รู้ลึก รู้จริง รู้ไกล ต้องถามเด็กไทย-สังคม

รู้ลึก รู้จริง รู้ไกล ต้องถามเด็กไทย-สังคม แหล่งรวมองค์ความรู้สาระภาษาไทยและ?

หล่อนมันตัวแม่
15/09/2023

หล่อนมันตัวแม่

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับภาษาไทย 🇹🇭

เรื่อง "ตัวแม่"

📍 ผลงานของนักศึกษาฝึกงานของสถาบันภาษาไทยสิรินธร

#สถาบันภาษาไทยสิรินธร #เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย #ภาษาไทย

03/02/2021

BrandThink x The Wild Chronicles - ประวัติศาสตร์ ข่าวต่างประเทศ ท่องเที่ยวที่แปลก : รู้ไหม? คนไทยส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธไม่แท้ แต่เป็นพุทธที่มี ‘ผี’ และ ‘พราหมณ์’ ผสมอยู่
หากถามว่าคนไทยส่วนใหญ่นับถือศาสนาอะไร?
ถ้าให้คิดตอบแบบเร็วๆ เลยคงตอบว่า ‘ศาสนาพุทธ’
แต่จริงๆ แล้ว คนไทยอาจไม่ได้นับถือพุทธแท้
อย่างพุทธของอินเดียเหมือนที่เราคิด
แต่เป็น ‘ศาสนาผสม’ เพราะก่อนที่จะก่อร่างสร้างสถาบันขึ้นมาเป็นคำว่า ศาสนา ในพื้นที่ที่เรียกว่าประเทศไทยวันนี้ ก็มีศาสนาอื่นอยู่มาก่อนศาสนาพุทธ
หากลองอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ตอนนี้ศาสนาพุทธมีอีก 3 ศาสนาปนๆ กันอยู่ ได้แก่

1. ศาสนาผี
ถือเป็นศาสนาแรกๆ ที่เข้ามาโดยมีความเชื่อว่า รอบๆ ตัวเรามีวิญญาณสิงสถิตอยู่หรือมีอำนาจเหนือความเป็นธรรมชาติบางอย่าง
ศาสนาผีเรียกได้ว่าเป็นพื้นฐานของคนไทย ที่สะท้อนผ่านแก่นความเชื่อ และความคิดที่แฝงอยู่ สังเกตได้จากคนไทยมักเคารพสิ่งที่มองไม่เห็น หรือถ้าเห็นอะไรแปลก หรือดูน่ากลัวก็ไหว้กันไปหมด เช่น การไหว้ต้นไม้ ไหว้สัตว์ที่มีความพิเศษ
เหล่านี้ช่วยให้คาดการณ์ได้ว่า แก่นของคนไทยนับถือศาสนาผีกันมาก่อนแล้วค่อยเริ่มรับศาสนาอื่นตามเข้ามา
โดยมีเรื่อง ‘ขวัญ’ กับ ‘วิญญาณ’ เป็นหลักของความเชื่อ
‘ขวัญ’ หมายถึง ขวัญบนหัวเรานี่แหละที่อยู่ตรงกลางกระหม่อมหรือเรียกกันว่า จอมขวัญ
ซึ่งเป็นความเชื่อที่หลงเหลืออยู่ในคนไทยว่า ทุกคนต่างเกิดมามีขวัญกันหมด ถ้าขวัญหายไปจะเริ่มป่วย เริ่มตาย จึงได้มีพิธีบายศรีสู่ขวัญ เพื่อเรียกขวัญกลับมา
และ ‘วิญญาณ’ ที่ให้คุณ-โทษ เนื่องจากมีวิญญาณสิงอยู่ในสิ่งของเหล่านั้น เช่น พระพุทธรูปแต่ละองค์มีฤทธิ์ ให้พรอย่างนี้ได้หรือต้องแก้บนแบบนี้ กลับไม่ได้มองว่าพระพุทธรูปคือ พระพุทธเจ้า แต่เพราะมีผีสิงอยู่ในนั้น

