Viral Hepatitis Coordinating Centre, Thailand

Viral Hepatitis Coordinating Centre, Thailand Viral Hepatitis Coordianting Centre, Thailand

กองโรคเอดส์ฯ ร่วมกับภาคีเครือข่าย ผ่านกลไกคณะอนุกรรมการฯเดินหน้าขับเคลื่อนการกำจัดโรคไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี ประเทศไทยว...
25/08/2026

กองโรคเอดส์ฯ ร่วมกับภาคีเครือข่าย ผ่านกลไกคณะอนุกรรมการฯ
เดินหน้าขับเคลื่อนการกำจัดโรคไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี ประเทศไทย

วันที่ 24 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประชุม 2 กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์กรมควบคุมโรค นายแพทย์นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการป้องกันควบคุมโรคตับอักเสบจากเชื้อไวรัส ครั้งที่ 1/2569โดยมี แพทย์หญิงสุชาดา เจียมศิริ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พร้อมด้วยที่ปรึกษา อนุกรรมการฯ ผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วยศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ นพ.สมบัติ แทนประเสริฐสุข ศ.นพ.พูลชัยจรัสเจริญวิทยา สมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย รศ.นพ.ภิรุญ มุตสิกพันธุ์ สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย ศ.นพ.ทวีศักดิ์ แทนวันดี คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ม.มหิดลศ.พญ.วัฒนา สุขีไพศาลเจริญ คณะแพทยศาสตร์ ม.ขอนแก่น พญ.อัญชลี อวิหิงสานนท์ HIV-NAT นพ.ยงเจือ เหล่าศิริถาวร กองโรคติดต่อทั่วไป นพ.ชาตรี จุลเพชร ศูนย์ประสานงานโรคตับอักเสบจากไวรัส กองโรคเอดส์ฯ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมในรูปแบบ On-site และ Online เพื่อขับเคลื่อนการกำจัดโรคไวรัสตับอักเสบ บี และ ซีรวมถึงการขอรับรองการยุติการถ่ายทอดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี จากแม่สู่ลูก ตลอดจนหารือแนวทางการเบิกจ่าย การตรวจ และการรักษาโรคให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับสถานการณ์และเป้าหมายการกำจัดโรคของประเทศไทยอย่างยั่งยืน

ที่มา: https://ddc.moph.go.th/das/news.php?news=59807&deptcode=

เมื่อวานนี้ (18 สิงหาคม 2569) ศูนย์ประสานงานโรคตับอักเสบจากไวรัส เข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์รวมพลังภาคี สร้างนวัตกรรมขับเคลื่อ...
19/08/2026

เมื่อวานนี้ (18 สิงหาคม 2569) ศูนย์ประสานงานโรคตับอักเสบจากไวรัส เข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์รวมพลังภาคี สร้างนวัตกรรมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความเป็นเลิศด้านการป้องกันโรคติดต่อนำโดยแมลง (Thailand Vector-borne Diseases Excellence 2026) ณ อาคารอิมแพค ฟอรั่ม เมืองทองธานี

ในงานนี้ มีการจัดบูธกิจกรรมคัดกรองไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี ทั้งนี้ การคัดกรองเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมคัดกรองมากกว่า 100 คน และเรายังมีบูธให้ความรู้เรื่องโรคไวรัสตับอักเสบ บี และ ซีด้วยค่ะ

วันตับอักเสบโลก (World Hepatitis Day) ตรงกับวันที่ 28 กรกฎาคม ของทุกปี โดยได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ ผ่านมติสมัชชาอน...
23/07/2026

