สำนักงานขนส่งจังหวัดพังงา

สำนักงานขนส่งจังหวัดพังงา เป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมในการควบคุม กำกับ ดูแล ระบบการขนส่งทางถนน ให้มีคุณภาพและปลอดภัย

02/06/2026

🚚 บรรทุกปลอดภัย เริ่มต้นได้ก่อนออกเดินทาง
การบรรทุกสิ่งของไม่ใช่แค่ขนให้ถึงปลายทาง แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน

✅ คลุมผ้าใบให้มิดชิด ป้องกันสิ่งของปลิวตกหล่น
✅ ล็อกอุปกรณ์ยึดตู้หรือคอนเทนเนอร์ให้แน่นหนา
✅ ตรวจสอบสภาพรถและอุปกรณ์ก่อนเดินทางทุกครั้ง

ความประมาทเพียงเล็กน้อย อาจนำไปสู่อุบัติเหตุและความสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้น

บรรทุกให้ถูก ล็อกให้แน่น คลุมให้มิดชิด เพื่อความปลอดภัยของทุกเส้นทาง 🚔💛

🌈ห่วงใยทุกชีวิต เป็นมิตรทุกเส้นทาง
📞 โทร : 1193
#ตำรวจทางหลวง #1193
#ตำรวจสอบสวนกลาง
#เตือนภัย

02/06/2026

กรมการขนส่งทางบก แจงชัด! ร่างกฎหมายป้ายทะเบียน EV ไม่บังคับรถเก่าเปลี่ยนป้าย พร้อมชวนประชาชนร่วมแสดงความเห็น ชูประโยชน์ด้านความปลอดภัยและสิทธิประโยชน์บนท้องถนน

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อมวลชนเกี่ยวกับการกำหนดให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ต้องเปลี่ยนมาใช้ป้ายทะเบียนพื้นสีฟ้าสะท้อนแสง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อประชาชนนั้น ขอชี้แจงว่า ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และยังไม่มีผลบังคับใช้ทางกฎหมายแต่อย่างใด อีกทั้ง กรม ฯ ไม่มีการบังคับให้รถ EV ที่จดทะเบียนไปแล้วต้องมาเปลี่ยนเป็นแผ่นป้ายทะเบียนใหม่ ผู้ใช้รถยังสามารถใช้แผ่นป้ายทะเบียนเดิมได้ตามปกติ

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ชี้แจงเพิ่มเติมถึงสาระสำคัญของร่างกฎกระทรวงกำหนดขนาด ลักษณะ และสีของแผ่นป้ายทะเบียนรถฯ ว่า เป็นการปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อรองรับการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยและสนับสนุนนโยบายลดมลพิษ (PM 2.5) โดยมีรายละเอียดข้อเสนอ ดังนี้

1. รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคล (จดทะเบียนใหม่) กำหนดให้ใช้แผ่นป้ายทะเบียน "พื้นสีฟ้าสะท้อนแสง"

2. รถไฟฟ้าสาธารณะ และรถใช้งานเฉพาะทาง ให้ใช้แผ่นป้ายทะเบียนสีเดิม แต่กำหนดให้ติด "เครื่องหมายพิเศษ" ที่แผ่นป้ายทะเบียนเดิม

3. รถ EV เก่าที่จดทะเบียนไปแล้ว ไม่ต้องเปลี่ยนแผ่นป้ายทะเบียนใหม่ (รวมถึงป้ายประมูลและป้ายขาวเดิม) โดยจะใช้เพียงการติด "เครื่องหมายพิเศษ" ที่แผ่นป้ายทะเบียนเดิมเท่านั้น ซึ่งเจ้าของรถจะมีเวลาดำเนินการภายใน 1 ปี นับแต่วันที่กฎกระทรวงมีผลบังคับใช้

