สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข เป็นผู้นำในการบริหารจัดการงานวิจัยด้านสุขภาพของประเทศไทย

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) เป็นองค์กรของรัฐที่มิใช่ส่วนราชการจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข พ.ศ. 2535 พร้อมๆ กับการจัดตั้งสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยมีโครงสร้างองค์กรและการบริหารที่เน้นความคล่องตัว เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อเป้าหมายในการจัดการความรู้เพื่อนำไปสู่การพัฒนาระบบสุขภาพ (Better Knowledge Management for Better Health Systems)

04/09/2026

รายงานการวิจัย การวิเคราะห์นโยบายด้านการส่งเสริมสุขภาพและควบคุมโรคขององค์การบริหารส่วนจังหวัด
กรณีศึกษาการขับเคลื่อนภารกิจผ่านเครือข่ายบริการสุขภาพปฐมภูมิที่ถ่ายโอน

สวรส. เสนอแนวทางยกระดับระบบสุขภาพปฐมภูมิ หลังถ่ายโอน รพ.สต. สู่ อบจ.📍 3 กันยายน 2569: ผศ.ดร.จรวยพร ศรีศศลักษณ์ รองผู้อำน...
03/09/2026

สวรส. เสนอแนวทางยกระดับระบบสุขภาพปฐมภูมิ หลังถ่ายโอน รพ.สต. สู่ อบจ.

📍 3 กันยายน 2569: ผศ.ดร.จรวยพร ศรีศศลักษณ์ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ร่วมประชุมคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาโครงสร้างระบบบริหารจัดการด้านการสาธารณสุขของประเทศไทย ณ อาคารรัฐสภา พร้อมนำเสนอข้อมูลสถานการณ์ ผลการวิจัย และข้อเสนอเชิงนโยบายเกี่ยวกับการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) โดยเน้นว่าหัวใจสำคัญของการถ่ายโอนไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนหน่วยงานต้นสังกัด แต่ต้องทำให้ประชาชนได้รับบริการสุขภาพที่เข้าถึงได้ มีคุณภาพ และต่อเนื่อง

ปัจจุบันมี รพ.สต. ถ่ายโอนแล้ว 4,559 แห่ง ครอบคลุม 63 จังหวัด และมีประชากรที่อยู่ภายใต้การดูแลของ อบจ. เพิ่มขึ้น 15,639,218 คน ขณะเดียวกัน ผลการวิจัยในช่วงปี 2566-2569 พบว่า ประชาชนมีความพึงพอใจต่อบริการในระดับสูงมาก และมีการขยายบริการสุขภาพที่สำคัญ เช่น เวชศาสตร์ครอบครัว การดูแลผู้สูงอายุระยะยาว การป้องกันภาวะสมองเสื่อม และการดูแลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง รวมถึงการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่เพิ่มขึ้นประมาณ 200,000 คน อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ต้องพัฒนา ทั้งด้านกำลังคน งบประมาณ การเข้าถึงยาและเวชภัณฑ์ และการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ

สวรส. เสนอว่า การประเมินความสำเร็จของการถ่ายโอนควรมองจาก “ผลลัพธ์สุขภาพของประชาชน” มากกว่าความสำเร็จด้านโครงสร้างหรือการบริหาร โดยต้องพิจารณาทั้งการเข้าถึงบริการ ความต่อเนื่องในการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง การดูแลกลุ่มเปราะบาง และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบบริการสุขภาพ พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า รพ.สต. ที่ถ่ายโอนไปแล้วควรได้รับการสนับสนุนทางวิชาการและเชื่อมโยงกับเครือข่ายของกระทรวงสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง

ในมิติของธรรมาภิบาลระบบสุขภาพ สวรส. มองว่าประเทศไทยมีทั้งกฎหมาย องค์ความรู้ งบประมาณ และเครือข่ายการทำงานอยู่แล้ว แต่ยังมีช่องว่างในการเชื่อมโยงกลไกเหล่านี้ โดยเฉพาะการประสานนโยบายระหว่างหน่วยงาน การใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ และการทำงานร่วมกันระหว่างส่วนกลางกับพื้นที่ จึงเสนอให้พัฒนาระบบในลักษณะ “เครือข่ายความร่วมมือและบูรณาการ” ที่มีเป้าหมายร่วมกัน และให้ทุกฝ่ายมีความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์สุขภาพของประชาชนร่วมกัน

