ห้องสมุดประชาชนอำเภอหนองหญ้าปล้อง สกร.

ห้องสมุดประชาชนอำเภอหนองหญ้าปล้อง สกร. ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ห้องสมุดประชาชนอำเภอหนองหญ้าปล้อง สกร., ห้องสมุด, 56 หมู่ 4 ต. หนองหญ้าปล้อง, Nong Ya Plong.

ทรงพระเจริญเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ด้วยเกล้าด้...
03/06/2026

ทรงพระเจริญ
เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ
สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี
๓ มิถุนายน ๒๕๖๙
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า บุคลากร นักศึกษา ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอหนองหญ้าปล้อง
สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดเพชรบุรี

🔴⚽ YOU 'LL NEVER WALK ALONE 3 มิถุนายน: วันเกิด "Liverpool F.C." สโมสรระดับตำนานที่กำเนิดขึ้นเพราะ... ค่าเช่าที่แพงเกินไ...
03/06/2026

🔴⚽ YOU 'LL NEVER WALK ALONE 3 มิถุนายน: วันเกิด "Liverpool F.C." สโมสรระดับตำนานที่กำเนิดขึ้นเพราะ... ค่าเช่าที่แพงเกินไป?!

สวัสดีครับเพื่อนๆ โดยเฉพาะชาว "The Kop" ทุกคน! วันนี้เป็นวันสำคัญที่จะต้องร่วมฉลองกันให้กระหึ่ม เพราะในวันที่ 3 มิถุนายน ค.ศ. 1892 (พ.ศ. 2435) คือวันแรกที่สโมสรฟุตบอล ลิเวอร์พูล (Liverpool Football Club) ได้รับการจดทะเบียนก่อตั้งอย่างเป็นทางการ ซึ่งในปี ค.ศ. 2026 นี้ ทัพหงส์แดงของเราก็มีอายุครบ 134 ปีเต็มแล้วครับ! 🎉

แต่รู้ไหมครับว่า เบื้องหลังความยิ่งใหญ่ที่มีถ้วยรางวัลเต็มตู้ในปัจจุบัน จุดเริ่มต้นของสโมสรนี้ไม่ได้เริ่มจากความฝันอันสวยหรู แต่แฝงไปด้วยเรื่องราว "ดราม่า" และความขัดแย้งเรื่องเงินๆ ทองๆ ระหว่างเพื่อนบ้านร่วมเมืองอย่างทัพ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน! วันนี้เราจะพาย้อนเวลากลับไปดูจุดกำเนิดสุดพีกของสโมสรนี้กันครับ

🏟️ ดราม่าสนามแอนฟิลด์: เมื่อเอฟเวอร์ตันย้ายออก ลิเวอร์พูลจึงกำเนิด!
เรื่องจริงที่อาจจะแทงใจแฟนบอลบางคนก็คือ "สนามแอนฟิลด์" (Anfield) ที่เด็กหงส์ภาคภูมิใจในทุกวันนี้ ในอดีตเคยเป็นรังเหย้าของทีมเอฟเวอร์ตันมาก่อนครับ! โดยมีชายที่ชื่อว่า จอห์น โฮลดิ้ง (John Houlding) เป็นเจ้าของที่ดินและประธานสโมสรเอฟเวอร์ตันในขณะนั้น

เรื่องราวมันเริ่มพีกตรงที่ จอห์น โฮลดิ้ง ได้ปรับขึ้นค่าเช่าสนามแอนฟิลด์จากปีละ 100 ปอนด์ เป็น 250 ปอนด์ ทำเอาบอร์ดบริหารของเอฟเวอร์ตันในยุคนั้นมองว่า "แพงเกินไปและไม่เป็นธรรม" ทั้งสองฝ่ายทะเลาะกันอย่างรุนแรง จนสุดท้ายทีมเอฟเวอร์ตันตัดสินใจ "หักดิบ" ขนข้าวของย้ายข้ามสวนสาธารณะสแตนลีย์พาร์ก ไปสร้างสนามใหม่ที่ชื่อว่า กูดิสันพาร์ก แทน

