25/05/2026
เห็ดร่างแห (Phallus indusiatus') หรือ เห็ดเยื่อไผ่
มีเขตกระจายพันธุ์ทั่วทุกภาคของประเทศไทย มักขึ้นเป็นดอกเดี่ยวอยู่บนพื้นดินที่มีใบไม้เน่าเปื่อย พบมากในช่วงฤดูฝน ลักษณะเด่นอันเป็นที่มาของชื่อคือ ที่ใต้หมวกของดอกเห็ดจะมีเยื่อบางๆ คล้ายร่างแหกางห้อยลงมาปกคลุมก้านดอก ดูคล้ายสุ่มร่างแหที่โดนลม สุ่มนี้จะพัดแกว่งไกวราวกับสตรีใส่กระโปรงลูกไม้เต้นระบำอยู่ เป็นที่มาของชื่อ Dancing Mushroom อีกชื่อหนึ่ง
ในประเทศจีนมีเห็ดประเภทนี้ 9 ชนิด กินได้เพียง 4 ชนิด ในประเทศไทย ภาคอีสานพบ 5 ชนิด คือ เห็ดร่างแหกระโปรงยาวสีขาว (Dictyophora indusiata) เห็ดร่างแหกระโปรงสั้นสีขาว (Dictyophora duplicata) เห็ดร่างแหกระโปรงเหลือง (Dictyophora multicolor) เห็ดร่างแหกระโปรงส้ม (Dictyophora multicolor) และเห็ดร่างแหกระโปรงแดง (Dictyophora rubrovolvata) แต่มีเพียง 2 ชนิดเท่านั้นที่สามารถรับประทานได้ คือ เห็ดร่างแหกระโปรงสั้นสีขาว และเห็ดร่างแหกระโปรงยาวสีขาว ส่วนเห็ดร่างแหชนิดอื่น ๆ มีพิษ ไม่สามารถรับประทานได้ ชาวจีนรู้จักใช้ประโยชน์เห็ดชนิดนี้ตั้งแต่เมื่อประมาณ 3,000 ปีมาแล้ว โดยจัดเป็นส่วนผสมในยา รวมถึงปรุงเป็นอาหาร ด้วยความเชื่อว่าสามารถลดคอเลสเตอรอล ลดความดันโลหิต บำรุงร่างกาย บรรเทาโรคที่เกี่ยวกับไต ตา ปอด ตับอักเสบ หวัด ช่วยระบบขับลม ลดความอ้วน จากการศึกษารวมทั้งมีรายงานระบุว่า นำมาเป็นส่วนผสมน้ำมันนวดแก้โรคเกาต์และรูมาติซึมได้ ส่วนประเทศแถบเอเชียนิยมกินเห็ดที่ตากแห้ง โดยเติมน้ำร้อนและสามารถดื่มได้ทันที สำหรับประเทศไทยนิยมนำมาประกอบเป็นอาหาร เช่น ซุปเยื่อไผ่ แกงจืดเยื่อไผ่
#เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาท่าพล