อีกประเด็นสำคัญคือการพัฒนาระบบข้อมูลสุขภาพให้สามารถเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานและนำไปใช้ประโยชน์เชิงนโยบายได้จริง โดยเสนอให้เร่งพัฒนา Health Data Exchange และฐานข้อมูลกลางด้านบริการปฐมภูมิ พร้อมจัดทำ Dashboard ที่ช่วยให้ผู้บริหารและคณะกรรมการในพื้นที่สามารถมองเห็นสถานการณ์ วิเคราะห์ปัญหา และนำข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับด้านงบประมาณและการบริหารจัดการ สวรส. เสนอให้ปรับจากการจัดสรรทรัพยากรที่เน้นจำนวนบุคลากรหรือการรักษา ไปสู่การจัดสรรที่มุ่งผลลัพธ์สุขภาพมากขึ้น ควบคู่กับการพัฒนากลไกการจัดซื้อเชิงยุทธศาสตร์และการจ่ายเงินที่คำนึงถึงคุณค่าและผลลัพธ์ รวมถึงการสร้างกลไกความร่วมมือในระดับพื้นที่ให้เข้มแข็งขึ้น

สวรส. ชี้ว่า การพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิในระยะต่อไปไม่จำเป็นต้องมุ่งสร้างโครงสร้างใหม่เป็นหลัก แต่ควร “เชื่อมต่อ” 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ งบประมาณที่จัดสรรตามผลลัพธ์ ข้อมูลที่ใช้ตัดสินใจได้จริง และกลไกความร่วมมือในระดับพื้นที่ เพื่อให้การถ่ายโอน รพ.สต. นำไปสู่ระบบบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ เข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน

Website สวรส.: https://www.hsri.or.th/news/1/4757

#ระบบบริการ

UK-Thailand สานต่อความร่วมมือไทย-สหราชอาณาจักร พัฒนาการแพทย์จีโนมิกส์ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับทุกคน:สถานเอกอัครราชทูต...
03/09/2026

UK-Thailand สานต่อความร่วมมือไทย-สหราชอาณาจักร พัฒนาการแพทย์จีโนมิกส์ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับทุกคน
:
สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ กรุงเทพฯ ร่วมกับ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) จัดประชุม UK-Thailand Genomics Steering Committee Meeting ซึ่งเป็นการประชุมคณะทำงานความร่วมมือด้านจีโนมิกส์ของประเทศไทยและสหราชอาณาจักร เพื่อแลกเปลี่ยนความก้าวหน้าด้านการแพทย์จีโนมิกส์ของทั้งสองประเทศ พร้อมสานต่อความร่วมมือในระยะต่อไป โดยมี นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการ สวรส. ประธานร่วมฝ่ายไทย และ Mr.David Cran หัวหน้าฝ่ายการค้าและการลงทุน สถานทูตอังกฤษ ประจำประเทศไทย ประธานร่วมฝ่ายสหราชอาณาจักร และผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัยด้านการแพทย์จีโนมิกส์ของทั้งสองประเทศร่วมนำเสนอข้อมูลสำคัญและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการประชุม เมื่อวันที่ 2 ก.ย. 2569 ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร กทม.
:
นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการ สวรส. ย้ำว่า ความสำเร็จและความร่วมมือที่เดินมาถึงวันนี้ เพราะเรามีเป้าหมายบนความเชื่อที่เหมือนกันว่า ข้อมูลจีโนมจะมีพลังและประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อถูกนำไปใช้ประโยชน์ตั้งแต่การป้องกันและรักษาได้อย่างแม่นยำ โดยประชาชนต้องเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึง และส่งผลให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดี
:
อ่านต่อใน comment

#วิจัยระบบสุขภาพ #สวรส
#จีโนมิกส์ #จีโนมิกส์ไทยแลนด์

สวรส. เข้าร่วมพิจารณาการพัฒนาระบบดิจิทัลสุขภาพกับประสิทธิภาพและความยั่งยืนของระบบบริการวันที่ 1 กันยายน  2569 ผศ.ดร.จรวย...
03/09/2026

สวรส. เข้าร่วมพิจารณาการพัฒนาระบบดิจิทัลสุขภาพกับประสิทธิภาพและความยั่งยืนของระบบบริการ