การย้ายออกครั้งนั้นทำให้ จอห์น โฮลดิ้ง กลายเป็นชายผู้โดดเดี่ยวที่มีสนามฟุตบอลขนาดใหญ่ในมือ แต่ดัน "ไม่มีทีมฟุตบอลให้เล่น" ด้วยความเสียดายสนามและวิสัยทัศน์อันกว้างไกล เขาจึงตัดสินใจสร้างทีมฟุตบอลขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเองซะเลยในวันที่ 3 มิถุนายน ค.ศ. 1892 และตั้งชื่อทีมว่า "Liverpool F.C." เพื่อเปิดศึกสายเลือดการเมืองลูกหนังตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา!

✨ เกร็ดน่ารู้สุดว้าวของทัพหงส์แดงในยุคแรกเริ่ม:
🔵 ลิเวอร์พูลเคยใส่เสื้อ "สีน้ำเงิน-ขาว"!: ลบภาพเสื้อแดงเพลิงในปัจจุบันไปก่อนครับ เพราะในช่วง 4 ปีแรกหลังจากก่อตั้งสโมสร ลิเวอร์พูลลงสนามด้วยเสื้อแข่ง "สีน้ำเงินสลับขาว" (ซึ่งละม้ายคล้ายกับสีของเอฟเวอร์ตันในปัจจุบันมาก) ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้เสื้อสีแดงกางเกงขาวในเวลาต่อมา และเปลี่ยนเป็น "สีแดงล้วน" (All Red) ในยุคของบรมกุนซือ บิลล์ แชงคลีย์ (Bill Shankly) ในปี 1964 เพื่อข่มขวัญคู่ต่อสู้ให้รู้สึกว่าพวกเราคือเครื่องจักรสีแดงที่น่าเกรงขาม

📛 เกือบได้ชื่อว่า "เอฟเวอร์ตัน" ซ้ำซ้อน: ในตอนแรก จอห์น โฮลดิ้ง ตั้งใจจะจดทะเบียนสโมสรใหม่นี้ในชื่อว่า “Everton F.C. and Athletic Grounds Ltd” แต่สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) ปฏิเสธที่จะรับรอง เพราะไม่อยากให้มีชื่อเอฟเวอร์ตันซ้ำกันสองทีม โฮลดิ้งจึงเปลี่ยนมาใช้ชื่อเมืองเกิดอย่าง "ลิเวอร์พูล" แทน (ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์ไปตลอดกาลจริงๆ)

🦅 นกไลเวอร์เบิร์ด สัญลักษณ์แห่งเมือง: ตราสโมสรที่มีนกคาบกิ่งไม้ที่เราเรียกว่า "หงส์แดง" แท้จริงแล้วคือ "นกไลเวอร์เบิร์ด" (Liver Bird) ซึ่งเป็นสัตว์ในปกรณัมที่เป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองลิเวอร์พูลมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 โดยมีความเชื่อว่าถ้านกสองตัวที่ยอดตึก Live Building บินหนีไป เมืองลิเวอร์พูลจะล่มสลาย สโมสรจึงนำมาใช้เป็นตราสัญลักษณ์เพื่อแสดงถึงความเป็นตัวแทนของคนทั้งเมืองนั่นเอง

จากสโมสรที่สร้างขึ้นมาเพื่อแก้ขัดเพราะสนามว่าง วันนี้ลิเวอร์พูลกลายเป็นหนึ่งในสโมสรฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จที่สุด มีแฟนบอลเหนียวแน่นที่สุด และมีบทเพลงอันทรงพลังอย่าง "You'll Never Walk Alone" ที่ดังก้องอยู่ในใจของแฟนบอลทุกคน

