สวท.ระนอง FM 107.25 MHz

สวท.ระนอง FM 107.25 MHz FM 107.25 MHzและAM 783 kHz
วิทยุออนไลน์ ได่ที่นี่
https://radio-org-01-ott.prd.go.th/rng_fm107_25

ผ่านฉลุย! "ศุภมาส" นำ พ.ร.บ. Lemon Law ประเดิมกฎหมายแรกยุค "อนุทิน 2" ของชำรุดต้องเปลี่ยนได้ ไม่ต้องพิสูจน์เองวันนี้ (24...
24/06/2026

ผ่านฉลุย! "ศุภมาส" นำ พ.ร.บ. Lemon Law ประเดิมกฎหมายแรกยุค "อนุทิน 2" ของชำรุดต้องเปลี่ยนได้ ไม่ต้องพิสูจน์เอง
วันนี้ (24 มิถุนายน 2569) เวลา 18.00 น. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ในฐานะผู้แทนคณะรัฐมนตรี เสนอร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. .... ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาในวาระที่ 1 ขั้นรับหลักการ โดยที่ประชุมมีมติรับหลักการร่างกฎหมายทั้ง 6 ฉบับที่เสนอประกบกัน และให้ใช้ร่างของคณะรัฐมนตรีเป็นร่างหลักในการพิจารณา
ร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายฉบับแรกที่รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภา สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการยกระดับการคุ้มครองสิทธิประชาชน โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า ปัจจุบันสินค้าหลายประเภทมีเทคโนโลยีซับซ้อน ผู้บริโภคไม่อาจตรวจพบความชำรุดบกพร่องได้ด้วยตนเองในขณะซื้อ กว่าจะรู้ก็ใช้งานไปแล้วระยะหนึ่ง และเมื่อเกิดปัญหา ผู้ซื้อกลับต้องเป็นฝ่ายพิสูจน์เองว่าความเสียหายมีอยู่ก่อนแล้ว ทำให้หลายคนต้องเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย และไม่ได้รับความเป็นธรรม กฎหมายฉบับนี้จึงเข้ามาแบ่งเบาภาระตรงจุดนั้น และสร้างหลักประกันที่ชัดเจนให้แก่ผู้บริโภค
สาระสำคัญของร่างกฎหมายวางหลักให้ผู้ขายต้องรับผิดเมื่อสินค้าชำรุดบกพร่อง โดยกำหนดข้อสันนิษฐานทางกฎหมายว่า หากสินค้าเสียภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าเสียมาตั้งแต่วันส่งมอบ ผู้ซื้อไม่ต้องพิสูจน์เอง โดยสินค้าทั่วไป เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ และรถจักรยานยนต์ กำหนดไว้ 6 เดือน ส่วนรถยนต์กำหนดไว้ 1 ปี
ร่างกฎหมายยังให้สิทธิผู้ซื้อเรียกให้ผู้ขายซ่อมแซม เปลี่ยนสินค้า ลดราคา หรือเลิกสัญญาและคืนเงิน หากเป็นความบกพร่องร้ายแรงในสาระสำคัญ ผู้ซื้อขอเปลี่ยนสินค้าได้ทันที สินค้าทั่วไปภายใน 7 วัน และเครื่องใช้ไฟฟ้ากับเครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ภายใน 14 วัน นับจากวันรับสินค้า ด้านการซ่อม กำหนดให้ผู้ขายซ่อมสินค้าทั่วไปให้เสร็จภายใน 60 วัน และรถยนต์ภายใน 90 วัน นอกจากนี้ยังกำหนดความรับผิดโดยเคร่งครัดเฉพาะรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ที่ผู้ขายต้องรับผิดทุกกรณีเมื่อพบความบกพร่องภายในระยะเวลาและระยะทางที่กำหนด
นางสาวศุภมาส กล่าวเพิ่มเติมว่า "ดิฉันอยากให้คนไทยซื้อสินค้าได้อย่างมั่นใจ จ่ายเงินไปแล้วต้องได้รับสินค้าที่มีคุณภาพตามสมควร และหากเกิดปัญหาก็ต้องมีระบบที่ช่วยแก้ไขได้อย่างรวดเร็วและเป็นธรรม กฎหมายฉบับนี้จะช่วยลดข้อพิพาท ลดภาระการฟ้องร้อง และทำให้ผู้ประกอบธุรกิจหันมาใส่ใจคุณภาพสินค้ามากขึ้น นี่คือการยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคไทยให้ทัดเทียมสากล" นางสาวศุภมาส กล่าว
ทั้งนี้ ประชาชนที่พบปัญหาสินค้าหรือบริการ สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศ

