เขาว่าเป็นคดีปกครอง

เขาว่าเป็นคดีปกครอง เผยแพร่ความรู้เกร็ดความรู้เกี่ยวก?

การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (นายก อบต.) เห็นชอบกับความเห็นของ คกก.สอบสวนวินัยว่า ผู้ฟ้องคดีผิดวินัยไม่ร้ายแรง และควรรับโทษล...
27/05/2026

การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (นายก อบต.) เห็นชอบกับความเห็นของ คกก.สอบสวนวินัยว่า ผู้ฟ้องคดีผิดวินัยไม่ร้ายแรง และควรรับโทษลดขั้นเงินเดือน แต่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มิได้ออกคำสั่งลดขั้นเงินเดือนตามที่ประกาศกำหนด แต่กลับเสนอผลการสอบสวนต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 (ก.อบต.จังหวัด) จนมีการเพิ่มโทษเป็นผิดวินัยร้ายแรง และมีการออกคำสั่งไล่ออกในภายหลัง
การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนดังกล่าว ไม่ถึงขนาดที่จะทำให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ไม่มึอำนาจเพิ่มโทษ ดังนั้น คำสั่งไล่ผู้ฟ้องคดีออกจากราชการ ตามมติเพิ่มโทษจึงชอบด้วย กม. (อ.311/69 : กลับ)
- ท.เทอดพงศ์ : ย่อ/ใช้เพื่อการค้นคว้าเพิ่มเติม

อำนาจในการเพิกถอนหรือแก้ไขโฉนดที่ดิน ตาม ม.61 ป.ที่ดิน เป็นหน้าที่ที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (จพง.ที่ดิน) และอธิบดีกรมที่ดิน ...
24/05/2026

อำนาจในการเพิกถอนหรือแก้ไขโฉนดที่ดิน ตาม ม.61 ป.ที่ดิน เป็นหน้าที่ที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (จพง.ที่ดิน) และอธิบดีกรมที่ดิน ดำเนินการได้เองเมื่อความปรากฏ โดยไม่จำต้องมีผู้ยื่นคำขอ
เมื่อผู้ฟ้องคดียื่นคำขอให้เพิกถอนโฉนดที่ดิน จึงถือว่าความปรากฏต่อผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองแล้ว วันดังกล่าวจึงเป็นวันที่ผู้ฟ้องคดีรู้เหตุแห่งฟ้องคดี โดยไม่ต้องรอให้พ้นกำหนด 90 วัน นับแต่วันที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้รับคำขอของผู้ฟ้องคดี
ดังนั้น เมื่อผู้ฟ้องคดียื่นฟ้องภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้รับคำขอ จึงเป็นการฟ้องภายในระยะเวลา ตาม ม.49 (คส.205/69 : แก้)
- ท.เทอดพงศ์ : ย่อ/ใช้เพื่อการค้นคว้าเพิ่มเติม

24/05/2026

ศาลต้นมีคำสั่งเรียกนาย น. เข้ามาเป็น “ผู้ร้องสอดฝ่ายที่สาม” ผู้ร้องสอดจึงมีสิทธิเสมือนตนได้ฟ้องหรือถูกฟ้องเป็นคดีเรื่องใหม่ เมื่อผู้ร้องสอดยื่นคำให้การแก้คำฟ้อง โดยมีเนื้อหาส่วนหนึ่งเป็น “การเสนอข้อหาต่อศาล” ซึ่งมีลักษณะเป็นการเริ่มต้นคดีระหว่างผู้ร้องสอดกับผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสอง เนื้อหาส่วนดังกล่าวจึงเป็น “คำฟ้อง” ซึ่งต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขการฟ้องคดีด้วย ดังนั้น ผู้ร้องสอดจึงยื่นฟ้องพ้นระยะเวลาการฟ้องคดี ตาม ม.49 (อ.288/69 : แก้)
- ท.เทอดพงศ์ : ย่อ/ใช้เพื่อการค้นคว้าเพิ่มเติม