วันตับอักเสบโลก (World Hepatitis Day) ตรงกับวันที่ 28 กรกฎาคม ของทุกปี โดยได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ ผ่านมติสมัชชาอนามัยโลก (Resolution WHA63.18) ในปี พ.ศ. 2553 เพื่อกระตุ้นให้ทั่วโลกตระหนักถึงภัยของโรคตับอักเสบจากไวรัส ส่งเสริมการป้องกัน การตรวจคัดกรอง และการเข้าถึงการรักษา ปัจจุบันมีผู้คนทั่วโลกประมาณ 300 ล้านคน ที่กำลังใช้ชีวิตอยู่กับโรคไวรัสตับอักเสบ และในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากโรคไวรัสตับอักเสบบีและซีรวมกันมากกว่า 1.3 ล้านคน อย่างไรก็ตาม เรามีเครื่องมือและมาตรการที่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะยุติปัญหาโรคไวรัสตับอักเสบในฐานะภัยคุกคามด้านสาธารณสุขได้ภายในปี พ.ศ. 2573 โดยเป้าหมายขององค์การอนามัยโลกและประเทศสมาชิก คือ 1) ลดอุบัติการณ์ของโรคไวรัสตับอักเสบ บี ร้อยละ 95 โรคไวรัสตับอักเสบ ซี ร้อยละ 80 2) ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี ได้รับการวินิจฉัย ร้อยละ 90 3) ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี ได้รับการรักษามากกว่าร้อยละ 80 และ 4) ลดอัตราการเสียชีวิตของโรคไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี ร้อยละ 65

ในวันที่ 28 กรกฎาคม ของทุกปี ผู้คนทั่วโลกจะร่วมกันรณรงค์ให้เกิดการดำเนินงานที่เข้มข้นยิ่งขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโรคไวรัสตับอักเสบ โดยนานาประเทศจะร่วมรณรงค์เผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จัดประชุม ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน แถลงข่าวและจัดกิจกรรมรณรงค์ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนการยุติโรคไวรัสตับอักเสบ

โรคไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี เมื่อติดเชื้อมักไม่แสดงอาการ จะรู้ได้ก็ต่อเมื่อเข้ารับการตรวจคัดกรอง จากผลการดำเนินงานของประเทศไทยที่ผ่านมาได้คัดกรองกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะกลุ่มประชากรที่เกิดก่อนปี พ.ศ. 2535 ซึ่งเป็นปีที่เริ่มมีการฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบ บี ในแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ประชากรกลุ่มนี้มีจำนวนประมาณ 38 ล้านคน และประเทศไทยได้ดำเนินการคัดกรองไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี ในระหว่างปี 2567 - 2569 ไปแล้วกว่า 9 และ 8 ล้านรายตามลำดับ และผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี เข้าสู่กระบวนการรักษาไปแล้วเกือบ 4 แสนราย ส่วนผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ซี ได้รับยามากกว่า 2 หมื่นราย

*****ประเทศไทยมีความมุ่งมั่นที่จะติดตามผู้มีผลคัดกรองเป็นบวกเข้าสู่การรักษา ******
*****รวมถึงติดตามเด็กที่เกิดจากแม่ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี มาตรวจหาการติดเชื้อและภูมิคุ้มกัน *****
*****ปรับรูปแบบบริการการตรวจยืนยันการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ซี ให้เป็นแบบ Same day confirmation test ในผู้ที่คัดกรอง Anti HCV เป็นบวก*****

กรมควบคุมโรคจึงขอเชิญชวนหน่วยบริการสุขภาพและองค์กรภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ตลอดจนสื่อมวลชนร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันตับอักเสบโลก ปี พ.ศ. 2569 สื่อสารข้อมูลความรู้ภายใต้แนวคิด Find the Missing, End Hepatitis. ค้นหาให้พบ จบไวรัสตับอักเสบ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายในการกำจัดไวรัสตับอักเสบ ภายในปี พ.ศ. 2573