///////////////////////////

วันนี้(  24 มิ.ย.69)  ฝ่ายช่างเทคนิค สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดระนอง (สวท.ระนอง) นำโดยนายอำนาจ เกียรติกสิ...
24/06/2026

วันนี้( 24 มิ.ย.69) ฝ่ายช่างเทคนิค สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดระนอง (สวท.ระนอง) นำโดยนายอำนาจ เกียรติกสิกร นายช่างไฟฟ้าอาวุโส พร้อมทีมงาน ออกปฏิบัติงานถ่ายทอดสดผ่านช่องทาง Facebook สวท.ระนอง เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและสร้างการรับรู้แก่ประชาชน ในการฝึกอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กรณีภัยจากสึนามิ

ซึ่งการฝึกซ้อมจัดขึ้น ณ โรงเรียนบ้านทะเลนอก ตำบลกำพวน อำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง โดยมีสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง ร่วมทำการฝึกซ้อมกับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมการฝึกอย่างพร้อมเพรียง เพื่อทดสอบแผนเผชิญเหตุ การแจ้งเตือนภัย การอพยพประชาชน และการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการรับมือสถานการณ์สึนามิอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ การถ่ายทอดสดของ สวท.ระนอง ช่วยให้ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์และรับทราบแนวทางการปฏิบัติตนเมื่อเกิดภัยพิบัติได้อย่างถูกต้อง อันเป็นการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความพร้อมในการป้องกันและลดผลกระทบจากสาธารณภัยในพื้นที่จังหวัดระนองต่อไป
ข่าว นายคึกฤทธิ์ เรืองระยนต์ นักสื่อสารมวลชนปฏิบัติการ สวท.ระนอง

#สวทระนอง #ฝึกซ้อมสึนามิ #ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

อย. เตรียมเผาทำลายยาเสพติดของกลาง กว่า 77 ตัน!
24/06/2026

อย. เตรียมเผาทำลายยาเสพติดของกลาง กว่า 77 ตัน!

อย. ร่วมภาคีเครือข่าย เตรียมเผาทำลายยาเสพติดของกลาง ครั้งที่ 61 กว่า 77 ตัน ย้ำความโปร่งใส ป้องกันยาเสพติดกลับคืนสู่สังคม
วันนี้ (23 มิถุนายน 2569) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จับมือภาคีเครือข่าย เปิดปฏิบัติการเผาทำลายยาเสพติด ครั้งที่ 61 จำนวนของกลางกว่า 77 ตัน จาก 54,097 คดี ภายใต้แนวคิด “BURN FOR BETTER เผาวันนี้ เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า” เพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดกลับเข้าสู่ระบบ สร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการบริหาร จัดการของกลางของประเทศ และตอกย้ำความโปร่งใสในการดำเนินงานของภาครัฐ
เภสัชกรหญิง สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และ นายศิริสุข ยืนหาญ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดเผยว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็น ความร่วมมือระหว่าง อย. ป.ป.ส. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และกองทัพบก โดยก่อนนำยาเสพติด ของกลางไปเผาทำลาย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตรวจสอบและยืนยันของกลางอย่างเข้มงวด ทั้งการ ตรวจสอบเลขคดี ชนิด และน้ำหนักของยาเสพติด รวมถึงการสุ่มตรวจวิเคราะห์ โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อยืนยันว่าของกลางทั้งหมดเป็นยาเสพติดจริง และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อให้กระบวนการ ทำลายยาเสพติดมีความถูกต้อง โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน ซึ่งยาเสพติดของกลางที่มีปริมาณ มากที่สุดในครั้งนี้ คือ เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) กว่า 40 ตัน รองลงมา ได้แก่ เมทแอมเฟตามีน (ไอซ์) คีตามีน เฮโรอีน และยาเสพติดประเภทอื่น ๆ
โดย การดำเนินงานครั้งนี้มีกำหนดปฏิบัติการร่วมกันเป็นเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 23 – 25 มิถุนายน 2569
23 มิถุนายน 2569 เป็นการตรวจรับและตรวจพิสูจน์ยาเสพติดของกลางที่เก็บรักษาไว้ ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อยืนยันความถูกต้องของของกลางก่อนเข้าสู่กระบวนการทำลาย
24 มิถุนายน 2569 จะมีพิธีปล่อยขบวนรถขนย้ายยาเสพติดของกลางจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาไปยัง บริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) จังหวัดสมุทรปราการ
วันที่ 25 มิถุนายน 2569 จะเป็นพิธีเผาทำลายยาเสพติดของกลาง ณ บริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) จังหวัดสมุทรปราการ
เลขาธิการ อย. กล่าวเพิ่มเติมว่า อย. มีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการยาเสพติดของกลาง ของประเทศ ตั้งแต่การรับเก็บรักษา การตรวจพิสูจน์ยืนยันของกลาง ไปจนถึงการประสานการทำลายร่วมกับ หน่วยงานภาคีเครือข่าย เพื่อให้มั่นใจว่ายาเสพติดที่ถูกยึดได้จะถูกทำลายอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่สามารถย้อนกลับเข้าสู่สังคมได้อีก พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนต่อการดำเนินงานด้านการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติดของประเทศ โดยในพิธีเผาทำลายยาเสพติดครั้งนี้ อย. ได้เชิญหน่วยงานภาครัฐ ที่เกี่ยวข้อง สถานทูต และสื่อมวลชนเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน และขอเชิญชวนประชาชนร่วมติดตามการ ถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Live Fanpage FDAThai เพื่อร่วมตรวจสอบความโปร่งใสของกระบวนการดังกล่าว

