ทนายคดีครอบครัว ฟ้องหย่า สามีต่างชาติ มรดก เรียกค่าเลี้ยงดู ภูเก็ต

ทนายคดีครอบครัว ฟ้องหย่า สามีต่างชาติ มรดก เรียกค่าเลี้ยงดู ภูเก็ต ปรึกษาคดีความ ฟ้องหย่า

 #มาตรา575    #จ้างแรงงาน.    of Services.                #ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์.  The Civil and Commercial Code.  ...
12/03/2026

#มาตรา575 #จ้างแรงงาน. of Services.
#ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์. The Civil and Commercial Code.
Section 575.- A hire of services is a contract whereby a person, called the employee, agrees to render services to another person, called the employee, who agrees to pay a remuneration for the duration of the services.
มาตรา 575 #อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลหนึ่งเรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้างและนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้
#ลักษณะจ้างแรงงาน
#จ้างแรงงานหมายความว่า สัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานนั้น มาตรา 575
อ้างอิ่งจาก:ขุนสมาหารหิตะคดี(โป๊ ปีคุปต์), พจนานุกรมกฎหมาย, พิมพ์ครั้งแรก , สำนักพิมพ์วิญญูชน, 2549
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1110/2527 #การจ้างแรงงานคือสัญญาซึ่งลูกจ้างตกลงจะทำงานให้แก่นายจ้าง #และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้หน้าที่สำคัญ #ของลูกจ้างตามสัญญาจ้างแรงงานคือต้องทำงานให้แก่นายจ้าง #การลงเวลามาทำงานไม่ใช่สาระสำคัญของการ #จ้างแรงงาน #เพราะเป็นเพียงพยานหลักฐานเบื้องต้นที่แสดงว่าลูกจ้างจะเข้าทำงาน #ให้แก่นายจ้างในวันนั้นเท่านั้น การที่โจทก์มาเซ็นชื่อในสมุดลงเวลา มาทำงานของจำเลยแล้วกลับไปโดยมิได้ปฏิบัติงานใดๆให้แก่นายจ้าง จึงถือว่า โจทก์ขาดงานในวันนั้นโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เมื่อโจทก์ ขาดงานก่อนหน้าวันดังกล่าวมาแล้วสองวันโดยมิได้ลาตามระเบียบ และไม่ปรากฏเหตุจำเป็น ซึ่งถือว่าเป็นการละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา สองวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควรมาแล้วจึงเป็น การละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร กรณีต้องด้วยประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(4)จำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2922/2523 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ #มาตรา575เห็นได้ว่าสัญญาจ้างแรงงานจะเกิดขึ้นต่อเมื่อคู่กรณีได้ตกลงกัน #การที่จำเลยเป็นผู้จ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์และโจทก์ทำงานให้จำเลย จะนับว่าจำเลยเป็นนายจ้างของโจทก์ยังไม่ได้ บริษัท ฟ. เป็นผู้ตกลงรับโจทก์เข้าทำงาน สัญญาจ้างแรงงานจึงเกิดขึ้นระหว่างบริษัท ฟ.กับโจทก์ แม้บริษัท ฟ. มอบหมายให้โจทก์ไปทำงานในต่างประเทศรวมทั้งประเทศไทยกับจำเลยซึ่งเป็นสาขาประเทศไทยสัญญาจ้างแรงงานระหว่างโจทก์กับบริษัท ฟ. ก็ยังคงมีอยู่ตลอดมา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2490/2519 ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 103 เป็นกฎหมายพิเศษได้แสดงเจตนารมณ์ไว้ในเบื้องต้นว่า เพื่อให้การใช้แรงงานเป็นไปโดยเหมาะสมและแก้ไขข้อขัดแย้งระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างให้เป็นไปโดยวิธีปรองดองและเป็นธรรมข้อ 4(4) ให้มีคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์เพื่อทำหน้าที่ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานและวินิจฉัยชี้ขาดการกระทำซึ่งกระทรวงมหาดไทยจะได้กำหนดว่าเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม และตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการแรงงานสัมพันธ์ฯ " #ข้อพิพาทแรงงาน" หมายความว่า #ข้อขัดแย้งระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างเกี่ยวกับสภาพการจ้าง " #สภาพการจ้าง" หมายความว่า #เงื่อนไขการจ้างหรือการทำงานกำหนดวันและเวลาทำงาน ค่าจ้าง สวัสดิการ การเลิกจ้าง หรือประโยชน์อื่นของนายจ้างหรือลูกจ้างอันเกี่ยวกับการจ้างหรือการทำงาน ดังนั้น เมื่อลูกจ้างขอขึ้นเงินเดือนร้อยละ 10 โจทก์ซึ่งเป็นนายจ้างขอขึ้นให้ร้อยละ 7 จึงมีข้อพิพาทแรงงานเกิดขึ้นซึ่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ย่อมมีอำนาจชี้ขาดได้
แม้ตามสัญญาจ้างแรงงานระหว่างโจทก์กับลูกจ้างมิได้มีข้อสัญญาไว้ว่าโจทก์จะต้องขึ้นเงินเดือนให้แก่ลูกจ้างทุกระยะเท่าใดและอัตราเท่าใด ก็มิได้หมายความว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงค่าจ้างไม่ได้ ทั้งตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการแรงงานสัมพันธ์ฯข้อ 4 มีความว่า เมื่อนายจ้างลูกจ้างประสงค์จะให้แก้ไขเพิ่มเติมสภาพการจ้างก็ให้แจ้งแก่อีกฝ่ายหนึ่ง แสดงว่าสภาพการจ้างย่อมเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งการที่โจทก์เสนอขอขึ้นค่าจ้างให้ร้อยละ 7 ก็แสดงว่าโจทก์พร้อมที่จะเปลี่ยนสภาพการจ้างเหมือนกัน การที่จำเลยซึ่งเป็นคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ชี้ขาดและสั่งให้โจทก์ขึ้นเงินเดือนลูกจ้างเพิ่มขึ้นจากที่โจทก์เสนออีกร้อยละ 1 เป็นร้อยละ 8 จึงหาเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายไม่
การจัดหาบ้านพักให้ลูกจ้าง หรือจ่ายเงินค่าเช่าบ้านให้ลูกจ้าง ถือได้ว่าเป็นสวัสดิการหรือประโยชน์อื่นของลูกจ้างอยู่ในความหมายของ " #สภาพการจ้าง" #เมื่อมีข้อพิพาทเกิดขึ้นย่อมถือว่าเป็นข้อพิพาทแรงงาน ซึ่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีอำนาจชี้ขาดได้ การที่จำเลยซึ่งเป็นคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ได้นำสัญญาเช่าโรงกลั่นน้ำมันระหว่างโจทก์กับกระทรวงกลาโหม และการจ่ายค่าเช่าบ้านของบริษัทกลั่นน้ำมันแห่งอื่นมาพิจารณาด้วย ก็เพื่อประกอบดุลพินิจในการชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานเท่านั้น ไม่มีเหตุที่จะกล่าวได้ว่า คำชี้ขาดของจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1525/2527 ค่าทำงานในวันหยุดและค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีแม้จะไม่ใช่ค่าจ้างตามความหมายของคำว่า ' #ค่าจ้าง' ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย #เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2เพราะไม่ใช่เป็นเงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเป็นการตอบแทนการทำงานปกติของวันทำงาน หรือจ่ายให้ในวันหยุดซึ่ง ลูกจ้างไม่ได้ทำงาน #แต่ก็เป็นเงินที่นายจ้างจ่ายตอบแทน #การทำงานนอกเวลาปกติ และ #ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีเป็นเงินที่นายจ้างจ่ายตอบแทน แก่ลูกจ้าง กรณีที่ลูกจ้าง มิได้หยุดพักผ่อนประจำปีตามสิทธิ เงินทั้งสองประเภทนี้ นายจ้างผูกพันต้องจ่ายแก่ลูกจ้างตามสัญญาจ้างแรงงาน ถือว่าเป็นสินจ้าง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575 อายุความแห่ง สิทธิเรียกร้อง เอาสินจ้างหรือเงินจ้างดังกล่าว จึงอยู่ภายใต้บังคับ ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(9) ซึ่งมีกำหนด 2 ปี หาใช่มีอายุความ 10 ปี ตามมาตรา 164 ไม่ การที่จำเลยผิดนัดไม่จ่ายเงินดังกล่าวให้โจทก์นั้นเป็น เพราะจำเลยเห็นว่าตนไม่มีหน้าที่ต้องจ่าย ถือไม่ได้ ว่าจำเลยจงใจผิดนัดในการจ่ายเงินให้แก่โจทก์โดยปราศจาก เหตุอันสมควร จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายเงิน เพิ่มร้อยละสิบห้า ของเงินที่ค้างชำระทุกระยะเจ็ดวันให้แก่โจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3834/2524 จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 มีหน้าที่ขับรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุรับจ้างบรรทุกหิน ดิน ทรายอันเป็นการทำงานให้แก่จำเลยที่ 2 ผู้เป็นนายจ้าง ภายใต้บังคับบัญชาของนายจ้าง ถึงแม้จำเลยที่ 2 จะจ่ายสินจ้างให้จำเลยที่ 1 เป็นรายเที่ยวก็เป็นแต่เพียงวิธีการคำนวณสินจ้างและกำหนดจ่ายสินจ้างเมื่องานได้ทำแล้วเสร็จหาทำให้อำนาจบังคับบัญชาของจำเลยที่ 2 #เปลี่ยนแปลงไปไม่ความสัมพันธ์ระหว่างจำเลยทั้งสองจึงต้องด้วยลักษณะจ้างแรงงาน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575 การที่จำเลยที่ 1ขับรถยนต์ของจำเลยที่ 2 เพื่อจะนำไปเก็บ #ก็เป็นการปฏิบัติงานของนายจ้างตามที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จลุล่วงไปย่อมเป็นการกระทำในทางการที่จ้าง
ติดต่อสอบถาม #ปรึกษาปัญหากฎหมายฟรี #ปรึกษากฎหมายฟรี #ปรึกษาฟรี #ฟรี #ปรึกษา #ปัญหากฎหมาย #ทนาย #ทนายความ #ทนายให้คำปรึกษา #ทนายเสือ 0869470356 , 0828807743 หรือต้องการ #ปรึกษาปัญหากฎหมาย #กฎหมาย #ตรวจสอบเอกสาร ได้ที่ #สำนักงาน #สำนักงานกฎหมาย #สำนักงานกฎหมายเจ้าฟ้านิติธรรม #ทนายศาลทหาร #รับว่าความทั่วราชอาณาจักร
นัดหมายเวลาล่วงหน้าก่อนเข้ามาที่สำนักงานได้ ตั้งแต่เวลา 08.00-18.30น. ได้ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ
-จัดทำเอกสาร ทำสัญญา ซื้อขาย เช่าทรัพย์ เช่าซื้อ ทำหนังสือทวงถาม
-ฟ้องร้องต่อสู้คดีแพ่ง คดีอาญา
-ร้องขอจัดการมรดก พินัยกรรม
-ร้องขอรับรองบุตร อำนาจปกครองบุตร ฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร ฟ้องหย่าแบ่งสินสมรส เรียกค่าเสียหายจากชู้
-ฟ้องร้องต่อสู้คดีข้อพิพาทสัญญาทางปกครองเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ออกกฎ คำสั่ง หรือการกระทำอื่นโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมาย
-จัดทำเอกสารว่าความต่อสู้คดีในศาลทหาร
#ทนายเสือ 0869470356

 #เช่าทรัพย์สิน สัญญาซึ่งบุคคลหนึ่ง  เรียกว่าผู้ให้เช่า  ตกลงให้บุคคลอีกบุคคลหนึ่งเรียกว่าผู้เช่า  ได้ใช้หรือได้รับประโย...
06/03/2026

#เช่าทรัพย์สิน สัญญาซึ่งบุคคลหนึ่ง เรียกว่าผู้ให้เช่า ตกลงให้บุคคลอีกบุคคลหนึ่งเรียกว่าผู้เช่า ได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ ในทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งชั่วระยะเวลาอันมีจำกัด และผู้เช่าตกลงจะให้ค่าเช่าเพื่อการนั้น มาตรา 537
#เช่าอสังหาริมทรัพย์ ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือถ้ามีกำหนดเกิด 3 ปีขึ้นไป หรือกำหนดตลอดอายุของผู้เช่าหรือผู้ให้เช่า ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ ถ้าไม่ทำเช่นนี้ใช้ได้เพียง 3 ปี มาตรา 538
เช่าอสังหาริมทรัพย์เกิน 3 ปี ไม่ได้ มาตรา 540
ถ้ามีได้ตกลงกันเป็นอย่างอื่น ผู้เช่าจะให้เช่าช่วงต่อไปไม่ได้ มาตรา 544
สัญญาเช่าหมดเขตเมื่อสิ้นกำหนดเวลาที่ตกลงกัน มาตรา 564
เช่าถือสวน ให้สันนิฐานไว้ก่อนว่าเช่ากัน 1 ปี ถ้าเช่านาให้สันนิฐานไว้ก่อนว่าเช่ากันตลอดฤดูทำนาปีหนึ่ง มาตรา 565
ถ้าไม่มีกำหนดเวลา ฝ่ายใดจะบอกเลิกเมื่อสุดระยะเวลาชำระค่าเช่าได้ทุกระยะ แต่ต้องบอกล่วงหน้าก่อนระยะหนึ่งแต่ต้องไม่เกิน 2 เดือน มาตรา 566
เมื่อพ้นกำหนดตกลงเช่ากันแล้ว คงอยู่เช่ากันต่อไป ให้ถือว่าเช่ากันไม่มีกำหนดเวลา มาตรา 570
อ้างอิ่งจากพจนานุกรมกฎหมาย,ขุนสมาหารหิตะคดี.

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 537 อันว่าเช่าทรัพย์สินนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่า ผู้ให้เช่า ตกลงให้บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่า ผู้เช่า ได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งชั่วระยะเวลาอันมีจำกัด และผู้เช่าตกลงจะให้ค่าเช่าเพื่อการนั้น
มาตรา ๕๓๘ เช่าอสังหาริมทรัพย์นั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ ถ้าเช่ามีกำหนดกว่าสามปีขึ้นไป หรือกำหนดตลอดอายุของผู้เช่าหรือผู้ให้เช่าไซร้ หากมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ท่านว่าการเช่านั้นจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้แต่เพียงสามปี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 831/2512 #การเช่ากระบือไปทำนา ถ้ามิได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นผู้เช่าจะส่งกระบือคืนแก่ผู้ให้เช่าก็ต่อเมื่อได้เก็บเกี่ยวข้าวตลอดจนนำข้าวขึ้นยุ้งเรียบร้อยแล้วซึ่งถือว่าเสร็จฤดูทำนา ก่อนถึงกำหนดส่งกระบือคืนคนร้ายได้ปล้นเอากระบือไป สุดวิสัยของผู้เช่าจะปัดป้องขัดขวางได้ถือว่าความสูญหายของกระบือที่เช่าไม่ใช่ความผิดของผู้เช่าจำเลยผู้เช่าจึงไม่ต้องรับผิดคืนหรือใช้ราคากระบือที่เช่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา562