2. ศาสนาพราหมณ์
คนไทยรับด้านพิธีกรรม และด้านความสวยหรูอลังการต่างๆ เช่น โบสถ์ การที่เทพเจ้าขี่สัตว์ต่างๆ หรืออย่างพระพิฆเนศ เทพเจ้าในอินเดียที่มีลักษณะพิเศษกว่าเทพเจ้าองค์อื่นๆ เลยทำให้คนเกิดจิตใต้สำนึกรู้สึกว่าน่านับถือ และจับต้องได้
คนไทยจะคิดว่าหากไหว้เคารพบูชา ถ้าท่านไม่ให้พร อย่างน้อยก็คงไม่ทำร้ายเรา
โดยเชื่อมกับฤทธิ์ที่สามารถให้คุณให้โทษได้ เช่น สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยให้ประสบความสำเร็จ หรือช่วยเรื่องโชคลาภ เป็นต้น

3. ศาสนาพุทธ
คนไทยรับเอาด้านศีลธรรมจากพุทธศาสนาเข้ามา เช่น การนับถือศีล 5 การเวียนว่ายตายเกิด กฎแห่งกรรม เป็นต้น ซึ่งหลักปรัชญาในการละทิ้งโลกเพื่อแสวงหาความจริงทางธรรมชาติ โดยเฉพาะการละทิ้งกิเลส แต่แนวคิดดังกล่าวไม่เข้ากับความเชื่อดั้งเดิมของสังคมเท่าไหร่ จึงทำให้ศาสนาผีเข้ามาครอบงำศาสนาพุทธแท้
ทั้งนี้ พอนำสิ่งศักดิ์สิทธิ์มารวมๆ กัน ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย เพราะการนับถือสิ่งที่มีอำนาจ ความเชื่อพิเศษต่างๆ หรือโชคลางมากเกินไป โดยที่ไม่ได้ตั้งคำถามหรือตั้งข้อสงสัย คนก็จะเชื่อโดยไร้เหตุผล ซึ่งให้โทษมากกว่าคุณ เช่น การพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยการขอหวย แล้วหวังว่าพรุ่งนี้จะรวย โดยไม่ทำมาหากิน
นอกจากศาสนาทั้งสามศาสนาที่กล่าวมา ประเทศไทยในปัจจุบันยังมีอีกศาสนาเพิ่มขึ้นมาใหม่ เรียกว่า ‘ศีลธรรมของโลกยุคสมัยใหม่’ ซึ่งเป็นศาสนาที่เน้นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์มากกว่าเรื่องของเวรกรรม เพราะเชื่อว่า ทุกคนมีความเท่าเทียมกันหมด ไม่จำกัดเพศหรือวัย
และดูเหมือนว่าคนรุ่นใหม่ยุคนี้จะศรัทธาศาสนาที่ว่ากันไม่น้อย...
ใครสนใจเรียนรู้รากเหง้าและความเชื่อของคนไทยว่ามาจากไหน ร่วมเดินทางย้อนเวลาได้ในพอดแคสต์ History Corgi ซีรีส์ ‘ประวัติศาสตร์ของตัวเรา’ EP.4: ศาสนาผี: https://bit.ly/2MPcpc3

#ศาสนาผี #คนไทย

#พื้นที่สร้างสรรค์เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า

27/01/2021

"ความจริงแล้วนางวันทอง ไม่ได้เป็นหญิงสองใจ"

เห็นการประชันเพลงรายการหนึ่ง ซึ่งเอาเนื้อหาจากในวรรณคดีมาเล่าเชิงตำหนิตัวนางวันทอง จากทั้งมุมของขุนช้างและขุนแผน โอเค เพลงทำได้ดีอยู่ฮะ

จะว่าไปอย่าว่าแต่เพลงนั้นเลย เพลงที่ผ่านๆ มาในไทย ก็ชอบเอาเรื่องของวันทองมาเป็นตัวอย่างผู้หญิงไม่ดี รักซ้อนสองใจอยู่บ่อยๆ แต่ความจริงมันเป็นงั้นจริงดิ?