"เผาวันนี้ เพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่า"ขอเชิญร่วมรับชมการเผาทำลายยาเสพติดของกลาง ครั้งที่ 61  วันที่ 25 มิ.ย.69 เวลา 10.00 น....
24/06/2026

"เผาวันนี้ เพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่า"
ขอเชิญร่วมรับชมการเผาทำลายยาเสพติดของกลาง ครั้งที่ 61 วันที่ 25 มิ.ย.69 เวลา 10.00 น.

24/06/2026

การเผาทำลายยาเสพติดของกลาง ครั้งที่ 61 ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

24/06/2026

Live : การฝึกอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง ประจำปีงบประมาณ 2569 กรณีภัยจากสึนามี ในวันพุธ ที่ 24 มิถุนายน 2569 เวลา 08.30 – 14.30 น. ณ โรงเรียนบ้านทะเลนอก ต.กำพวน อ.สุขสำราญ จ.ระนอง

24/06/2026
24/06/2026

นายกฯ อนุทิน สั่งยกเลิกผลสอบข้าราชการท้องถิ่นล็อตที่มีปัญหา แม้จะบรรจุไปแล้วก็ตาม บอก ไม่ต้องกลัวใครฟ้อง หากผลออกมาทุจริต ลั่น กลไกเช่นนี้เป็นการขายชาติ ชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกคนดำเนินการด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ และไม่หวาดหวั่นกับอิทธิพลใดๆ ซึ่งการกระทำเช่นนี้ถ้าเกี่ยวข้องกับใครโยงไปถึงใคร ไม่ว่าจะเป็นระดับส่วนกลางหรือท้องถิ่น ก็ขอให้เร่งดำเนินการ

ในเวลา 09.13 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เรียก นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชานาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายภูมิวิศาล เกษมสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าพบหารือที่ตึกไทยคู่ฟ้า หลังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.และกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ บก.ปปป. เข้าจับกุมขบวนการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น เสียหายกว่า 4,500 ล้านบาท จนไปเหตุให้โยกย้ายนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เข้ากรุ

