สวท.พะเยา

สวท.พะเยา ให้บริการข้อมูลสารของรัฐถึงพี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม เพื่อพัฒนาและมีความสุขอย่างยั่งยืน

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 ผนึกกำลัง 19 สถาบัน สู่ศูนย์กลางนวัตกรรมและเศ...
08/06/2026

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 ผนึกกำลัง 19 สถาบัน สู่ศูนย์กลางนวัตกรรมและเศรษฐกิจมูลค่าสูง

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์
รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “University Group 2 as Thailand's Innovation Engine:
พลังมหาวิทยาลัยเพื่ออนาคตเศรษฐกิจไทย” ณ จังหวัดเชียงใหม่
8 มิถุนายม 2569

เป้าหมายประเทศไทย วางรากฐานสู่การเป็นประเทศรายได้สูง สร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูง ด้วย Science and Technologyศาสตราจารย์ ดร.ยศ...
08/06/2026

เป้าหมายประเทศไทย วางรากฐานสู่การเป็นประเทศรายได้สูง สร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูง ด้วย Science and Technology

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์
รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “University Group 2 as Thailand's Innovation Engine:
พลังมหาวิทยาลัยเพื่ออนาคตเศรษฐกิจไทย” ณ จังหวัดเชียงใหม่
8 มิถุนายม 2569

ใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง บูรณาการกลไกความร่วมมือ ใช้ข้อมูลความรู้ในการตัดสินใจและแก้ไขปัญหาได้จริง เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีและ...
08/06/2026

ใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง บูรณาการกลไกความร่วมมือ ใช้ข้อมูลความรู้ในการตัดสินใจและแก้ไขปัญหาได้จริง เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีและอนาคตที่ยั่งยืน

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์
รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “University Group 2 as Thailand's Innovation Engine:
พลังมหาวิทยาลัยเพื่ออนาคตเศรษฐกิจไทย” ณ จังหวัดเชียงใหม่
8 มิถุนายม 2569

08/06/2026

มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม จัดสัมมนานโยบายและกลไกการขับเคลื่อนเครือข่ายมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 ทั่วประเทศ 19 แห่ง สู่ศูนย์กลางนวัตกรรมและเศรษฐกิจมูลค่าสูง

ณ โรงแรมแคนทารี่ ฮิลส์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ศาสตราจารย์ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธี และกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "University Group 2 as Thailand's Innovation Engine: พลังมหาวิทยาลัยเพื่ออนาคตเศรษฐกิจไทย" ในงานสัมมนานโยบายและกลไกการขับเคลื่อนเครือข่ายมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 สู่ศูนย์กลางนวัตกรรมและเศรษฐกิจมูลค่าสูง
รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยในการปาฐกถาว่า "มหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 ซึ่งเป็นกลุ่มมหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีและ

วช. - มอ. ลงนาม MOU อนุรักษ์และฟื้นฟูแนวปะการังอย่างยั่งยืนด้วยวิจัยและนวัตกรรม ในระหว่างกิจกรรมการตรวจเยี่ยม "การขับเคล...
08/06/2026

วช. - มอ. ลงนาม MOU อนุรักษ์และฟื้นฟูแนวปะการังอย่างยั่งยืนด้วยวิจัยและนวัตกรรม ในระหว่างกิจกรรมการตรวจเยี่ยม "การขับเคลื่อนผลงานวิจัยนวัตกรรมเพื่อการยกระดับเศรษฐกิจฐานราก" ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จังหวัดสงขลา

วันที่ 8 มิ.ย.ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ ภาคใต้ จ.สงขลาสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัด “พิธีลงนามความร่วมมือด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูแนวปะการังอย่างยั่งยืน” ในระหว่างกิจกรรมการตรวจเยี่ยม "การขับเคลื่อนผลงานวิจัยนวัตกรรมเพื่อการยกระดับเศรษฐกิจฐานราก" โดยมี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว. อว. เป็นประธานในพิธี มี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการ รมว.อว. พร้อมนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมลงนามความร่วมมือ ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จ.สงขลา