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 565/2497 #สัญญาเช่าเรือมีความว่า 'ข้อรับผิดชอบในความเสียหายอันจะเกิดจากวัตถุแห่งการเช่าคือตัวเรือ และเครื่องยนต์ตลอดจนอุปกรณ์ ผู้เช่าจะต้องรับผิดต่อผู้ให้เช่า (เว้นแต่จะสึกหรอโดยปกติของการใช้)' มิได้มีความประสงค์จะให้ผู้เช่ารับผิดนอกเหนือไปจาก ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 562 แต่อย่างไรไม่
จำเลยเช่าเรือของโจทก์ไปบรรทุกสิ่งของและลากจูงเรือลำเลียงเรือของโจทก์จมเนื่องจากคลื่นลมจัด ผิดปกติ อันเป็นเหตุสุดวิสัยดังนี้ จำเลยก็ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 558/2510 สัญญาเช่าได้กำหนดระยะเวลาสิ้นสุดแห่งสัญญาไว้แล้ว หาจำต้องบอกเลิกสัญญาอีกไม่ จำเลยที่ 1 #เช่านาโจทก์ทำปีเดียว เมื่อครบกำหนดแล้ว ไม่ส่งคืนนาให้โจทก์ และไม่ออกไปจากนาพิพาทโจทก์ก็มีสิทธิฟ้องขับไล่เรียกค่าเช่าที่ไม่ชำระและค่าเสียหายเพราะเหตุที่จำเลยทั้งสองขัดขวางและขืนทำนาของโจทก์ต่อไปโดยละเมิดได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 416/2550 จำเลยที่ 1 #ครอบครองเครื่องจักรยกของหนักบนอาคารสูงหรือ #ปั้นจั่นหอสูงอันเป็นทรัพย์พิพาทโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาเช่า เมื่อจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าและโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่าแล้ว จำเลยที่ 1 มีหน้าที่จะต้องส่งคืนทรัพย์พิพาทแก่โจทก์ หากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ในสัญญาเช่า จำเลยที่ 1 จะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ตลอดเวลาที่ครอบครองทรัพย์พิพาทตามข้อตกลงในสัญญา แม้ว่าจำเลยที่ 1 ไม่ส่งมอบคืนทรัพย์พิพาทให้แก่โจทก์ตามข้อตกลงก็ตาม พฤติการณ์ของจำเลยที่ 1 ก็ยังฟังไม่ได้ว่าเป็นการเบียดบังที่จะเอาทรัพย์เป็นของตนโดยทุจริต กรณีเป็นเรื่องผิดสัญญาในทางแพ่งไม่มีมูลความผิดอาญาฐานยักยอกทรัพย์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6834/2560 #เมื่อพิจารณาถึงสัญญาเช่าแล้วมีข้อกำหนดเกี่ยวกับทรัพย์สินที่เช่าเรื่องการส่งมอบ ความชำรุดบกพร่อง การสูญหาย หรือความเสียหายของทรัพย์สินที่เช่า การผิดนัด การสิ้นสุดสัญญาเช่า เงื่อนไขดังกล่าวล้วนเป็นสาระสำคัญของสัญญาเช่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 537 ถึงมาตรา 571 ข้อกำหนดในสัญญาดังกล่าวไม่มีข้อความใดที่แสดงว่าคู่สัญญาได้ตกลงเช่าซื้อทรัพย์สินที่เช่า และให้ถือเอาค่าเช่าที่ชำระเป็นส่วนหนึ่งของทรัพย์สินที่เช่า สัญญาพิพาทจึงเป็นสัญญาเช่าทรัพย์แบบหนึ่งไม่ใช่สัญญาเช่าแบบลิสซิ่งตามที่จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ฎีกา

#เช่าซื้อ
มาตรา 572 #อันว่าเช่าซื้อนั้น คือสัญญาซึ่งเจ้าของเอาทรัพย์สินออกให้เช่า และให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้นหรือว่าจะให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่า โดยเงื่อนไขที่ผู้เช่าได้ใช้เงินเป็นจำนวนเท่านั้นเท่านี้คราว

สัญญาเช่าซื้อนั้นถ้าไม่ทำเป็นหนังสือ ท่านว่าเป็นโมฆะ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1698/2544 #ราคาค่าเช่าซื้อรถแทรกเตอร์ตามสัญญาเช่าซื้อได้รวมค่าเช่ากับราคารถแทรกเตอร์ที่เช่าซื้อเข้าไว้ด้วยกัน การกำหนดราคาค่าเช่าซื้อดังกล่าวไม่มีกฎหมายห้ามไว้และไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี ของประชาชน แม้ราคาค่าเช่าซื้อรถแทรกเตอร์ดังกล่าวโจทก์จะกำหนดโดยวิธีหักเงินชำระล่วงหน้าออกไปก่อน แล้วนำส่วนที่เหลือไปคิดดอกเบี้ย คำนวณเป็นดอกเบี้ยเท่าใด บวกเข้ากับเงินที่ค้างชำระ จากนั้นจึงกำหนดเป็นค่างวด ซึ่งเป็นวิธีการกำหนดราคาค่าเช่าซื้อรถแทรกเตอร์ของโจทก์โดยชอบ มิใช่เป็นเรื่องที่โจทก์คิดดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ และไม่เป็นการขัดต่อ พ.ร.บ. ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2475

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6862/2550 ป.พ.พ. มาตรา 572 เช่าซื้อคือสัญญาซึ่ง "เจ้าของ" #เอาทรัพย์สินออกให้เช่าและให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้นหรือ #ว่าจะให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่าโดยเงื่อนไขที่ผู้เช่าได้ใช้เงิน เป็นจำนวนเท่านั้นเท่านี้คราว ซึ่งผู้มีอำนาจทำสัญญาจึงต้องเป็น "เจ้าของ" แต่โดยสภาพของสัญญาเช่าซื้อกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินย่อมจะโอนไปยังผู้เช่าซื้อในอนาคต หาได้โอนกรรมสิทธิ์ในทันทีขณะทำสัญญาไม่ "เจ้าของ" จึงหมายถึง ผู้มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินขณะทำสัญญาเช่าซื้อและหมายรวมถึงผู้ที่จะมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินในอนาคตโดยชอบด้วย เมื่อ ค. ได้ซื้อรถแทรกเตอร์คันพิพาทมาจาก ห. โดย ห. ได้ทำหนังสือมอบอำนาจโอนลอยทางทะเบียนให้ ค. ไว้แล้ว เพียงจะนำไปเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เท่านั้น โดย ค. เป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทโจทก์ด้วย เท่ากับว่าจะโอนเป็นชื่อของบริษัทโจทก์เมื่อใดก็ได้ ต่อมาโจทก์ได้ให้ ห. เช่าซื้อรถแทรกเตอร์คันพิพาท และ ห. นำรถแทรกเตอร์คันพิพาทไปขายให้แก่จำเลย ดังนั้น กรณีจึงถือได้ว่าโจทก์เป็น "เจ้าของ" รถแทรกเตอร์คันพิพาทตาม ป.พ.พ. มาตรา 572 มีอำนาจทำสัญญาเช่าซื้อได้ สัญญาเช่าซื้อจึงสมบูรณ์ไม่เป็นโมฆะ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ห. ผิดสัญญาเช่าซื้อกับโจทก์โดยไม่นำค่าเช่าซื้อที่ค้างไปชำระให้แก่โจทก์แต่กลับนำรถแทรกเตอร์คันพิพาทไปขายให้แก่จำเลย จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะยึดรถแทรกเตอร์คันพิพาทไว้จำต้องคืนให้แก่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่ได้ใช้สิทธิติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินจากบุคคลอื่นตาม ป.พ.พ. มาตรา 1336

