ต้นไม้ฟอกอากาศดูดสารพิษ

ต้นไม้ฟอกอากาศดูดสารพิษ 🌳ต้นไม้ฟอกอากาศดูดสารพิษ
และบอนไซไม้ประดับทุกสายพันธุ์🌲
ติดต่อไลน์ไอดี

🌾  #เศรษฐีเรือนใน 🌱   🎋เศรษฐีเรือนในเป็นไม้ประดับชนิดแรกๆ ที่ได้รับการเผยแพร่จากองค์การนาซ่าของสหรัฐอเมริกา ว่ามีคุณสมบั...
13/08/2019

🌾 #เศรษฐีเรือนใน 🌱 🎋
เศรษฐีเรือนในเป็นไม้ประดับชนิดแรกๆ ที่ได้รับการเผยแพร่จากองค์การนาซ่าของสหรัฐอเมริกา ว่ามีคุณสมบัติในการดูดสารพิษภายในอาคารได้เป็นอย่างดี เศรษฐีเรือนในเป็นไม้กอขนาดเล็กที่นิยมปลูกเป็นไม้ประดับทั้งภายในและภายนอกอาคาร โดยปลูกในกระถางแขวนหรือปลูกเป็นพืชคลุมดินก็ได้ ใบมีลักษณะคล้ายใบหญ้า ขอบใบมีสีเขียวยาวตลอดใบ กลางใบเป็นสีขาว ใบมีความยาว 15–30 ซม. โค้งงอลงด้านล่าง

เศรษฐีเรือนในมีลำต้นเป็นหัวอยู่ใต้ดิน เมื่อแก่เต็มที่จะมีลำต้นอ่อนแตกออกมาเป็นกิ่ง มีต้นอ่อนเล็กๆ เป็นกระจุกอยู่ตรงปลายของกิ่ง ดูน่ารักดี ฝรั่งจึงเรียกว่า ต้นแมงมุม (Spider Plant) หรือ ต้นเครื่องบิน (Airplane Plant) เนื่องจากเวลาลมพัดต้นอ่อนจะแกว่งไปมาเหมือนเครื่องบิน ต้นอ่อนที่แตกออกมานี้สามารถตัดไปปลูกเป็นต้นใหม่ได้อย่างง่ายดาย

เศรษฐีเรือนในเป็นพืชที่ไม่ค่อยคายน้ำเท่าใดนัก แต่มีการดูดสารพิษจากอากาศภายในอาคารได้ดีมากชนิดหนึ่ง

📌ชื่อวิทยาศาสตร์ Chlorophytum Comosum
วงศ์ LILIACEAE
ถิ่นกำเนิด แอฟริกาใต้
แสงแดด กึ่งแดด กึ่งร่ม
อุณหภูมิ 18–24 องศาเซลเซียส
ความชื้น ต้องการความชื้นต่ำ
น้ำ ต้องการน้ำน้อย
การดูแล ชอบแสงแดดอ่อนๆ ไม่ชอบแสงแดดตรงๆ ไม่ต้องการน้ำมากสัปดาห์ละครั้งก็พอ หรือให้สังเกตจากหน้าดินว่าแห้งเกินไปหรือไม่ ให้ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกละลายน้ำรด 2 เดือนต่อครั้ง
การปลูก ชอบดินร่วนซุย โดยใช้ดินที่มีส่วนผสม ดินร่วน 2 ส่วน ทราย 1 ส่วน ปุ๋ยหมัก 1 ส่วน เศษอิฐละเอียด 1 ส่วน
การขยายพันธุ์ โดยการตัดแยกต้นอ่อน
อัตราการคายความชื้น ปานกลาง
อัตราการดูดสารพิษ ปานกลางถึงมาก

🌿 🌿
🌿 #ต้นไม้ฟอกอากาศ☘️🌿
🌿 #ไม้ประดับ #ไม้มงคล🌿
🌿 #ต้นไม้ดูดสารพิษ ☘️🌿
🌿 🌿

🌹  #กุหลาบพันปี 🥀   🌷กุหลาบพันปีเป็นต้นไม้ที่เติบโตอยู่บนที่สูงและชอบอากาศหนาวเย็น สำหรับในเมืองไทยพบได้ตามยอดเขาสูงแถบภ...
12/08/2019

🌹 #กุหลาบพันปี 🥀 🌷
กุหลาบพันปีเป็นต้นไม้ที่เติบโตอยู่บนที่สูงและชอบอากาศหนาวเย็น สำหรับในเมืองไทยพบได้ตามยอดเขาสูงแถบภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมีการนำกุหลาบพันปีมาปลูกเป็นไม้ประดับประปราย โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวเนื่องจากมีดอกที่สวยงาม และเมื่อหมดดอกก็จะเติบโตในกระถางได้แต่จะออกดอกน้อยลง เมื่อพ้นฤดูหนาว

กุหลาบพันปีเป็นไม้พุ่มสูงประมาณ 1-3 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับรูปรีแกมรูปไข่กลับ กว้าง 1-2.5 ซม. ยาว 2-6 ซม. แผ่นใบเหนียวหนา มีขนประปรายทั้ง 2 ด้าน ดอกสีแดงแกมส้ม ออกเป็นช่อที่ซอกใบหรือปลายกิ่ง จำนวน 2-7 ดอก กลีบรองดอกรูปถ้วยตื้น ปลายแยก 5 แฉก ด้านนอกมีขน กลีบดอกรูปกรวย ยาว 2-3 ซม. ปลายแยก 5 แฉก เกสรตัวผู้ 10 อัน ผลรูปไข่ ยาว 1-1.5 ซม. มีขนสีน้ำตาลแดง เมื่อแก่แตกตามยาว เมล็ดแบน ขนาดเล็ก มีปีกบางใสจำนวนมาก

กุหลาบพันปีเป็นพืชที่ชอบน้ำ เครื่องปลูกจะต้องมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ แต่ไม่ขังแฉะ ถ้าหากปล่อยให้เครื่องปลูกแห้ง อาจจะทำให้ตายได้ เนื่องจากว่ารากของอาซาเลียมีขนาดเล็กมาก และถ้าหากสูญเสียน้ำมากอาจจะทำให้รากแห้งตาย และมีผลต่อการเจริญเติบโตได้

การปลูกกุหลาบพันปีภายในอาคารนอกจากความสวยงามของดอกที่จะสร้างบรรยากาศให้กับห้องแล้วกุหลาบพันปียังมีคุณสมบัติในการดูดสารพิษได้ดีอีกด้วย

📌ชื่อวิทยาศาสตร์ Rhododendron moulmeinene Hook
วงศ์ ERICACEAE
ถิ่นกำเนิด จีนตอนใต้ ไต้หวัน ญี่ปุ่น ลาว และเวียดนาม
แสงแดด แดดร่มรำไร
อุณหภูมิ 14-18 องศาเซลเซียส
ความชื้น ต้องการความชื้นปานกลาง
น้ำ ชอบน้ำมากแต่ไม่ขังแฉะ
การดูแล อาซาเลียเป็นพืชชอบน้ำ เครื่องปลูกจะต้องมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ แต่ไม่ขังแฉะ
การปลูก เครื่องปลูกจะต้องอุ้มน้ำได้ดี ร่วนซุย แต่ต้องระบายน้ำได้ดีเช่นกัน ถ้าเครื่องปลูกแน่นมากรากจะชอนไชในเนื้อดินหรือเครื่องปลูกไม่ได้ทำให้ไม่เจริญเติบโต ควรใช้ดินร่วนผสมกับแกลบ ขุยมะพร้าว ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมักเป็นเครื่องปลูก
การขยายพันธุ์ ปักชำกิ่งและเพาะเมล็ด
อัตราการคายความชื้น น้อย
อัตราการดูดสารพิษ ปานกลาง

🌿 🌿
🌿 #ต้นไม้ฟอกอากาศ☘️🌿
🌿 #ไม้ประดับ #ไม้มงคล🌿
🌿 #ต้นไม้ดูดสารพิษ ☘️🌿
🌿 🌿

🌴  #เขียวหมื่นปี 🍀   🌱เขียวหมื่นปีเป็นไม้ประดับที่นิยมนำมาปลูกเป็นไม้กระถางภายในบ้านเรือน หรือเป็นไม้ประดับภายในอาคารสำน...
12/08/2019

🌴 #เขียวหมื่นปี 🍀 🌱
เขียวหมื่นปีเป็นไม้ประดับที่นิยมนำมาปลูกเป็นไม้กระถางภายในบ้านเรือน หรือเป็นไม้ประดับภายในอาคารสำนักงาน ด้วยจุดเด่นที่เป็นพืชที่ปลูกเลี้ยงง่าย ไม่ต้องการการดูแลเอาใจใส่มาก ทนทาน แม้ในที่ที่มีสภาพแห้งแล้งและความชื้นต่ำ รวมทั้งสามารถเจริญงอกงามได้ในที่ที่มีแสงสว่างเพียงเล็กน้อย

ลักษณะเด่นอีกอย่างของเขียวหมื่นปีก็คือ มีทั้งลำต้นและใบที่มีสีเขียวตลอดทั้งปี ใบมีลวดลายสะดุดตา ใบมีลักษณะเรียวแหลม ขึ้นรวมกันเป็นกอ ต้นไม่สูงมากนัก

ถึงแม้เขียวหมื่นปีจะมีความสามารถในการดูดสารพิษไม่มากนัก คืออยู่ในระดับปานกลาง แต่ก็มีอัตราการคายความชื้นสูง และมีประสิทธิภาพสูงในการดูดสารพิษจำพวก ฟอร์มัลดีไฮด์ จึงเหมาะที่นำไปปลูกเป็นไม้ประดับสำหรับดูดสารพิษอีกชนิดหนึ่ง

📌ชื่อวิทยาศาสตร์ Aglaonema Modestum
วงศ์ ARACEAE
ถิ่นกำเนิด ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
แสงแดด รำไรและในร่ม
อุณหภูมิ 16-24 องศาเซลเซียส
ความชื้น ต้องการความชื้นพอควร
น้ำ ต้องการน้ำพอสมควร
การดูแล ไม่ต้องการแสงมากนัก ต้องการน้ำและความชื้นพอประมาณ ใช้ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกละลายน้ำรดเดือนละครั้ง
การปลูก ใช้แยกกอไปปลูก หรือตัดต้นหรือยอดไปปักชำ ชอบดินร่วนซุยมีอินทรีวัตถุและมีการระบายน้ำที่ดี ส่วนผสมของดินปลูกใช้ดิน 2 ส่วน ทราย 1 ส่วน ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก 1 ส่วน
การขยายพันธุ์ ใช้แยกกอไปปลูก หรือตัดต้นหรือยอดไปปักชำ
อัตราการคายความชื้น ปานกลาง
อัตราการดูดสารพิษ ปานกลาง