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า บันทึกข้อตกลงฯ ฉบับนี้ เป็นมากกว่าความร่วมมือเชิงวิชาการ แต่คือ ‘หมุดหมายสำคัญ’ ที่สะท้อนเจตนารมณ์ของกระทรวง อว. ในการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมจากงานวิจัย มาเปลี่ยนผ่านสู่การปฏิบัติที่จับต้องได้จริง โดยกระทรวง อว. พร้อมให้การสนับสนุนทั้งในด้านนวัตกรรมและกลไกงบประมาณ เพื่อผลักดันให้การทำงานร่วมกันระหว่าง วช. และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ในครั้งนี้ เป็นการใช้ ‘วิทยาศาสตร์นำทาง’ เพื่อกอบกู้และฟื้นฟูระบบนิเวศแนวปะการังให้กลับมาสมบูรณ์ เป้าหมายสูงสุดของเราไม่ใช่เพียงการอนุรักษ์ แต่คือการสร้าง ‘สมดุลใหม่’ ที่เชื่อมโยงความมั่งคั่งของเศรษฐกิจฐานราก เข้ากับความยั่งยืนของทรัพยากรทางทะเล เพื่อให้ชุมชนชายฝั่งของเราเติบโตและพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง ตามแนวทางที่เราได้ตั้งเป้าหมายไว้

ด้าน ดร.วิภารัตน์ กล่าวว่า วช.พร้อมขานรับนโยบาย “MHESI Action Plan 2026–2030” โดยส่งเสริมการบูรณาการงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคีเครือข่ายในการพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนและสร้างอนาคตประเทศไทยภายในปี 2030

สำหรับ ภายในพื้นที่มีการจัดแสดงนิทรรศการผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่ได้รับการสนับสนุนจาก วช. ได้แก่ “นวัตกรรมฐานยึดเกาะตัวอ่อนปะการังสำหรับเพาะเลี้ยงและอนุบาลปะการังธรรมชาติ (Polyp Haven)“ ผลิตจากวัสดุผสมพิเศษระหว่างอะราโกไนต์แคลเซียมคาร์บอเนตและพลาสติกชีวภาพ ช่วยในการยึดเกาะของตัวอ่อนและเร่งการเจริญเติบโตของปะการัง โดย ดร.ชุติพันธ์ เลิศวชิรไพบูลย์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, “นวัตกรรมเพื่อการฟื้นฟูปะการังด้วยเทคนิคการทำชิ้นส่วนปะการังขนาดเล็ก” โดย รศ.ดร.ธรรมศักดิ์ ยีมิน มหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งช่วยเร่งอัตราการเติบโตของปะการังและทำให้สร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้เร็วขึ้น และ “การศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพในแนวปะการังบริเวณเกาะแสมสารและเกาะข้างเคียง“ โดย ดร.สุเมตต์ ปุจฉาการ มหาวิทยาลัยบูรพา ที่รวบรวมองค์ความรู้ชนิดพันธุ์พืชและสัตว์ทะเลในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างยั่งยืน

#กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม

“ศุภมาส” บุกหาดใหญ่ ลุยตรวจคลินิกเสริมความงาม ลั่น! ทุกคลินิกต้องมีสัญญา เจอเอาเปรียบผู้บริโภคฟันทันทีวันนี้ (8 มิถุนายน...
08/06/2026

