18/05/2026
[ หอสมุดและหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ควรอำนวยความสะดวกให้ประวัติศาสตร์เป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ ]
วันนี้ (15 พ.ค.) ผมและเพื่อน สส. พรรคประชาชน แถลงข่าวว่าด้วยปัญหาการใช้บริการ การจัดระบบฐานข้อมูล และการจัดเก็บเอกสารของหอสมุดแห่งชาติ และหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานในกำกับดูแลของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และประเด็นดังกล่าวมีการแชร์ไปในสังคมออนไลน์อย่างแพร่หลายในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
หอสมุดแห่งชาติเป็นหน่วยงานที่มีพันธกิจเพื่อ ส่งเสริมการอ่าน ศึกษา ค้นคว้า วิจัยแก่ประชาชน เป็นคลังสิ่งพิมพ์ของชาติ และเป็นหน่วยรับจดแจ้งการพิมพ์ หรือการขอเลข ISBN ตาม พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ แต่ในขณะเดียวกันหอสมุดแห่งชาติก็มีหน้าที่ในการเก็บรักษา และให้บริการเข้าถึงเอกสารโบราณ สมุดไทย หนังสือหายาก และเอกสารจดหมายเหตุด้วย ซึ่งถือเป็นบทบาทหน้าที่ที่คล้ายคลึงกับหอจดหมายเหตุแห่งชาติ
ขณะที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ มีพันธกิจโดยตรงคือ การอนุรักษ์รักษาเอกสารจดหมายเหตุให้เป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรม เป็นศูนย์ข้อมูลสารสนเทศเอกสารจดหมายเหตุ พร้อมทั้งพันธกิจในการให้บริการด้วยข้อมูลที่ทันสมัย
หอสมุด และหอจดหมายเหตุแห่งชาติ จึงเป็นอีกกรณีของหน่วยงานที่ทำหน้าที่ทับซ้อนกัน ต้องแบ่งหน้าที่ในการปฏิบัติตามพันธกิจ โดยใช้อัตรากำลังที่มากขึ้นเป็น 2 เท่า สำหรับ 2 หน่วยงาน ทั้งที่สามารถควบรวม หรือปรับบทบาทหน้าที่ ให้การอนุรักษ์รักษาเอกสารเก่าทั้งหมดอยู่ในการกำกับดูแลของหอจดหมายเหตุ เพื่อประสิทธิภาพในการทำงาน ซึ่งงานจดหมายเหตุถือเป็นงานที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อน ความเข้าอกเข้าใจ และความเชี่ยวชาญสูง
ในประเด็นปัญหาซึ่งแพร่ไปในสังคมออนไลน์ นอกจากเรื่องความยากในการขอเข้าใช้บริการ หรือระบบฐานข้อมูลที่เข้าใจได้ยาก ยังมีการอ้างถึงการชำรุดของเอกสารที่หอสมุดแห่งชาติจัดเก็บ ซึ่งเอกสารเก่ายิ่งผ่านเวลา ยิ่งเสี่ยงต่อความชำรุด จากตัวแปรไม่ว่าจะเป็น ความเปราะบางของกระดาษ วิธีการเก็บรักษา อุณหภูมิ ความชื้น รวมถึงการใช้บริการ ซึ่งแม้จะมีการสวมถุงมือเพื่อหลีกเลี่ยงความชื้น แต่การสัมผัสเอกสารโดยตรงบ่อยครั้งย่อมส่งผลกระทบต่อสภาพเอกสาร
ผมขอยกตัวอย่างหน่วยงานที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหอจดหมายเหตุแห่งชาติ คือหอภาพยนตร์ ทำหน้าที่เก็บรักษาฟิล์มภาพยนตร์ ซึ่งเป็นสมบัติชาติ เป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าประวัติความเป็นมาของชาติในแต่ละยุคสมัย ขณะเดียวกัน ฟิล์ม ก็เป็นวัสดุที่เสี่ยงต่อความเสียหาย โดยเฉพาะเมื่อไม่ได้จัดเก็บในอุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสม ปัจจุบันหอภาพยนตร์ ได้แยกไปเป็นองค์การมหาชน และมีห้องเก็บรักษาฟิล์มภาพยนตร์โดยเฉพาะ ควบคุมอุณหภูมิอยู่ที่ 4 องศาเซลเซียส เพื่อไม่ให้เกิดภาวะเสื่อมสลายของฟิล์มที่เรียกว่า Vinegar Syndrome (กลิ่นเปรี้ยวเหมือนน้ำส้มสายชู ของฟิล์มเมื่อเสื่อมสภาพ)