🌿 🌿
🌿 #ต้นไม้ฟอกอากาศ☘️🌿
🌿 #ไม้ประดับ #ไม้มงคล🌿
🌿 #ต้นไม้ดูดสารพิษ ☘️🌿
🌿 🌿

🌱  #กล้วยแคระ 🌵  🌴กล้วยเป็นพืชที่คนไทยรู้จักกันดีเพราะเป็นพืชที่เป็นทั้งอาหาร ยา และใช้ประโยชน์อื่นๆ เช่น ลำต้นใช้ทำเชือ...
12/08/2019

🌱 #กล้วยแคระ 🌵 🌴
กล้วยเป็นพืชที่คนไทยรู้จักกันดีเพราะเป็นพืชที่เป็นทั้งอาหาร ยา และใช้ประโยชน์อื่นๆ เช่น ลำต้นใช้ทำเชือก ใบตองใช้ห่ออาหาร นอกจากนี้กล้วยหลายชนิดยังใช้เป็นไม้ประดับได้ด้วย เช่น กล้วยบัว กล้วยผา รวมทั้งกล้วยแคระด้วย

กล้วยแคระ เป็นไม้ผลที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ลักษณะเหมือนกล้วยทั่วไปทุกประการ เพียงแต่จะเล็กกว่า เหมือนย่อส่วนลงมา สูงเพียง 1-4 ฟุต จึงสามารถปลูกลงในกระถางเป็นไม้ประดับภายในอาคารได้ดี ต้องการแดดจัด กลางแจ้ง หากปลูกภายในอาคารต้องอยู่ในตำแหน่งที่ได้รับแสงแดดตลอดวัน และต้องรดน้ำทุกวัน เพราะกล้วยแคระต้องการน้ำมาก

ในประเทศเมืองหนาวอากาศแห้งจะนิยมปลูกกล้วยแคระเป็นไม้ประดับภายในอาคาร เนื่องจากมีใบใหญ่จึงคายน้ำได้ดี นอกจากนี้ยังพบว่ากล้วยแคระสามารถขจัดไอระเหยสารเคมีประเภทฟอร์มาลดีไฮด์ได้ดีอีกด้วย

📌ชื่อวิทยาศาสตร์ Musa acuminate
วงศ์ MUSACEAE
ถิ่นกำเนิด แถบเอเชียตอนใต้
แสงแดด แดดจัด
อุณหภูมิ 18-24 องศาเซลเซียส
ความชื้น ต้องการความชื้นน้อย
น้ำ ต้องการน้ำมาก
การดูแล กล้วยแคระต้องการแดดจัด กลางแจ้ง หากปลูกภายในอาคารต้องอยู่ในตำแหน่งที่ได้รับแสงแดดตลอดวัน และต้องรดน้ำทุกวันเพราะกล้วยแคระต้องการน้ำมาก
การปลูก ควรปลูกในดินที่เป็นดินร่วนซุยมีความอุดมสมบูรณ์สูง ระบายน้ำได้ดี
การขยายพันธุ์ โดยการแยกหน่อไปปลูกใหม่
อัตราการคายความชื้น มาก
อัตราการดูดสารพิษ ปานกลาง

🌿 🌿
🌿 #ต้นไม้ฟอกอากาศ☘️🌿
🌿 #ไม้ประดับ #ไม้มงคล🌿
🌿 #ต้นไม้ดูดสารพิษ ☘️🌿
🌿 🌿

🌷  #มรกตแดง 🌱   🌹มรกตแดงเป็นพันธุ์ไม้ที่ดูดสารพิษได้ดีที่สุดในบรรดาพันธุ์ไม้ในตระกูลฟิโลเดนดรอนด้วยกัน เป็นพันธุ์ไม้ที่ป...
12/08/2019

🌷 #มรกตแดง 🌱 🌹
มรกตแดงเป็นพันธุ์ไม้ที่ดูดสารพิษได้ดีที่สุดในบรรดาพันธุ์ไม้ในตระกูลฟิโลเดนดรอนด้วยกัน เป็นพันธุ์ไม้ที่ปลูกและดูแลรักษาง่าย จึงถูกแนะนำให้นำมาปลูกเป็นไม้ประดับภายในอาคาร มรกตแดงเป็นพืชพันธุ์ไม้เลื้อยในตระกูลฟิโลเดนตรอน ตามธรรมชาติจะเลื้อยพันต้นไม้ใหญ่ในป่า จึงเป็นพันธุ์ไม้ที่ไม่ชอบแสงแดดจัดนัก แต่เมื่อนำมาปลูกเป็นไม้ประดับภายในอาคารก็เป็นไม้ที่แข็งแรง ปลูกเลี้ยงง่าย ไม่ค่อยมีปัญหา มรกตแดงมีใบใหญ่ สีเขียวอมแดงเป็นมัน ดูสวยงามการปลูกภายในอาคารให้ใช้กาบมะพร้าวหุ้มไม้ปักไว้ในกระถางพรมน้ำให้ชื้นเพื่อให้ยึดเกาะ ถ้าต้องการให้แตกกิ่งก้านสาขามากๆ เพื่อให้ดูเป็นพุ่มสวยงามก็ควรหมั่นเด็ดยอดตั้งแต่ยังเล็กอยู่