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวชี้แจงเพิ่มเติมถึงกรณีที่ต้องแยกความแตกต่างของป้ายทะเบียนรถ EV ให้เห็นชัดเจนทางกายภาพ แม้ว่ากรมการขนส่งทางบกจะมีข้อมูลระบุประเภทพลังงานของรถแต่ละคันในฐานข้อมูลระบบอยู่แล้ว แต่การกำหนดให้ป้ายทะเบียนรถ EV มีลักษณะเฉพาะทางกายภาพที่มองเห็นได้ชัดเจนจากภายนอก มีจุดประสงค์เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ทั้งประโยชน์ด้านความปลอดภัยและการกู้ภัย ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เมื่อประชาชนทั่วไป หน่วยงานกู้ภัย หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จะสามารถแยกแยะได้ทันทีด้วยสายตาว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจำเป็นต้องใช้ขั้นตอนและอุปกรณ์ระงับเหตุเฉพาะทางสำหรับแบตเตอรี่แรงดันสูง เพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่วไหลหรือเพลิงไหม้ได้อย่างทันท่วงทีและปลอดภัย รวมถึงการกำกับดูแลคุณภาพของแบตเตอรี่ และอุณหภูมิของแบตเตอรี่ในระยะยาว จึงจำเป็นจะต้องดูแลใกล้ชิดเมื่อมีอายุถึงเกณฑ์ที่จะต้องกำกับดูแลเป็นพิเศษ

นอกจากนี้ในอนาคตหน่วยงานอื่นสามารถนำไปกำหนดการรับสิทธิประโยชน์อื่นจากการมีป้ายทะเบียนที่แยกประเภทที่ชัดเจน จะช่วยอำนวยความสะดวกให้หน่วยงานอื่น ๆ เช่น ผู้ให้บริการทางด่วน ห้างสรรพสินค้า หรือพื้นที่ควบคุมมลพิษ (Zero Emission Zone) สามารถบริหารจัดการและมอบสิทธิประโยชน์พิเศษให้แก่ผู้ใช้รถ EV ได้ทันทีโดยที่เจ้าหน้าที่หน้างานไม่ต้องเสียเวลาตรวจสอบจากฐานข้อมูล

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบก ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน จึงขอเชิญชวนให้ผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าและประชาชนทั่วไป ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างหลักการของกฎกระทรวงฉบับนี้ ได้ที่เว็บไซต์ระบบกลางทางกฎหมาย www.law.go.th หัวข้อ “การแก้ไขกฎกระทรวงเกี่ยวกับแผ่นป้ายทะเบียนรถ (ป้ายทะเบียนรถไฟฟ้า)” เพื่อนำความคิดเห็นมาปรับปรุงกฎหมายให้เกิดประโยชน์สูงสุด และตอบโจทย์การใช้งานของประชาชนอย่างแท้จริงก่อนการประกาศบังคับใช้ต่อไป

30/05/2026
29/05/2026

✨ ต้อนรับเปิดเทอมใหม่ด้วยความอุ่นใจ! 💕 กรมการขนส่งทางบก ชวนยึดหลักความปลอดภัย 3 ฝ่าย เพื่อดูแลลูกหลานของเราให้ไป-กลับโรงเรียนอย่างสวัสดิภาพ

🚌 พี่ๆ คนขับ: เช็กสภาพรถและอุปกรณ์ฉุกเฉินให้นิ่ง นับจำนวนเด็กทุกครั้งก่อน-หลังลงรถ ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง
🎒 คุณพ่อคุณแม่: เลือกใช้รถรับส่งที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง ส่งเองด้วยรถจักรยานยนต์อย่าลืมสวมหมวกนิรภัย 100% และสอนลูกให้รู้วิธีบีบแตรเอาตัวรอด
👧🏻 เด็กๆ นักเรียน: ขึ้น-ลงรถอย่างเป็นระเบียบ ไม่ยื่นมือหรือหัวออกนอกรถ และถ้าติดในรถให้ตั้งสติแล้วกดแตรยาวๆ

ร่วมสร้างสังคมการเดินทางที่ปลอดภัยไปด้วยกันนะครับ 💛
📱 พบรถรับส่งอันตราย แจ้งสายด่วน โทร. 1584 (ตลอด 24 ชม.)