ติดต่อสอบถาม #ปรึกษาปัญหากฎหมายฟรี #ปรึกษากฎหมายฟรี #ปรึกษาฟรี #ฟรี #ปรึกษา #ปัญหากฎหมาย #ทนาย #ทนายความ #ทนายให้คำปรึกษา #ทนายเสือ 0869470356 , 0828807743หรือต้องการ #ปรึกษาปัญหากฎหมาย #กฎหมาย #ตรวจสอบเอกสาร ได้ที่ #สำนักงาน #สำนักงานกฎหมาย #สำนักงานกฎหมายเจ้าฟ้านิติธรรม #ทนายศาลทหาร #รับว่าความทั่วราชอาณาจักร
นัดหมายเวลาล่วงหน้าก่อนเข้ามาที่สำนักงานได้ ตั้งแต่เวลา 08.00-18.30น. ได้ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ
-จัดทำเอกสาร ทำสัญญา ซื้อขาย เช่าทรัพย์ เช่าซื้อ ทำหนังสือทวงถาม
-ฟ้องร้องต่อสู้คดีแพ่ง คดีอาญา
-ร้องขอจัดการมรดก พินัยกรรม
-ร้องขอรับรองบุตร อำนาจปกครองบุตร ฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร ฟ้องหย่าแบ่งสินสมรส เรียกค่าเสียหายจากชู้
-ฟ้องร้องต่อสู้คดีข้อพิพาทสัญญาทางปกครองเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ออกกฎ คำสั่ง หรือการกระทำอื่นโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมาย
-จัดทำเอกสารว่าความต่อสู้คดีในศาลทหาร
#ทนายเสือ 0869470356

 #ความผิดฐานกรรโชก. Offence of Extortion.The  Criminal Code. ประมวลกฎหมายอาญา.       Section 337.- Whoever, compels a pe...
05/02/2026