📌ชื่อวิทยาศาสตร์ Philodendron Erubescens
วงศ์ ARACEAE
ถิ่นกำเนิด อเมริกาใต้
แสงแดด ใต้ร่มหรือร่มรำไร
อุณหภูมิ 16–24 องศาเซลเซียส
ความชื้น ต้องการความชื้นสูง
น้ำ ต้องการน้ำปานกลาง
การดูแล ควรรดน้ำให้ดินมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ แต่อย่าให้แฉะ หมั่นเช็ดใบด้วยผ้าชุบน้ำพอหมาด จะทำให้ใบมีสีเขียวเป็นมันดูสวยงาม ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักละลายในน้ำรดเดือนละครั้ง
การปลูก ขึ้นได้ดีในดินร่วนซุย ส่วนผสมของดินใช้ ดินร่วน 2 ส่วน ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก 1 ส่วน ใบไม้ผุ 1 ส่วน ทราย 1 ส่วน
การขยายพันธุ์ วิธีปักชำยอดหรือลำต้น
อัตราการคายความชื้น ปานกลาง
อัตราการดูดสารพิษ ปานกลาง

🌿 🌿
🌿 #ต้นไม้ฟอกอากาศ☘️🌿
🌿 #ไม้ประดับ #ไม้มงคล🌿
🌿 #ต้นไม้ดูดสารพิษ ☘️🌿
🌿 🌿

🍀  #สโนว์ดรอป 🌱   ☘️สโนว์ดรอป เป็นสาวน้อยประแป้งสายพันธุ์หนึ่งที่มีลวดลายของใบที่สวยงามแตกต่างออกไป นิยมใช้ประดับภายในอา...
12/08/2019

🍀 #สโนว์ดรอป 🌱 ☘️
สโนว์ดรอป เป็นสาวน้อยประแป้งสายพันธุ์หนึ่งที่มีลวดลายของใบที่สวยงามแตกต่างออกไป นิยมใช้ประดับภายในอาคารสำนักงานเพราะใบใหญ่สีสันและลวดลายสวยงามและเป็นพุ่มสวย ใบมีลักษณะเป็นแผ่นกว้าง มีสีเหลืองอ่อนตรงกลาง ขอบใบเป็นสีเขียวเข้ม แต่ถ้าอยู่ในที่ร่มหรือได้รับแสงไม่เพียงพอ ใบจะมีสีซีดลง

สโนว์ดรอปนี้ไม่ทนแล้ง แต่สามารถอยู่ในที่กึ่งร่มได้ดี ต้องรดน้ำวันเว้นวัน และหมั่นเช็ดทำความสะอาดใบให้ชุ่มชื้นเป็นเงา เพื่อคุณสมบัติในการคายความชื้นและดูดสารพิษที่ดี

ด้วยลักษณะใบที่เป็นแผ่นกว้างของสโนว์ดรอป ทำให้สโนว์ดรอปเป็นไม้ที่มีคุณสมบัติดีเยี่ยมในการขจัดมลพิษและสิ่งปนเปื้อนจากอากาศภายในอาคารได้เป็นอย่างดี

📌ชื่อวิทยาศาสตร์ Dieffenbachia camilla
วงศ์ ARACEAE
ถิ่นกำเนิด อเมริกากลางและอเมริกาใต้
แสงแดด ร่มรำไร
อุณหภูมิ 16–27 องศาเซลเซียส
ความชื้น ต้องการความชื้นสูง
น้ำ ต้องการน้ำปานกลาง
การดูแล ไม่ชอบแสงแดดโดยตรง อย่ารดน้ำมากเกินไปจนแฉะ เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อรา หมั่นเช็ดใบด้วยผ้าชุบน้ำพอหมาดจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นเป็นเงา เนื่องจากเป็นต้นไม้ที่โตเร็ว ทำให้เสียรูปทรงได้ง่าย จึงควรตัดที่โคนต้นเพื่อให้แตก และงอกใหม่ ส่วนต้นที่ตัดก็นำไปปักชำได้อย่างง่ายดาย
การปลูก ปลูกได้ดีในดินร่วนซุย ส่วนผสมของดิน ดินร่วน 1 ส่วน ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก 1 ส่วน เศษใบไม้ผุ 1 ส่วน ทรายหยาบ 1 ส่วน ใช้ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกละลายน้ำรดเดือนละ 1–2 ครั้ง
การขยายพันธุ์ ด้วยการตัดลำต้นชำ โดยตัดต่ำกว่ายอดลงมาประมาณ 1 ฟุต
อัตราการคายความชื้น ปานกลาง
อัตราการดูดสารพิษ ปานกลาง