ตรวจเร็ว ตรวจฟรี เพื่อทราบสถานะการติดเชื้อ ไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี สามารถติดต่อผ่านเลือดและเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกัน โดยผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มักไม่มีอาการแสดงในระยะแรก แต่สามารถก่อให้เกิดภาวะตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง และมะเร็งตับได้ในระยะยาว การตรวจคัดกรองเร็ว จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากจะช่วยให้ทราบสถานะการติดเชื้อและสามารถเข้าสู่กระบวนการรักษาได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ ประชาชนสามารถเข้ารับบริการตรวจคัดกรองได้ฟรี ณ หน่วยบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและสะดวกในการเดินทางสามารถเลือกเข้ารับบริการได้ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ศูนย์บริการสาธารณสุข หรือโรงพยาบาล
ที่เข้าร่วมโครงการโดยมีกลุ่มเป้าหมาย ดังนี้
1. ประชากรที่เกิดก่อน ปี พ.ศ. 2535 ตรวจคัดกรองหาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี (HBsAg) และไวรัสตับอักเสบ ซี (Anti-HCV) ฟรี จำนวน 1 ครั้ง
ประชากรกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ 1) ผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์ 2) ผู้ใช้ยาเสพติดด้วยวิธีฉีด 3) กลุ่มชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย
4) บุคลากรทางการแพทย์ ตรวจคัดกรองหาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ซี (Anti-HCV) ฟรี จำนวน 1 ครั้ง/ปี
2. หญิงตั้งครรภ์ทุกราย ตรวจคัดกรองหาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี (HBsAg) ฟรี เมื่อมาฝากครรภ์ครั้งแรก
3. ผู้ต้องขัง ตรวจคัดกรองหาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ซี (Anti-HCV) ฟรี จำนวน 3 ครั้ง/ปี

ป้องกันได้ด้วยวัคซีน
ไวรัสตับอักเสบ บี สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน ซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง โดยประเทศไทยกำหนดให้เด็กทุกรายได้รับวัคซีนตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของประเทศ สำหรับผู้ใหญ่ที่ไม่เคยได้รับวัคซีน ได้รับวัคซีนไม่ครบ หรือไม่มีภูมิคุ้มกันสามารถตรวจและรับวัคซีนเพิ่มเติมได้ที่หน่วยบริการสาธารณสุข รายละเอียด ดังนี้
ทารกแรกเกิดทุกคน ได้รับวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ บี จำนวน 4 เข็ม เมื่อแรกเกิด และอายุ 2, 4 และ 6 เดือน
ทารกที่เกิดจากแม่ติดเชื้อต้องได้รับภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป (HBIG) ทันทีหลังคลอด และวัคซีนเพิ่มอีก 1 เข็มที่อายุ 1 เดือน
ผู้ใหญ่ที่ตรวจไม่พบการติดเชื้อ ควรตรวจหาภูมิคุ้มกันต่อไวรัสตับอักเสบ บี หากไม่มีภูมิคุ้มกันแนะนำให้ฉีดวัคซีน
จำนวน 3 เข็ม ที่ 0, 1 และ 6 เดือน

รักษาเลย กำจัดได้
ไวรัสตับอักเสบ บี หากติดเชื้อแบบเรื้อรัง สามารถควบคุมเชื้อได้ด้วยยาต้านไวรัส ผู้ป่วยควรเข้าสู่กระบวนการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเฝ้าระวังและติดตามอาการ โดยแพทย์จะพิจารณาการใช้ยาต้านไวรัสตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ไวรัสตับอักเสบ ซี ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยการกินยาต้านไวรัส Sofosbuvir/Velpatasvir ให้ครบ 12 สัปดาห์ หากตรวจพบและรักษาอย่างทันท่วงที

ประชาชนสามารถเข้ารับการตรวจรักษาทั้งไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี ได้ฟรี ที่โรงพยาบาลตามสิทธิการรักษา

กรมควบคุมโรคจัดทำข้อมูลและสื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ในรูปแบบแบนเนอร์สนับสนุนให้แก่ภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ
โดยสามารถดาวน์โหลดสื่อต้นแบบได้ที่เว็บไซต์กองโรคเอดส์โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (https://ddc.moph.go.th/das/ )

สามารถ จอง นัด คัดกรองไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี ได้ผ่านแอพเป๋าตังค์แล้วนะคะ พกเพียงบัตรประชาชนไปรับสิทธิ ที่สถานบริการสาธ...
20/05/2026

สามารถ จอง นัด คัดกรองไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี ได้ผ่านแอพเป๋าตังค์แล้วนะคะ พกเพียงบัตรประชาชนไปรับสิทธิ ที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านได้เลยค่าา