#เปิดเทอมใหม่
#เดินทางอุ่นใจ
#ความปลอดภัยของเด็ก


#ให้ใจให้ทางให้ชีวิตให้ความสุข

29/05/2026

“เด็กติดในรถ... เราช่วยได้!” 👦🏻🚗 เพราะความปลอดภัยของเด็กๆ เริ่มต้นจากการเตรียมความพร้อมและการใส่ใจ

กรมการขนส่งทางบก ชวนคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง และพี่ๆ คนขับรถรับส่งนักเรียนมาร่วมกันจำและนำไปปฏิบัติตามหลัก "3 สอน 3 สเต็ป 3 ใส่ใจ" เพื่อป้องกันและรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน​

📞 หากพบเห็นเด็กติดอยู่ในรถ หรือพบรถรับส่งอันตราย แจ้งสายด่วนกรมการขนส่งทางบก โทร. 1584 หรือสายด่วนกู้ชีพ โทร. 1669 ทันที!

#กรมการขนส่งทางบก​​

#เด็กติดในรถเราช่วยได้ ​​
#สายด่วน1584
#ให้ใจให้ทางให้ชีวิตให้ความสุข

29/05/2026

🏫 เปิดเทอมนี้ ขับขี่มีวินัย ให้เด็ก ๆ ปลอดภัยตลอดการเดินทาง
❤️ ให้ใจ ใส่ใจเด็ก ๆ มากขึ้นอีกนิด เพราะเด็กตัวเล็ก เราจึงอาจสังเกตได้ยากกว่าปกติ
เมื่อเราอยู่ใกล้รถโรงเรียน หรือบริเวณโรงเรียน เราจึงควรระวังเด็ก ๆ ที่เดินอยู่ใกล้ตัวรถ ซึ่งเป็นจุดอับสายตา หรือยืนรอขึ้น-ลงรถโรงเรียนริมทาง
🚌 ให้ทางรถโรงเรียนเมื่อขับขี่ร่วมถนน ชะลอ และหยุดจอด เมื่อรถโรงเรียนหยุดรับ-ส่งนักเรียน
❌ ไม่แซงซ้าย และไม่ขับจี้ท้ายเด็ดขาด แม้รถโรงเรียนจะจอดหรือชะลอ เพราะอาจมีนักเรียนกำลังขึ้น-ลง เสี่ยงต่อการเฉี่ยวชนน้อง ๆ
🚸 ขับช้าตามป้ายจราจรกำหนด และเว้นระยะห่างให้มากขึ้น เพื่อมองเห็นภาพกว้าง ลดมุมอับสายตาที่เกิดจากความสูงของเด็ก
ให้ชีวิตของเด็ก ๆ ปลอดภัย ทั้งระหว่างเดินทางไปและกลับจากโรงเรียน 👧🧒
#ขับขี่ปลอดภัยbyDLT #กรมการขนส่งทางบก #เปิดเทอมปลอดภัย #รถโรงเรียน #รับส่งเด็กนักเรียน
—-----------------
💜 ให้ใจ ให้ทาง ให้ชีวิต ให้ความสุข
💻 www.safedrivedlt.com
📘 facebook.com/safedrivedlt
🟢 Line Official : https://lin.ee/IbRX7Ms
📺 youtube.com/
⚫ tiktok.com/
📱https://x.com/safedrivedlt

29/05/2026

กรมการขนส่งทางบก ขานรับนโยบาย “พิพัฒน์” เดินหน้า “ไทยช่วยไทย พลัส” ชวนผู้ประกอบการรถสาธารณะทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการฯ ร่วมลดภาระค่าครองชีพประชาชน

กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ภายใต้การนำของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขานรับนโยบายรัฐบาล เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” เพื่อมุ่งลดภาระค่าครองชีพประชาชน และกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคการคมนาคมขนส่ง พร้อมเชิญชวนผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะทั่วประเทศ เข้าร่วมโครงการฯ โดย ผู้ประกอบการรายเดิม ที่เคยร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส สามารถกดยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ได้ทันทีจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 ขณะที่ ผู้ประกอบการรายใหม่สามารถติดต่อลงทะเบียนได้ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” (60/40) เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่มุ่งช่วยเหลือและลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์พลังงาน อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเน้นย้ำไปที่ด้านการเดินทางซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายจำเป็นในชีวิตประจำวัน รวมถึงช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคการคมนาคมขนส่ง มุ่งเป้าสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยให้มีรายได้ที่มั่นคงยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนระบบขนส่งของประเทศให้ก้าวเข้าสู่ระบบดิจิทัลที่มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ กระทรวงคมนาคมจึงได้เร่งผลักดันให้ทุกภาคส่วนในระบบขนส่งสาธารณะเข้าถึงการสนับสนุนดังกล่าวได้อย่างทั่วถึง โดยมอบหมายให้กรมการขนส่งทางบก ประชาสัมพันธ์เชิญชวน พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะในการเข้าร่วมโครงการได้อย่างเต็มที่

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวต่อไปว่า มาตรการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาล ภาคเอกชน และผู้ให้บริการ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด โดยรัฐจะสนับสนุนเงินร่วมจ่ายค่าเดินทางและบริการในอัตราร้อยละ 60 ผ่านระบบ “ถุงเงิน – เป๋าตัง” ของธนาคารกรุงไทย ซึ่งลดการใช้เงินสดและส่งเสริมให้ผู้ให้บริการรถสาธารณะก้าวเข้าสู่ระบบการชำระเงินดิจิทัลที่มีความโปร่งใส

ด้านนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกขานรับนโยบาย กระทรวงคมนาคม โดยขอเชิญชวนผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะทั่วประเทศ เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” (60/40) กลุ่มผู้ประกอบการขนส่ง ที่สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ได้แก่

1. ผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะ ที่มีสัญชาติไทยและไม่ใช่นิติบุคคล (ผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะฯ) ที่มีรถประเภทดังต่อไปนี้

(1) รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน (TAXI – METER)
(2) รถตู้โดยสารประจำทางที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย
(3) รถยนต์สามล้อสาธารณะ
(4) รถสองแถวรับจ้าง
(5) รถจักรยานยนต์สาธารณะ

ทั้งนี้ ผู้ขับขี่ต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมาย กรณีรถตู้และรถสองแถวเจ้าของรถต้องมีใบอนุญาตขับรถ ท.1 - ท.4 ในส่วนของรถแท็กซี่ต้องมีบัตรประจำตัวผู้ขับรถ

2. ผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะ ได้แก่ ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทาง และรถร่วมบริการที่เข้าร่วมเดินรถกับผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งด้วยรถโดยสารประจำทาง

3. ผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะ(ไม่ประจำทาง)ประเภทนิติบุคคลขนาดเล็ก เฉพาะที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 68 และงบการเงินตามมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.ง.ด. 50) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 2567 โดยมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ตามฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 เมษายน 2569 โดยผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะต้องได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย

สำหรับขั้นตอนการลงทะเบียนร้านค้าใหม่ มีดังนี้
*ผู้ประกอบการรายเดิม (เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส) สามารถกดยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน
“ถุงเงิน” ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 *

* ผู้ประกอบการรายใหม่ (ไม่เคยเข้าร่วมโครงการฯ) สามารถติดต่อลงทะเบียนได้ที่สาขาของธนาคารกรุงไทย
ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการขนส่งทางบกได้ประสานสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศให้จัดเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำและอำนวยความสะดวกผู้ประกอบการที่สมัครเข้าร่วมโครงการฯ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากโครงการนี้อย่างทั่วถึง ทั้งนี้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1–5 และสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ หรือโทรสายด่วน 1584

ที่อยู่

710 ถนนเพชรเกษม ตำบลท้ายช้าง อำเภอเมือง จังหวัดพังงา
Phangnga
82000

เบอร์โทรศัพท์

+6676481502

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักงานขนส่งจังหวัดพังงาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง สำนักงานขนส่งจังหวัดพังงา:

แชร์