💬 แฟนบอลลิเวอร์พูลในกลุ่มเรา เริ่มเชียร์ทีมนี้ตั้งแต่ยุคของผู้จัดการทีมคนไหน หรือประทับใจแมตช์ไหนที่สุดในประวัติศาสตร์? คอมเมนต์มาคุยขิงความยิ่งใหญ่กันหน่อยเร็วครับ! 👇
(สำหรับเพื่อนๆ หรือน้องๆ ที่อยากอ่านหนังสือชีวประวัติยอดผู้จัดการทีมอย่าง บิลล์ แชงคลีย์, เจอร์เกน คล็อปป์ หรือประวัติศาสตร์ลูกหนังโลก แวะมาเลือกยืมหนังสือคอลเลกชันกีฬาและสารคดีสนุกๆ ได้ที่ห้องสมุดประชาชนอำเภอหนองหญ้าปล้องของเราได้เสมอนะครับ)

📚 แหล่งอ้างอิง:
- เว็บไซต์ทางการสโมสรลิเวอร์พูล (How Liverpool FC was founded): https://www.liverpoolfc.com/info/how-liverpool-fc-was-founded-1892
- เว็บไซต์ทางการสโมสรลิเวอร์พูล (LFC History): https://www.liverpoolfc.com/info/liverpool-fc-history
- Wikipedia (Liverpool F.C.): https://en.wikipedia.org/wiki/Liverpool_F.C.
- สำนักข่าว Siamsport (คอลัมน์ประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก): https://www.siamsport.co.th/football-international/premierleague/53534/

สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนา...
03/06/2026

สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ wellwishes.royaloffice ระหว่างวันที่ ๑ – ๕ มิถุนายน ๒๕๖๙
https://wellwishes.royaloffice.th/home/index/53

02/06/2026
📞⚡ 2 มิถุนายน:  "อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์" ชายผู้ส่งสัญญาณเสียงผ่านสายไฟ พลิกโฉมการสื่อสารมนุษยชาติเป็นครั้งแรก!สวัสดี...
02/06/2026

📞⚡ 2 มิถุนายน: "อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์" ชายผู้ส่งสัญญาณเสียงผ่านสายไฟ พลิกโฉมการสื่อสารมนุษยชาติเป็นครั้งแรก!

สวัสดีครับเพื่อนๆ! ลองจินตนาการดูเล่นๆ ว่าถ้าวันนี้โลกเราไม่มีสมาร์ตโฟน ไม่มีอินเทอร์เน็ต และไม่สามารถโทรศัพท์หาใครได้เลย ชีวิตเราจะวุ่นวายขนาดไหน? 📱 หยิบมือถือขึ้นมาใช้งานกันอยู่ทุกวัน วันนี้เราจะพาย้อนเวลากลับไปดูจุดเริ่มต้นของเทคโนโลยีนี้ โดยโฟกัสไปที่ยอดนักประดิษฐ์ชื่อก้องโลกอย่าง อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์ (Alexander Graham Bell) กันครับ

ในวันที่ 2 มิถุนายน ค.ศ. 1875 (พ.ศ. 2418) หรือเมื่อประมาณ 151 ปีก่อน เป็นวันที่ อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์ และผู้ช่วยของเขา โทมัส วัตสัน ได้ประสบความสำเร็จในการ "ส่งสัญญาณเสียงผ่านกระแสไฟฟ้า" เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โลก!

แต่แอบสารภาพมาซะดีๆ ว่าถ้าพูดถึงผลงานชิ้นเอกของ อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์ ภาพในหัวของเพื่อนๆ คือประโยคคลาสสิกที่ว่า "คุณวัตสัน มานี่หน่อย ผมต้องการคุณ" ใช่ไหมครับ? ยอมรับมาเถอะเพราะใครๆ ก็จำภาพนั้น! แต่ขอบอกในฐานะเพื่อนเลยว่า นั่นเป็นความเข้าใจผิดนิดนึงครับ! เพราะในวันที่ 2 มิถุนายน ค.ศ. 1875 นั้น เบลล์ ยังไม่ได้พูดคุยกันเป็นประโยคเลยด้วยซ้ำ แต่เรื่องราวจริงๆ มันเกิดขึ้นจาก "ความบังเอิญ" ที่น่าทึ่งแบบนี้ครับ:

