20/05/2026
“เรดาร์ฝนหลวง” ดวงตาบนท้องฟ้า
เบื้องหลังภารกิจเพื่อประชาชน
เมื่อพูดถึง “ฝนหลวง” หลายคนอาจนึกถึงภาพเครื่องบินโปรยสารกลางกลุ่มเมฆ แต่เบื้องหลังการตัดสินใจทุกเที่ยวบิน ยังมีอีกหนึ่งระบบสำคัญที่ทำหน้าที่เสมือน “ดวงตา” ของนักวิทยาศาสตร์และนักบิน นั่นคือ “เรดาร์ฝนหลวง”
เรดาร์ฝนหลวง คือระบบตรวจอากาศที่ใช้สำหรับการตรวจวัดสภาพอากาศในระยะไกล สามารถตรวจวัดพายุฝนฟ้าคะนอง ความเข้มหรือวัดปริมาณฝน ความเร็วของการเคลื่อนตัวของกลุ่มฝน และบอกถึงระดับความรุนแรงของกลุ่มฝนได้
หน้าที่ของเรดาร์ไม่ได้มีเพียงการดูว่าฝนตกหรือไม่ตกเท่านั้น แต่ยังช่วยติดตาม “การเจริญเติบโตของเมฆ” หลังจากเครื่องบินโปรยสารฝนหลวง ว่าเมฆมีการพัฒนาตัวมากขึ้นหรือไม่ มีโอกาสเกิดฝนเพียงใด รวมถึงช่วยประเมินทิศทางการเคลื่อนตัวของกลุ่มเมฆ เพื่อให้ฝนตกในพื้นที่เป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
บนจอเรดาร์ที่เราเห็นเป็นสีเขียว เหลือง หรือแดงนั้น แท้จริงคือการแสดง “ความเข้มของกลุ่มฝน”
🟢สีเขียว หมายถึง ฝนเบาหรือเมฆบาง
🟡สีเหลือง คือ ฝนปานกลาง
🔴สีแดง แสดงถึงฝนหนักหรือกลุ่มเมฆที่มีความรุนแรง
ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญอย่างมากต่อการวางแผนบินของ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพราะช่วยให้การตัดสินใจมีความแม่นยำมากขึ้น ทั้งในด้านประสิทธิภาพของการทำฝน และความปลอดภัยของนักบิน
ปัจจุบัน กรมฝนหลวงและการบินเกษตร มีสถานีเรดาร์กระจายอยู่ในหลายภูมิภาคของประเทศ เพื่อให้สามารถติดตามสภาพอากาศได้ครอบคลุมพื้นที่ปฏิบัติการสำคัญ ได้แก่
• อ.อมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่
• อ.ร้องกวาง จังหวัดแพร่
• อ.ตาคลี จังหวัดนครสวรรค์
• อ.พิมาย จังหวัดนครราชสีมา
• อ.สัตหีบ จังหวัดชลบุรี
• อ.พนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี
• อ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
นอกจากนี้ ยังมี “เรดาร์เคลื่อนที่” ที่สามารถย้ายจุดติดตั้งได้ตามภารกิจ เพื่อเสริมการติดตามสภาพอากาศในพื้นที่เฉพาะ เช่น พื้นที่เกษตร พื้นที่ป่าไม้ หรือบริเวณลุ่มรับน้ำของเขื่อน
แม้เรดาร์จะไม่สามารถ “สร้างฝน” ได้โดยตรง แต่เรดาร์คือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ทุกภารกิจฝนหลวงดำเนินไปอย่างแม่นยำ มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้มากที่สุด
เพราะทุกหยดฝนที่ตกลงมา
ไม่ได้เกิดจากโชคเพียงอย่างเดียว
แต่เกิดจากการทำงานร่วมกันของข้อมูล วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และความทุ่มเทของบุคลากรที่เฝ้ามองท้องฟ้าอยู่ตลอดเวลา 🌧️✈️