คำตอบคือ "ไม่จริง" ถ้าว่ากันตามฉบับหอพระสมุดวชิรญาณนะ อย่าว่าแต่สองใจเลย เธอคือคนที่มีความรักมั่นคงน่าสรรเสริญไม่แพ้นางสีดาเลยมั้ง

ว่าแล้วก็ย้อนความไปสักนิด วันทองหรือชื่อเดิม พิมพิลาไลย เป็นเพื่อนเล่นสมัยเด็กของพลายแก้ว (ต่อมาได้ยศเป็นขุนแผน) และขุนช้าง อยู่ที่สุพรรณบุรี

แต่ด้วยการลี้ภัยจากการโทษของพระพันวษา ทำให้พลายแก้วและแม่ต้องหนีไปอยู่บ้านเขาชนไก่ กาญจนบุรี กลับมาเจอกันอีกครั้งก็ตอนบวชเณร แล้วกลับมาศึกษาต่อที่สุพรรณ

เมื่อกลับมาพบกันอีกครั้งยามโตขึ้น และนางพิมผู้มีศรัทธาในพุทธศาสนา ตั้งใจจะทำบุญที่วัด และเห็นว่าเณรมาใหม่นี่เหมือนอาจรู้จักกันมาก่อน จึงตักบาตรให้เยอะผิดปกติ ทำให้เณรแก้วเกิดความสนใจบางอย่าง

"...ฝ่ายว่านางพิมมีศรัทธา
กล้วยขนมส้มซ่าใส่ถาดใหญ่
หยิบขันข้าวบาตรเดินนาดไป
ใส่แต่หัวโต่งลงมาพลัน
ครั้นว่ามาถึงเจ้าเณรแก้ว
แลแล้วเรรวนนึกหวนหัน
เจ้าเณรนี้ทีเหมือนรู้จักกัน
นางก็ตักจังหันทัพพีโต
หมูผัดปลาแห้งทั้งแกงไก่
ไข่พอกซีกใหญ่ใส่อักโข
ไส้กรอกปลาแห้งแตงโม
แกงโถหนึ่งใส่ให้พอแรง
เณรแก้วก้มหน้าไม่ทันรู้
เห็นของมากเงยดูก็ตาแข็ง
ปะหน้าสีกาพิมยิ้มตะแคง
สีกานี้มิแกล้งข้าฤๅไร..."

สนใจขนาดมองแล้วรู้สึกว่าสวยบาดตากันเลยทีเดียว
"...เณรใจบึกๆ นึกเป็นครู่
เหมือนเคยเล่นกับกูกูจำได้
ชื่อว่าสีกาพิมพิลาไลย
สาวขึ้นสวยกะไรเพียงบาดตา..."

แต่ถึงจุดนี้ นางพิมก็ยังไม่ได้เล่นด้วยแต่อย่างใด

ส่วนขุนช้างระหว่างที่พลายแก้วไม่อยู่ ก็มีเมียชื่อแก่นแก้ว แต่ตายไปด้วยโรคบิดตั้งแต่มีบทได้แป๊บเดียว ขุนช้างก็พยายามจีบนางพิม ด้วยการโชว์ความรวย แต่เหมือนอีกฝ่ายไม่เล่นด้วยนัก อย่างตอนไปฟังเทศน์มหาชาติกัน ก็พยายามใส่แหวนอวดรวย หวังให้นางพิมปลื้ม

"...ครั้งนี้จะแต่งไปให้ยิ่งยวด
จะไปอวดนางพิมให้ยิ้มอยู่
นิ้วก้อยใส่รังแตนแหวนงู
นิ้วชี้เชิดชูนั้นแหวนเพชร
นิ้วนางแหวนประดับทับทิม
เอ๊ะทีนี้นางพิมปิ้มสำเร็จ
แหวนเครื่องของบิดายอดห้าเม็ด
ชาวสุพรรณมันเข็ดว่ามั่งมี..."

