31/05/2026
ไทยร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือด้านทรัพยากรน้ำของประชาคมโลกในการประชุมระดับสูง ณ กรุงดูชานเบ สาธารณรัฐทาจิกิสถาน
นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมระดับสูงว่าด้วยทศวรรษระหว่างประเทศแห่งการดำเนินการ “น้ำสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน” ค.ศ. 2018–2028 ครั้งที่ 4 ณ กรุงดูชานเบ สาธารณรัฐทาจิกิสถาน ซึ่งรัฐบาลทาจิกิสถานร่วมกับองค์การสหประชาชาติเป็นเจ้าภาพ ภายใต้กรอบกระบวนการด้านน้ำดูชานเบ (Dushanbe Water Process) เพื่อทบทวนความก้าวหน้า การดำเนินงานด้านน้ำในระดับโลกและเตรียมการสำหรับการประชุมว่าด้วยน้ำแห่งสหประชาชาติในปี ค.ศ. 2026 และ 2028 ก่อนการประชุมระดับสูง เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 คณะผู้แทนไทยได้เข้าร่วมการประชุมเตรียมการระดับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกสำหรับ UN 2026 Water Conference ซึ่งจัดโดยคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) โดยนางสาวพรรณราย อักษรถึง ผู้อำนวยการกลุ่มติดตามและประเมินผล กองนโยบายและแผนแม่บท สทนช. ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ประธานการประชุมย่อยในหัวข้อ “Water for Cooperation” เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือด้านน้ำระหว่างประเทศและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำข้ามพรมแดน นอกจากนี้ นางวิมลภัทร บำบัดสรรพโรค คำกันยา ผู้เชี่ยวชาญด้านวิเคราะห์เศรษฐกิจโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ สทนช. ได้ร่วมแสดงความเห็นในประเด็น “น้ำเพื่อความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ” และ “การลงทุนด้านน้ำ” โดยเน้นย้ำความสำคัญของการกำหนดนโยบายและการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลเชิงประจักษ์ เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ พร้อมเสนอให้มีการส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการในระดับลุ่มน้ำผ่านการวิจัยร่วม การจัดการข้อมูลร่วม การพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า และการแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญระหว่างประเทศ เพื่อยกระดับการดำเนินงาน
สู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านน้ำ
ในการประชุมระดับสูง ฯพณฯ เอโมมาลี ราห์มอน ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐทาจิกิสถาน เป็นประธานในพิธีเปิด โดยนายชยันต์ เมืองสง ได้กล่าวถ้อยแถลงในช่วงการประชุมเต็มคณะ (Plenary Session) นำเสนอแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนของประเทศไทยภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและแนวพระราชดำริด้านการบริหารจัดการน้ำของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเสริมสร้างความยั่งยืนด้านทรัพยากรน้ำของประเทศ พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของความมั่นคงด้านน้ำต่อความมั่นคงทางอาหารและการพัฒนาเศรษฐกิจ ตลอดจนเรียกร้องให้ประชาคมโลกเสริมสร้างความร่วมมือด้านการจัดการคุณภาพน้ำ และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและองค์ความรู้ด้านอุทกวิทยาและการบริหารจัดการน้ำ เพื่อรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะปัญหาระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นในพื้นที่ชายฝั่งและพื้นที่ปากแม่น้ำ นอกจากนี้ คณะผู้แทนไทยได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและข้อเสนอแนะในประเด็นสำคัญด้านน้ำ ภายใต้หัวข้อ “Water in Multilateral Processes” โดยเน้นย้ำความสำคัญของความร่วมมือด้านการจัดการคุณภาพน้ำข้ามพรมแดน การแลกเปลี่ยนข้อมูลและองค์ความรู้ระหว่างประเทศ ตลอดจนการขับเคลื่อนข้อผูกพันภายใต้ Water Action Agenda และการเตรียมการสำหรับ UN 2026 Water Conference
ในช่วงพิธีปิด คณะผู้แทนไทยได้ร่วมรับฟังการหารือเชิงนโยบายเกี่ยวกับทิศทางการดำเนินงานด้านน้ำของประชาคมโลกภายหลังปี ค.ศ. 2030 และการเตรียมการสำหรับ UN 2028 Water Conference พร้อมร่วมรับรอง “ปฏิญญาดูชานเบ” (Dushanbe Declaration) ซึ่งเป็นเอกสารผลลัพธ์สำคัญของการประชุม สะท้อนเจตนารมณ์ร่วมของประชาคมโลกในการเร่งรัดการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านน้ำ ผ่านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการ การเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ และการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
นอกเหนือจากการเข้าร่วมการประชุม คณะผู้แทนไทยยังได้เข้าร่วมกิจกรรมศึกษาดูงานภาคสนามที่ฝ่ายเจ้าภาพจัดขึ้น เพื่อศึกษาประสบการณ์ของสาธารณรัฐทาจิกิสถานด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและการพัฒนาพลังงานน้ำ ซึ่งเป็นหนึ่งในภาคส่วนสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยคณะผู้แทนไทยได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการบริหารจัดการลุ่มน้ำ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ และการเสริมสร้างขีดความสามารถในการรับมือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศไทยในอนาคต