สวท.พิษณุโลก 4.0

สวท.พิษณุโลก 4.0 สื่อท้องถิ่น

08/06/2026
08/06/2026
📍 รองนายกฯ “พิพัฒน์” นำคณะลงพื้นที่สงขลา ติดตามการแก้ปัญหาสะพานชำรุด พร้อมผลักดันโครงการอุโมงค์บาโรย - ทุ่งตำเสา พัฒนาเส...
07/06/2026

📍 รองนายกฯ “พิพัฒน์” นำคณะลงพื้นที่สงขลา ติดตามการแก้ปัญหาสะพานชำรุด พร้อมผลักดันโครงการอุโมงค์บาโรย - ทุ่งตำเสา พัฒนาเส้นทาง ยุทธศาสตร์เชื่อม 2 ฝั่งทะเล (สงขลา-สตูล) ลดระยะทางกว่า 50 กิโลเมตร หนุนเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวชายแดนใต้
วันที่ 7 มิถุนายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นำคณะลงพื้นที่จังหวัดสงขลา ติดตามการแก้ปัญหาสะพานชำรุด อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา โดยมีนายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายษฐา ขาวขำ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ดร.รัชพงศ์ ชูแก้ว เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายชาครีย์ บำรุงวงศ์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายกฤชณัทท พลรัตน์ นายอำเภอสะเดา พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงคมนาคม ตลอดจนผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนร่วมให้การต้อนรับ
จุดแรก คณะได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์สะพานบ้านคลองอู่ตะเภา ช่วงคลองแงะ–บาโรย อำเภอสะเดา ซึ่งครอบคลุมพื้นที่บ้านคลองแงะ ตำบลพังลา และบ้านท่าโพธิ์ ตำบลท่าโพธิ์ ซึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัยเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ส่งผลให้บริเวณคอสะพานและผิวจราจรชำรุด กระทบต่อการสัญจรของประชาชนในพื้นที่ โดยแขวงทางหลวงสงขลาที่ 2 (นาหม่อม) และหมวดทางหลวงวังใหญ่ ได้เร่งดำเนินการซ่อมแซมเบื้องต้น พร้อมประสานศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 4 (นครศรีธรรมราช) ติดตั้งสะพานแบริ่งและปรับปรุงระบบระบายน้ำ เพื่อให้สามารถเปิดการจราจรได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย ขณะที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณฟื้นฟูทางหลวงประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เพื่อก่อสร้างสะพานถาวรและบูรณะเส้นทางให้กลับคืนสู่สภาพสมบูรณ์โดยเร็ว
จากนั้น คณะได้เดินทางไปยังบริเวณอุโมงค์บาโรย–ทุ่งตำเสา อำเภอสะเดา เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปโครงการพัฒนาอุโมงค์บาโรย–ทุ่งตำเสา ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาเส้นทางยุทธศาสตร์เชื่อม 2 ฝั่งทะเล ระหว่างฝั่งอันดามันและอ่าวไทย โดยมีเป้าหมายเชื่อมโยงโครงข่ายทางหลวงระหว่างจังหวัดสตูล สงขลา และปัตตานี อันจะช่วยเติมเต็มโครงข่ายคมนาคมในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างที่ยังเป็นช่องว่างสำคัญ (Missing Link) ผ่านการเชื่อมต่อทางหลวงหมายเลข 4145 ตอนคลองแงะ–บาโรย จังหวัดสงขลา กับทางหลวงหมายเลข 4137 ตอนบ้านทุ่งตำเสา–แยกสวนเทศ จังหวัดสตูล
สำหรับโครงการดังกล่าว หากดำเนินการแล้วเสร็จ จะช่วยลดระยะทางการเดินทางได้ประมาณ 50 กิโลเมตร และลดระยะเวลาเดินทางได้มากกว่า 40 นาที อย่างไรก็ตาม เนื่องจากแนวเส้นทางบางช่วงพาดผ่านพื้นที่ป่า กรมทางหลวงจึงจำเป็นต้องศึกษาความเหมาะสมของโครงการ รวมถึงจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) อย่างรอบด้าน ก่อนพิจารณาดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ถนนสายบาโรยเป็นเส้นทางที่ประชาชนทั้งจังหวัดสงขลาและสตูลเฝ้ารอการพัฒนาเชื่อมต่อกันมาเป็นเวลาหลายสิบปี โดยกระทรวงคมนาคมมุ่งผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้หลักการพัฒนาที่ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งหากผลการศึกษา EIA ผ่านการพิจารณา ก็จะสามารถดำเนินการก่อสร้างอุโมงค์เชื่อมพื้นที่ตำบลคลองแงะ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ไปยังพื้นที่ทุ่งตำเสา อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูลได้
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางของประชาชนทั้งสองจังหวัด รวมถึงผู้ที่เดินทางผ่านด่านชายแดนปาดังเบซาร์และสะเดา ลดระยะทางได้กว่า 50–60 กิโลเมตร อีกทั้งยังช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวฝั่งอันดามัน โดยเฉพาะการเดินทางสู่ท่าเรือปากบารา ท่าเรือตำมะลัง ตลอดจนแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดสตูล อาทิ หมู่เกาะตะรุเตา หมู่เกาะเภตรา และเกาะหลีเป๊ะ ซึ่งจะเอื้อต่อการดึงดูดนักงเที่ยวจากประเทศมาเลเซียและพื้นที่ใกล้เคียงได้มากยิ่งขึ้น
พร้อมกันนี้ รองนายกรัฐมนตรีฯ ยืนยันว่า แนวทางการพัฒนาโครงการจะคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด โดยเน้นการก่อสร้างในรูปแบบอุโมงค์ เพื่อหลีกเลี่ยงการตัดผ่านพื้นที่ป่าและลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ พร้อมประสานความร่วมมือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างสมดุลระหว่างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
นอกจากนี้ ยังได้ติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาสะพานบ้านคลองอู่ตะเภาที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย โดยยืนยันว่ากระทรวงคมนาคมจะเร่งผลักดันการขอรับงบประมาณในปีงบประมาณ 2570 เพื่อดำเนินการก่อสร้างสะพานถาวรให้แล้วเสร็จตามแผน พร้อมคืนความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางแก่ประชาชนในพื้นที่โดยเร็วที่สุด..//