สรุปแล้วในเนื้อเรื่องหลังพบกันครั้งแรก นางพิมก็ไม่ได้แสดงออกว่าชอบทั้งความหล่อของเณรแก้ว และความรวยของขุนช้าง จนอยากได้มาครองคู่ขนาดนั้น

จนกระทั่งเมื่อเณรแก้วได้ขึ้นไปเทศน์... ก็เริ่มเปิดด้วยลูกเล่นตุกติกก่อนทันที...

"...นั่งต่ำมากว่าสงฆ์สำรวมกาย
ชม้ายเห็นเจ้าพิมผู้นิ่มหน้า
พิมน้อยพอชม้อยไปปะตา
อายหน้าก้มนิ่งอยู่ในที
เณรพลายจึงร่ายละลวยซ้ำ
ประจำจิตรประสมเนตรวิเศษศรี
กำลังมนตร์ดลพิมให้ยินดี
ไม่ขาดที่จะแลล่อไปต่อตา
พอสบพักตร์เณรพยักให้ทันใด
ด้วยน้ำใจผูกพันกระสันหา..."

ใช่ครับ... เณรแก้วร่าย CHARM เป่ามนต์เสน่ห์ให้นางพิมให้กระสันหาตัวเองก่อน!

ก็มีเรื่องราวปลีกย่อยพอสมควร ที่เดี๋ยวไปเล่าคราวหน้า แต่ก็นำพาให้ทั้งคู่ได้เสียกันก่อน แล้วมาแต่งงาน

จนกระทั่งไปพลายแก้วต้องไปรบ นางพิมเปลี่ยนชื่อเป็นวันทอง แล้วก็โดนขุนช้างหลอกว่าพลายแก้วตาย และขอนางพิมที่เป็นหม้ายมาแต่งงานกับตัวเอง

นางวันทองไม่ได้รักขุนช้าง ไม่ยอมแต่ง แม้อีกฝ่ายจะรวย พยายามเถียงแม่ ไม่ยอมแต่ง ถ้าแม่อยากได้ก็ไปแต่งเองดิ ก็โดนแม่จับมัดแล้วเฆี่ยนตีให้ไปแต่งงานให้ได้

"...นางวันทองแค้นคั่งประดังร้อง
กระทุ้งห้องสนั่นหวั่นไหว
ชังนํ้าหน้าอ้ายหัวล้านขี้คร้านไป
แม่จะใคร่ได้เขาก็เอาเอง
ตะแก่ฟังลูกยาว่าประชด
มันเหลืออดถกเขมรขึ้นเต้นเหยง
ดูอีพิมว่าได้ช่างไม่เกรง
แกฉวยไม้ป่ายเป้งลงหลายที
นางวันทองร้องแซ่พ่อแม่เอ๋ย
ข้าไม่เคยพบเห็นเช่นนี้นี่
เขาไม่รักอ้ายล้านมาพาลตี
คนไม่อายอายผีบ้างเถิดรา
ยังส่งเสียงเถียงคำไม่ตกฟาก
แกฉวยเชือกกระชากมาจากฝา
มัดมือยื้อโยงขึ้นหลังคา
เอาไม้มาตีกลมระดมไป
จะเข้าหอฤๅไม่ให้เร่งว่า
มิบอกมาแล้วแม่หาแก้ไม่
นางวันทองร้องดิ้นจะสิ้นใจ
พี่สายทองไปไหนไม่เข้ามา..."