มาครับ! ผมขอเวลา 1 นาทีอันมีค่าของทุกคน มาคุยกันเรื่อง“ไวรัสตับอักเสบบี" (Hepatitis B Virus หรือ HBV) ได้มั้ยครับ มันมาได้ยังไง แล้วควรทำยังไงกับมันดี
ลองนึกภาพตามว่า ร่างกายเราเป็นประเทศประเทศนึง ที่มีด่านตรวจเข้มงวด ผิวหนังปกติของเราคือ กำแพงเมืองชั้นดี (ที่ไม่ใช่ลวดหนามหีบเพลงนะ 5555) ซึ่งไวรัสตับอักเสบบีมันจะไม่มีวันเจาะผ่านร่างกายเราได้ด้วยการ เดินสวนกัน จับมือกัน หรือกินข้าวร่วมกัน
แต่ไอ้ไวรัสตับอักเสบบีมันเข้ามาตามช่องโหว่ ใช้ช่องทางธรรมชาติ สามช่องทางหลักๆนี้ครับ
1-- เข้ามาทางเลือด เข็มฉีดยาร่วมกัน เข็มสักที่ไม่สะอาด หรือแม้แต่ของมีคมร่วมกันอย่างมีดโกนหนวด แปรงสีฟัน แปรงๆไปเข้าตามเยื่อบุที่ถลอกได้ บางคนแปรงจนเลือดออกก็มี

2-- ทางเพศสัมพันธ์ น้ำอสุจิ น้ำในช่องคลอด ถ้าไม่ใส่ถุงยางอนามัย

3-- จากแม่สู่ลูก เกิดมาก็ติดเชื้อเลย เพราะแม่ส่งต่อไวรัสให้ตอนคลอด

พอเข้าช่องทางเหล่านี้ปุ๊บ มันก็ไปตามกระแสเลือด ล่องไปโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย นั่นคือ "ตับ"ของเรานั่นเอง แล้วมันก็เข้าไปอยู่ในเซลล์ตับ
จากนั้นมันจะเริ่มกระบวนการ แฝงตัวและก๊อปปี้ (Infection & Replication)
เซลล์ตับก็เหมือนโรงงานผลิตสารสำคัญของร่างกาย ไวรัสบีมันจะเดินดุ่มๆ เข้าไปในโรงงาน แล้วเอาพิมพ์เขียว หรือ DNA ของมัน ไปสอดไส้ไว้ในแกนสมองของเซลล์ตับ (Nucleus) จากนั้นมันจะสั่งให้เครื่องจักรของเซลล์ตับว่า เห้ย! หยุดทำงานให้ร่างกายแกซะ แล้วมาปั๊มลูกหลานให้ข้าเดี๋ยวนี้!” เซลล์ตับก็เบลอครับ ปั๊มไวรัสตัวใหม่ออกมาเป็นล้านๆ ตัว
ไวรัสที่เพิ่มจำนวนมหาศาล ไม่ได้ทำให้ตับพังโดยตรงครับ แต่เป็นเพราะ "ระบบภูมิคุ้มกัน" (เม็ดเลือดขาว) ของเราเดินมาตรวจโรงงานแล้วร้อง ว้ายยยยย โรงงานนี้มีผู้ผู้ก่อการร้ายยึดแล้วนี่หว่า เม็ดเลือดขาวก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง สั่งระเบิดปูพรมถล่มเซลล์ตับติดเชื้อทันที
ถ้าถล่มรอบเดียวชนะ ก็แปลว่าตับอักเสบเฉียบพลัน อาจจะตัวเหลือง ตาเหลือง แล้วก็หาย และมีภูมิ ซึ่งก็คือ Anti-HBs นั่นแหละ ลองดูในใบตรวจสุขภาพดู
แต่ถ้าเม็ดเลือดขาวฆ่าไวรัสไม่หมด สงครามนี้จะยืดเยื้อ หรือตับอักเสบเรื้อรังนั่นเอง ยิงกันตู้มต้ามไม่หยุดหย่อนเป็นสิบๆ ปี
สุดท้ายแผลเป็นถมเมือง กลายเป็นตับแข็ง (Fibrosis to Cirrhosis)
นึกภาพเนื้อตับโดนระเบิดลงทุกวัน ร่างกายก็พยายามเอาปูนปลาสเตอร์ไปแปะซ่อมแซม ปูนปลาสเตอร์ที่ว่าก็คือ พังผืด (Fibrosis) ยิ่งซ่อมบ่อยๆ เนื้อตับนุ่มๆ นิ่มๆ ก็จะกลายเป็นพังผืดหนาเตอะ แข็งเป๊ก จนเลือดไหลผ่านไม่ได้ ท่อน้ำดีตัน ทำให้เรากลายเป็น "โรคตับแข็ง"
ในช่วงที่เกิดสงครามยืดเยื้อและการซ่อมแซมเซลล์วนไปเป็นล้านๆ รอบเนี่ย DNA ของเซลล์ตับมันจะเกิดอาการ เอ๋อ หรือกลายพันธุ์ (Mutation) แถมไอ้เศษ DNA ของไวรัสบีมันยังชอบเข้าไปแทรกแซงให้ยีนควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์ตับเพี้ยนไป จากเซลล์ตับดีๆ เลยกลายร่างเป็น "เซลล์มะเร็ง"
วิธีการป้องกัน:
อ่านแล้วอย่าเพิ่งจิตตกไปครับ ข่าวดีคือเราบล็อกมันได้ตั้งแต่หน้าประตูบ้าน ด้วยคาถาง่ายๆ ตามนี้
1-- ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสบี กระตุ้นภูมิคุ้มกันให้พร้อมบวก มารอดักหน้าด่านตรวจ พอไวรัสโผล่มาปุ๊บ ภูมิคุ้มกันจัดการทันที