“ศุภมาส” บุกหาดใหญ่ ลุยตรวจคลินิกเสริมความงาม ลั่น! ทุกคลินิกต้องมีสัญญา เจอเอาเปรียบผู้บริโภคฟันทันที
วันนี้ (8 มิถุนายน 2569) เวลา 14.30 น. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ลงพื้นที่ตรวจคลินิกเสริมความงาม ณ ห้างเซ็นทรัล หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยมี นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรี นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรี และนายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. ร่วมด้วย โดยบูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสงขลา กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เทศบาลนครหาดใหญ่ และสภาองค์กรของผู้บริโภค หน่วยประจำจังหวัดสงขลา ในฐานะตัวแทนภาคประชาชน ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้บริโภค
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า จากข้อมูลเรื่องร้องทุกข์ของ สคบ. พบว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 การร้องทุกข์ในพื้นที่จังหวัดสงขลา อันดับ 1 คือ เรื่องคลินิกเสริมความงาม โดยส่วนใหญ่เป็นการขอเงินคืนเพราะยังไม่ได้ใช้บริการจากกรณีที่คลินิกปิดกิจการหรือไม่สามารถให้บริการได้ รองลงมาคือซื้อแล้วเปลี่ยนใจไม่มาใช้บริการ และการบาดเจ็บหรือผลข้างเคียงจากการเสริมความงาม ซึ่งพอทราบว่าเจ้าหน้าที่กำลังลงตรวจในพื้นที่ที่มีปัญหามากที่สุด ตนจึงไปดูด้วยตนเอง อยากเห็นกับตาว่าผู้ประกอบการปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และผู้บริโภคได้รับบริการที่ปลอดภัยจริง
อำนาจหน้าที่ของ สคบ. คือการควบคุมสัญญา ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา ที่กำหนดให้ธุรกิจเสริมความงามเป็นธุรกิจควบคุมสัญญา พ.ศ. 2568 คลินิกทุกแห่งต้องจัดทำสัญญาและส่งมอบให้ผู้รับบริการ หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากผู้บริโภคเสียหายจริง สคบ. ฟ้องคดีแทนได้ โดยวันนี้เจ้าหน้าที่ได้เก็บสัญญากลับไปตรวจสอบ หากพบข้อสัญญาที่ไม่เป็นไปตามประกาศ สคบ. จะดำเนินคดีทันที
นางสาวศุภมาส กล่าวเพิ่มเติมว่า สัญญามาตรฐานระบุสิทธิของผู้บริโภคไว้ชัดเจน ทั้งสิทธิบอกเลิกสัญญาภายใน 7 วันและได้รับเงินคืนเต็มจำนวนหากยังไม่ใช้บริการ สิทธิขอเงินคืนตามสัดส่วนเมื่อคลินิกปิดกิจการ ปิดปรับปรุง ย้ายสถานที่ หรือมีใบรับรองแพทย์ว่าการใช้บริการต่อไปอาจเสี่ยงอันตราย รวมถึงกำหนดคืนเงินภายใน 15 วันสำหรับเงินสด เงินโอน และเช็ค หรือภายใน 45 วันสำหรับบัตรเครดิต พร้อมระบุว่า การกำกับดูแลคลินิกเสริมความงามยังเกี่ยวข้องกับกฎหมายของหน่วยงานอื่นอีกหลายฉบับ สคบ. จึงทำงานร่วมกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และแพทยสภา เพื่อตรวจสอบทั้งใบอนุญาต มาตรฐานการให้บริการ และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์อย่างต่อเนื่อง
“ขอย้ำว่าทุกคลินิกเสริมความงามต้องทำสัญญาให้ถูกต้องและส่งมอบให้ผู้รับบริการ ส่วนประชาชนก่อนเข้ารับบริการ ขอให้ตรวจสอบใบอนุญาตของสถานประกอบการ ดูเครื่องหมาย อย. ของผลิตภัณฑ์ และเก็บสัญญาไว้ทุกฉบับ อย่าหลงเชื่อโฆษณาราคาถูกผิดปกติหรือคำโฆษณาออนไลน์ที่ไม่มีเอกสารรับรอง เพราะอาจเสียทั้งเงินและเสี่ยงต่อชีวิต หากผู้ประกอบการรายใดเอาเปรียบผู้บริโภค สคบ. จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด” นางสาวศุภมาสกล่าว
ผู้บริโภคที่ประสบปัญหาจากการเข้ารับบริการคลินิกเสริมความงาม สามารถร้องทุกข์ได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ www.ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัด

///////

“อ.เชน – ยศชนัน” ลงพื้นที่อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคใต้ จ. สงขลา ลั่นต้องเชื่อมโยงผู้ประ กอบการ ชุมชน ภาครัฐ และภาคสัง...
08/06/2026

“อ.เชน – ยศชนัน” ลงพื้นที่อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคใต้ จ. สงขลา ลั่นต้องเชื่อมโยงผู้ประ กอบการ ชุมชน ภาครัฐ และภาคสังคมเข้าด้วยกันเพื่อบ่มเพาะธุรกิจไทยให้ก้าวไปสู่ระดับยูนิคอร์น เผยรับฟังเสียงและวิสัยทัศน์ของเยาวชนคนรุ่นใหม่ต้องการรากฐานอนาคตของประเทศที่แข็งแรง