#ความผิดฐานกรรโชก. Offence of Extortion.
The Criminal Code. ประมวลกฎหมายอาญา.
Section 337.- Whoever, compels a person to give or to agree to give him or the other person a benefit in the nature of being a property by committing an act of violence or by a threat to commit violence against the life body, liberty,reputation or property of the compelled person or a third person,so that the compelled person submnits to the same is said to commit extortion,and shall be punished with imprisonment not exceeding five years and fined not exceeding 100,000 Bath
(1) by threatening to cause death or grievous bodily harm to the compelled person or the other person or to set fire to the property of the compelled person or other person : or
(2)by a person carrying an arm,
The offender shall be punished with imprisonment of 6 months to 7 years and fined of 10,000 to 140,000 Bath.
มาตรา 337 ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกายเสรีภาพ ชื่อเสียหรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญ หรือของบุคคลที่สามจนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานกรรโชกต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท
ถ้าความผิดฐานกรรโชกได้กระทำโดย
(1) ขู่ว่าจะฆ่า ขู่ว่าจะทำร้ายร่างกายให้ผู้ถูกข่มขืนใจหรือผู้อื่นให้ได้รับอันตรายสาหัส หรือขู่ว่าจะทำให้เกิดเพลิงไหม้แก่ทรัพย์ของผู้ถูกข่มขืนใจหรือผู้อื่น หรือ
(2) มีอาวุธติดตัวมาขู่เข็ญ
ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 140,000 บาท .
1.“ขู่เข็ญ” หมายถึง การบังคับโดยทำให้กลัว แสดงให้ทราบว่าถ้าไม่ยอมจะมีอันตราย การขู่เข็ญในความผิดฐานกรรโชกกว้างกว่าชิงทรัพย์ เพราะไม่จำต้องทำกับชีวิตร่างกายเท่านั้น อาจขู่ว่าจะทำลายทรัพย์สินก็ได้และไม่จำต้องทำในทันใดนั้นเหมือนชิงทรัพย์ ดังนั้น การขู่ว่าจะทำร้ายในอนาคตหรือจะเผาบ้าน เป็นกรรโชกได้แต่ไม่เป็นชิงทรัพย์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3656/2527 จำเลยบอกผู้เสียหายว่ามีคนจ้างจำเลยฆ่าผู้เสียหาย แต่ไม่บอกชื่อคนจ้าง พร้อมกันนั้นจำเลยขอเงินผู้เสียหาย ถ้าหากไม่ให้ก็จะไม่รับรองความปลอดภัย ผู้เสียหายตกลงยอมให้และนัดมาเอาเงินในวันรุ่งขึ้น คำพูดของจำเลยดังกล่าวเป็นการข่มขู่ผู้เสียหายให้ยอมให้หรือยอมจะให้เงินแก่จำเลย อันเป็นการข่มขืนใจผู้เสียหายครบองค์ประกอบความผิดฐานกรรโชกแล้วแม้จะใช้คำว่า 'ขอ' และ 'เพื่อบอกชื่อผู้ที่จ้างฆ่า' ก็เป็นเพียงเหตุผลประกอบการข่มขู่เท่านั้น หาทำให้การข่มขู่นั้นกลายเป็นการเรียกร้องเงินเพื่อตอบแทนการบอกชื่อผู้ว่าจ้างฆ่าผู้เสียหายไม่ มาตรา 192 วรรคสาม แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาบัญญัติว่า ข้อแตกต่างเกี่ยวกับเวลาเป็นข้อแตกต่างในรายละเอียด จำเลยยอมรับว่าตามวันเวลาดังกล่าวจำเลยได้ไปขอเงินผู้เสียหายและผู้เสียหายยอมตกลงจะให้เงินจำเลยจริงเพียงแต่จำเลยอ้างว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด จำเลยจึงมิได้หลงต่อสู้ในเรื่องเวลาดังนั้น แม้โจทก์จะฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดเวลากลางวัน แต่ทางพิจารณาได้ความว่าเหตุเกิดเวลากลางคืน ศาลก็ลงโทษจำเลยได้ จำเลยข่มขืนใจโดยการข่มขู่จนผู้เสียหายยอมจะให้เงินแก่จำเลยและนัดมารับเงินในวันรุ่งขึ้น ถือได้ว่าการกรรโชกได้สำเร็จแล้วแม้ผู้เสียหายจะยินยอมเพื่อต้องการรู้ตัวผู้จ้างจำเลยและได้นำเจ้าหน้าที่มาคอยจับจำเลยเมื่อมารับเงินในวันรุ่งขึ้น ก็หาทำให้เป็นความผิดฐานพยายามไม่ โจทก์มิได้ฎีกาขอเพิ่มโทษจำเลย ศาลฎีกาจะลงโทษจำเลยหนักกว่าที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามิได้ เพราะเป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลย แต่ศาลฎีกาวางบทลงโทษจำเลยให้ถูกต้องได้
2.ขู่ว่าจะทำลายทรัพย์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1484/2549 จำเลยขู่เข็ญให้ผู้เสียหายที่ 1 นำเงินจำนวน 5,500 บาท มามอบให้เป็นค่าไถ่โทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้เสียหายที่ 1 และหากไม่นำมาให้จะไม่ได้รับโทรศัพท์คืน จำเลยจะนำไปขายให้แก่บุคคลอื่น เข้าลักษณะเป็นการขู่เข็ญผู้เสียหายที่ 1 โดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญคือขายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้เสียหายที่ 1 ไป ซึ่งทำให้ผู้เสียหายที่ 1 เกิดความกลัวและยินยอมจะนำเงินจำนวน 5,500 บาท ไปให้จำเลย การกระทำของจำเลยจึงเข้าลักษณะความผิดฐานกรรโชก ตาม ป.อ. มาตรา 337
3. #การขู่โดยไม่มีสิทธิ ขู่เอาทรัพย์โดยอ้างว่าจะจับหรือจะทำให้ติดคุก ซึ่งผู้ถูกขู่มิได้กระทำผิดและผู้ขู่ก็รู้อยู่ เป็นการกระทำโดยไม่มีสิทธิเป็นกรรโชก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5096/2540 ครั้งแรก จำเลยและ ถ. ไปบ้านผู้เสียหาย ถ. บอกผู้เสียหายว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ จำเลยได้ยินคำพูดของ ถ. แต่ก็นิ่งเฉยและมิได้ปฏิเสธเท่ากับจำเลยต้องการให้ผู้เสียหายเชื่อหรือเข้าใจตามที่ ถ. บอก ทั้งจำเลยได้เรียกเงินจำนวน 2,000บาท จากผู้เสียหายมิฉะนั้นจะจับผู้เสียหาย พฤติการณ์เช่นนี้ถือได้ว่าจำเลยได้แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงานแล้ว ส่วนการเรียกรับเงินครั้งที่สอง แม้จำเลยไม่ได้บอกหรืออ้างว่าเป็นเจ้าพนักงานตำรวจแต่จำเลยเคยไปหาผู้เสียหายและมีพฤติการณ์แสดงให้ผู้เสียหายเชื่อว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจจริง ทั้งผู้เสียหายเคยให้เงินแก่จำเลยเพื่อมิให้ถูกจับมาก่อน การที่จำเลยไปเรียกเงินจากผู้เสียหายอีกโดยขู่ว่าหากไม่ให้จะจับผู้เสียหาย จนผู้เสียหายยอมให้เงินจำนวน 2,000 บาท แก่จำเลยเช่นนี้ ถือได้ว่าจำเลยได้แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงานโดยจำเลยมิได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจกระทำการนั้น และมีความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 145 และ 337
4. #การขู่โดยเชื่อว่าตนมีสิทธิ จะเรียกร้องค่าเสียหายได้ ไม่เป็นกรรโชก กำนันได้พูดกับผู้ที่ยิงคนได้รับบาดเจ็บว่า หากไม่ยอมใช้ค่าเสียหายแก่ผู้บาดเจ็บ ก็จะส่งไปอำเภอซึ่งจะเสียเงินมากกว่านี้ไม่ใช่คำขู่เข็ญ เป็นการพูดทำนองไกล่เกลี่ยให้เลิกแล้วต่อกัน มิได้ประสงค์จะขู่กรรโชกแต่อย่างใด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1942/2514 โคของจำเลยที่ 3 ถูกคนร้ายลักไปฆ่าเอาเนื้อขายให้ผู้เสียหายและพวกการที่จำเลยทั้งสี่ร่วมกันเรียกร้องเอาเงินค่าโคจากผู้เสียหาย ถ้าไม่ให้จะเอาตำรวจจับตัวมาดำเนินคดีฐานรับของโจร ผู้เสียหายกลัวจะถูกดำเนินคดีจึงยอมรับใช้และให้เงินแก่จำเลยที่ 3 เจ้าของโค ดังนี้ จะถือว่าเป็นการข่มขืนใจโดยขู่เข็ญผู้เสียหายหาได้ไม่ จำเลยยังไม่มีความผิดฐานกรรโชก
5.การขู่ว่าจะทำอันตรายต่อชื่อเสียง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1945/2514 จำเลยได้ #ข่มขู่โจทก์ว่าจะเปิดเผยความลับทางการค้าต่อพ่อค้าและท้องตลาดกับเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการหลบเลี่ยงภาษีของห้างหุ้นส่วนอันจะทำให้ห้างดังกล่าวซึ่งมีโจทก์เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการได้รับความเสียหายจนโจทก์ยอมจะให้เงินแก่จำเลยตามที่ขู่เข็ญนั้น จึงถือว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4) แล้วโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337, 338 ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 28
อ้างอิ่งจาก : ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ, ประมวลกฎหมายอาญา ฉบับอ้างอิง, พิมพ์ครั้งที่ 22 แก้ไขเพิ่มเติม , สำนักพิมพ์วิญญูชน, 2551
ติดต่อสอบถาม #ปรึกษาปัญหากฎหมายฟรี #ปรึกษากฎหมายฟรี #ปรึกษาฟรี #ฟรี #ปรึกษา #ปัญหากฎหมาย #ทนาย #ทนายความ #ทนายให้คำปรึกษา #ทนายเสือ 0869470356 , หรือต้องการ #ปรึกษาปัญหากฎหมาย #กฎหมาย #ตรวจสอบเอกสาร ได้ที่ #สำนักงาน #สำนักงานกฎหมาย #สำนักงานกฎหมายเจ้าฟ้านิติธรรม #ทนายศาลทหาร #รับว่าความทั่วราชอาณาจักร
นัดหมายเวลาล่วงหน้าก่อนเข้ามาที่สำนักงานได้ ตั้งแต่เวลา 08.00-18.30น. ได้ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ
-จัดทำเอกสาร ทำสัญญา ซื้อขาย เช่าทรัพย์ เช่าซื้อ ทำหนังสือทวงถาม
-ฟ้องร้องต่อสู้คดีแพ่ง คดีอาญา

 #มาตรา207เจ้าหนี้ผิดนัดชำระหนี้.  The Civil and Commercial Code.       Section 207.- If the performance is tendered dy ...
08/08/2025

#มาตรา207เจ้าหนี้ผิดนัดชำระหนี้. The Civil and Commercial Code.
Section 207.- If the performance is tendered dy debtor and, without legal ground, the creditor does not accept the performance tendered to him, the creditor is in default.
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 207 ถ้าลูกหนี้ขอปฏิบัติการชำระหนี้ และเจ้าหนี้ไม่รับชำระหนี้นั้นโดยปราศจากมูลเหตุอันจะอ้างกฎหมายได้ไซร้ ท่านว่าเจ้าหนี้ตกเป็นผู้ผิดนัด