วันที่ 1 กันยายน 2569 ผศ.ดร.จรวยพร ศรีศศลักษณ์ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข และอนุกรรมาธิการศึกษาการพัฒนาประสิทธิภาพและความยั่งยืนทางการเงินของโรงพยาบาลภาครัฐ เข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมาธิการศึกษาการพัฒนาประสิทธิภาพ และความยั่งยืนทางการเงินของโรงพยาบาลรัฐ ในคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ครั้งที่ 8/2569 ณ ห้องประชุม 202 ชั้น 2 อาคารรัฐสภา

การประชุมได้พิจารณาประเด็นที่ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ให้ข้อมูล เช่น กระทรวงสาธารณสุขมีการพัฒนาระบบดิจิทัลสุขภาพเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ และการบริหารจัดการ โดยปัจจุบันโรงพยาบาลมีระบบสารสนเทศหลายระบบจากผู้พัฒนาที่แตกต่างกันส่งผลให้เกิดข้อจำกัดในการเชื่อมโยงข้อมูล ความซ้ำซ้อนของระบบ และต้นทุนการพัฒนาและบำรุงรักษาที่สูง ขณะเดียวกันโรงพยาบาลมีภาระต้นทุน ด้านการจัดการข้อมูลการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และการพัฒนา Smart Hospital เพิ่มขึ้น โดยกระทรวงสาธารณสุขอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบกลางด้านการเบิกจ่ายและการเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อกำหนดมาตรฐานการรับส่งข้อมูล การลดความซ้ำซ้อน และการเพิ่มประสิทธิภาพการเบิกจ่าย รวมทั้งการนำ AI มาใช้ตรวจสอบข้อมูลก่อนการเบิกจ่ายเพื่อลดข้อผิดพลาดและอุปสรรคของการเบิกจ่าย นอกจากนี้ มีการนำ AI ด้านการวินิจฉัย และ Telemedicine มาใช้เพื่อช่วยลดภาระงาน ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ส่วนอุปสรรค เช่น การขาดมาตรฐานข้อมูลกลาง ความแตกต่างของรหัสยา และรหัสโรค การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่ยังไม่ครอบคลุม ตลอดจนข้อจำกัดด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงจำเป็นต้องมีกลไกระดับประเทศในการกำหนดมาตรฐานข้อมูล มาตรฐานการเชื่อมต่อ การยืนยันตัวตน และการติดตามการแก้ไขข้อมูล รวมทั้งมีกลไกกลางในการบริหารจัดการและแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพ ซึ่งการดำเนินการให้เกิดผลในระดับประเทศจำเป็นต้องมีกฎหมายรองรับการบูรณาการข้อมูลระหว่างสามกองทุนสุขภาพ และการสนับสนุนงบประมาณสำหรับการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลไปสู่ระบบกลางเพื่อให้สามารถลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการเบิกจ่าย และเสริมสภาพคล่องของโรงพยาบาลได้อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
อ่านข่าวต่อได้ที่...(ในคอมเม้นต์)

#สวรส #ระบบบริการ

สวรส. ผนึก 9 ภาคี ขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ ลดความเหลื่อมล้ำ สู่การจัดการตนเองอย่างยั่งยืน📍1 กันยายน 2569: สถาบันบัณฑิตพ...
01/09/2026

สวรส. ผนึก 9 ภาคี ขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ ลดความเหลื่อมล้ำ สู่การจัดการตนเองอย่างยั่งยืน

📍1 กันยายน 2569: สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ร่วมกับ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) โดย นพ.สุระ วิเศษศักดิ์ รอง ผอ.สวรส. เปิดการประชุมเวทีคืนข้อมูลและการสังเคราะห์โมเดลกลไกภาคีสานพลังพื้นที่เข้มแข็ง ภาคีอาสา (ASA) ผนึกกำลัง 9 หน่วยงานด้านสุขภาพ สังคม และวิชาการ ขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ใน 5 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ ขอนแก่น ตราด นครสวรรค์ พัทลุง และเชียงราย โดยใช้แนวทาง “พื้นที่เป็นฐานและการบูรณาการทุกภาคส่วน” เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ สังคมสูงวัย และลดการทำงานแบบแยกส่วนของภาครัฐ พร้อมพัฒนากลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ท้องถิ่น และภาคประชาสังคม