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สิ่งที่จะต้องดำเนินการต่อไปไม่ว่าจะเป็นเรื่องการนำคนกระทำผิดมาลงโทษ ยึดทรัพย์สินจากการกระทำผิดที่ผ่านไปแล้ว เพื่อประโยชน์ของการทำทุจริตนี้ ลงโทษผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อยู่ในกระทรวงมหาดไทย ซึ่งอาจจะไม่ได้จบที่กรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่นอย่างเดียว อาจจะมีหน่วยงานอื่นที่มากกว่านั้น ซึ่งก็ต้องดำเนินการอย่างเต็มที่ ตลอดจนหาแนวทางแผนการที่จะดำเนินการต่อไป ซึ่งเรื่องการสอบครั้งนี้คงเป็นเรื่องที่ชัดเจนที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยจะต้องยกเลิก แม้จะมีการประกาศผลสอบไปแล้ว แต่ก็ต้องหาวิธีเพราะในเมื่อที่มาไม่ถูกต้อง ใครได้รับความเดือดร้อนก็ต้องไปไล่บี้เอาเอง เพราะจะมาใช้ว่าบรรจุไปแล้ว ประกาศผลสอบไปแล้ว แต่เมื่อกระบวนการสอบผิดกฎหมายก็ต้องยกเลิก ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ต้องกลัวใครมาฟ้อง เพราะหากพวกเราทุกคนดำเนินการสืบสวนสอบสวน ดำเนินคดีทุกอย่างเรียบร้อยและมีคำพิพากษา และมีการยืนยันที่พิสูจน์ด้วยหลักฐาน

นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่า เพราะฉะนั้นคนที่มาจากกลไกนี้ ก็ถือว่าไม่มีคุณสมบัติ ซึ่งก็ต้องเล่นแบบนี้ เพราะผมจะไม่รับ ใครที่สนอขึ้นมาแล้วบอกว่าผ่านไปแล้วก็ผ่านไป แบบนี้ไม่ได้เพราะมันมาจากการกระทำที่ทุจริต แต่อย่างไรก็ตามต้องขอชื่นชม ในฐานะหัวหน้า รัฐบาลก็ขอแสดงความชมเชย ในการดำเนินการของทุกหน่วยงาน ที่ดำเนินการอย่างรวดเร็วและเฉียบขาด และไม่มีการดำเนินการที่รั่วไหลเลย ซึ่งเป็นไปตามเอ็มโอยูที่เราเซ็นกันไว้ ที่จะป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทุจริตทุกรูปแบบ และทุกอย่างก็เก็บเป็นความลับได้ดี

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกคน ซึ่งตนได้ติดตามดูปฏิบัติการตามสื่อสารมวลชน และทางการรบงานในระบบราชการ ซึ่งก็เห็นว่าทุกคน เข้าไปดำเนินการด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ และไม่หวาดหวั่นกับอิทธิพลใดๆ ซึ่งการกระทำเช่นนี้ถ้าเกี่ยวข้องกับใครโยงไปถึงใคร ไม่ว่าจะเป็นระดับส่วนกลางหรือท้องถิ่น ก็ขอให้เร่งดำเนินการ ซึ่งทราบมาว่ามีเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ก็ขอให้ทางกระทรวงมหาดไทยแจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด อย่างเช่นจังหวัดเพชรบูรณ์ ให้ดำเนินการ ในพื้นที่ที่ถูกสงสัยหรือถูกกล่าวหาให้พ้นจากการปฎิบัติหน้าที่ให้เร็วที่สุด ซึ่งคำว่าเร็วที่สุดกระทรวงมหาดไทยคงเข้าใจดี และขอให้เราทุกคนช่วยกัน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องอุกอาจ และจะเป็นการทำลายความเจริญก้าวหน้าของประเทศ เพราะเราให้ข้าราชการที่เข้ามา บริหารประเทศมาปกครองประเทศ เริ่มจากการกระทำที่ทุจริตนับตั้งแต่วันแรก และคนที่ตั้งใจสอบตั้งใจดี คนพวกนี้ก็เข้ามาแทรก คนที่ชั่วกว่านั้นคือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ที่ปล่อยให้มีกระบวนการนี้เกิดขึ้น นี่คือสิ่งที่เราต้องปราบปรามป้องกัน ดำเนินคดีไม่ให้เกิดขึ้น เพราะนี่คือสิ่งที่ทำร้ายประเทศ ขายชาติ ขอให้เชื่อว่ารัฐบาลมีเสถียรภาพทำอย่างเต็มที่ ไม่ต้องกั๊ก ให้มันรู้ไปว่าจะทำตรงนี้ และจะไม่มีใครปกป้องได้ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ เพราะเรากำลังจะทำสิ่งที่ดีให้มันเกิดขึ้น เพราะข้าราชการไทยมีมีความสำคัญมาก