ถึงแบบนั้น วันทองก็ไม่ยอมเสียตัวให้ขุนช้างเลย จนกระทั่งขุนแผนกลับมา พร้อมกับนางลาวทองเมียใหม่ เธอก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง แต่นางลาวทองดันยุให้ขุนแผนไม่เชื่อ จนวันทองจะไปตบลาวทอง แต่ขุนแผนก็มาปกป้องลาวทอง แถมด่าวันทองไปชุดใหญ่ แถมชักดาบจะมาตัดคอวันทอง ไม่ให้แตะลาวทองอีกต่างหาก

วันทองก็เข้าสู่สภาวะช็อก ไม่อยากแต่งกับขุนช้าง แต่ขุนแผนก็ไม่เอาตัวเองแล้ว ก็เกิดสภาวะซึ่มเศร้าจนจะฆ่าตัวตายเลยทีเดียว

"...แต่อายุเพียงนี้มีสองผัว
แสนชั่วแสนถ่อยทุกเส้นผม
มีแต่จะอับอายไม่วายตรม
ชีวิตสิ้นดินถมก็ชื่อฦๅ
ความเจ็บเท่าไรจะรู้หาย
ความอายเมื่อไรจะสิ้นชื่อ
ดังหมึกสักปักไว้ที่หลังมือ
ยังจะรื้อรักรูปไปไยมี
ตายเสียตายเถิดประเสริฐกว่า
คว้าได้เชือกลากมาจากที่
ยกมือกราบงามลงสามที
ชาตินี้น้องพลัดพ่อพลายแล้ว
กลัวอายจะตายไปคอยท่า
ชาติหน้าขอพบพ่อพลายแก้ว
อย่าให้อ้ายขุนช้างมาวี่แวว
ว่าแล้วแฝงม่านลุกขึ้นมา
เกาะเสาเท้าปีนขึ้นถึงขื่อ
สองมือผูกคอให้แน่นหนา..."

ยังดีที่สายทอง เมดพี่เลี้ยงของเธอมาช่วยเอาไว้ได้ และถูกแม่เธอมอบให้ขุนช้าง เธอโดนขุนช้างขืนใจ ในขณะที่กำลังพร่ำเพ้อหาพลายแก้ว และพยายามขัดขืน แต่ก็สู้ไม่ไหว

"...วางแม่ยายมาคว้าวันทอง
ฉุดเข้าในห้องอยู่งุ่นง่าน
กรักกรุกคุกเข่าเหมือนเต่าคลาน
กูจะขึ้นวิมานวันนี้แล้ว
วันทองร้องอึงอยู่ในห้อง
ขุนช้างข่มเหงน้องพ่อพลายแก้ว..."

หลังจากนั้นเธอก็ตกสู่สภาวะซึมเศร้า ข้าวปลาไม่กิน

"...อยู่แต่ในห้องได้สองวัน
โศกศัลย์พ่างเพียงจะเป็นบ้า
จำใจอยู่ด้วยขุนช้างมา
พอลับหลังโศกาถึงเจ้าพลาย
ไม่เป็นกินอยู่ทั้งปลาข้าว
ตื่นเช้าก็นอนไปจนสาย
ตรอมใจเพียงนางจะวางวาย
มือฟายน้ำตาอยู่ฟูมฟอง ฯ"

ถ้าเป็นสมัยนี้คงพาไปหาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาได้แล้ว แต่เสียดายสมัยนั้นไม่มี วันทองเลยต้องจำใจอยู่แบบนั้นไปนาน จนขุนแผนโดนขุนช้างใส่ความ และต้องพรากจากนางลาวทอง ก็เกิดสติระลึกถึงวันทองขึ้นมา และสำนึกที่ไม่ฟังนาง เลยไปลักพาตัวนางกลับมา หนีเข้าป่า