🌿 🌿
🌿 #ต้นไม้ฟอกอากาศ☘️🌿
🌿 #ไม้ประดับ #ไม้มงคล🌿
🌿 #ต้นไม้ดูดสารพิษ ☘️🌿
🌿 🌿

☘️  #ฟิโลหูช้าง 🌱   🍀ฟิโลหูช้างเป็นสายพันธุ์เดียวกับฟิโลเดนดรอนต่างๆ ที่มีความหลากหลายและมีความโดดเด่นในเรื่องของใบ ทั้ง...
12/08/2019

☘️ #ฟิโลหูช้าง 🌱 🍀
ฟิโลหูช้างเป็นสายพันธุ์เดียวกับฟิโลเดนดรอนต่างๆ ที่มีความหลากหลายและมีความโดดเด่นในเรื่องของใบ ทั้งรูปฟอร์มใบและสีสัน จึงเป็นพันธุ์ไม้ใบหรือไม้ประดับที่ดูทรงต้นและใบมากกว่าที่จะดูดอก

ฟิโลหูช้างนี้มีจุดเด่นตรงที่มีขนาดใบค่อนข้างใหญ่ สีเขียวเป็นมันสวยงาม จึงนิยมตัดใบไปใช้ในการจัดแจกันไม้ดอก ความสูงของต้นเมื่อโตเต็มที่ประมาณ 1 เมตร นิยมปลูกเป็นไม้กระถาง สามารถปลูกได้ทั้งภายนอกและภายในอาคารในที่ที่แดดรำไรหรือเพียงครึ่งวัน หรือที่แสงพอประมาณ เป็นพันธุ์ไม้ที่ปลูกและดูแลรักษาง่าย รดน้ำทุกวัน ใส่ปุ๋ยบำรุงเดือนละครั้ง

ฟิโลหูช้างมีประสิทธิภาพในการคายความชื้นสูงเนื่องจากมีขนาดใบใหญ่ และมีอัตราการดูดสารพิษปานกลาง

📌ชื่อวิทยาศาสตร์ Philodendron domesticum
วงศ์ ARACEAE
ถิ่นกำเนิด ประเทศบราซิล อเมริกากลาง
แสงแดด แดดรำไร
อุณหภูมิ 18-24 องศาเซลเซียส
ความชื้น ต้องการความชื้นสูง
น้ำ ต้องการน้ำมาก
การดูแล เป็นพืชต้องการร่มเงาและต้องการแสงเพียง 50-60 เปอร์เซ็นต์ ต้องการความชื้นสูง รดน้ำพอชุ่มอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยวันละหนึ่งครั้ง
การปลูก ดินปลูกควรใช้ ดินร่วน 2 ส่วน ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเก่า 1 ส่วน ใบไม้ผุๆ 1 ส่วน ทรายหยาบ 1 ส่วน เมื่อปลูกแล้วให้ใช้ไม้หลักที่หุ้มด้วยกาบมะพร้าวปักไว้ตรงกลางกระถางเพื่อเป็นที่ยึดเกาะของราก ใช้ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกละลายน้ำรดเดือนละครั้ง
การขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด ปักชำยอด
อัตราการคายความชื้น มาก
อัตราการดูดสารพิษ ปานกลาง

🌿 🌿
🌿 #ต้นไม้ฟอกอากาศ☘️🌿
🌿 #ไม้ประดับ #ไม้มงคล🌿
🌿 #ต้นไม้ดูดสารพิษ ☘️🌿
🌿 🌿

🍀  #พลูด่าง 🌱   ☘️พลูด่างเป็นไม้เลื้อยที่นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับภายในอาคารและบ้านเรือนมานานแล้ว ด้วยรูปใบและสีเขียวแต้...
12/08/2019

🍀 #พลูด่าง 🌱 ☘️
พลูด่างเป็นไม้เลื้อยที่นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับภายในอาคารและบ้านเรือนมานานแล้ว ด้วยรูปใบและสีเขียวแต้มเหลืองที่ดูสวยงาม โดยเฉพาะเมื่อมันเลื้อยพันหรือห้อยย้อยลงมาดูอ่อนช้อยและเพิ่มความมีชีวิตชีวา แต่มีน้อยคนนักที่จะรู้ถึงความสามารถในการดูดสารพิษในอากาศของพลูด่าง

พลูด่างเป็นไม้เลื้อยที่ลำต้นมีรากงอกออกมาตามข้อ ใบกลมป้อมคล้ายรูปหัวใจ ปลายใบแหลม โคนใบโค้งมนเล็กน้อย ใบมีสีเขียวและมีรอยด่างสีเหลืองอยู่ที่ใบทำให้ดูสวยงาม

พลูด่างเป็นพืชที่ปลูกง่าย แม้เพียงปักชำในน้ำก็สามารถเจริญเติบโตได้และเจริญเติบโตได้รวดเร็ว ต้องการน้ำมากและแสงแดดพอสมควร แต่ก็สามารถอยู่ได้แม้มีแสงและน้ำน้อย นิยมปลูกในกระถางแขวนหรือกระถางที่มีเสาเหล็กให้เลื้อยพันหรือให้เลื้อยตามโคนต้นไม้ใหญ่ ถ้าปลูกลงดินใบจะใหญ่มาก

