เกษตรไทยพัฒนา

เกษตรไทยพัฒนา ข้าวที่มีคุณภาพที่ดี ข้าวจากเกษตรอินทรีย์ที่ปลอดสารพิษ ข้าวเพื่อสุขภาพของทุกคน ให้ข้าวพัฒนาสู่สากล ให้คนทั่วโลกได้อิ่ม ให้มีรอยยิ้มกันทุกคน

28/01/2026
31/12/2025

การ โพสต์ขายเมล็ดพันธุ์ข้าว อาจ ผิดกฎหมายได้ ขึ้นอยู่กับชนิดของเมล็ดพันธุ์และการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยหลัก ๆ เกี่ยวข้องกับ
กฎหมายหลักที่ใช้
พระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
กรณีที่ “ผิดกฎหมาย”
1. ขายเมล็ดพันธุ์ข้าว “ควบคุม” โดยไม่ขึ้นทะเบียน
ข้าวเป็น พืชควบคุม
หากโพสต์ขายเมล็ดพันธุ์ข้าวที่
ไม่ได้ขึ้นทะเบียนพันธุ์
ไม่ได้ขออนุญาตเป็นผู้ค้าพันธุ์พืช
ไม่มีฉลากถูกต้อง
👉 ถือว่าผิดกฎหมาย
โทษ
ปรับไม่เกิน 20,000 บาท
หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี
หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. โฆษณาเกินจริง / ให้ข้อมูลเท็จ
เช่น
อ้างว่า “ผลผลิตสูงที่สุด”
“ต้านทานโรค 100%”
“รับรองโดยกรมการข้าว” (แต่จริงไม่ใช่)
👉 ผิดฐานโฆษณาเป็นเท็จ
3. ละเมิดสิทธิพันธุ์พืช (พันธุ์คุ้มครอง)
หากเป็นพันธุ์ข้าวที่
มีเจ้าของสิทธิ (เช่น พันธุ์ปรับปรุงใหม่)
ยังอยู่ในระยะคุ้มครอง
👉 ห้ามขาย ห้ามขยายพันธุ์โดยไม่ได้รับอนุญาต
โทษ
จำคุกไม่เกิน 2 ปี
ปรับไม่เกิน 400,000 บาท
กรณีที่ “ไม่ผิด” หรือเสี่ยงต่ำ
ขายเพื่อ แจก ทดลอง ปลูกส่วนตัว (ไม่เชิงพาณิชย์)
เป็น พันธุ์พื้นบ้าน ไม่อยู่ในบัญชีคุ้มครอง
ระบุชัดว่า ไม่ใช่เมล็ดพันธุ์รับรอง
ไม่โฆษณาเกินจริง
แต่ถ้าขายจำนวนมากหรือทำเป็นธุรกิจ → ยังเสี่ยงผิดกฎหมาย

ถูกกว่ามาม่าหนึ่งซอง! ชาวนาโอด ข้าวราคาตกต่ำ ข้าวเปลือกเจ้า ขายได้เพียงกิโลละ 5.40 บาท ไม่คุ้มลงทุน วอนรัฐบาลช่วยเหลือด่...
12/11/2025

ถูกกว่ามาม่าหนึ่งซอง! ชาวนาโอด ข้าวราคาตกต่ำ ข้าวเปลือกเจ้า ขายได้เพียงกิโลละ 5.40 บาท ไม่คุ้มลงทุน วอนรัฐบาลช่วยเหลือด่วน

โคราช: วันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 ช่วงเวลานี้ หลายพื้นที่ในจังหวัดนครราชสีมา กำลังเข้าสู่ช่วงฤดูเก็บเกี่ยวข้าวนาปีที่ปลูกเอาไว้ อย่างเช่น นาข้าวของ นายสุทัศน์ กลมเกลียว อายุ 57 ปี ชาวนาอำเภอสีคิ้ว จ.นครราชสีมา ซึ่งปลูกข้าวหอมมะลิ ทั้งหมดจำนวน 40 ไร่ ใช้เงินลงทุนไปกว่า 60,000 บาท ขณะนี้ต้นข้าวกำลังออกรวง และใกล้เก็บเกี่ยวในอีกไม่กี่สัปดาห์ แต่สิ่งที่เป็นกังวลก็คือ ราคาข้าวเปลือกในตลาดปัจจุบันนี้ ราคาตกต่ำเหลือเพียงกิโลกรัมละ 5.40 บาท ถ้าเก็บเกี่ยวข้าวไปขายก็ไม่คุ้มทุน จึงได้แต่หวังว่า ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวทางรัฐบาลจะมีการประกันราคาข้าวเปลือกเพิ่มขึ้น