คำว่า “ #มูลเหตุอันจะอ้างกฎหมายได้” ซึ่งหมายถึง มูลเหตุหรือเหตุตามกฎหมาย กล่าวคือ ข้ออ้างไม่รับชำระหนี้ของเจ้าหนี้จะต้องมีกฎหมายสนับสนุน หรือกฎหมายอนุญาตไว้นั่นเอง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3308/2532 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ข้อ 67 กำหนดเกี่ยวกับการชำระค่าทดแทนการเวนคืนที่ดินกรณี #เจ้าของที่ดินไม่ยอมรับราคาที่เจ้าหน้าที่เวนคืนของจำเลยเสนอไว้ว่าให้นำเงินไปวางต่อศาลเมื่อปรากฏว่าเจ้าหน้าที่เวนคืนของจำเลยมิได้นำเงินดังกล่าวไปวางต่อศาล และการที่เจ้าของที่ดินไม่ยอมรับราคาที่เสนอก็เพราะเห็นว่าเป็นราคาที่ไม่เป็นธรรมอันเป็นมูลเหตุอันจะอ้างกฎหมายได้ซึ่งถือไม่ได้ว่าเจ้าของที่ดินตกเป็นผู้ผิดนัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237 ดังนั้น จำเลยจึงต้องเสียดอกเบี้ยในต้นเงินค่าทดแทนแก่โจทก์ นับแต่วันที่เข้าครอบครองที่ดินของโจทก์ ตามมาตรา 224.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1056/2511 นักเรียนจ่าในสถานศึกษาของกองทัพเรือซึ่งทำสัญญาไว้ว่าเมื่อเรียนสำเร็จ จะต้องรับราชการในสังกัดกองทัพเรือไม่น้อยกว่า 5 ปี มิฉะนั้นต้องเสียค่าตอบแทน แม้การที่รับราชการไม่ครบ เป็นเพราะทางราชการสั่งปลด เนื่องจากกระทำผิดวินัยย่อมถือว่าผู้นั้นกระทำตนเองให้ไม่อาจรับราชการต่อไปได้ จึงต้องใช้ค่าตอบแทนตามสัญญา กรณีเช่นนี้ถือไม่ได้ว่ากองทัพเรือบอกเลิกสัญญาหรือบอกปัดการชำระหนี้ของลูกหนี้
เมื่อไม่ปรากฏว่าลูกหนี้ไปอยู่แห่งใดในพระราชอาณาเขต เจ้าหนี้ย่อมทวงให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ได้
คดีฟ้องเรียกเงินค่าตอบแทนในการที่นักเรียนจ่ามิได้รับราชการให้ครบกำหนดตามสัญญา ไม่อยู่ในอายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(11), (12), (13)
กองทัพเรือมีหน้าที่เตรียมกำลังกองทัพเรือและป้องกันราชอาณาจักรการจัดตั้งสถานศึกษาฝึกคนเตรียมกำลังไว้ย่อมเป็นหน้าที่ การที่กองทัพเรือทำสัญญาผูกมัดบุคคลที่เข้าศึกษาอบรมให้รับราชการในสังกัดตามระยะเวลาที่กำหนด มิฉะนั้นต้องเสียค่าตอบแทน ทั้งนี้ เพื่อป้องกันความเสียหาย ย่อมอยู่ในอำนาจของกองทัพเรือ หาเป็นการนอกขอบเขตแห่งวัตถุที่ประสงค์ไม่


คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1084/2511 โจทก์ส่งมอบเครื่องสัญญาณเรียกผู้รับใช้ที่ตกลงซื้อขายให้จำเลยถูกต้อง แต่ส่งมอบสวิทซ์ไฟฟ้าผิดยี่ห้อไม่ตรงตามสัญญา เมื่อจำเลยได้รับชำระหนี้ตามสภาพดังกล่าวแล้วก็ต้องชำระราคาตอบแทนตามส่วน
การที่โจทก์ติดตั้งเครื่องสัญญาณไม่เสร็จเรียบร้อยตามสัญญาเพราะจำเลยเกี่ยงจะให้โจทก์ปฏิบัตินอกเหนือสัญญา ย่อมไม่ใช่ความผิดของโจทก์ แต่เป็นความผิดของจำเลย จำเลยต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามส่วนทดแทนค่าแรงและอุปกรณ์ในการติดตั้งที่โจทก์ได้กระทำไปแล้ว
ตามสัญญา #จำเลยจะต้องชำระราคาค่าเครื่องสัญญาณทันที #เมื่อจำเลยผิดนัดไม่ชำระก็ต้องเสียดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันรับมอบของ ซึ่งจำเลยตกเป็นผู้ผิดนัด
ค่าติดตั้งเครื่องสัญญาณซึ่งโจทก์ทำไม่เสร็จเรียบร้อยตามสัญญา เพราะความผิดของจำเลย โจทก์ย่อมเรียกดอกเบี้ยได้ในจำนวนเงินค่าสินไหมทดแทนการงานที่โจทก์ได้ทำไปแล้ว #เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยผิดนัดแน่นอนเมื่อใด ศาลก็พิพากษาให้ดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2748/2515 จำเลยสั่งสินค้าจากต่างประเทศนำเข้ามาโดยทางเรือและขนถ่ายขึ้นที่ท่าเรือของโจทก์ แล้วฝากเก็บสินค้านั้นไว้ที่โรงพักสินค้าของโจทก์จำเลยย่อมมีความผูกพันตามสัญญาฝากทรัพย์ที่จะต้องชำระบำเหน็จค่าฝากให้โจทก์ แม้โจทก์จะเก็บรักษาทรัพย์ของจำเลยไม่ดีจนเป็นเหตุให้ทรัพย์นั้นเสื่อมเสียไปบ้าง ก็ไม่ทำให้สิทธิที่จะได้รับบำเหน็จค่าฝากของโจทก์ต้องสูญสิ้นไป ความเสียหายอันเกิดจากการเก็บรักษาทรัพย์ที่ฝากไว้ไม่ดีอย่างไรเป็นเรื่องที่จะต้องว่ากล่าวเรียกร้องเอาแก่กันอีกส่วนหนึ่ง
การท่าเรือแห่งประเทศไทยโจทก์เป็นองค์การประกอบกิจการท่าเรือเพื่อประโยชน์แห่งรัฐและประชาชน มีบทกฎหมายพิเศษที่ก่อตั้งและรับรองโจทก์ ให้โจทก์มีอำนาจกำหนดอัตราค่าภาระการใช้ท่าเรือซึ่งรวมทั้งค่าฝากทรัพย์ที่เก็บไว้ที่ท่าเรือนั้นด้วย ผู้ใดมาใช้บริการเอาทรัพย์ฝากเก็บไว้ที่ท่าเรือ สัญญาฝากทรัพย์ระหว่างโจทก์กับผู้นั้นก็เกิดขึ้นโดยไม่ต้องตกลงกันในเรื่องบำเหน็จค่าฝากดังเช่นกรณีของบุคคลธรรมดา เพราะเท่ากับคู่สัญญาได้ตกลงกันในตัวให้ถือตามอัตราที่โจทก์กำหนดแม้ภายหลังจากโจทก์รับฝากทรัพย์ของจำเลยไว้แล้ว โจทก์จะกำหนดอัตราค่าฝากทรัพย์ขึ้นใหม่สูงขึ้นกว่าเดิม ก็ถือได้ว่าอัตราค่าฝากใหม่นั้นเป็นส่วนหนึ่งอยู่ในข้อตกลงเดิมในสัญญาฝากทรัพย์ระหว่างโจทก์จำเลยทั้งจำเลยก็รู้อยู่แล้วว่าโจทก์ขึ้นราคาค่าฝาก แต่ไม่ขนทรัพย์ออกไปคงฝากไว้กับโจทก์อยู่เรื่อยมา จึงถือได้ว่าจำเลยตกลงยอมเสียค่าบำเหน็จค่าฝากให้โจทก์ตามอัตราใหม่ แม้จำนวนบำเหน็จค่าฝากจะท่วมราคาทรัพย์ที่ฝากมากก็ไม่เป็นเหตุให้จำเลยไม่ต้องรับผิดชดใช้แก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้ว่า หากจำเลยต้องรับผิดใช้เงินให้โจทก์ก็ขอหักกลบลบหนี้กันค่าเสียหายที่โจทก์เก็บรักษาทรัพย์ของจำเลยไม่ดีโดยจำเลยมิได้ฟ้องแย้ง ค่าเสียหายที่จำเลยกล่าวอ้างนี้ โจทก์นำสืบปฏิเสธว่าทรัพย์ของจำเลยไม่เสียหาย จึงเป็นหนี้ที่ยังมีข้อต่อสู้อยู่ จำเลยจะขอหักกลบลบหนี้กับโจทก์หาได้ไม่
ทรัพย์ที่ฝากย่อมจะถูกยึดหน่วงเอาไว้ได้จนกว่าจะได้รับชำระค่าฝาก แม้ศาลชั้นต้นจะพิพากษาให้จำเลยนำสินค้าของจำเลยออกไปจากโรงพักสินค้าของโจทก์ตามที่โจทก์ฟ้อง และจำเลยได้จัดการปฏิบัติตามคำพิพากษานั้นแล้ว โจทก์ก็ยังมีสิทธิยึดหน่วงสินค้านั้นไว้ได้จนกว่าจะได้รับชำระบำเหน็จค่าฝาก แต่ต้องถือว่าจำเลยได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาในส่วนที่บังคับให้จำเลยนำสินค้าออกไปแล้ว แม้สินค้าจะยังอยู่ในโรงพักสินค้าของโจทก์ต่อมาก็เป็นเรื่องโจทก์ใช้สิทธิยึดถือเอาไว้เองตามสิทธิยึดหน่วงของโจทก์มิใช่จำเลยฝ่าฝืนไม่นำออกไป การคิดบำเหน็จค่าฝากทรัพย์จากจำเลยตามคำพิพากษาจึงต้องยุติลงในวันที่จำเลยไปขอขนสินค้าออกแล้วโจทก์ไม่ยอมให้ขน