📌ชื่อวิทยาศาสตร์ Scindapsus aureus
วงศ์ ARACEAE
ถิ่นกำเนิด หมู่เกาะโซโลมอน
แสงแดด กึ่งแดด ร่มรำไร
อุณหภูมิ 18–24 องศาเซลเซียส
ความชื้น ต้องการความชื้นสูง
น้ำ ต้องการน้ำมาก
การดูแล ต้องการแสงจากแสงแดดหรือแสงไฟจากไฟนีออนพอสมควร ต้องการน้ำพอสมควร ถ้าอากาศภายในห้องแห้ง ควรฉีดหรือพ่นละอองไอน้ำให้ หรือเช็ดใบด้วยผ้าเปียกหมาดๆ
การปลูก ขยายพันธุ์โดยการใช้กิ่งหรือลำต้นที่มีใบติดอยู่ไปปักชำเลี้ยงในน้ำหรือปลูกในดินก็ได้ ปลูกได้ในดินเกือบทุกชนิด ส่วนผสมของดินใช้ดิน 2 ส่วน ทราย 1 ส่วน เศษใบไม้ผุหรือขุยมะพร้าว 1 ส่วน ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักละลายน้ำอย่างเจือจางรดเดือนละครั้ง
การขยายพันธุ์ ขยายพันธุ์โดยการปักชำ
อัตราการคายความชื้น ปานกลาง
อัตราการดูดสารพิษ มาก

🌿 🌿
🌿 #ต้นไม้ฟอกอากาศ☘️🌿
🌿 #ไม้ประดับ #ไม้มงคล🌿
🌿 #ต้นไม้ดูดสารพิษ ☘️🌿
🌿 🌿

🌱  #สนฉัตร ☘️   🌵สนฉัตรเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางหรือขนาดเล็ก ใช้ปลูกประดับสวนและปลูกในบริเวณบ้าน ให้ความสง่างามน่าดูมาก เพรา...
12/08/2019

🌱 #สนฉัตร ☘️ 🌵
สนฉัตรเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางหรือขนาดเล็ก ใช้ปลูกประดับสวนและปลูกในบริเวณบ้าน ให้ความสง่างามน่าดูมาก เพราะมีรูปทรงต้นคล้ายฉัตร ลำต้นมีความสูงประมาณ 5-15 เมตร ผิวเปลือกลำต้นสีน้ำตาล ลำต้นมีตุ่มเล็กๆ ขึ้นรอบต้น กิ่งและใบแตกออกมาจากต้นในรัศมีเดียวกันเป็นชั้นๆ จากโคนถึงยอด ตอนโคนต้นมีชั้นใหญ่และเล็กลงจนถึงยอด ใบสีเขียวแก่เป็นเกร็ดเล็กรวมกันเป็นแผงใหญ่

สนฉัตรเมื่อต้นเล็กขณะที่มีขนาดราว 30-150 เซนติเมตร สามารถปลูกในกระถางเป็นไม้ประดับภายในอาคารได้ แต่เมื่อต้นโตขึ้นควรลงปลูกในดิน แต่ถ้าโตหรือแก่มากต้นสูงขึ้นใบตอนล่างจะร่วงหล่นหมด ลำต้นจะไม่ตรงไม่น่าดู

สนฉัตรชอบแดดจัด หากปลูกภายในอาคารควรวางในตำแหน่งที่แสงแดดส่องถึง นอกจากความสง่างามของทรงพุ่มแล้ว สนฉัตรยังมีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่สภาพแวดล้อมภายในอาคารด้วยการคายน้ำได้มากถึงแม้จะดูดสารพิษได้ไม่มากนัก

📌ชื่อวิทยาศาสตร์ Aruacaria heterophylla
วงศ์ ARUCARIACEAE
ถิ่นกำเนิด แอฟริกาใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เกาะนอร์ฟอล์ก
แสงแดด แสงแดดจัด
อุณหภูมิ 18–24 องศาเซลเซียส
ความชื้น ต้องการความชื้นสูง
น้ำ ต้องการปริมาณน้ำมาก
การดูแล การปลูกในกระถางเพื่อประดับภายในอาคาร นิยมใช้ต้นสนฉัตรอายุระหว่าง 1-3 ปี การปลูกควรใช้กระถางทรงสูงขนาด 12-18 นิ้ว ใช้ดินร่วน 1 ส่วน แกลบผุ 1 ส่วน ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก 1 ส่วน และควรเปลี่ยนกระถางตามความเหมาะสมของทรงพุ่ม ถ้าต้นสนฉัตรมีอายุมากกว่า 5 ปี ขึ้นไป เหมาะที่จะปลูกในแปลงปลูกเพราะทรงพุ่มโตขึ้น
การปลูก ต้องการแสงแดดปานกลางจนถึงแสงแดดจัดหรือกลางแจ้ง ต้องการปริมาณน้ำมาก ควรให้น้ำ 3-5 วัน/ครั้ง ชอบดินร่วนซุยมีความชื้นสูง ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องศัตรูเพราะเป็นไม้ที่ทนทานต่อการทำลายของศัตรูพอสมควร
การขยายพันธุ์ การเพาะเมล็ด
อัตราการคายความชื้น ปานกลาง
อัตราการดูดสารพิษ มาก