คุณวุฑฒบุคคล ควรแก่ความเคารพยำเกรง“ผู้มีหน้าที่สำคัญในการปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ จำเป็นต้องดำรงฐานะของความเป็น “ผู้...
24/06/2026

คุณวุฑฒบุคคล ควรแก่ความเคารพยำเกรง

“ผู้มีหน้าที่สำคัญในการปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ จำเป็นต้องดำรงฐานะของความเป็น “ผู้ใหญ่” ไว้ให้มั่นคง ทั้งโดยวัยวุฒิ โดยคุณวุฒิ หรือโดยตำแหน่งหน้าที่ เพราะความเป็นผู้ใหญ่ย่อมมาพร้อมกับหน้าที่อันได้แก่การอำนวยศุภผลให้ราชอาณาจักรไทยก้าวหน้าสถาพร ทุกท่านต้องวางตนเป็นที่พึ่งของผู้น้อย และของประชาชนทั่วไปให้ได้มากที่สุด

ความเป็นผู้ใหญ่นั้นหาได้วัดอยู่ที่การเกิดก่อน หรือการมีตำแหน่งใหญ่โต หากสำหรับสังคมที่เจริญแล้วนั้นผู้ใหญ่ย่อมหมายถึงผู้มี “ปัญญา” เมื่อบุคคลใดมีปัญญา ก็นับว่าเป็นผู้มีคุณที่เรียกว่าเป็น “ผู้ทรงคุณวุฒิ” ซึ่งในทางพระพุทธศาสนาเรียกว่าเป็นผู้มี “คุณวุฑฒะ” คือเป็นคนที่เจริญด้วยคุณ มากด้วยความรู้ หนักในควรปฏิบัติ มั่นอยู่ในวัตรอันดี มีคุณธรรมเป็นเครื่องอยู่เป็นผู้รู้ผิดรู้ชอบ อีกทั้งยินดีแนะนำผู้อื่นให้รู้ให้ประพฤติด้วยคนเช่นนี้ย่อมได้ชื่อว่า “คุณวุฑฒบุคค” ควรแก่ความเคารพยำเกรง...”

#พระคติธรรม สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานแก่ผู้สำเร็จหลักสูตรประจำวิทยาลัยการทัพบก ชุดที่ ๖๕ เมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๖๓

#99พรรษาสมเด็จพระสังฆราช #สมเด็จพระสังฆราช #คติธรรม
#คุณวุฑฒบุคคล #ควรแก่ความเคารพยำเกรง

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เห็นถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังและเตือนภัยก่อนเกิดเหตุอุทกภัย นอกจากการนำ...
24/06/2026

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เห็นถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังและเตือนภัยก่อนเกิดเหตุอุทกภัย นอกจากการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการเฝ้าระวังและเตือนภัย คือ สถานีโทรมาตรอัตโนมัติ วัดปริมาณน้ำฝนและน้ำท่า โดยจะประมวลผลและส่งข้อมูลระดับน้ำไปยังแอปพลิเคชัน ThaiWater เพื่อให้ประชาชนสามารถดูข้อมูล และเตรียมความพร้อมก่อนเกิดเหตุได้แล้ว มูลนิธิฯ ยังได้น้อมนำพระดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ ในการจัดตั้งเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 19 ชุมชนทั่วประเทศ เพื่อให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังภัย การเตือนภัยและการอพยพในช่วงเกิดเหตุอุทกภัย รวมถึงการบริหารจัดการน้ำในระดับชุมชนอย่างยั่งยืน
โดยมูลนิธิฯ ร่วมกับสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. ซึ่งมูลนิธิฯ ได้สนับสนุนงบประมาณในการจัดอบรมประชาชนอาสาสมัครในชุมชนให้เกิดความรู้และความเข้าใจในการใช้ข้อมูลสารสนเทศทรัพยากรน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ช่วยลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นทั้งต่อบุคคลและทรัพย์สิน
#มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่งภาฯยามยาก #สภากาชาดไทย #สืบสานรักษาต่อยอด

ที่อยู่

101 ม. 3 ต. บางริ้น
Ranong
85000

เบอร์โทรศัพท์

077880881-3

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สวท.ระนอง FM 107.25 MHzผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง สวท.ระนอง FM 107.25 MHz:

แชร์