ติดต่อสอบถาม #ปรึกษาปัญหากฎหมายฟรี #ปรึกษากฎหมายฟรี #ปรึกษาฟรี #ฟรี #ปรึกษา #ปัญหากฎหมาย #ทนาย #ทนายความ #ทนายให้คำปรึกษา #ทนายเสือ 0869470356 , 0828807743 หรือต้องการ #ปรึกษาปัญหากฎหมาย #กฎหมาย #ตรวจสอบเอกสาร ได้ที่ #สำนักงาน #สำนักงานกฎหมาย #สำนักงานกฎหมายเจ้าฟ้านิติธรรม #ทนายศาลทหาร #รับว่าความทั่วราชอาณาจักร
นัดหมายเวลาล่วงหน้าก่อนเข้ามาที่สำนักงานได้ ตั้งแต่เวลา 08.00-18.30น. ได้ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ
#จัดทำเอกสาร ทำสัญญา ซื้อขาย เช่าทรัพย์ เช่าซื้อ ทำหนังสือทวงถาม
#ฟ้องร้องต่อสู้คดีแพ่ง ฟ้องหย่า แบ่งสินสมรส รับรองบุตร จัดทำเอกสารทำสัญญา , พินัยกรรม ,ครอบครองปรปักษ์,ขับไล่,ยึดทรัพย์,บังคับคดี,ขายทอดตลาด,ร้องขอกันส่วน และ/หรือเฉลี่ยทรัพย์
#ร้องขอจัดการมรดก และคัดค้านผู้จัดการมรดก
#ร้องขอรับรองบุตร อำนาจปกครองบุตร ฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร ฟ้องหย่าแบ่งสินสมรส เรียกค่าเสียหายจากชู้
#ฟ้องอาญาและต่อสู้คดีความผิดอาญา ฐานความผิดต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง อนามัย ฐานลักทรัพย์ -- ความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ -- ความผิดฐานชิงทรัพย์ -- ความผิดฐานปล้นทรัพย์ – ความผิดฐานกรรโชกทรัพย์
และรีดเอาทรัพย์ -- ความผิดฐานฉ้อโกง -- ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ -- ความผิดฐานยักยอก -- ความผิดฐานรับของโจร -- ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ -- ความผิดฐานบุกรุก ความผิดเกี่ยวกับศพ
#ฟ้องร้องต่อสู้คดีข้อพิพาทสัญญาทางปกครองเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ออกกฎ คำสั่ง หรือการกระทำอื่นโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมาย
-จัดทำเอกสารว่าความต่อสู้คดีในศาลทหาร

https://maps.app.goo.gl/tcAyTEXTjdXrzY2G8?g_st=al

#ทนายเสือ 0869470356

 #คดีอุทลุม   #อุทลุม  หมายความว่า "ผิดประเพณีและแบบธรรมเนียม, อำนาจที่บุตรจะฟ้องบิดามารดาไม่ได้อ้างอิ่งจาก:ขุนสมาหารหิต...
11/06/2025

#คดีอุทลุม
#อุทลุม หมายความว่า "ผิดประเพณีและแบบธรรมเนียม, อำนาจที่บุตรจะฟ้องบิดามารดาไม่ได้
อ้างอิ่งจาก:ขุนสมาหารหิตะคดี(โป๊ ปีคุปต์), พจนานุกรมกฎหมาย, พิมพ์ครั้งแรก , สำนักพิมพ์วิญญูชน, 2549
คำว่า "อุทลุม" นี้ใช้เรียกบุคคลและสิ่งต่าง ๆ ที่มีลักษณะดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลที่กระทำผิดธรรมะบังอาจฟ้องร้องบุพการีผู้มีพระคุณ เรียกว่า "คนอุทลุม" และเรียกคดีในกรณีนี้ว่า "คดีอุทลุม"
The Civil and Commercial Code.
Section 1562.- No person can enter a civil claim and institute a criminal case against own ascendants, unless that person or the close relative of such person makes a request, the case can be taken up by the Public Prosecutor.
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
"มาตรา 1562 ผู้ใดจะฟ้องบุพการีของตนเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญามิได้ แต่เมื่อผู้นั้นหรือญาติสนิทของผู้นั้นร้องขอ อัยการจะยกคดีขึ้นว่ากล่าวก็ได้"
------------------------------------------------------------
#ผู้ฟ้องต้องเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย หากเป็นบุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายย่อมฟ้องได้ไม่ต้องห้าม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1320/2506 พี่น้องร่วมบิดามารดาได้เสียเป็นผัวเมียกัน เมื่อพ.ศ.2477 นั้น ตามกฎหมายลักษณะผัวเมียจะต้องถูกลงโทษลอยแพ ฉะนั้น พี่น้องดังกล่าวจึงมิใช่ผัวเมียที่ชอบด้วยกฎหมายแม้ต่อมา พ.ศ.2483 จะมบุตรด้วยกันก็เป็นบุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของบิดา เว้นแต่บิดาจะจดทะเบียนหรือศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร
#บุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย #ฟ้องบิดาเรียกทรัพย์ที่ยืมไปคืนได้ไม่เป็นอุทลุม
แม้ชายอายุสิบเจ็ดปีบริบูรณ์ และหญิงอายุสิบห้าปีบริบูรณ์จะจดทะเบียนสมรสกัน โดยมิได้รับความยินยอมของบิดามารดาหรือผู้ปกครองก็ตาม ก็หาถือว่าการสมรสนั้นเป็นโมฆะหรือไม่สมบูรณ์แต่อย่างใดไม่ กฎหมายเพียงแต่ให้อำนาจบิดามารดาหรือผู้ปกครองร้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนการสมรสเสียได้เท่านั้น หากไม่มีการร้องขอให้เพิกถอนชายหญิงนั้นก็ย่อมบรรลุนิติภาวะแล้ว
#มาตรา1562เป็นบทกฎหมายตัดสิทธิของบุคคล ศาลตีความโดยเคร่งครัด คำว่า "บุพการี" ซึ่งหมายถึง "ผู้ที่ทำการอุปการะมาก่อน" นั้น ได้แก่ บิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยาย และทวด โดยทางสายโลหิตโดยตรงขึ้นไปเท่านั้น ไม่หมายความรวมถึงกรณีที่บุตรบุญธรรม หรือบุตรที่ยังไม่ผ่านการรับรองบุตรจะฟ้องบุพการีบุญธรรมของตน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 547/2548 จำเลยที่ 1 กับ ท. อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาตั้งแต่ปี 2480 อันเป็นเวลาภายหลังใช้ ป.พ.พ. บรรพ 5 เดิม และไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 จดทะเบียนรับโจทก์ทั้งสองเป็นบุตรหรือศาลพิพากษาว่าโจทก์ทั้งสองเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ 1 โจทก์ทั้งสองจึงเป็นเพียงบุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ 1 บทบัญญัติของ ป.พ.พ. #มาตรา1562ที่ห้ามฟ้องบุพการีของตนเป็นคดีแพ่งและคดีอาญา เป็นบทกฎหมายที่จำกัดสิทธิต้องตีความโดยเคร่งครัด #จึงต้องถือว่าข้อห้ามดังกล่าวเป็นการห้ามเฉพาะบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายฟ้องบุพการีของตนเท่านั้น ฉะนั้น โจทก์ทั้งสองซึ่งไม่ใช่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ 1 #จึงมีสิทธิฟ้องจำเลยที่1เป็นคดีอาญาได้ไม่เป็นการต้องห้ามตามมาตรา1562