การดำเนินงานมุ่งใช้ ข้อมูลเชิงประจักษ์ การประเมินเชิงพัฒนา (DE) และระบบฐานข้อมูล SHARE เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจและพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการ “ทลายไซโล” ด้วยการบูรณาการงบประมาณ บุคลากร และองค์ความรู้ร่วมกัน พร้อมปรับบทบาทภาครัฐจาก “ผู้สั่งการ” เป็น “ผู้อำนวยความสะดวก” และยกระดับประชาชนให้เป็น “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์” ในการพัฒนาพื้นที่

ทั้งนี้ ได้พัฒนากลไกและนวัตกรรมที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละจังหวัด พร้อมผลักดันให้เกิดความต่อเนื่องผ่าน ธรรมนูญพื้นที่ แผนพัฒนาจังหวัด ข้อบัญญัติท้องถิ่น และพื้นที่ทดลอง (Sandbox) เพื่อสร้างหลักฐานเชิงประจักษ์และขยายผลเชิงนโยบาย โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการเปลี่ยนจาก “รัฐผู้สั่งการ” สู่ “รัฐผู้อำนวยความสะดวก” ให้ประชาชนและพื้นที่สามารถจัดการปัญหาได้ด้วยตนเอง ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน ณ ห้องประชุมเดซี่ ชั้น 9 อาคารทีเค 2 โรงแรมทีเค. พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น

Website สวรส.: https://www.hsri.or.th/news/1/4754

#ระบบบริการ #สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข #สวรส

31/08/2026

🔴ติดตามชมการถ่ายทอดสด "การประชุมวิชาการและพิธีเปิดศูนย์การดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดี โรงพยาบาลมหาสารคาม"

#วิจัยระบบสุขภาพ #สวรส
#พยาธิใบไม้ตับ #มะเร็งท่อน้ำดี
#เทคโนโลยีการแพทย์

สวรส. ให้ความเห็นต่อการปรับขนาดโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ผศ.ดร.จรวยพร ศรีศศลักษณ์ รองผู้อำนวยการ...
29/08/2026

สวรส. ให้ความเห็นต่อการปรับขนาดโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล

วันที่ 27 สิงหาคม 2569 ผศ.ดร.จรวยพร ศรีศศลักษณ์ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข เข้าร่วมชี้แจงในการประชุมคณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด ในคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 8/2569 ณ ห้องประชุม CB 308 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา โดยมี ส.ส.กิตติชัย เอ่งฉ้วน เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ ในการพิจารณาแผนขับเคลื่อนการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดและการปรับขนาดของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล

อ่านข่าวต่อในคอมเม้นต์

สวรส. ประกาศความสำเร็จ ‘ฐานข้อมูลพันธุกรรมคนไทย’ เสร็จสมบูรณ์ เปิดให้นักวิจัยใช้งานอย่างเป็นทางการ ปักหมุดไทยสู่ผู้นำการ...
28/08/2026