วันที่ 8 มิ.ย. ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ลงพื้นที่ ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคใต้ (จ. สงขลา) เพื่อเยี่ยมชมผลงานนวัตกรรมการใช้ประโยชน์และขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคใต้ ภายใต้โครงการ South Innovation Bridge การเชื่อมโยงเครือข่ายนวัตกรรมสู่การพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ โดยมีผู้บริหารมหาวิทยาลัยในพื้นที่ภาคใต้ นักวิจัย ผู้ประกอบการและหน่วยงานภาคีเครือข่ายเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ภายในงานมีการจัดแสดงผลงานนวัตกรรมและเทคโนโลยีภายใต้การกำกับดูแลของอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยเครือข่าย 5 โซน อาทิ โซนนวัตกรรมขยายผลเพื่อการพัฒนาภูมิภาค โซนนวัตกรรมที่มีการใช้ประโยชน์ได้จริงด้านการแพทย์และสุขภาพ โซน Startup จากนักศึกษา โซน Halal Gateway และโซนนวัตกรรมเพื่อชุมชน โดยมีผลงานนวัตกรรมที่มีการนำไปใช้ประโยชน์จริงในระดับชุมชนอุตสาหกรรม และระดับประเทศ มาแสดงให้เห็นถึงศักยภาพนวัตกรรมไทยที่พร้อมก้าวไกลไปทัดเทียมผลงานในระดับนานาชาติ

สำหรับโซนนวัตกรรมขยายผลเพื่อพัฒนาภูมิภาค หนึ่งในผลงานเด่นคือ “นวัตกรรมไบโอดีเซลสำหรับภาคการเกษตรและประมง” ที่เปลี่ยนของเสียให้เป็นพลังงานทดแทน ช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิงสำหรับภาคการเกษตรและประมงและส่งเสริมการจัดการทรัพยากรตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนอันนำไปสู่ความมั่นคงทางพลังงานของชุมชนอย่างยั่งยืน

อีกหนึ่งนวัตกรรมที่ได้รับความสนใจ คือ “นวัตกรรมเครื่องแปลงขยะอินทรีย์และเศษวัชพืช ร่วมกับจุลินทรีย์เฉพาะสายพันธุ์” ซึ่งใช้เทคโนโลยีจุลินทรีย์ในการย่อยสลายเศษอาหาร มูลสัตว์ และวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรให้กลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง ช่วยลดปริมาณขยะอินทรีย์ ลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกร ลดการใช้ปุ๋ยเคมี และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero Emissions ในระดับชุมชนและภูมิภาค

ด้านภาคการเกษตรเชิงพาณิชย์ นำเสนอ “นวัตกรรมการเพิ่มผลผลิตอย่างยั่งยืนด้วย RSPO” ช่วยยกระดับการผลิตปาล์มน้ำมันของเกษตรกรภาคใต้และนำเสนอ “นวัตกรรมยางธรรมชาติเทอร์โมพลาสติกสำหรับงานหัตถกรรมจักสาน” ซึ่งเป็นการยกระดับภูมิปัญญาจักสานด้วยวัสดุทางเลือกใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ในด้านการยกระดับคุณภาพชีวิตและความเท่าเทียมทางสังคม จัดแสดง “นวัตกรรม Dolphins Glasses” นวัตกรรมเพื่อผู้พิการทางสายตาที่ใช้หลักการเสียงสะท้อน (Human Echolocation) ช่วยฝึกการรับรู้สภาพแวดล้อมและการนำทาง เพิ่มความสามารถในการดำรงชีวิตประจำวันอย่างปลอดภัยและเป็นอิสระ โซนนวัตกรรมที่มีการใช้ประโยชน์ได้จริงด้านการแพทย์และสุขภาพ มีผลงานที่น่าสนใจ อาทิ เซรั่มน้ำยางพาราทางการแพทย์ เป็นต้น