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1854/2493 ภรรยาเป็นโจทก์ฟ้องในฐานะส่วนตัวและผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กผู้เป็นบุตร #เรียกทรัพย์ของสามีผู้เป็นบิดาของบุตรจากปู่ของบุตร ดังนี้ แม้การฟ้องในฐานะเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็ก จะไม่ชอบเพราะ #เป็นอุทลุมแต่ที่ฟ้องในฐานะส่วนตัวยังสมบูรณ์อยู่ #ฉะนั้นอัยการในนามของเด็กบุตรโจทก์ย่อมมีสิทธิร้องสอดเข้าเป็นโจทก์ร่วมเพื่อรักษาผลประโยชน์ของเด็กให้ได้รับความคุ้มครองได้ โจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์จากจำเลยโดยอ้างว่า เป็นของผู้ตายและโจทก์เป็นทายาท เมื่อทางพิจารณาได้ความว่า เป็นทรัพย์ของผู้ตายกับจำเลยคนละครึ่งและจำเลยก็เป็นทายาทผู้หนึ่งด้วยเหมือนกัน ดังนี้ ศาลย่อมพิพากษาให้แบ่งทรัพย์รายนั้นออกเป็น 2 ส่วนก่อนแล้วให้แบ่งส่วนของผู้ตายให้แก่โจทก์จำเลยผู้เป็นทายาทตามส่วนที่ตนมีสิทธิได้ #อัยการในนามของเด็กฟ้องเรียกมรดกของบิดาเด็กจากปู่ของเด็กเมื่อเด็กบางคนตายในระหว่างคดี อัยการก็ไม่มีอำนาจเป็นโจทก์สำหรับเด็กคนที่ตายนั้นต่อไป แต่ศาลก็พิพากษาให้เด็กที่ยังอยู่ได้รับส่วนแบ่งตามส่วนของตนที่มีอยู่เดิม ส่วนของเด็กที่ตายซึ่งเหลือจากแบ่งให้เด็กที่ยังอยู่แล้ว เป็นเรื่องที่จะเรียกร้องกันอีกส่วนหนึ่งต่างหากฟ้องเรียกเงินทั้งหมดได้ความว่า เป็นของโจทก์จำเลยร่วมกัน ศาลพิพากษาให้แบ่งไปเลยแต่โจทก์ไม่สมควรได้ดอกเบี้ย

#อย่างไรก็ดี การที่บุตรจะฟ้องบุพการีของตนมิใช่เพื่อให้รับผิดต่อกันในทางส่วนตัว หรือในฐานะอื่นที่ไม่ถือว่าเป็นการพิพาทกันระหว่างบุตรกับบุพการี ไม่จัดเป็นอุทลุมตามกฎหมายปัจจุบัน ดังศาลฎีกาว่า
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 823/2550 ป.พ.พ. มาตรา 1562 บัญญัติว่า ผู้ใดจะฟ้องบุพการีของตนเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญามิได้..." อันเป็นบทบัญญัติตัดสิทธิห้ามมิให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดฟ้องบุพการีของตน จึงต้องแปลความโดยเคร่งครัด เมื่อคดีนี้โจทก์ทั้งสองฟ้องจำเลยที่ 1 โดยระบุว่า โจทก์ทั้งสองเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท และจำเลยทั้งสามเป็นกรรมการของบริษัท จำเลยทั้งสามอาศัยตำแหน่งหน้าที่ในฐานะเป็นกรรมการของบริษัท ร่วมกันจงใจทำหลักฐานอันเป็นเท็จว่า บริษัทเป็นหนี้เงินกู้ยืมจากกรรมการ เพื่อนำเงินไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัวทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชดใช้เงินพร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่บริษัท โจทก์ทั้งสองจึงฟ้องจำเลยที่ 1 ในฐานะที่โจทก์ทั้งสองเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท และจำเลยที่ 1 ในฐานะที่เป็นกรรมการของบริษัทดังกล่าวร่วมกันกรรมการอีก 2 คน คือ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้ชดใช้เงินให้แก่บริษัท มิได้ให้ชดใช้เงินให้แก่โจทก์ทั้งสองเป็นการส่วนตัว ทั้งจำนวนเงินตามฟ้องหากรับฟังได้ตามที่โจทก์ทั้งสองกล่าวหาก็เป็นเงินของบริษัทมิใช่เงินของจำเลยที่ 1 โจทก์ทั้งสองจึงไม่ต้องห้ามมิให้ฟ้องร้องจำเลยที่ 1
ติดต่อสอบถาม #ปรึกษาปัญหากฎหมายฟรี #ปรึกษากฎหมายฟรี #ปรึกษาฟรี #ฟรี #ปรึกษา #ปัญหากฎหมาย #ทนาย #ทนายความ #ทนายให้คำปรึกษา #ทนายเสือ 0869470356 , 0828807743 หรือต้องการ #ปรึกษาปัญหากฎหมาย #กฎหมาย #ตรวจสอบเอกสาร ได้ที่ #สำนักงาน #สำนักงานกฎหมาย #สำนักงานกฎหมายเจ้าฟ้านิติธรรม #ทนายศาลทหาร #รับว่าความทั่วราชอาณาจักร
นัดหมายเวลาล่วงหน้าก่อนเข้ามาที่สำนักงานได้ ตั้งแต่เวลา 08.00-18.30น. ได้ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ
-จัดทำเอกสาร ทำสัญญา ซื้อขาย เช่าทรัพย์ เช่าซื้อ ทำหนังสือทวงถาม
-ฟ้องร้องต่อสู้คดีแพ่ง คดีอาญา
-ร้องขอจัดการมรดก พินัยกรรม
-ร้องขอรับรองบุตร อำนาจปกครองบุตร ฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร ฟ้องหย่าแบ่งสินสมรส เรียกค่าเสียหายจากชู้
-ฟ้องร้องต่อสู้คดีข้อพิพาทสัญญาทางปกครองเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ออกกฎ คำสั่ง หรือการกระทำอื่นโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมาย
-จัดทำเอกสารว่าความต่อสู้คดีในศาลทหาร
#ทนายเสือ 0869470356

ที่อยู่

Phuket
83000

เบอร์โทรศัพท์

0906929049

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ทนายคดีครอบครัว ฟ้องหย่า สามีต่างชาติ มรดก เรียกค่าเลี้ยงดู ภูเก็ตผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

คดีครอบครัว ภูเก็ต

ปรึกษากฎหมาย คดีครอบครัว มรดก ฟ้องหย่า รับรองบุตร เรียกค่าเลี้ยงดู