นายสุทัศน์ เกษตรกรชาวนา เปิดเผยว่า ตอนนี้ราคาข้าวเปลือกตกต่ำมาก ราคารับซื้อข้าวเปลือกเจ้าเพียงกิโลกรัมละ 5.40 บาทเท่านั้น ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป จะทำให้ชาวนาขาดทุน เนื่องจากต้นทุนที่ลงทุนทำนาสูง ทั้งค่าเช่าที่ทำนา ค่าปุ๋ย ค่ายา และค่าแรง อยากให้รัฐบาลช่วยพยุงราคาข้าวเปลือกเอาไว้ที่ ราคากิโลกรัมละ 10 บาท เพื่อเป็นการช่วยเหลือชาวนาที่เดือดร้อน

⁉️"ด่างทับทิม" ทำมาจากอะไรประโยชน์และที่มาของ "ด่างทับทิม"💜 #ด่างทับทิมเป็นสารเคมีที่มีประโยชน์หลายด้านมาก ๆ เลยด่างทับท...
10/11/2025

⁉️"ด่างทับทิม" ทำมาจากอะไรประโยชน์และที่มาของ "ด่างทับทิม"
💜
#ด่างทับทิม
เป็นสารเคมีที่มีประโยชน์หลายด้านมาก ๆ เลย
ด่างทับทิมคือชื่อสามัญของสารเคมีที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า โพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต (Potassium Permanganate) มีสูตรทางเคมีคือ KMnO4

ประกอบด้วยธาตุโพแทสเซียม (K), แมงกานีส (Mn), และออกซิเจน (O)

เป็นผลึกหรือเกล็ดสีม่วงเข้มเกือบดำ ไม่มีกลิ่น สามารถละลายน้ำได้ดี ให้สารละลายสีม่วงหรือสีชมพูอมม่วง (ขึ้นอยู่กับความเข้มข้น)

เป็นสารอนินทรีย์ ที่มีฤทธิ์เป็นด่างอ่อน ๆ และเป็นสารออกซิเดชัน ที่ทรงพลัง ซึ่งคุณสมบัติการเป็นสารออกซิเดชันที่แรงนี้เองที่ทำให้มีประโยชน์ในการฆ่าเชื้อและทำลายสารอินทรีย์ต่าง ๆ

🧪 ที่มาของด่างทับทิม
การค้นพบครั้งแรกสุดเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1659 โดยนักเคมีชาวเยอรมัน-ดัตช์ ชื่อ Johann Rudolf Glauber
ในศตวรรษที่ 19 มีการนำมาใช้ทางการแพทย์อย่างแพร่หลาย
ชื่อเรียกหนึ่งของด่างทับทิมในต่างประเทศคือ "Condy's Crystals" ซึ่งตั้งตามชื่อของ Henry Bollmann Condy นักเคมีชาวอังกฤษที่ค้นพบวิธีผลิตโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตได้อีกวิธีหนึ่งในช่วงปี ค.ศ. 1800
ด่างทับทิมในเชิงพาณิชย์มักผลิตโดยการนำแร่ธาตุ เช่น แมงกานีสไดออกไซด์ มาทำปฏิกิริยากับสารเคมีอื่น ๆ เช่น โพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ และสารออกซิไดซ์ เช่น โพแทสเซียมคลอเรต ผ่านกระบวนการทางเคมีที่ซับซ้อน

💡 ประโยชน์ของด่างทับทิม
ด้วยคุณสมบัติการเป็นสารออกซิเดชันและฆ่าเชื้อโรค ด่างทับทิมจึงถูกนำมาใช้ประโยชน์ในหลายด้าน ดังนี้
🏥 ด้านการแพทย์และสุขอนามัย
ฆ่าเชื้อโรค,รักษาโรคผิวหนัง ใช้ในรูปของสารละลายเจือจางเพื่อรักษาโรคผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อรา เช่น น้ำกัดเท้า (ฮ่องกงฟุต), กลาก, หรือใช้ทำความสะอาดแผลเปื่อย แผลพุพอง

ใช้ล้างแผลติดเชื้อหรือแผลที่มีสารคัดหลั่งมาก (ต้องใช้ในความเข้มข้นที่เจือจางมาก)

ใช้ในการล้างท้องผู้ป่วยที่ได้รับสารพิษบางชนิด (ต้องทำโดยบุคลากรทางการแพทย์)

🧺 ด้านครัวเรือนและสิ่งแวดล้อม
ใช้ละลายน้ำเจือจางเพื่อแช่ล้างผักผลไม้เพื่อช่วยลดสารพิษและฆ่าเชื้อโรคที่ตกค้าง (เช่น ไข่พยาธิ)