องค์คณะประชุมปรึกษาคดีเพื่อพิจารณาคำขอของผู้ฟ้องคดี ที่ไม่ประสงค์จะดำเดำเนินคดีนี้ต่อไปและขอให้ศาลอนุญาตให้ถอนฟ้องคดีและ...
22/05/2026

องค์คณะประชุมปรึกษาคดีเพื่อพิจารณาคำขอของผู้ฟ้องคดี ที่ไม่ประสงค์จะดำเดำเนินคดีนี้ต่อไปและขอให้ศาลอนุญาตให้ถอนฟ้องคดีและจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ แล้ว เห็นว่า เมื่อคดีนี้มิได้เป็นคดีเกี่ยวกับการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะหรือการพิจารณาต่อไปจะเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวนรวม
หรือการถอนคำฟ้องเกิดจากการสมยอมกันโดยไม่เหมาะสม จึงเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ศาลจะอนุญาตให้ถอนคำฟ้องได้ ทั้งนี้ ตามข้อ ๘๒ แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๕๓
จึงมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ฟ้องคดีถอนคำฟ้อง กับให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ
เขาว่าเป็นคดีปกครอง

ข้อเท็จจริงผู้ฟ้องคดีทั้งสองได้ยื่นคำร้องของขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจ...
21/05/2026

ข้อเท็จจริงผู้ฟ้องคดีทั้งสองได้ยื่นคำร้องของขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต ฯลฯ
ยื่นฟ้องครูฝึกและผู้ช่วยครูฝึก รวม ๑๓ ราย เป็นจำเลยเนื่องจากบุตรของผู้ฟ้องคดีทั้งสองได้รับบาดเจ็บสาหัสและถึงแก่ความตายต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมืชอบฯ ในฐานความผิดต่อชีวิต ความผิดต่อร่างกาย และ
ความผิดต่อพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕ และต่อมา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบฯ ได้มีคำพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๐ และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บคคลสูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕ มาตรา ๕ และมาตรา ๓๕ วรรคสาม จำเลยที่ ๒ ถึงจำเลยที่ ๑๓ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๕ และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมาน
และการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕ มาตรา ๕ และมาตรา ๓๕ วรรคหนึ่ง /ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีชดใช้ค่าสินไหมทดแทนพร้อมดอกเบี้ยฯ /กรณีมีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ว่า คำฟ้องของผู้ฟ้องคดีทั้งสองเป็นคำฟ้อง
ที่ศาลรับไว้พิจารณาได้หรือไม่
● พิเคราะห์แล้วเห็นว่า พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสังในเรื่องดังต่อไปนี้ ... (๓) คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดหรือความรับผิดอย่างอื่นของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย หรือจากกฎ คำสั่งทางปกครอง หรือคำสั่งอื่น หรือจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร ... พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.๒๕๓๙ มาตรา ๔ บัญญัติว่า ในพระราชบัญญัตินี้ "เจ้าหน้าที่" หมายความว่าข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานประเภทอื่น ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งในฐานะเป็น
กรรมการหรือฐานะอื่นใด "หน่วยงานของรัฐ หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา และให้หมายความรวมถึงหน่วยงานอื่นของรัฐที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้เป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย มาตรา ๕ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ ในกรณีนี้ผู้เสียหายอาจฟ้องหน่วยงานของรัฐดังกล่าวได้โดยตรงแต่จะฟ้องเจ้าหน้าที่ไม่ได้ จากบทบัญญัติข้างต้นเห็นได้ว่า บุคคลผู้เสียหายจากการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ที่จะมีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครองเพื่อเรียกร้องให้หน่วยงานของรัฐที่เจ้าหน้าที่ผู้นั้นอยู่ในสังกัดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ตนได้นั้น ต้องเข้าหลักเกณฑ์ ๒ ประการ ประการที่หนึ่ง-ความเสียหายดังกล่าวต้องเกิดจากการกระทำละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ และประการที่สองการปฏิบัติหน้าที่นั้นต้องเป็นการใช้อำนาจตามกฎหมาย หรือจากกฎ คำสั่งทางปกครองหรือคำสั่งอื่น หรือจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร หากมิได้เป็นการกระทำละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่และมิได้เป็นการใช้อำนาจตามภฎหมาย หรือจากกฎ คำสั่งทางปกครองหรือคำสั่งอื่น หรือจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าข้าเกินสมควร ผู้เสียหายย่อม
ไม่อาจใช้สิทธิฟ้องหน่วยงานของรัฐที่เจ้าหน้าที่ผู้นั้นอยู่ในสังกัดเป็นคดีต่อศาลปกครองได้ ● คดีนี้ผู้ฟ้องคดีทั้งสองฟ้องว่า ผู้ฟ้องคดีทั้งสองได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่บุตรชายของผู้ฟ้องคดีทั้งสอง ซึ่งเป็นพลทหารในหน่วยงานในสังกัดผู้ถูกฟ้องคดี ได้ถูกครูฝึกและผู้ช่วยครูฝึกสังกัดเดียวกัน ร่วมกันทำร้ายร่างกาย จนบุตรของผู้ฟ้องคดีทั้งสองได้รับบาดเจ็บสาหัสและถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา และศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบฯ พิพากษาว่า จำเลยทั้ง ๑๓ มีความผิด ● ดังนั้น ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำของครูฝึกและผู้ช่วยครูฝึก จึงเป็นความเสียหายจากการกระทำความผิดในคดีอาญา มิได้เป็นการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่อันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย หรือจากกฎ คำสั่งทางปกครองหรือคำสั่งอื่น หรือจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าข้าเกินสมควร กรณีจึงมิใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย หรือจากกฎ คำสั่งทางปกครอง หรือคำสั่งอื่น หรือจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร ตามมาตรา ๙ วรรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ● จึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องของผู้ฟ้องคดีทั้งสองไว้พิจารณา และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