สวรส. ประกาศความสำเร็จ ‘ฐานข้อมูลพันธุกรรมคนไทย’ เสร็จสมบูรณ์ เปิดให้นักวิจัยใช้งานอย่างเป็นทางการ ปักหมุดไทยสู่ผู้นำการแพทย์จีโนมิกส์แห่งเอเชีย
:
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ร่วมกับเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์จีโนมิกส์และการแพทย์แม่นยำชั้นนำของประเทศ แถลงข่าวประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ ฐานข้อมูลพันธุกรรมคนไทยภายใต้โครงการจีโนมิกส์ประเทศไทย (Genomics Thailand) ระยะที่ 1 เสร็จสมบูรณ์ และเปิดให้นักวิจัยทั่วประเทศเข้าใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ว ผ่านระบบสภาพแวดล้อมการวิจัยที่เชื่อถือได้ หรือ Trusted Research Environment ตามมาตรฐานสากล เพื่อต่อยอดงานวิจัยด้านการแพทย์และสาธารณสุข ตอกย้ำว่าไทยไม่เป็นรองประเทศผู้นำด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ระดับโลก ในการนำเทคโนโลยีจีโนมิกส์มาวินิจฉัย ป้องกัน และรักษาผู้ป่วยในระบบสุขภาพของประเทศอย่างแท้จริง ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท กทม.
:
นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการ สวรส. ผู้ขับเคลื่อนหลักของการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลนี้ กล่าวว่า ฐานข้อมูลพันธุกรรมคนไทยเป็นผลจากการลงทุนต่อเนื่องของภาครัฐ ผ่านการถอดรหัสพันธุกรรมคนไทยครบ 50,000 ราย ใน 5 กลุ่มโรคสำคัญ ได้แก่ มะเร็ง โรคหายาก NCDs โรคติดเชื้อ และเภสัชพันธุศาสตร์ ผ่านเครือข่ายโรงพยาบาล 41 แห่งทั่วประเทศ และค้นพบตำแหน่งพันธุกรรมที่จำเพาะในคนไทยกว่า 122 ล้านตำแหน่งที่ไม่พบในกลุ่มประชากรอื่นของโลก วันนี้ฐานข้อมูลพร้อมเปิดให้นักวิจัยที่ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการพิจารณาการเข้าถึงข้อมูลของ สวรส. เข้าใช้งานได้แล้วในระบบที่ปลอดภัยตามมาตรฐานสากล
:
“นี่คือการลงทุนของรัฐที่คืนกำไรกลับสู่ประชาชนโดยตรง เพราะข้อมูลนี้เป็นของคนไทย เพื่อคนไทย และทำให้ระบบสุขภาพของประเทศแม่นยำขึ้นในทุกมิติ” นพ.ศุภกิจ กล่าว
:
อ่านต่อใน comment

#วิจัยระบบสุขภาพ #สวรส
#จีโนมิกส์ #จีโนมิกส์ไทยแลนด์

สวรส. ร่วมพิธี MOU มข.-สถาบันฟีโนมมนุษย์ มหาวิทยาลัยฟู่ตั้น ผนึกพลังวิจัยด้านฟีโนมิกส์และจีโนมิกส์ไทย-จีน:27 สิงหาคม 256...
28/08/2026

สวรส. ร่วมพิธี MOU มข.-สถาบันฟีโนมมนุษย์ มหาวิทยาลัยฟู่ตั้น ผนึกพลังวิจัยด้านฟีโนมิกส์และจีโนมิกส์ไทย-จีน
:
27 สิงหาคม 2569 - ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ระหว่างมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยสถาบันฟีโนมแห่งชาติ (National Phenome Institute: NPI) และคณะแพทยศาสตร์ (MDKKU) กับสถาบันฟีโนมมนุษย์ (Human Phenome Institute: HuPI) มหาวิทยาลัยฟู่ตั้น สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ วิทยาเขตจางเจียง สถาบันฟีโนมมนุษย์ มหาวิทยาลัยฟู่ตั้น นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน
:
บันทึกความเข้าใจฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวางกรอบความร่วมมือทางวิชาการ การวิจัย และสถาบัน ระหว่างสองฝ่าย โดยมุ่งเสริมสร้างศักยภาพทางวิทยาศาสตร์ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และผลักดันความก้าวหน้าด้านฟีโนมิกส์และสหสาขาวิชาโอมิกส์ (multi-omics) เพื่อประยุกต์ใช้ในงานวิจัย การแพทย์ และนวัตกรรมด้านสุขภาพ ครอบคลุมการแลกเปลี่ยนคณาจารย์ นักวิจัย และนักศึกษา การพัฒนาโครงการวิจัยร่วม การจัดฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพบุคลากร ตลอดจนการแบ่งปันข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัย โดยมีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 5 ปี
:
ในโอกาสนี้ นพ.สุระ วิเศษศักดิ์ รอง ผอ.สวรส. ได้กล่าวแสดงความยินดีในนาม สวรส. ต่อความร่วมมือระหว่างสองสถาบัน โดยระบุว่าบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ มิใช่เพียงเอกสารความร่วมมือ แต่สะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมกันในการสร้างองค์ความรู้ด้านฟีโนมิกส์และสหสาขาวิชาโอมิกส์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อนักวิจัยและนักศึกษาทั้งสองประเทศ และช่วยขับเคลื่อนการแพทย์แม่นยำ (precision medicine) ในภูมิภาคต่อไป พร้อมทั้งได้นำเสนอความก้าวหน้าของประเทศไทยภายใต้โครงการจีโนมิกส์ประเทศไทย (Genomics Thailand) ซึ่งในระยะที่ 1 (พ.ศ. 2563-2567) ประเทศไทยสามารถถอดรหัสพันธุกรรมคนไทยได้กว่า 50,000 ราย เชื่อมโยงเครือข่ายโรงพยาบาลและสถาบันวิจัยทั่วประเทศ 41 แห่ง และให้บริการตรวจทางพันธุกรรมแก่ผู้ป่วยในกลุ่มโรคเป้าหมาย 5 ด้าน ได้แก่ โรคมะเร็ง โรคหายาก NCDs โรคติดเชื้อ และเภสัชพันธุศาสตร์ และเตรียมก้าวสู่ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2570-2575) ที่จะขยายฐานข้อมูลจีโนมเป็น 200,000 ราย พร้อมเปิดโอกาสความร่วมมือกับพันธมิตรนานาชาติมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ นพ.สุระ ยืนยันว่า สวรส. พร้อมสนับสนุนให้ความร่วมมือฉบับนี้เกิดผลเป็นรูปธรรม และเชื่อมโยงกับระบบนิเวศงานวิจัยจีโนมิกส์และสุขภาพของประเทศไทยในวงกว้างต่อไป
:
อ่านต่อใน comment