ทำความสะอาดตู้ปลา,บ่อปลาใช้ฆ่าเชื้อโรค กำจัดปรสิต และเชื้อราในน้ำสำหรับเลี้ยงปลา

ใช้ในการบำบัดน้ำเพื่อกำจัดธาตุเหล็ก แมงกานีส และกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ในน้ำ

ใช้ในการควบคุมและกำจัดกลิ่นเหม็น

🧑‍🔬 ด้านอุตสาหกรรม
ใช้เป็นสารฟอกขาวในอุตสาหกรรมต่าง ๆ

ใช้เป็นสารออกซิเดชันที่สำคัญในกระบวนการผลิตสารเคมีต่าง ๆ

The Earth

⁉️"ด่างทับทิม" ทำมาจากอะไรประโยชน์และที่มาของ "ด่างทับทิม"
💜
#ด่างทับทิม
เป็นสารเคมีที่มีประโยชน์หลายด้านมาก ๆ เลย
​​ด่างทับทิมคือชื่อสามัญของสารเคมีที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า โพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต (Potassium Permanganate) มีสูตรทางเคมีคือ KMnO4

​ประกอบด้วยธาตุโพแทสเซียม (K), แมงกานีส (Mn), และออกซิเจน (O)

เป็นผลึกหรือเกล็ดสีม่วงเข้มเกือบดำ ไม่มีกลิ่น สามารถละลายน้ำได้ดี ให้สารละลายสีม่วงหรือสีชมพูอมม่วง (ขึ้นอยู่กับความเข้มข้น)

เป็นสารอนินทรีย์ ที่มีฤทธิ์เป็นด่างอ่อน ๆ และเป็นสารออกซิเดชัน ที่ทรงพลัง ซึ่งคุณสมบัติการเป็นสารออกซิเดชันที่แรงนี้เองที่ทำให้มีประโยชน์ในการฆ่าเชื้อและทำลายสารอินทรีย์ต่าง ๆ

​🧪 ที่มาของด่างทับทิม
​การค้นพบครั้งแรกสุดเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1659 โดยนักเคมีชาวเยอรมัน-ดัตช์ ชื่อ Johann Rudolf Glauber
​ในศตวรรษที่ 19 มีการนำมาใช้ทางการแพทย์อย่างแพร่หลาย
​ชื่อเรียกหนึ่งของด่างทับทิมในต่างประเทศคือ "Condy's Crystals" ซึ่งตั้งตามชื่อของ Henry Bollmann Condy นักเคมีชาวอังกฤษที่ค้นพบวิธีผลิตโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตได้อีกวิธีหนึ่งในช่วงปี ค.ศ. 1800
​ด่างทับทิมในเชิงพาณิชย์มักผลิตโดยการนำแร่ธาตุ เช่น แมงกานีสไดออกไซด์ มาทำปฏิกิริยากับสารเคมีอื่น ๆ เช่น โพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ และสารออกซิไดซ์ เช่น โพแทสเซียมคลอเรต ผ่านกระบวนการทางเคมีที่ซับซ้อน

​💡 ประโยชน์ของด่างทับทิม
​ด้วยคุณสมบัติการเป็นสารออกซิเดชันและฆ่าเชื้อโรค ด่างทับทิมจึงถูกนำมาใช้ประโยชน์ในหลายด้าน ดังนี้
​🏥 ด้านการแพทย์และสุขอนามัย
​ฆ่าเชื้อโรค,รักษาโรคผิวหนัง ใช้ในรูปของสารละลายเจือจางเพื่อรักษาโรคผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อรา เช่น น้ำกัดเท้า (ฮ่องกงฟุต), กลาก, หรือใช้ทำความสะอาดแผลเปื่อย แผลพุพอง

​ใช้ล้างแผลติดเชื้อหรือแผลที่มีสารคัดหลั่งมาก (ต้องใช้ในความเข้มข้นที่เจือจางมาก)

​ใช้ในการล้างท้องผู้ป่วยที่ได้รับสารพิษบางชนิด (ต้องทำโดยบุคลากรทางการแพทย์)

​🧺 ด้านครัวเรือนและสิ่งแวดล้อม
​ใช้ละลายน้ำเจือจางเพื่อแช่ล้างผักผลไม้เพื่อช่วยลดสารพิษและฆ่าเชื้อโรคที่ตกค้าง (เช่น ไข่พยาธิ)

​ทำความสะอาดตู้ปลา,บ่อปลาใช้ฆ่าเชื้อโรค กำจัดปรสิต และเชื้อราในน้ำสำหรับเลี้ยงปลา