✨ เกร็ดน่ารู้สุดว้าวของ อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์:

สายลวดที่ติดขัด: วันนั้น เบลล์ และวัตสันกำลังทดลองเครื่องโทรเลขรุ่นใหม่กันอยู่คนละห้อง วัตสันพยายามดีดแผ่นเหล็กสปริงที่บังเอิญติดขัดอยู่ให้หลุดออก แรงดีดนั้นทำให้เกิดเสียง “ตึ๋ง!” สั่นสะเทือนตามสายไฟ วิ่งตรงไปเข้าหูของ เบลล์ ที่อยู่อีกห้องหนึ่งทันที! เบลล์ ผู้มีสัญชาตญาณนักประดิษฐ์รู้ทันทีว่ากระแสไฟฟ้าสามารถพา "ความถี่ของเสียง" เดินทางไปตามสายได้ และนั่นคืออิฐก้อนแรกของการสร้างโทรศัพท์ (ส่วนประโยค "คุณวัตสัน..." เกิดขึ้นจริงหลังจากนี้อีกเกือบปี ในวันที่ 10 มีนาคม ค.ศ. 1876 ครับ)

แรงบันดาลใจจาก "ความรัก": เบื้องหลังความมุ่งมั่นในการศึกษาเรื่องเสียงของ อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์ ไม่ได้มาจากความต้องการชื่อเสียงเงินทองเลยล่ะครับ แต่มาจาก "ความรัก" เพราะทั้งคุณแม่และภรรยาของเขาเป็นผู้พิการทางการได้ยิน (หูหนวก) เบลล์ จึงอุทิศตนศึกษาเรื่องกลไกของเสียงและการพูดมาตลอดชีวิต เพื่อหาวิธีสื่อสารกับคนที่เขาฮักให้ได้ดีที่สุด

ประดิษฐ์เอง... แต่เกลียดเสียงกริ่งเอง?: เรื่องตลกร้ายคือ แม้ อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์ จะเป็นบิดาผู้ให้กำเนิดโทรศัพท์ แต่ในชีวิตบั้นปลาย เขาปฏิเสธที่จะติดตั้งโทรศัพท์ไว้ในห้องทำงานส่วนตัวเด็ดขาด! เหตุผลเพราะเขารู้สึกว่าเสียงกริ่งโทรศัพท์มันช่าง "น่ารำคาญ" และ喜歡เข้ามาขัดจังหวะเวลาที่เขากำลังใช้ความคิดสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์อื่นๆ (โถ่... ตัวพ่อกุมขมับกับสิ่งประดิษฐ์ตัวเองซะงั้น 😅)

จากเสียงสะเทือนของแผ่นเหล็กเล็กๆ ที่ อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์ ได้ยินในวันนั้น ได้กลายมาเป็นรากฐานของสมาร์ตโฟน 5G ที่เราใช้โทรศัพท์ วิดีโอคอล และส่งสติกเกอร์หากันในวันนี้ ยอดเยี่ยมไปเลยใช่ไหมครับ

(สำหรับเพื่อนๆ หรือน้องๆ ที่สนใจเรื่องราวของสิ่งประดิษฐ์เปลี่ยนโลก ชีวประวัติของ อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์ หรือประวัติศาสตร์เทคโนโลยี แวะมาเปิดโลกการเรียนรู้และยืมหนังสือดีๆ ได้ที่ห้องสมุดประชาชนอำเภอหนองหญ้าปล้องของเราได้เสมอนะครับ)