จากนั้น ศ.ดร.ยศชนัน มอบนโยบายการดำเนินงานให้กับอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคใต้ ว่าความสำคัญของอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ คือระบบนิเวศนวัตกรรม (Innovation Ecosystem) ที่ช่วยเชื่อมโยงผู้ประกอบการ ชุมชน ภาครัฐ และภาคสังคมเข้าด้วยกัน เพื่อแสดงให้คนไทยได้เห็นถึงศักยภาพและแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐาน ดังนั้น สิ่งแรกที่เราต้องให้ความสำคัญคือการสร้าง "พื้นที่" ที่เอื้อต่อการเติบโต และเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่หลอมรวมผู้ประกอบการ นักลงทุน และนักวิจัยให้มาใช้ชีวิตและทำงานร่วมกันอย่างมีความสุขตลอด 24 ชั่วโมง ที่สำคัญ เราต้องเปิดกว้างรับคนเก่งจากทุกศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นสายวิทยาศาสตร์ หรือสายสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ให้เข้ามาเป็น Content Creator เพื่อผสมผสานความรู้และสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ ซึ่งนี่แหละคือรากฐานสำคัญที่จะบ่มเพาะธุรกิจไทยให้ก้าวไปสู่ระดับยูนิคอร์นได้อย่างแท้จริง

ต่อมาศ.ดร.ยศชนัน ให้สัมภาษณ์ว่า จากการลงพื้นที่รับฟังเสียงและวิสัยทัศน์ของเยาวชนคนรุ่นใหม่ใน จ.สงขลา ทำให้เรายิ่งเห็นความสำคัญของการวางรากฐานอนาคตของประเทศ ซึ่งอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายนี้ เรามุ่งมั่นที่จะสร้างระบบนิเวศทางนวัตกรรมที่ไร้รอยต่อ โดยเชื่อมโยงงานวิจัยจากต้นน้ำในรั้วมหาวิทยาลัย มาสู่การบ่มเพาะธุรกิจในระดับกลางน้ำให้กับกลุ่มนักศึกษา สตาร์ทอัพ และผู้ประกอบการ SME เพื่อส่งไม้ต่อให้ภาครัฐและภาคอุตสาหกรรมในระดับปลายน้ำ สามารถนำไปขยายผลและผลักดันนวัตกรรมไทยให้เติบโตแข่งขันได้ในเวทีโลก

"การยกระดับเศรษฐกิจของภาคใต้จะต้องเดินหน้าควบคู่ไปกับความยั่งยืนเสมอ เราจึงนำเทคโนโลยีเข้ามาบูรณาการกับจุดเด่นทางทรัพยากรของพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริม 'เศรษฐกิจเวลเนส' (Wellness Economy) ที่สอดคล้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและแนวปะการัง การยกระดับ 'เศรษฐกิจฮาลาล' ให้เป็นเสาหลักสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาค ไปจนถึงการบูรณาการเทคโนโลยีเพื่อเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ เช่น การผลิตพลังงานทางเลือกอย่างไบโอดีเซลเพื่อใช้เป็นพลังงานสำรองในยามฉุกเฉินและเพื่อก้าวให้ทันความเปลี่ยนแปลงของโลก เราได้ส่งเสริมวิทยาการสมัยใหม่ระดับแนวหน้าอย่าง 'จีโนมิกส์' (Genomics) เพื่อเปิดโอกาสให้นักวิจัยและนักศึกษาในพื้นที่ได้เข้ามาต่อยอดองค์ความรู้เชิงลึก ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นเป็นรูปธรรมได้เพราะเรามีระบบนิเวศที่พร้อมรองรับ ทั้งเทคโนโลยีที่เหมาะสม (Appropriate Technology) และเทคโนโลยีขั้นลึก (Deep Technology) โดยมีโรงงานต้นแบบภายในอุทยานวิทยาศาสตร์เป็นพื้นที่แห่งการทดลองและลงมือทำจริง ซึ่งจะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการเปลี่ยนงานวิจัยให้กลายเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไป" ศ.ดร.ยศชนัน ระบุ

ข่าว/ภาพ : กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม

08/06/2026

รายการ อู้ข่าวจาวเหนือ
วันที่ 8 มิถุนายน 2569

ขอเชิญประชาชนร่วมสะสมตราไปรษณียากรที่ระลึก เนื่องในงานฉลองพระชนมายุ ๙๙ พรรษา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกล...
08/06/2026