ใช้ในการบำบัดน้ำเพื่อกำจัดธาตุเหล็ก แมงกานีส และกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ในน้ำ

​ใช้ในการควบคุมและกำจัดกลิ่นเหม็น

​🧑‍🔬 ด้านอุตสาหกรรม
​ใช้เป็นสารฟอกขาวในอุตสาหกรรมต่าง ๆ

ใช้เป็นสารออกซิเดชันที่สำคัญในกระบวนการผลิตสารเคมีต่าง ๆ

The Earth

25/10/2025
08/09/2025
"มะกล่ำตาหนู" เมล็ดมีพิษอันตราย🫘⚠️ #มะกล่ำตาหนู หรือ มะกล่ำเครือ เป็นพืชตระกูลถั่วชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Abrus p...
23/08/2025

"มะกล่ำตาหนู" เมล็ดมีพิษอันตราย
🫘⚠️
#มะกล่ำตาหนู
หรือ มะกล่ำเครือ เป็นพืชตระกูลถั่วชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Abrus precatorius เป็นพืชที่พบได้ทั่วไปในประเทศไทยและประเทศแถบเขตร้อน

🫘เป็นไม้เถาเลื้อยขนาดเล็ก มักเลื้อยพันต้นไม้อื่น
🫘ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ออกสลับกัน มีใบย่อยประมาณ 10-20 คู่
🫘ดอก ออกเป็นช่อสีชมพูอ่อนถึงขาวอมม่วง
🫘ฝัก มีลักษณะแบนและสั้น เมื่อแก่จะแตกออก
🫘เมล็ดเป็นส่วนที่โดดเด่นที่สุด มีลักษณะกลมรี สีแดงสดใส และมีจุดสีดำอยู่ที่ปลายด้านหนึ่ง ทำให้ดูคล้ายดวงตาของหนู จึงเป็นที่มาของชื่อ "มะกล่ำตาหนู"

เมล็ดมะกล่ำตาหนูมีสารพิษร้ายแรงที่เรียกว่า อะบริน (abrin) ซึ่งเป็นสารพิษประเภทโปรตีนที่อันตรายกว่าไรซิน (ricin) ถึง 75 เท่า หากรับประทานเข้าไป สารพิษนี้จะไปยับยั้งการสร้างโปรตีนในเซลล์ ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องอย่างรุนแรง และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

อย่างไรก็ตาม สารพิษอะบรินจะถูกทำลายด้วยความร้อน การปรุงอาหารด้วยความร้อนสูงจึงสามารถทำลายพิษได้ทั้งหมด

แม้จะมีพิษร้ายแรง แต่ส่วนต่าง ๆ ของมะกล่ำตาหนูก็ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในหลายด้าน

ทั้งใบ ราก และเถาของมะกล่ำตาหนู ถูกใช้เป็นยาสมุนไพรในบางตำรับเพื่อรักษาอาการไอ ขับเสมหะ และแก้อาการอักเสบ

เมล็ดที่มีสีสันสวยงามและทนทาน มักถูกนำมาใช้ทำเครื่องประดับ เช่น สร้อยคอ สร้อยข้อมือ หรือของตกแต่งอื่น ๆ
ด้วยความสวยงามและพิษร้ายแรงที่ซ่อนอยู่ มะกล่ำตาหนูจึงเป็นพืชที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็กเล็กที่อาจเผลอนำเมล็ดเข้าปาก

The Earth

"มะกล่ำตาหนู" เมล็ดมีพิษอันตราย
🫘⚠️
#มะกล่ำตาหนู
หรือ มะกล่ำเครือ เป็นพืชตระกูลถั่วชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Abrus precatorius เป็นพืชที่พบได้ทั่วไปในประเทศไทยและประเทศแถบเขตร้อน

🫘​เป็นไม้เถาเลื้อยขนาดเล็ก มักเลื้อยพันต้นไม้อื่น
🫘​ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ออกสลับกัน มีใบย่อยประมาณ 10-20 คู่
🫘​ดอก ออกเป็นช่อสีชมพูอ่อนถึงขาวอมม่วง
🫘​ฝัก มีลักษณะแบนและสั้น เมื่อแก่จะแตกออก
🫘​เมล็ดเป็นส่วนที่โดดเด่นที่สุด มีลักษณะกลมรี สีแดงสดใส และมีจุดสีดำอยู่ที่ปลายด้านหนึ่ง ทำให้ดูคล้ายดวงตาของหนู จึงเป็นที่มาของชื่อ "มะกล่ำตาหนู"