วันทองตอนนั้นก็เสียใจ ไม่อยากใช้ชีวิตแบบนี้หรอก แต่ก็เห็นใจความพยายามของขุนแผน เลยว่าจะร่วมหัวจมท้ายกับชายคนนี้แหละ

"...ร่ำพลางทางสะท้อนถอนใจใหญ่
ง่วงเหงาเศร้าใจอยู่กับที่
เอาความรักหักหวนอยู่รวนรี
ได้เสียทีทำกะไรไปตามเกิน
จะเคืองขุ่นขุนแผนก็ไม่ได้
เขารักใคร่จริงจังไม่ห่างเหิน
ไปจากกันนานช้าน่าจะเพลิน
หมางเมินลูกเมียเขาก็มี
สู้บากหน้ามาตามด้วยความรัก
ลอบลักเข้าป่าพากันหนี
ไม่กลัวความลามลุกคลุกคลี
เอาชีวีแลกน้องวันทองมา
จะทิ้งขว้างอย่างไรต้องไปด้วย
จะมอดม้วยก็ตามแต่วาสนา..."

สุดท้ายขุนแผนก็สู้คดีกับขุนช้างจนชนะความ สองผัวเมียกลับมาครองรักกัน เหมือนจะมีความสุข จนขุนแผนเกิดอยากได้นางลาวทองกลับมาเลยไปขอคืนจากพระพันวษา พระราชาเลยเคือง ได้คืบเอาศอก สั่งขังซะเลย

ระหว่างวันทองที่เริ่มท้องแก่ กลับไปเยี่ยมผัว ก็โดนขุนช้างใช้กลอุบาย ฉุดนางวันทองลงเรือไปหาขุนช้าง แล้วก็โดนขุนช้างข่มขืนอีก

นางคงมีชีวิตอยู่ด้วยความหวังอันริบหรี่ ว่าขุนแผนจะพ้นโทษออกมาช่วย พอคลอดพลายงามออกมา ขุนช้างเห็นเริ่มโตมาหน้าตาเหมือนขุนแผนวัยเด็ก ก็พยายามฆ่าพลายงาม แต่ก็รอดมาได้เพราะผีของขุนแผนช่วยไว้ จนวันทองตัดสินใจให้พลายงามหนีไปหาย่า ฝึกวิชาและเติบโตขึ้นมาเป็นคนเก่ง... อาจหวังลึกๆ ว่าถ้าผัวไม่พ้นโทษ ลูกคงกลับมาช่วยมั้ง

ปรากฏว่าพอพลายงามโต อาสาทำสงคราม เอาพ่อออกมาจากคุก รบชนะได้ดิบได้ดี สิ่งที่พลายงามทำก็คือมาช่วยแม่ แต่ดันมาสเต็ปเดียวกับพ่อ เข้าไปลักพาตัวแม่...

แต่วันทองไม่เต็มใจ อยากให้ลูกฟ้องร้องตามกฎหมาย คงเพราะเข็ดกับการโดนฉุดแล้ว

"...เจ้าเป็นถึงหัวหมื่นมหาดเล็ก
มิใช่เด็กดอกจงฟังคำแม่ว่า
จงเร่งกลับไปคิดกับบิดา
ฟ้องหากราบทูลพระทรงธรรม์
พระองค์คงจะโปรดประทานให้
จะปรากฏยศไกรเฉิดฉัน
อันจะมาลักพาไม่ว่ากัน
เช่นนั้นใจแม่มิเต็มใจ ฯ"

แต่พลายงามดันบ้า จะเอาแม่ไปให้ได้อย่างเดียว ขนาดที่ว่าให้ฆ่าเอาศพแม่กลับไปก็ยอม

"...จึงว่าอนิจจาลูกมารับ
แม่ยังกลับทัดทานเป็นหนักหนา
เหมือนไม่มีรักใคร่ในลูกยา
อุตส่าห์มารับแล้วยังมิไป
เสียแรงเป็นลูกผู้ชายไม่อายเพื่อน
จะพาแม่ไปเรือนให้จงได้
แม้นมิไปให้งามก็ตามใจ
จะบาปกรรมอย่างไรก็ตามที
จะตัดเอาศีรษะของแม่ไป
ทิ้งแต่ตัวไว้ให้อยู่นี่
แม่อย่าเจรจาให้ช้าที
จวนแจ้งแสงศรีจะรีบไป ฯ"