#วิจัยระบบสุขภาพ #สวรส
#จีโนมิกส์ #ไทยจีน

สวรส.-คณะแพทย์ มช. เปิดบ้านศูนย์วิจัยคลินิก เสริมความร่วมมือรัฐ-เอกชน ยกระดับมาตรฐานวิจัยคลินิกไทยสู่สากล:นพ.ศุภกิจ ศิริ...
28/08/2026

สวรส.-คณะแพทย์ มช. เปิดบ้านศูนย์วิจัยคลินิก เสริมความร่วมมือรัฐ-เอกชน ยกระดับมาตรฐานวิจัยคลินิกไทยสู่สากล
:
นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข และ ดร.ภญ.นพคุณ ธรรมธัชอารี ผู้จัดการงานวิจัยอาวุโส ร่วมประชุมวิชาการเนื่องในโอกาสครบรอบ 4 ปี ศูนย์วิจัยคลินิก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมความร่วมมือ ระหว่างเครือข่ายภาครัฐและเอกชน พร้อมทั้งร่วมกันกำหนด Roadmap และตัวชี้วัด เพื่อยกระดับมาตรฐานงานวิจัยคลินิกของประเทศไทยสู่มาตรฐานสากล เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2569 ที่ผ่านมา ณ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
:
นพ.ศุภกิจ กล่าวช่วงหนึ่งในการบรรยายหัวข้อ The Future of Clinical Trials: Integration Domestic Excellence for International Impact ว่า สวรส. และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันพัฒนาระบบนิเวศการวิจัยคลินิก (Clinical Research Ecosystem) เพื่อเสริมสร้างความพร้อมให้แก่ศูนย์วิจัยคลินิกในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ทั้งด้านระบบและระเบียบการเงิน การพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการวิจัยคลินิก การบริหารจัดการสัญญาวิจัย ตลอดจนการพัฒนาแพลตฟอร์มสนับสนุนการวิจัย อาทิ TRAiL และ Data Platform ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อพัฒนาเป็นศูนย์กลางข้อมูลขนาดใหญ่สำหรับสนับสนุนการวิจัยคลินิก
:
“หากเปรียบเทียบศูนย์วิจัยคลินิกในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขกับศูนย์วิจัยในระดับนานาชาติ ขณะนี้เรายังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา เปรียบเหมือนกำลังอยู่ในวัยหัดเดิน ดังนั้นสิ่งแวดล้อมและระบบสนับสนุนที่ สวรส. พยายามสร้างขึ้น จึงมีเป้าหมายเพื่อเสริมความพร้อมให้ศูนย์วิจัยคลินิกในประเทศไทยสามารถเติบโตและพัฒนาศักยภาพได้อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนก้าวทันประเทศเพื่อนบ้านและยกระดับขีดความสามารถของประเทศไทยในการรองรับการวิจัยคลินิกระดับนานาชาติ” ผู้อำนวยการ สวรส. กล่าว
:
อ่านต่อใน comment

#วิจัยระบบสุขภาพ #สวรส
#ระบบยา

ที่อยู่

อาคารสุขภาพแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข ถนน สาธารณสุข 6
Nonthaburi
11000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6620279701

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข:

ทางลัด

แชร์