📚 แหล่งอ้างอิง:
-สำนักข่าว Thai PBS (วันเกิด อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์): https://www.thaipbs.or.th/news/content/328689
- สถาบันนวัตกรรม EDN (Alexander Graham Bell makes 1st sound transmission): https://www.edn.com/alexander-graham-bell-makes-1st-sound-transmission-june-2-1875/
- Science Museum UK (The First Telephone Call): https://www.sciencemuseum.org.uk/objects-and-stories/ahoy-alexander-graham-bell-and-first-telephone-call
- Historic England (The Story Behind the World's First Telephone): https://heritagecalling.com/2022/07/29/the-story-behind-the-worlds-first-telephone/
- History.com (Alexander Graham Bell Articles): https://www.history.com/articles/alexander-graham-bell

🧭❄️ 1 มิถุนายน: ปักหมุดประวัติศาสตร์... ชายผู้ค้นพบ "ขั้วแม่เหล็กโลกเหนือ" เป็นคนแรกของโลก!สวัสดีครับเพื่อนๆ! ถ้าเราพูดถ...
01/06/2026

🧭❄️ 1 มิถุนายน: ปักหมุดประวัติศาสตร์... ชายผู้ค้นพบ "ขั้วแม่เหล็กโลกเหนือ" เป็นคนแรกของโลก!

สวัสดีครับเพื่อนๆ! ถ้าเราพูดถึง "ขั้วโลกเหนือ" ทุกคนคงนึกถึงดินแดนที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งสีขาวสุดลูกหูลูกตา บ้านของหมีขั้วโลก หรือไม่ก็บ้านของซานตาคลอสใช่ไหมครับ? 🎅 แต่ก่อนจะไปเจาะลึกเรื่องราววันนี้ ผมขอแอบแชร์เกร็ดสลับความเข้าใจผิดกันนิดนึงน้า

หลายคนมักจะจำสลับกันว่าวันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ. 1831 (พ.ศ. 2374) เป็นวันที่ เซอร์ เจมส์ คลาร์ก รอสส์ (Sir James Clark Ross) ค้นพบ "ขั้วโลกเหนือทางภูมิศาสตร์" (Geographic North Pole) แต่จริงๆ แล้ว สิ่งที่ท่านค้นพบในวันนั้นคือ "ขั้วแม่เหล็กโลกเหนือ" (North Magnetic Pole) ต่างหากครับ! ซึ่งสองสิ่งนี้อยู่คนละจุดกันเลย (ขั้วโลกเหนือจริงๆ มีคนไปถึงหลังจากนั้นอีกเกือบร้อยปีเลยล่ะครับ)

ในวันนั้น เซอร์ เจมส์ คลาร์ก รอสส์ นักสำรวจชาวอังกฤษผู้ทรหด ได้นำคณะสำรวจเดินทางฝ่าความหนาวเหน็บในแถบอาร์กติก จนไปถึงคาบสมุทรบูเทีย (Boothia Peninsula) ทางตอนเหนือของประเทศแคนาดา และพบว่าเข็มทิศของเขาไม่ได้ชี้ไปข้างหน้าอีกต่อไป แต่ชี้ "ดิ่งลงพื้นดิน" ทำมุม 90 องศาพอดิบพอดี! ซึ่งนั่นแปลว่าเขาได้มายืนอยู่บนจุดศูนย์กลางของขั้วแม่เหล็กโลกเหนือเรียบร้อยแล้ว และนี่คือเรื่องราวสุดว้าวของนักสำรวจผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ครับ:

✨ เกร็ดน่ารู้สุดว้าว:

🏃‍♂️ ขั้วโลกที่วิ่งหนีเราได้!: รู้หรือไม่ครับว่า "ขั้วแม่เหล็กโลกเหนือ" ไม่ได้อยู่ประจำที่เหมือนขั้วโลกทางภูมิศาสตร์นะครับ แต่มันสามารถ "เคลื่อนที่" ได้ตลอดเวลาตามการไหลเวียนของเหล็กหลอมเหลวในแกนโลกของเรา ปัจจุบันจุดที่คุณรอสส์เคยปักหมุดไว้เมื่อปี 1831 ได้ขยับหนีออกไปไกลหลายพันกิโลเมตร มุ่งหน้าไปทางไซบีเรียแล้วครับ!

