19/05/2026
🎇การยิงสลุต 21 นัด เป็นธรรมเนียมที่มีรากฐานมายาวนานหลายร้อยปี โดยมีวิวัฒนาการมาจากความเชื่อเรื่องความปลอดภัยและการแสดงความเป็นมิตรในแวดวงการเดินเรือและทหารเรือ ดังนี้
🚢ประวัติความเป็นมา: จากการ "ถ่ายกระสุน" สู่สัญลักษณ์แห่งสันติภาพ
ต้นกำเนิดย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 14 และ 15 เมื่อเรือรบในสมัยนั้นติดตั้งปืนใหญ่ที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงและใช้เวลาบรรจุกระสุนนาน
1. การแสดงความบริสุทธิ์ใจเมื่อเรือรบแล่นเข้าใกล้ชายฝั่งหรือเรือของชาติอื่น การยิงปืนใหญ่ที่มีอยู่ทั้งหมดทิ้งเป็นการแสดงให้เห็นว่า "ปืนของฉันไม่มีกระสุนแล้ว" ซึ่งหมายความว่าเราไม่มีเจตนาจะโจมตี เป็นการให้เกียรติและสร้างความไว้วางใจ
2. ทำไมต้องเลข 7 และ 21
💣เรือรบในสมัยโบราณมักติดตั้งปืนใหญ่ 7 กระบอก จึงยิงทักทาย 7 นัด (ตัวเลข 7 มีความเชื่อเรื่องเลขมงคลและอำนาจลึกลับมาตั้งแต่สมัยโบราณ)
💣ในขณะเดียวกัน ป้อมปืนบนฝั่งซึ่งมีดินปืนสมบูรณ์กว่าและเก็บรักษาได้ง่ายกว่าเรือ จึงยิงตอบแทนกลับมาเป็น 3 เท่าของเรือ (7 × 3) จึงกลายเป็น **21 นัด**
💣 ภายหลังเมื่อเทคโนโลยีการเก็บดินปืนบนเรือดีขึ้น ชาติต่างๆ จึงตกลงใช้เลข 21 นัด เป็นมาตรฐานสากลเท่ากันทั้งเรือและบกในปี ค.ศ. 1875
🫅ธรรมเนียมการยิงสลุตหลวงเฉลิมพระเกียรติในประเทศไทย
สำหรับประเทศไทย ธรรมเนียมนี้ถูกเรียกว่า "การยิงสลุตหลวง" ซึ่งมีการบันทึกว่าเริ่มปรากฏชัดเจนในสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) โดยเรียกตามเสียงปืนว่า "ปืนสลุต"
1. โอกาสในการยิงสลุตหลวง 21 นัด
ปัจจุบันกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ จะทำการยิงสลุตหลวง 21 นัด เพื่อเฉลิมพระเกียรติในโอกาสสำคัญต่างๆ ดังนี้
🇹🇭พระราชพิธีบรมราชาภิเษก👑
🫅วันฉลองพระชนมพรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
🎌 การต้อนรับประมุขต่างประเทศ ที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ (State Visit)
2. สถานที่และหน่วยงานที่รับผิดชอบ
ในกรุงเทพมหานคร หน่วยงานทหารจะทำการยิงสลุตพร้อมกันในสถานที่หลัก ได้แก่
💂กองทัพบก โดยกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 1 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ (บริเวณท้องสนามหลวง หรือพื้นที่ใกล้เคียงเขตพระราชฐาน)
🛥️กองทัพเรือ โดยฐานทัพเรือกรุงเทพ (บริเวณป้อมวิไชยประสิทธิ์)
🛩️กองทัพอากาศ โดยกรมทหารราบที่ 1 หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน (บริเวณโรงเรียนนายเรืออากาศฯ)
📜3. ข้อกำหนดเบื้องต้น
การยิงสลุตหลวงจะเริ่มนัดแรกในเวลาที่กำหนด (มักจะเป็นเวลาเที่ยงตรง หรือตามเวลาที่เสด็จพระราชดำเนินถึงจุดหมาย) โดยจังหวะการยิงจะเว้นระยะห่างนัดละประมาณ 5-10 วินาที จนครบ 21 นัด
🔮เกร็ดเพิ่มเติม
หากเป็นการแสดงความเคารพต่อบุคคลสำคัญในระดับที่ลดหลั่นลงมา จำนวนนัดจะลดลงตามตำแหน่ง เช่น นายกรัฐมนตรี หรือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะได้รับการยิงสลุตจำนวน 19 นัด
แหล่งที่มาข้อมูล
1. เอกสารและวารสารทางราชการ
กรมศิลปากร. (2525). พระราชพิธีในรัชกาลที่ 9. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร. (เนื้อหาว่าด้วยลำดับขั้นตอนและปืนสลุตในพระราชพิธีสำคัญ)
กองทัพเรือ. (2549). ประวัติธงและเครื่องหมายราชการของกองทัพเรือ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์กองทัพเรือ. (ให้ข้อมูลเรื่องการวิวัฒนาการของการยิงสลุตจากธรรมเนียมเรือรบ)
สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ. (2550). ราชาศัพท์และธรรมเนียมการใช้. กรุงเทพฯ: สำนักนายกรัฐมนตรี.
2. บทความทางประวัติศาสตร์และวารสารวิชาการ
ศานติ ภักดีคำ. (2562). "ธรรมเนียมการยิงสลุตในประวัติศาสตร์ไทย." วารสารประวัติศาสตร์และศิลปะ.
สมาน จิตภักดี. (2545). "วิวัฒนาการปืนสลุตหลวง." สารนิพนธ์ทหารปืนใหญ่. ศูนย์การทหารปืนใหญ่ ลพบุรี.