01/11/2025
ระหว่างมลายูและบูกิส: เสียงสาบานและร่องรอยใน كتاب سلسله ملايو دان بوݢیس
ในบรรดางานประวัติศาสตร์มลายูยุคปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 ตำรา كتاب سلسله ملايو دان بوݢیس (พิมพ์ที่สิงคโปร์ ค.ศ. 1911) ของ ราญอ อะลีย์ บุตร อะห์มัด จากเกาะเปอเนงกัต ถือเป็นเอกสารที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่งต่อการทำความเข้าใจพลวัตทางอำนาจของรัฐยะโฮร์–รีเยา และความสัมพันธ์ระหว่าง “มลายู” กับ “บูกิส” ที่ก่อรูปขึ้นเป็นพันธมิตรและคู่ขัดแย้งในเวลาเดียวกัน
มลายูในบริบทยะโฮร์–ริเยา หมายถึงชนชั้นนำดั้งเดิมที่สืบสายราชวงศ์สุลต่านยะโฮร์ ผู้เป็นทายาททางการเมืองของมะละกา – ยะโฮร์ มาระหว่างศตวรรษที่ 17–18
ขณะเดียวกัน บูกิสคือกลุ่มนักรบและพ่อค้าจากสุลาเวสีใต้ ซึ่งมีชื่อเสียงเรื่องวินัย การเดินเรือ และการสงคราม พวกเขาอพยพเข้าสู่น่านน้ำมลายูในช่วงเวลาที่อำนาจของยะโฮร์อ่อนแรงลงจากการแทรกแซงของพลังต่างชาติ
ความแตกต่างระหว่างทั้งสองจึงไม่เพียงอยู่ที่เชื้อสายหรือถิ่นกำเนิด หากยังอยู่ที่ วัฒนธรรมทางการเมืองและจริยธรรมแห่งเกียรติยศ
มลายูเน้น “أدب และ دوله” ของสุลต่าน ส่วนบูกิสยึดมั่น “مادواڤ” หรือศักดิ์ศรีนักรบของตน
เมื่อบูกิสห้าพี่น้องจากสุลาเวสีเข้ามาช่วยสุลต่านสุไลมาน บาดารุดดีน ชาห์ ปราบปรามศัตรูในยะโฮร์ – รีเยา ความร่วมมือครั้งนั้นจึงต้องถูกสถาปนาให้มั่นคง ผ่าน “سومڤه ستيا ملايو دان بوݢیس ซึ่งเป็นถ้อยคำแห่งพันธสัญญาที่สะท้อนทั้งอุดมการณ์ทางศาสนาและโครงสร้างอำนาจใหม่
.جكالاو توان كڤد بوڬيس
توانله كڤد ملايو
دان جكالاو توان كڤد ملايو
توانله كڤد بوڬيس
دان جكالاو موسوه كڤد بوڬيس
موسوهله كڤد ملايو
دان جكالاو موسوه كڤد ملايو
موسوهله كڤد بوڬيس
مك بارڠسياڤا موڠكير
دبينساكن الله سمڤأي انق چوچوڽ...
กลอนคำสัตย์นี้มิได้เป็นเพียงถ้อยคำกวี หากเป็น ตราประทับทางการเมือง ที่ทำให้กลุ่มบูกิสได้รับสถานะ “ผู้ปกครองร่วม” ภายใต้ตำแหน่ง يڠ دڤرتوان مودا แห่งยะโฮร์–รีเยา
ทั้งนี้ กว่า สองศตวรรษหลังเหตุการณ์คำสัตย์นั้น รอญอ อะลีย์ นักอักษรศาสตร์และนักปราชญ์แห่งเปอเนงกัต ได้รื้อฟื้นตำนานดังกล่าวใน كتاب سلسله ملايو دان بوݢیس ซึ่งจัดพิมพ์โดย ซัยยิด อับดุลลอฮ์ มุหัมมัด อัลหัดดาด ที่โรงพิมพ์ มัตบะอะฮ์ อัลอิหม่าม สิงคโปร์ เมื่อวันที่ 21 รอบิอุลอาคิร ฮ.ศ. 1329 (ราวเมษายน ค.ศ. 1911)
ตำรานี้จัดพิมพ์ด้วยอักษรญาวี จำนวน 160 หน้า ขนาด 23 × 13 เซนติเมตร และถือเป็นหนึ่งในผลงานมลายูยุคแรก ที่ผ่านกระบวนการพิมพ์สมัยใหม่ในศูนย์กลางการเผยแพร่ความรู้ของมุสลิม ในสิงคโปร์ยุคอาณานิคม
Thanachot Prahyadsap