14/05/2026

1. การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (ผู้ว่าราชการจังหวัด) จัดให้ผู้ฟ้องคดีและกลุ่มผู้ค้าหาบเร่แผงลอยเข้าจำหน่ายสินค้าได้ในที่ราชพัสดุ ถือได้ว่าเป็นการอนุญาตโดยปริยาย และแม้จะมิได้ออกคำสั่งทางปกครองเป็นหนังสือ แต่ก็เป็น “คำสั่งทางปกครองด้วยวาจา” ที่ได้มีการแจ้งโดยชอบแล้ว

2. การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 อนุญาตให้ผู้ฟ้องคดีและกลุ่มผู้ค้าหาบเร่แผงลอยเข้าจำหน่ายสินค้าในที่ราชพัสดุ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการรักษาระยะห่างในการป้องกันโรคโควิด-19 โดยมีเงื่อนไขว่า ให้การอนุญาตสิ้นสุดลงเมื่อสิ้นสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว จึงเป็นกรณีที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มี “ข้อสงวนสิทธิในการเพิกถอนคำสั่งทางปกครอง“ ตาม ม.39 ว.2(3) พรบ.วิ ปฏิบัติฯ

3. เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สิ้นสุดลงแล้ว จึงเข้าเงื่อนไขของการอนุญาตตามข้อสงวนสิทธิที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จะเพิกถอนการอนุญาตให้ผู้ฟ้องคดีและกลุ่มผู้ค้าหาบเร่แผงลอยเข้าจำหน่ายสินค้าในที่ราชพัสดุ ซึ่งเป็น ”คำสั่งทางปกครองที่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นการให้ประโยชน์“ ได้ ตาม ม.53 ว.2(1) พรบ.วิปฏิบัติฯ