2--ใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ช่วยกันได้ทั้งไวรัสบี ไวรัสซี และ HIV

3-- ไม่ใช้ของมีคมร่วมกัน รวมถึงเข็มสัก ร้านสักต้องได้มาตรฐาน มีดโกนหนวด กรรไกรตัดเล็บ แปรงสีฟัน ของใครของมันครับ รักกันแค่ไหนก็ไม่ต้องแชร์

4-- ไปเจาะเลือดดูสักหน่อยครับว่าเรามีเชื้อมั้ย หรือมีภูมิมั้ย จะได้วางแผนชีวิตถูก
เพราะฉะนั้น ไปตรวจเลือดและฉีดวัคซีนกันเถอะครับ ตับเรามีอันเดียว เปลี่ยนใหม่ง่ายๆ ซะที่ไหน ด้วยความปรารถนาดีนะครับ

12/05/2026

📃ประชาสัมพันธ์ ประกาศรับสมัครหรือรับการเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ จำนวน 9 ท่าน จาก 9 ด้าน

📍เปิดรับสมัครตั้งแต่ วันที่ 1 - 30 พฤษภาคม 2569

📍สามารถอ่านรายละเอียดและคุณสมบัติเพิ่มเติม
https://ddc.moph.go.th/das/news.php?news=59990&deptcode=

01/05/2026

สวัสดีค่า
งานประชุมสุดยอดด้านไวรัสตับอักเสบโลก (World Hepatitis Summit 2026) เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วนะคะ แอดมินขอเชิญทุกท่านเข้าชมคลิปความสำเร็จการดำเนินงานในประเทศไทย ที่เราได้ทุ่มเททำงานกันมาตลอดและจะดำเนินต่อไปจนกว่าจะกำจัดไวรัสตับอักเสบให้หมดสิ้นไปค่ะ

29/04/2026
28/04/2026

สธ. สร้างความร่วมมือระดับโลก ผลักดันนโยบาย “ตรวจเจอ รักษาเลย” มุ่งกำจัดโรคไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี ภายในปี 2573…อ่านข่าวใน comment

02/04/2026

ตอนนี้แอพเป๋าตังค์ที่เราใช้กันอยู่ สามารถลงทะเบียนเพื่อเข้ารับการตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี เบื้องต้นได้แล้วนะ ทำยังไง ไปดูกันเล้ยย

ที่อยู่

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
Nonthaburi
11000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6625903216

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Viral Hepatitis Coordinating Centre, Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง Viral Hepatitis Coordinating Centre, Thailand:

ทางลัด

แชร์