จากประสบการณ์ของผม ซึ่งครั้งหนึ่งเคยปฏิบัติงานในหอจดหมายเหตุประจำมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งจัดเก็บเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์ และเอกสารรับมอบจากบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์มาในช่วงเวลาหนึ่ง ผมขอสื่อสารข้อเสนอไปยังกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งกำกับดูแลทั้ง หอสมุดและหอจดหมายเหตุแห่งชาติ 3 ข้อ ดังนี้
1. ควรมีการทบทวนเพื่อโอนหน้าที่ในการอนุรักษ์รักษาเอกสารโบราณ สมุดไทย หนังสือหายาก เอกสารจดหมายเหตุ และเอกสารที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งหอสมุดแห่งชาติเก็บรักษาในบางส่วน ให้เป็นของหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เพื่อประสิทธิภาพในการสงวนรักษาเอกสาร และไม่ต้องสูญเสียอัตรากำลังไปกับหน้าที่ที่ซ้ำซ้อนกัน พร้อมกับยกระดับการจัดเก็บเอกสาร ให้มีการควบคุมอุณหภูมิ ความชื้นที่เหมาะสม ลดความเสื่อมสภาพของเอกสารให้น้อยที่สุด
2. ควรทำกระบวนการ Digitize เอกสารจดหมายเหตุทั้งหมด ซึ่งเอกสารจดหมายเหตุถือเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่จับต้องได้ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเปราะบาง มีความเสี่ยงต่อความเสียหายจากตัวแปรต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการจับต้องด้วยมือบ่อยครั้ง การสแกนเอกสารให้เป็นไฟล์ดิจิตอล นอกจากจะเป็นการหลีกเลี่ยงความเสียหายต่อเอกสารโดยตรงแล้ว ยังเพิ่มความสะดวกต่อผู้ใช้บริการ และถือเป็นหนึ่งในพันธกิจของหอจดหมายเหตุแห่งชาติที่ประกาศไว้เช่นกันคือ การให้บริการด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
3. ควรมีการทบทวนการจัดระบบฐานข้อมูลจดหมายเหตุ ซึ่งมีเสียงสะท้อนจากผู้ใช้บริการว่าสืบค้นยาก แตกต่างจากห้องสมุดโดยทั่วไปซึ่งมีระบบดิวอี้ หรือมีระบบรัฐสภาอเมริกัน ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในห้องสมุดทั่วโลก การปรับปรุงระบบฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน และลดความซ้อนซ้อนสับสน นอกจากจะเป็นความสะดวกต่อผู้ใช้บริการ ยังเป็นความสะดวกต่อการจัดเก็บ โดยเฉพาะในอนาคตที่เอกสารจดหมายเหตุย่อมเพิ่มจำนวนขึ้นไปเรื่อยๆ เช่นกัน
ประวัติศาสตร์ไม่ใช่เรื่องเล่าเพียงชุดเดียว แต่คือการประกอบเข้าด้วยกันของข้อเขียน บันทึก เรื่องเล่า จารึก แผนที่ และเอกสารอีกมหาศาล หากส่วนหนึ่งส่วนใดหายไป ย่อมกระทบต่อความสมบูรณ์ทางแง่มุมของประวัติศาสตร์ชุดนั้นๆ ดังนั้น การให้ความสำคัญกับงานจดหมายเหตุ จึงชี้วัดถึงการให้ความสำคัญของภาครัฐ ต่อประวัติศาสตร์ของประเทศด้วยเช่นเดียวกัน
งานด้านวัฒนธรรมจะเดินหน้า ไม่อาจทำได้เพียงส่งเสริมวัฒนธรรมผ่านการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่การอนุรักษ์รักษาอย่างเข้าอกเข้าใจ พร้อมกับส่งเสริมให้ประวัติศาสตร์เป็นสิ่งที่ศึกษาได้จากหลายมุมมอง จากเอกสารหลักฐานเชิงประจักษ์ที่หลากหลาย และที่สำคัญคือประชาชนเข้าถึงได้โดยสะดวกเท่าเทียม ถือเป็นงานส่งเสริมวัฒนธรรมที่สำคัญอย่างยิ่งเช่นเดียวกัน
#นัทณพัฎน์
#พรรคประชาชน #ประชุมสภา
#ประวัติศาสตร์ #กระทรวงวัฒนธรรม