🐧 ยอดมนุษย์ผู้พิชิตทั้งเหนือและใต้: หลังจากโด่งดังจากการค้นพบขั้วแม่เหล็กโลกเหนือแล้ว อีกไม่กี่ปีต่อมาคุณรอสส์ก็ล่องเรือลงใต้ไปสำรวจทวีปแอนตาร์กติกา (ขั้วโลกใต้) ต่อทันที และเกือบจะค้นพบขั้วแม่เหล็กโลกใต้ด้วย! ทุกวันนี้ชื่อของเขาจึงถูกนำไปตั้งเป็นชื่อสถานที่สำคัญในขั้วโลกใต้เพียบเลย เช่น ทะเลรอสส์ (Ross Sea) และหิ้งน้ำแข็งรอสส์ (Ross Ice Shelf) ที่เราได้ยินกันบ่อยๆ ครับ

⚓ ติดเกาะกลางน้ำแข็งนาน 4 ปี: การเดินทางในยุคนั้นอันตรายมาก คณะสำรวจของคุณรอสส์ (ภายใต้การนำของลุงของเขา) เคยติดอยู่ท่ามกลางน้ำแข็งอาร์กติกที่จับตัวหนาจนเรือขยับไปไหนไม่ได้นานถึง 4 ปี! พวกเขาต้องเรียนรู้วิธีการเอาตัวรอดจากชาวอินูอิตท้องถิ่น ทั้งการล่าสัตว์และการแต่งกาย จนรอดชีวิตกลับมาเล่าเรื่องราวให้เราฟังได้

การค้นพบขั้วแม่เหล็กโลกเหนือในวันนั้น ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจเรื่องสนามแม่เหล็กโลกมากขึ้น และทำให้การเดินเรือรวมถึงการเดินทางทั่วโลกปลอดภัยแม่นยำขึ้นอย่างมหาศาลเลยล่ะครับ

💬 เพื่อนๆ คนไหนเคยใช้เข็มทิศจริงๆ ในการเดินทางบ้างไหมครับ? (ที่ไม่ใช่แอปในมือถือนะ 😜) หรือถ้าเลือกได้ ระหว่างขั้วโลกเหนือกับขั้วโลกใต้ เพื่อนๆ อยากลองไปผจญภัยที่ไหนมากกว่ากัน คอมเมนต์บอกกันหน่อยครับ! 👇
(ถ้าเพื่อนๆ หรือน้องๆ ชื่นชอบเรื่องราวการผจญภัยของนักสำรวจโลกยุคโบราณ หรืออยากอ่านสารคดีวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสนามแม่เหล็กโลก แวะมาเลือกยืมหนังสือสนุกๆ ได้ที่ห้องสมุดประชาชนอำเภอหนองหญ้าปล้องของเราได้เลยนะครับ)

📚 แหล่งอ้างอิง:
-Wikipedia (James Clark Ross): https://en.wikipedia.org/wiki/James_Clark_Ross
- Wikipedia (North magnetic pole): https://en.wikipedia.org/wiki/North_magnetic_pole
- พิพิธภัณฑ์ทางเรือแห่งชาติอังกฤษ (Royal Museums Greenwich): https://www.rmg.co.uk/stories/maritime-history/john-james-clarke-ross-north-west-passage-expedition-1829-33
- สารานุกรม Britannica (James Clark Ross Biography): https://www.britannica.com/biography/James-Clark-Ross
- Secret Atlas Handbook (Culture and History of Antarctic): https://www.secretatlas.com/handbook/culture-and-history/antarctic/james-clark-ross
- EBSCO Research Starters (History of James Clark Ross): https://www.ebsco.com/research-starters/history/james-clark-ross