🌿 🌿
🌿 #ต้นไม้ฟอกอากาศ☘️🌿
🌿 #ไม้ประดับ #ไม้มงคล🌿
🌿 #ต้นไม้ดูดสารพิษ ☘️🌿
🌿 🌿

🌹  #บีโกเนียใบมัน 🌺   🥀บีโกเนียใบมันเป็นไม้ประดับที่นิยมปลูกในบ้านเรา เพราะมีใบเป็นมันสวยและดอกมีสีสันสวย ปลูกประดับได้ท...
12/08/2019

🌹 #บีโกเนียใบมัน 🌺 🥀
บีโกเนียใบมันเป็นไม้ประดับที่นิยมปลูกในบ้านเรา เพราะมีใบเป็นมันสวยและดอกมีสีสันสวย ปลูกประดับได้ทั้งใบและดอก ชอบแดดรำไรและอากาศค่อนข้างเย็น จึงต้องปลูกในเรือนชำหรือในที่ร่มและต้องระวังไม่ให้โดนฝน เพราะจะเป็นเชื้อราและเน่าตายได้ง่าย

บีโกเนียใบมันเป็นไม้อวบน้ำอายุยืน มีเหง้าอยู่ใต้ดิน ลำต้นสูงประมาณ 15-45 ซม. ใบเป็นใบเดี่ยวสีเขียวเข้ม เป็นมันเงา มีขนเหมือนกำมะหยี่ มีลักษณะคล้ายรูปหัวใจเบี้ยว คือแผ่นใบสองข้างไม่เท่ากัน ใบออกสลับเวียนรอบลำต้น ดอกออกเป็นช่อแทงออกจากซอกใบ ช่อดอกตัวผู้แยกจากช่อดอกตัวเมียแต่อยู่บนต้นเดียวกัน ดอกตัวมีเมียมีรังไข่ที่โป่งออกเป็นปีกสามแฉกที่โคนดอก ดอกตัวเมียบานทนกว่าดอกตัวผู้ ดอกมีหลายสี เช่น แดง ชมพู ส้ม ขาว

คุณสมบัติของบีโกเนียในการขจัดสารพิษในอากาศและคายความชื้นอยู่ในระดับน้อย

📌ชื่อวิทยาศาสตร์ Begonia sempreflorens
วงศ์ BEGONIACEAE
ถิ่นกำเนิด เอเชีย และ อเมริกา
แสงแดด แสงแดดรำไร
อุณหภูมิ 16-20 องศาเซลเซียส
ความชื้น ต้องการความชื้นปานกลาง
น้ำ ต้องการน้ำปานกลาง
การดูแล ควรวางบริเวณที่มีแสงแดดรำไร รดน้ำปานกลาง อย่าให้แฉะ และควรรดปุ๋ยทางใบ ทุกๆ 2 สัปดาห์
การปลูก ดินที่ใช้ปลูกควรเป็นดินร่วนซุยที่มีความอุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำได้ดี
การขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด ปักชำยอดและใบ
อัตราการคายความชื้น น้อย
อัตราการดูดสารพิษ น้อย

🌿 🌿
🌿 #ต้นไม้ฟอกอากาศ☘️🌿
🌿 #ไม้ประดับ #ไม้มงคล🌿
🌿 #ต้นไม้ดูดสารพิษ ☘️🌿
🌿 🌿

🌺  #แววมยุรา 🌹   🥀แววมยุราเป็นพืชพันธุ์ไม้เลื้อยกึ่งคลุมดินในตระกูลเดียวกับคล้า แต่การปลูกเลี้ยงง่ายกว่ามาก เพราะมีความอ...
12/08/2019

🌺 #แววมยุรา 🌹 🥀
แววมยุราเป็นพืชพันธุ์ไม้เลื้อยกึ่งคลุมดินในตระกูลเดียวกับคล้า แต่การปลูกเลี้ยงง่ายกว่ามาก เพราะมีความอดทนและเจริญเติบโตได้ง่ายในทุกสภาวะของห้อง แววมยุรามีใบด้านหน้าสีเขียวสลับลายเขียวแก่หรือน้ำตาล ส่วนหลังใบมีสีเขียวอมแดงหรือม่วงมีลายสลับเช่นเดียวกัน เนื่องด้วยใบมีลวดลายและสีสันสวยงามคล้ายหางนกยูงจึงได้ชื่อไทยว่า “แววมยุรา” ส่วนภาษาอังกฤษได้ชื่อว่า “Prayer Plan” แปลว่า ต้นไม้พนมมือ โดยตั้งชื่อตามลักษณะการกระดกของใบตั้งขึ้นเหมือนการพนมมือตอนใกล้ค่ำ พอตอนรุ่งเช้าใบก็จะคลี่ออกตามเดิม

แววมยุราเป็นไม้ประดับภายในอาคารที่ช่วยทำหน้าที่รักษาความชุ่มชื้นภายในห้องได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าคุณสมบัติในการดูดสารพิษจะน้อยไปสักนิดก็ตาม