สุดท้ายวันทองก็โดนลูกฉุดกลับบ้านไป ทำเอาขุนช้างเคืองมาก ไปถวายฎีกาให้กับพระพันวษา ด้วยการว่ายน้ำปีนเรือพระที่นั่ง

"..จะกล่าวถึงพระองค์ผู้ทรงเดช
เสด็จคืนนิเวศน์พอจวบค่ำ
ฝีพายรายเล่มมาเต็มลำ
เรือประจำแหนแห่เซ็งแซ่มา
พอเรือพระที่นั่งประทับที่
ขุนช้างก็รี่ลงตีนท่า
ลอยคอชูหนังสือดื้อเข้ามา
ผุดโผล่โงหน้ายึดแคมเรือ..."

แน่นอนว่าพระพันวษาไม่พอใจและหงุดหงิดมาก ยิ่งมารู้ว่าฎีกาที่ว่าคือเรื่องแย่งผู้หญิงก็ยิ่งหงุดหงิด คงอยากจะให้มันจบๆ ไปสักที

พอพระพันวษาไต่สวนแล้วก็ด่าทั้งขุนช้าง ขุนแผน พลายงาม และให้วันทองตัดสินใจเองว่าจะไปกับใครแน่

วันทองเองก็เพิ่งขึ้นโรงขึ้นศาล พระราชามาถึงก็โวยวายใส่ทุกคน ตัวเองก็เกิดกลัวไม่กล้าตัดสินใจเองขึ้นมาทันที

"...จะว่ารักขุนช้างกะไรได้
ที่จริงใจมิได้รักแต่สักหนิด
รักพ่อลูกห่วงดังดวงชีวิต
แม้นทูลผิดจะพิโรธไม่โปรดปราน
อย่าเลยจะทูลเป็นกลางไว้
ตามพระทัยท้าวจะแยกให้แตกฉาน
คิดแล้วเท่านั้นมิทันนาน
นางก้มกรานแล้วก็ทูลไปฉับพลัน
ความรักขุนแผนก็แสนรัก
ด้วยร่วมยากมานักไม่เดียดฉันท์
สู้ลำบากบุกป่ามาด้วยกัน
สารพันอดออมถนอมใจ
ขุนช้างแต่อยู่ด้วยกันมา
คำหนักหาได้ว่าให้เคืองไม่
เงินทองกองไว้มิให้ใคร
ข้าไทใช้สอยเหมือนของตัว
จมื่นไวยเล่าก็เลือดที่ในอก
ก็หยิบยกรักเท่ากันกับผัว
ทูลพลางตัวนางระเริ่มรัว
ความกลัวพระอาญาเป็นพ้นไป ฯ"

แน่นอนว่าพระพันวษาเองก็หงุดหงิดที่โดนปีนเรือ แถมหงุดหงิดพฤติกรรมไม่กลัวกฎหมายของขุนช้างขุนแผนและพลายงามเต็มที่แล้ว ก็เลยด่าวันทองเป็นหญิงเลว รักผู้ชายทีละสอง และสั่งประหารไปซะงั้น

เรื่องของเธอในตอนมีชีวิต ก็จบลงด้วยประการนี้แหละ...