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา // ข่าว-ภาพ

รมว.ทส. “สุชาติ ชมกลิ่น” ลงพื้นที่ภูเก็ต ติดตามคดีบุกรุกอุทยานฯ เดินหน้าดัน Boat Taxi แก้รถติด–ยกระดับท่องเที่ยวอุทยานสิ...
07/06/2026

รมว.ทส. “สุชาติ ชมกลิ่น” ลงพื้นที่ภูเก็ต ติดตามคดีบุกรุกอุทยานฯ เดินหน้าดัน Boat Taxi แก้รถติด–ยกระดับท่องเที่ยวอุทยานสิรินาถ

วันที่ 7 มิถุนายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามการบริหารจัดการพื้นที่ภายในอุทยานแห่งชาติสิรินาถ และติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีกรณีการบุกรุกพื้นที่อุทยาน โดยมี นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, นายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมป่าไม้, พล.ต.ต.สุรพล บุญมา (ผู้การแดง) เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ติดตามภารกิจ

รมว.ทส. ระบุว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้ติดตามการจับกุมผู้บุกรุกที่ดินของอุทยานฯ ซึ่งตอนนี้ยึดมาหมดและเป็นคดีความแล้วทั้งหมด ในแง่หนึ่งยอมรับว่าเห็นใจประชาชนหรือผู้ซื้อบางรายที่อาจจะตกเป็นเหยื่อ ถูกหลอกให้ซื้อที่ดินโดยไม่รู้ว่าเอกสารสิทธิ์นั้นมิชอบด้วยกฎหมาย แต่ทว่าทุกอย่างต้องอยู่บนพื้นฐานกฎหมายเดียวกัน เราอยู่ในประเทศไทยต้องเคารพกฎหมายไทย สุดท้ายแล้วจะเห็นเองว่าคนที่บุกรุกป่า ชายหาด ชายทะเล สุดท้ายจะไม่เหลืออะไรเลย เพราะนี่คือสมบัติของชาติที่เราต้องเอากลับคืนมาให้ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน” นายสุชาติ กล่าวเน้นย้ำ