📌ชื่อวิทยาศาสตร์ Maranta Leuconeura
วงศ์ MARANTACEAE
ถิ่นกำเนิด บราซิล อเมริกาใต้
แสงแดด กึ่งแดด กึ่งร่ม
อุณหภูมิ 18–24 องศาเซลเซียส
ความชื้น ต้องการความชื้นสูง
น้ำ ต้องการน้ำมาก
การดูแล เป็นพันธุ์ไม้ที่ต้องการแดดปานกลาง แต่ไม่ชอบแสงแดดโดยตรง ต้องการน้ำมาก ความชื้นสูง จึงควรรดน้ำให้ดินชุ่มชื้นอยู่เสมอ ถ้าอากาศร้อนหรือแห้งแล้งมาก ก็ให้ฉีดพ่นละอองน้ำให้ใบชุ่มชื้น ใช้ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกละลายน้ำรดเดือนละครั้ง
การปลูก ควรปลูกในดินที่อุ้มน้ำได้ดี ส่วนผสมดินใช้ดินเหนียวผสมดินร่วน 2 ส่วน ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก 1 ส่วน เศษใบไม้ผุ 1 ส่วน ทราย 1 ส่วน
การขยายพันธุ์ การแยกกอหรือแบ่งเหง้าที่โตเต็มที่แล้วมาปลูก
อัตราการคายความชื้น ปานกลางถึงมาก
อัตราการดูดสารพิษ น้อย

🌿 🌿
🌿 #ต้นไม้ฟอกอากาศ☘️🌿
🌿 #ไม้ประดับ #ไม้มงคล🌿
🌿 #ต้นไม้ดูดสารพิษ ☘️🌿
🌿 🌿

🌵 #มังกรคาบแก้ว 🌺  🌷มังกรคาบแก้วเป็นไม้ประดับที่ปลูกเลี้ยงประดับได้เป็นสองแบบ คือในช่วงฤดูการเจริญเติบโตทางต้นและใบจะสวย...
12/08/2019

🌵 #มังกรคาบแก้ว 🌺 🌷
มังกรคาบแก้วเป็นไม้ประดับที่ปลูกเลี้ยงประดับได้เป็นสองแบบ คือในช่วงฤดูการเจริญเติบโตทางต้นและใบจะสวยงามคล้ายไม้ใบจำพวกกระบองเพชรที่มีใบสีเขียวหัวห้อยลง แต่เมื่อเข้าฤดูหนาวอากาศเย็นและกลางวันสั้นลง กลางคืนยาวนานจะกระตุ้นให้ออกดอกสีสันสวยงาม และดอกจะบานเต็มที่ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่

มังกรคาบแก้วเป็นไม้อวบน้ำในกลุ่มกระบองเพชร กิ่งและใบมีสีเขียวเข้ม ใบมีลักษณะแบน ขอบใบหยักคล้ายใบเสมา ดอกมีสีสดสวยและมีมากมายหลายชนิดหลายพันธุ์จึงมีสีสันต่างกันไป เช่น แดง ส้ม ม่วง เหลือง และชมพู

มังกรคาบแก้วเป็นพืชที่ขยายพันธุ์ง่าย ปลูกเลี้ยงง่าย สามารถปลูกเลี้ยงได้ทั้งภายนอกและภายในอาคาร ควรปลูกเลี้ยงให้ได้แสงจัด แต่ไม่ใช่แสงแดดโดยตรง ควรแขวนกระถางไว้ในที่ที่มีอากาศโปร่งถ่ายเทลมดี

📌ชื่อวิทยาศาสตร์ Schlumbergera
วงศ์ CACTACEAE
ถิ่นกำเนิด ประเทศบราซิล
แสงแดด แสงจัดแต่ไม่ใช่แสงแดดโดยตรง
อุณหภูมิ 16-24 องศาเซลเซียส
ความชื้น ต้องการความชื้นสูง
น้ำ ต้องการน้ำปานกลาง
การดูแล ควรปลูกเลี้ยงให้ได้แสงจัด แต่ไม่ใช่แสงแดดโดยตรง ควรแขวนกระถางไว้ในที่ที่มีอากาศโปร่งถ่ายเทลมดี แต่มีความชื้นสูง รดน้ำวันละ 1 ครั้ง ใช้ปุ๋ยสูตร 8-30-15 หากจะให้ดอกดก หรือใช้สูตร 14-14-14 ควบคู่กับสูตร 8-24-24 ในช่วงฤดูหนาว
การปลูก เครื่องปลูกที่ระบายน้ำและถ่ายเทอากาศได้ดี เช่น กาบมะพร้าวสับขนาดกลางผสมกับใบก้ามปูผุ
การขยายพันธุ์ การปักชำ
อัตราการคายความชื้น ปานกลาง
อัตราการดูดสารพิษ ปานกลางถึงมาก

🌿 🌿
🌿 #ต้นไม้ฟอกอากาศ☘️🌿
🌿 #ไม้ประดับ #ไม้มงคล🌿
🌿 #ต้นไม้ดูดสารพิษ ☘️🌿
🌿 🌿

ที่อยู่

ถนนรังสิตนครนายก
Rangsit
12110

เบอร์โทรศัพท์

+66982813989

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ต้นไม้ฟอกอากาศดูดสารพิษผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง ต้นไม้ฟอกอากาศดูดสารพิษ:

แชร์