อนจ่ายหนี้ที่เหลือเอง
“แต่หลังจากนั้นสักระยะ ผมเห็นสัญญาณที่สงสัยว่าพ่อมีอาการสมองเสื่อม เขาไม่ค่อยอาบน้ำ กินข้าวแล้วบอกว่ายังไม่กิน ผมเลยพาเขาไปตรวจ หมอบอกว่าภาวะซึมเศร้ามีส่วนให้เกิดขึ้น บวกกับเบาหวานที่เป็นมานาน ช่วงออกไปอยู่เองก็กินอยู่ไม่ค่อยดีจนส่งผลต่อร่างกายอีก ทุกปัจจัยเชื่อมโยงกันหมด ตอนนี้เลยข้ามจากเรื่องพนันมาเรื่องอาการสมองเสื่อมแล้ว พ่อติดบ้านมากขึ้น ไม่ค่อยทะเลาะกับแม่ อาจเพราะตอนนี้ที่บ้านรับแมวมาเลี้ยงด้วย ความสัมพันธ์ในครอบครัวก็ดีขึ้น
“เมื่อก่อนผมเคยมีคำถามว่า เราจะกลับมามองพ่อแบบเดิมได้ไหม สิ่งที่เขาทำไม่ใช่เรื่องที่ดี แต่มองย้อนไปพ่อก็เป็นความภูมิใจและเพื่อน เพราะผมเป็นลูกคนเดียว จำได้ว่าตอนเด็กพ่อเคยเล่นกับเราจนตัวพ่อหัวแตก แต่เขาไม่เคยโทษเราเลย ผมมองว่าไม่มีใครอยากติดพนันหรอก แต่พอหาทางออกไม่ได้ เจอครอบครัวหันหลังให้อีก ทุกอย่างเลยแย่ลง ตอนนั้นผมแทบไม่คุยกับพ่อ กลับบ้านไปตามหน้าที่ จริงๆ ถ้าเราหันหน้ามาพูดคุยกันตั้งแต่แรก คงแก้ปัญหาได้เร็วกว่านี้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งการไปหาจิตแพทย์ช่วยปลดล็อกมาก
“หลังจากพ่อปลดหนี้จนหมด สีหน้าสีตาเริ่มดีขึ้น ด้วยอายุที่มากขึ้น เขาน่าจะหมดเขี้ยวเล็บแล้ว ผมเคยหวังว่าภาพในวัยเด็กที่มี พ่อ-แม่-ลูก จะกลับมาอีกครั้ง ทุกวันนี้ผมกลับบ้านด้วยความรู้สึกอีกแบบ เราทักทายกัน นั่งดูทีวีด้วยกัน คุยกัน เล่นกับแมว พาเขาออกไปเดินตอนเช้า พาเขาออกไปกินข้าวข้างนอก ทั้งหมดนี้ใช้เวลาหลายปี แต่สุดท้ายภาพนั้นก็กลับมาได้ ผมเคยใช้หนี้พนันด้วยความรู้สึกว่า ต้องทำ ไม่ได้อยากทำให้ แต่ทุกวันนี้ ผมกลับมามีความสุขและดูแลเขาด้วยความเต็มใจ”
[1/3]