ขอเชิญประชาชนร่วมสะสมตราไปรษณียากรที่ระลึก เนื่องในงานฉลองพระชนมายุ ๙๙ พรรษา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๙ ชุดภาพโมเสก "พระคุณ ๑๐ ประการ แห่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" และ “ประวัติวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม” รวม ๑๒ แบบ จัดจำหน่าย ๑๙ มิถุนายนนี้ ณ ไปรษณีย์ไทยทั่วประเทศ และ ThailandPostMart.com

-----------------------------------------------
พระอุปถัมภคุณ คือ ทรงอุปถัมภ์พระพุทธศาสนา เสด็จออกทรงผนวช สร้างพระพุทธรูปและพระอาราม พิมพ์พระไตรปิฎก จัดระเบียบปกครองคณะสงฆ์ อุปถัมภ์พระราชวงศ์ให้รุ่งเรืองพระเกียรติยศและคุณธรรม

ตลอดรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์แก่คณะสงฆ์และพระอารามต่าง ๆ ทั้งในและนอกพระราชอาณาเขตเป็นอเนกประการ สำหรับวัดราชบพิธนั้น เสด็จพระราชดำเนินมาทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐินอยู่เสมอ ตอนบนของภาพจึงเขียนพระบรมสาทิสลักษณ์ทรงเครื่องต้น ประทับพระราชยานพุดตานถม เช่นเดียวกับพระบรมฉายาลักษณ์ซึ่งฉายในการเสด็จพระราชดำเนินครั้งหนึ่ง ด้านขวาสุดเขียนภาพพลับพลาเปลื้องเครื่อง ซึ่งตั้งอยู่ริมกำแพงทิศเหนือของพระอาราม ในพระนครแห่งนี้มีเพียงวัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดบวรนิเวศวิหาร และวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามเท่านั้น ที่มีพลับพลาสำหรับเปลี่ยนเครื่องทรงก่อนเข้าสู่พระอาราม แยกออกจากอาคารอื่นๆ อย่างชัดเจน

ด้วยทรงพระราชศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า จึงทรงพระผนวชเป็นพระภิกษุเมื่อพระชนมพรรษาครบ ๒๐ พรรษา ในพุทธศักราช ๒๔๑๖ โดยมีสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์เป็นพระราชอุปัธยาจารย์ และทรงทำทัฬหีกรรม คืออุปสมบทซ้ำเป็นพระภิกษุธรรมยุติกนิกาย ณ พระพุทธรัตนสถานมนทิรารามในพระบรมมหาราชวัง โดยมีพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพระอรุณนิภาคุณากร เจ้าอาวาสยุคที่ ๑ เป็นหนึ่งในคณปูรกะแห่งสังฆกรรมครั้งนั้น ตอนล่างจึงปรากฏภาพพระพุทธรัตนสถานและหอระฆังเป็นฉากหลังของเหตุการณ์ จิตรกรเขียนพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อทรงพระผนวช และพระราชอุปัธยาจารย์ทรงยืนบนชาลาทางขึ้นพระพุทธรัตนสถาน พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า และพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพระอรุณนิภาคุณากร ทรงยืนอยู่ด้านข้างหอระฆัง สื่อความว่าพระเถระทุกพระองค์นั้นมีพระคุณูปการต่อคณะสงฆ์ เป็นที่ทรงพระราชศรัทธาของสมเด็จพระปิยมหาราช

เบื้องขวาปรากฏพระบรมสาทิสลักษณ์ทรงฉลองพระองค์ราชปะแตนอย่างสมัยนิยม ทรงถือพระมาลาในพระหัตถ์แสดงพระอาการเคารพต่อพระเถระผู้ประทับพระเก้าอี้เบื้องหน้า คือสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส พระราชโอรสของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทั้งสองพระองค์ทรงจัดระเบียบคณะสงฆ์เป็นรากฐานให้คณะสงฆ์ ในปัจจุบัน