นอกจากนี้ รมว.ทส. ยังได้กล่าวถึงกรณี "หาดบางเทา" ซึ่งเป็นพื้นที่ทำมาค้าขายของพี่น้องประชาชน โดยระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความห่วงใยในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ซึ่งตนได้สั่งการให้กรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติฯ นัดประชุมด่วนในวันพรุ่งนี้เช้า (8 มิ.ย.) เพื่อหาข้อสรุปร่วมกันในการจัดระเบียบพื้นที่และดูแลปากท้องประชาชนไปพร้อมๆ กัน

สำหรับอีกหนึ่งประเด็นไฮไลท์ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คือการเร่งแก้ปัญหาการจราจรที่ติดขัดอย่างรุนแรงในจังหวัดภูเก็ต โดย นายสุชาติ ระบุว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะกรมอุทยานแห่งชาติฯ เข้ามาสำรวจพื้นที่ชายหาดในเขตอุทยานฯ เพื่อพิจารณาจุดที่เหมาะสมในการจัดสร้างท่าเรือลอยน้ำ รองรับโครงการการคมนาคมทางน้ำ ‘Boat taxi’

นายสุชาติ กล่าวว่า อุทยานแห่งชาติสิรินาถมีศักยภาพสูงมากในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับสากล แต่ที่ผ่านมาอาจจะยังไม่ได้รับการโฟกัสในมิตินี้เท่าที่ควร การดำเนินการครั้งงนี้จะช่วยกระจายนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางกลับไปขึ้นเครื่องบินที่สนามบิน ให้สามารถนั่งเรือตรงมาจากหาดป่าตองได้ทันที ซึ่งจะช่วยลดความแออัดบนท้องถนนของภูเก็ตได้อย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่ไปกับการเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ชื่นชมความสวยงามของอุทยานฯ มากขึ้น

ทั้งนี้ ในวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ตั้งแต่เวลา 09.30 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทส. มีกำหนดการลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจต่อเนื่องที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ โดยจะเข้าตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ทำการอุทยานฯ จากนั้นจะประชุมติดตามผลคดีบุกรุกพื้นที่ป่า และปิดท้ายด้วยการลงพื้นที่ตรวจสอบแนวชายหาดที่กำลังประสบปัญหา "การกัดเซาะชายฝั่ง" เพื่อวางแนวทางป้องกันและฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลในระยะยาวต่อไป

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต กรมประชาสัมพันธ์ ภาพ-ข่าว

🔰รองนายกฯ “ดร.ยศชนัน” ลงพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ ติดตามการพัฒนาเทคโนโลยีสมุนไพรไทย ยกระดับสู่ศูนย์กลางเวลเนสภาคใต้🔰——...
07/06/2026

🔰รองนายกฯ “ดร.ยศชนัน” ลงพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ ติดตามการพัฒนาเทคโนโลยีสมุนไพรไทย ยกระดับสู่ศูนย์กลางเวลเนสภาคใต้🔰
—————————

(7 มิถุนายน 2569) ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. ลงพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามผลการดำเนินงานด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมในการพัฒนาอุตสาหกรรมสมุนไพรไทย โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ สกสว. ให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงาน

ศาสตราจารย์ ดร.สมปอง กล่าวว่า กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ กองทุน ววน. ได้สนับสนุนงบประมาณผ่านหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) เพื่อพัฒนาและต่อยอดอุตสาหกรรมสมุนไพรไทย โดยจัดตั้งโรงงานต้นแบบผลิตสารสกัดมาตรฐาน GMP ที่มีศักยภาพในการผลิตสารสำคัญจากสมุนไพรไทย เพื่อรองรับการนำไปใช้ประโยชน์ด้านการแพทย์ อาหาร ผลิตภัณฑ์สุขภาพ และเชิงพาณิชย์ อันจะช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าและสร้างโอกาสการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก

ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าวว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สุขภาพจำเป็นต้องอาศัยการศึกษาวิจัยเชิงลึกและการพิสูจน์ด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ของไทย พร้อมผลักดันให้ภาคใต้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพและเวลเนสของประเทศ โดยใช้จุดแข็งด้านทรัพยากร การท่องเที่ยว และองค์ความรู้จากสถาบันการศึกษาในพื้นที่

ทั้งนี้ กระทรวง อว. พร้อมสนับสนุนความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิจัย มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน เพื่อผลักดันผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ยกระดับรายได้ของประชาชน และขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมอย่างยั่งยืน.
——————————-

ภาพ/ข่าว : สวท.สงขลา

07/06/2026
รมว.ศธ.-รมว.พม. ลงพื้นที่อำเภอพิมาย ขับเคลื่อนการศึกษาเท่าเทียม เดินหน้าสร้างโรงเรียนปลอดภัยสำหรับเด็ก(6 มิ.ย. 69) นายปร...
06/06/2026

รมว.ศธ.-รมว.พม. ลงพื้นที่อำเภอพิมาย ขับเคลื่อนการศึกษาเท่าเทียม เดินหน้าสร้างโรงเรียนปลอดภัยสำหรับเด็ก

(6 มิ.ย. 69) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พร้อมด้วยนายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ลงพื้นที่อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา เพื่อติดตามการดำเนินงานด้านการศึกษาและการคุ้มครองเด็ก โดยจุดแรกได้ตรวจเยี่ยมศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอพิมาย รับฟังผลการดำเนินงานด้านการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต การติดตามเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา และการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้ประชาชนทุกช่วงวัย ตามนโยบายลดความเหลื่อมล้ำและการศึกษาที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน

จากนั้นได้ร่วมเปิดโครงการ “เปิดเทอมใหม่ โรงเรียนปลอดภัยสำหรับเด็ก (Child Friendly School)” ณ โรงเรียนพิมายวิทยา อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา โดยมีนางอภิญญา ชมภูมาศ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เด็ก เยาวชน และภาคีเครือข่าย เข้าร่วมงาน

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสทางการศึกษาและความปลอดภัยในสถานศึกษา ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 โดยมุ่งให้โรงเรียนเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่ปลอดภัย ปราศจากความรุนแรง การกลั่นแกล้ง และการละเมิดสิทธิ เพื่อให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียมและสามารถพัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่

ด้านนายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้บูรณาการความร่วมมือกับ 18 หน่วยงานภาคีเครือข่าย เพื่อสร้างระบบนิเวศทางการศึกษาที่ปลอดภัยในทุกมิติ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และโลกออนไลน์ ผ่าน 4 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การเชื่อมโยงระบบ SAFE SCHOOL กับสายด่วน พม. 1300 การดูแลช่วยเหลือเด็กและครอบครัวกลุ่มเปราะบาง การทำงานร่วมกันของทีมสหวิชาชีพในระดับพื้นที่ และการสร้างโรงเรียนปลอดภัยควบคู่กับชุมชนปลอดภัย เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้รับการคุ้มครอง ดูแล และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

การดำเนินโครงการดังกล่าวสะท้อนความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการสร้างสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่ปลอดภัย ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และสร้างหลักประกันให้เด็กและเยาวชนได้รับโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต

#รมวศธ #ประเสริฐจันทรรวงทอง #นครราชสีมา #รมวพม #นิกรโสมกลาง #รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
#การศึกษา

06/06/2026

ที่อยู่

Phitsanulok
65000

เบอร์โทรศัพท์

+6655267049

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สวท.พิษณุโลก 4.0ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง สวท.พิษณุโลก 4.0:

แชร์