4. เมื่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 สั่งการด้วยวาจาให้ผู้ฟ้องคดีและกลุ่มผู้ค้าหาบเร่แผงลอยย้ายออกไปจากทุ่งศรีเมือง จึงเป็น ”คำสั่งทางปกครองด้วยวาจา“ ที่เพิกถอนการอนุญาต ซึ่งแม้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จะออกประกาศเพิกถอนการอนุญาตเป็นหนังสืออีกครั้ง ก็เป็นเพียงการมีหนังสือแจ้งยืนยันคำสั่งทางปกครองด้วยวาจาเท่านั้น มิใช่การออกคำสั่งทางปกครองใหม่ ดังนั้น ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จึงมีคำสั่งทางปกครองด้วยวาจาเพิกถอนการอนุญาตภายใน 90 วัน นับแต่วันรู้เหตุเพิกถอน ตาม ม.49 ว.2 พรบ.วิ ปฏิบัติฯ (อ.307/2569 : ยืนในผล)
- ท.เทอดพงศ์ : ย่อ/ใช้เพื่อการค้นคว้าเพิ่มเติม

1.เมื่อที่ดินพิพาทเป็นสินส่วนตัวของผู้ฟ้องคดี สามีของผู้ฟ้องคดีจึงไม่อาจอุทิศที่ดินพิพาทให้เป็นที่สาธารณะโดยมิได้รับมอบอ...
12/05/2026

1.เมื่อที่ดินพิพาทเป็นสินส่วนตัวของผู้ฟ้องคดี สามีของผู้ฟ้องคดีจึงไม่อาจอุทิศที่ดินพิพาทให้เป็นที่สาธารณะโดยมิได้รับมอบอำนาจจากผู้ฟ้องคดี และไม่อาจถือว่าผู้ฟ้องคดีให้ความยินยอมโดยปริยายได้
2.การอุทิศที่ดินให้เป็นที่สาธารณะ ผู้อุทิศจะต้องรู้ถึงข้อมูลอันเป็นสาระสำคัญด้วยว่าการอุทิศจะกระทบต่อสิทธิของตนหรือไม่ เพียงใด เมื่อผู้อุทิศไม่รู้ข้อมูลดังกล่าว จึงไม่อาจถือได้ว่ามีเจตนาอุทิศ (อ.176/59)
- ท.เทอดพงศ์ : ย่อ/ใช้เพื่อการค้นคว้าเพิ่มเติม

การว่ากล่าวตักเตือน ที่สืบเนื่องมาจากการใช้อำนาจตามกฎหมายในการดำเนินการทางวินัยเป็นคำสั่งทางปกครอง จึงต้องให้โอกาสคู่กรณ...
09/05/2026

การว่ากล่าวตักเตือน ที่สืบเนื่องมาจากการใช้อำนาจตามกฎหมายในการดำเนินการทางวินัยเป็นคำสั่งทางปกครอง จึงต้องให้โอกาสคู่กรณีตาม ม. ๓๐ วิปฏิบัติฯ ด้วย (อบ. ๑๒/๒๕๖๒)

แม้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนจะเป็นหน่วยงานทางปกครองในการใช้อำนาจทางปกครองเกี่ยวกับการจัดการศึกษา การวัดแล...
05/05/2026

แม้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนจะเป็นหน่วยงานทางปกครองในการใช้อำนาจทางปกครองเกี่ยวกับการจัดการศึกษา การวัดและประเมินผลการศึกษา อันเป็นการจัดทำบริการสาธารณะที่ได้รับมอบหมายจากรัฐก็ตาม
แต่การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ทำสัญญาจ้างผู้ฟ้องคดีเป็นครู เป็นสัญญาจ้างแรงงานที่อยู่ในอำนาจศาลแรงงาน แม้ศาลแรงงานจะต้องห้ามมิให้นำ พรบ.คุ้มครองแรงงานฯ มาใช้บังคับก็ตาม (คส.305/69)
- ท.เทอดพงศ์ : ย่อ/ใช้เพื่อการค้นคว้าเพิ่มเติม

ที่อยู่

777 ถ.สุขุมวิท ต.เนินพระ อ.เมือง
Rayong
21150

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เขาว่าเป็นคดีปกครองผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์