​เมล็ดมะกล่ำตาหนูมีสารพิษร้ายแรงที่เรียกว่า อะบริน (abrin) ซึ่งเป็นสารพิษประเภทโปรตีนที่อันตรายกว่าไรซิน (ricin) ถึง 75 เท่า หากรับประทานเข้าไป สารพิษนี้จะไปยับยั้งการสร้างโปรตีนในเซลล์ ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องอย่างรุนแรง และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

​อย่างไรก็ตาม สารพิษอะบรินจะถูกทำลายด้วยความร้อน การปรุงอาหารด้วยความร้อนสูงจึงสามารถทำลายพิษได้ทั้งหมด

​​แม้จะมีพิษร้ายแรง แต่ส่วนต่าง ๆ ของมะกล่ำตาหนูก็ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในหลายด้าน

​ทั้งใบ ราก และเถาของมะกล่ำตาหนู ถูกใช้เป็นยาสมุนไพรในบางตำรับเพื่อรักษาอาการไอ ขับเสมหะ และแก้อาการอักเสบ

เมล็ดที่มีสีสันสวยงามและทนทาน มักถูกนำมาใช้ทำเครื่องประดับ เช่น สร้อยคอ สร้อยข้อมือ หรือของตกแต่งอื่น ๆ
​ด้วยความสวยงามและพิษร้ายแรงที่ซ่อนอยู่ มะกล่ำตาหนูจึงเป็นพืชที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็กเล็กที่อาจเผลอนำเมล็ดเข้าปาก

The Earth

 #ปลากริม ที่ไม่ใช่ขนมปลากริมไข่เต่าเรื่องโดย ชวลิต วิทยานนท์เมื่อพูดถึงปลากริม สิ่งที่คนทั่วไปนึกถึงเป็นอันดับแรกน่าจะเ...
15/08/2025

#ปลากริม ที่ไม่ใช่ขนมปลากริมไข่เต่า
เรื่องโดย ชวลิต วิทยานนท์
เมื่อพูดถึงปลากริม สิ่งที่คนทั่วไปนึกถึงเป็นอันดับแรกน่าจะเป็น “ขนมปลากริมไข่เต่า” มากกว่าจะเป็น “ปลากริม” ที่เป็นปลาจริง ๆ หลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปลากริมตัวจริงมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร บางคนอาจจะพอเดาได้ว่าเป็นเส้น ๆ เรียว ๆ แบบแป้งในขนม ซึ่งก็คล้ายปลากริมที่ปนมากับปลาอื่นและกุ้งฝอยเวลาจับได้ตามหนองบึง ท้องนา จริง ๆ นั่นแหละ คือมีส่วนหัวและหางเรียว ๆ ตัวเล็กพอ ๆ กับแป้งในขนม เป็นปลาที่ถูกหม่ำรวมไปกับปลาเล็กที่ถูกจับได้ แต่บางชนิดนิยมเอามาเลี้ยงในตู้ปลาสวยงาม
ปลากริมอยู่ในวงศ์ Osphronemidae ร่วมกับญาติ คือ ปลากัด ปลากระดี่ ปลาสลิด และปลาแรด เป็นปลาน้ำจืดแท้ ขนาดเล็กประมาณ 5-7 เซนติเมตร รูปร่างลำตัวแบนข้าง หัวเล็ก ปากเล็ก เกล็ดใหญ่ ครีบท้องเล็ก มักเป็นรยางค์ยาว ลำตัวมีสีสันหรือลวดลายต่าง ๆ กันแล้วแต่ชนิด ตัวผู้มักมีสีสันที่เข้มสดใสกว่าตัวเมีย ตัวผู้เป็นคนวางไข่และดูแล โดยทำรังหรืออมฟักไข่ในปาก มีอวัยวะช่วยหายใจอยู่เหนือเหงือก อาศัยในหนองบึง ทางอีสานเรียกว่า ปลาหมัด มีการก่อหวอดคล้ายปลากัด แต่มักก่อหวอดใต้ใบไม้ และเอาเศษพืชชิ้นเล็ก ๆ มาประกอบด้วย
ℹ️ อ่านต่อ
https://www.nstda.or.th/sci2pub/osphronemidae/

ที่อยู่

11 หมู่ 9 ต. โคกม้า
Prakhon Chai
31140

เวลาทำการ

จันทร์ 06:30 - 21:30
อังคาร 06:30 - 21:30
พุธ 06:30 - 21:30
พฤหัสบดี 06:30 - 21:30
ศุกร์ 06:30 - 21:30
เสาร์ 06:30 - 21:30

เบอร์โทรศัพท์

+66943962554

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เกษตรไทยพัฒนาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์