สรุปแล้ว เธอก็ไม่ได้เป็นหญิงสองใจรักสองคนแต่อย่างใดหรอกฮะ

เธอก็แค่สาวงามเคราะห์ร้ายที่ศรัทธาในศาสนา แต่โดนเณรหื่นลองวิชาเสน่ห์ทำให้หลง แล้วก็รักเขามาตลอด ทว่าถูกมาเฟียเมืองสุพรรณแบบขุนช้าง พยายามใช้สารพัดวิธีขืนใจเธอ จนชะตามาขาดเพราะคนตัดสินคดีอารมณ์เสีย ก็เท่านั้นเอง

บทความจาก sittichai Ju-ey

27/01/2021

📌

พระพุทธรูปปางมารวิชัย(มา-ระ-วิ-ชัย) คำว่ามารวิชัยต้องอ่านแบบบาลีคือ มาระวิชัย แปลจากข้างหลังมาข้างหน้าความว่า "ชนะมาร" ถ...
26/01/2021

พระพุทธรูปปางมารวิชัย(มา-ระ-วิ-ชัย) คำว่ามารวิชัยต้องอ่านแบบบาลีคือ มาระวิชัย แปลจากข้างหลังมาข้างหน้าความว่า "ชนะมาร" ถ้าอ่านแบบไทยว่ามารวิชัย จะแปลว่ามารชนะ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิด

ลักษณะพระปางมารวิชัย หรือ ชนะมาร หรือ มารสะดุ้ง เป็นพระพุทธรูปปางหนึ่ง อยู่ในพระอิริยาบถนั่งขัดสมาธิ พระหัตถ์ซ้ายหงายวางบนพระเพลา พระหัตถ์ขวาวางคว่ำลงที่พระชานุ นิ้วพระหัตถ์ชี้ลงที่พื้นธรณีในคราวที่พระองค์ทรงเอาชนะมารได้

โดยประวัติความเป็นมา
พระบรมโพธิสัตว์ (พระพุทธเจ้าก่อนบรรลุธรรม) ได้เสด็จไปประทับใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ในเวลาเย็น และนั่งสมาธิกำหนดจิตเจริญสมาธิภาวนา ท้าววสวัตตีซึ่งคอยติดตามพระองค์อยู่ จึงเข้าขัดขวาง โดยขี่ช้างคิรีเมขละ นำเหล่าเสนามารจำนวนมากเข้ามารบกวน หวังให้พระองค์เกรงกลัวจะได้ลุกขึ้นเสด็จหนีไป แต่พระองค์ก็ยังประทับนิ่งเป็นปกติโดยมิได้ทรงหวั่นไหว มารจึงโกรธมาก สั่งให้เสนามารกลุ้มรุมกันประหารพระองค์ พระองค์จึงทรงนึกถึงบารมี 10 ทัศ ที่ทรงบำเพ็ญสั่งสมมาทุกชาติ โดยทรงเหยียดพระหัตถ์ออกจากภายในกลีบจีวร แล้วทรงชี้แผ่นดินด้วยพระดรรชนี จนทำให้เกิดแผ่นดินไหว ในที่สุดพญามารยอมแพ้หนีไป

พระปางนี้นิยมสร้างเป็นพระประธานในพระอุโบสถ

26/01/2021

❌สุขคติ❌
✅สุคติ✅
น.ภูมิที่ถือว่าไปเกิดแล้วมีความสุขความสบาย, สวรรค์.
"ขอให้วิญญาณไปสู่สุคติ"

24/01/2021

เพจนี้ไม่โพ้ดเกี่ยวกับการเมืองนะคะ ไม่เสวนาเกี่ยวกับการเมืองทุกรูปแบบคะ แต่วันนี้มีม็อบเดินจากบ้านโป่งไปทำเนียบรัฐบาลคะ ตอนนี้เลยค่ะเขาจะปักหลักกันทั้งคืนมีมวลชนมาสมทบเยอะเลยคะ ห้ามไปนะคะบอกเฉยๆ

ที่อยู่

Ratchaburi

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 20:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ รู้ลึก รู้จริง รู้ไกล ต้องถามเด็กไทย-สังคมผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์