ด้านซ้ายเขียนภาพตู้พระไตรปิฎกยอดพระจุลมงกุฎ หมายถึงการพิมพ์พระไตรปิฎกปาฬิ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พิมพ์ขึ้นเมื่อพุทธศักราช ๒๔๓๖ เป็นการพิมพ์พระไตรปิฎกด้วยอักษรสยามเป็นครั้งแรก ทั้งยังพระราชทานพระไตรปิฎกฉบับนี้แก่พระอารามและสถานศึกษาทั้งในและนอกราชอาณาจักร นับเป็นการเผยแผ่พระพระพุทธศาสนาแก่มหาชนในโลกครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์

เนื่องในมงคลสมัยฉลองพระชนมายุ ๙๙ พรรษา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๙ ขอเชิญประชาชนทั่วไปร่วมสะสมตราไปรษณียากรที่ระลึก ภาพโมเสก "พระคุณ ๑๐ ประการ แห่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" และ “ประวัติวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม” รวม ๑๒ แบบ อันเป็นโมเสกที่ทรงมีพระสังฆราโชบายเห็นชอบให้ดำเนินการเพื่อสนองพระราชดำริในรัชกาลที่ ๕ และรัชกาลที่ ๗ ให้สำเร็จลุล่วงในที่สุด จัดพิมพ์จำนวนจำกัด เริ่มจัดจำหน่าย ๑๙ มิถุนายน ๒๕๖๙ นี้ ณ ไปรษณีย์ไทยทั่วประเทศ และ ThailandPostMart.com

ที่มา : หนังสือโมเสกวิจิตรศิลป์ สยามมินทรปณิธาน

“อยู่แบบพอเพียง” ที่ฟาร์มตัวอย่างหนองหมากเฒ่าตำบลห้วยยาง อำเภอเมืองฯ จังหวัดสกลนครเมื่อพุทธศักราช 2544 สมเด็จพระนางเจ้าส...
08/06/2026

“อยู่แบบพอเพียง” ที่ฟาร์มตัวอย่างหนองหมากเฒ่า
ตำบลห้วยยาง อำเภอเมืองฯ จังหวัดสกลนคร

เมื่อพุทธศักราช 2544 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีราษฎรถวายฎีกาขอพระราชทานความช่วยเหลือด้านการประกอบอาชีพ พระองค์จึงพระราชทานความช่วยเหลือในการจัดหาพื้นที่เพื่อจัดตั้งฟาร์มตัวอย่างขึ้น ณ บริเวณหนองหมากเฒ่า บ้านนาดำ ตำบลห้วยยาง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2544 ภายใต้ชื่อ “ฟาร์มตัวอย่างหนองหมากเฒ่า ในพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ”
โครงการดังกล่าวจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นแหล่งผลิตอาหารปลอดภัยและปลอดสารพิษ รวมทั้งเป็น “ครัวธนาคารอาหาร” สำหรับชุมชน อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้เกษตรกรอาสาเข้ามาฝึกอาชีพและอบรมด้านการเกษตรในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการปลูกพืชผัก การทำเกษตรแบบผสมผสาน การผลิตน้ำหมักชีวภาพ การทำปุ๋ยคอก ตลอดจนการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร
เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับทั้งค่าตอบแทน ความรู้ในการประกอบอาชีพ และยังสามารถนำผลผลิตจากโครงการกลับไปแจกจ่ายหรือใช้ประโยชน์ภายในชุมชนได้อีกด้วย
ทั้งหมดนี้นับเป็นน้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมล้น ที่ทรงจัดตั้งโครงการฟาร์มตัวอย่างขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรได้เข้ามาฝึกอบรมและเรียนรู้การประกอบอาชีพด้านการเกษตรอย่างถูกต้อง สามารถนำความรู้ไปต่อยอดสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวได้จริง อีกทั้งยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานในโครงการต่างได้รับประโยชน์จากโครงการแห่งนี้เช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งโครงการฟาร์มตัวอย่างได้เป็นแหล่งสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง

#คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ
#สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ที่อยู่

สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดพะเยา 507 หมู่ที่1 ตำบลบ้านต๋อม
Phayao
56000

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 04:30 - 17:00
พฤหัสบดี 04:30 - 17:00
ศุกร์ 04:30 - 17:00
เสาร์ 04:30 - 17:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6654887145

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สวท.พะเยาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง สวท.พะเยา:

แชร์