🌱✨ 🌟 นอบน้อมบูชา "ต้นพระศรีมหาโพธิ์": ร่มไม้แห่งการตื่นรู้ และมหาศรัทธาอันยิ่งใหญ่ที่สืบทอดมานับพันปีสวัสดีครับเพื่อนๆ พ...
31/05/2026

🌱✨ 🌟 นอบน้อมบูชา "ต้นพระศรีมหาโพธิ์": ร่มไม้แห่งการตื่นรู้ และมหาศรัทธาอันยิ่งใหญ่ที่สืบทอดมานับพันปี

สวัสดีครับเพื่อนๆ พุทธศาสนิกชนทุกท่าน เนื่องในสัปดาห์ "วันวิสาขบูชา" วันสำคัญสากลของโลก ซึ่งเป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน สิ่งหนึ่งที่เป็นดั่งสัญลักษณ์และร่มเงาทางจิตใจอันสำคัญยิ่งก็คือ "ต้นพระศรีมหาโพธิ์" ต้นไม้ที่เป็นดั่งพยานองค์สำคัญในวันตรัสรู้ครับ

กาลเวลาผ่านไปเนิ่นนานกว่าสองพันห้าร้อยปี แม้ร่มไม้ศักดิ์สิทธิ์นี้จะเคยเผชิญกับวิกฤตและการถูกทำลายในบางยุคสมัยตามความผันแปรของโลก แต่ด้วยพระบารมีและแรงศรัทธาอันแรงกล้าของพุทธบริษัทที่ช่วยกันปกป้องดูแล ทำให้หน่อเนื้อนาบุญของต้นพระศรีมหาโพธิ์ดั้งเดิม ยังคงหยั่งรากลึกและแผ่กิ่งก้านสาขาเป็นศูนย์รวมจิตใจของพวกเรามาจนถึงปัจจุบันอย่างน่าอัศจรรย์ครับ

🧘‍♂️ 1. ร่มไม้แห่งการตื่นรู้: จุดเริ่มของการเปลี่ยนผ่านสู่บรมสุข
ย้อนกลับไปในคืนวันเพ็ญเดือน 6 เจ้าชายสิทธัตถะได้ทรงเลือกประทับ ณ โคนต้นอัสสัตถพฤกษ์ (ต้นโพธิ์) ใกล้ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา และทรงตั้งพระทัยมั่นว่าจะไม่ลุกขึ้นจากสัจจะบัลลังก์หากไม่บรรลุพระโพธิญาณ ในคืนนั้นพระองค์ทรงชนะมวลมารทั้งปวงและได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ร่มไม้ธรรมดาแห่งนี้จึงได้นามมงคลว่า "ต้นพระศรีมหาโพธิ์" ซึ่งมีความหมายว่า ต้นไม้แห่งการตื่นรู้และการตรัสรู้นับแต่นั้นมา

🛡️ 2. สายใยแห่งศรัทธา 4 ยุค: การสืบทอดพระศรีมหาโพธิ์ ณ พุทธคยา
ต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย ในปัจจุบัน แม้จะไม่ได้เป็นต้นดั้งเดิมในสมัยพุทธกาล แต่ได้รับการสืบทอดสายเลือดแท้ผ่านหน่อเนื้อเดียวกันมาถึง 4 ยุคสมัย ด้วยพลังแห่งความเลื่อมใสของคนรุ่นหลัง:

🌳 ต้นที่ 1 (ต้นดั้งเดิม): ยืนต้นยาวนานนับร้อยปีจนถึงยุคพระเจ้าอโศกมหาราช ภายหลังถูกทำลายลงด้วยความไม่เข้าใจของผู้คนในยุคนั้น แต่ด้วยอานุภาพแห่งพระบารมี พระองค์ทรงทำการอภิบาลรดน้ำนมข้นจนมีหน่องอกใหม่ออกมาเป็นต้นที่ 2

🌳 ต้นที่ 2 (ยุคสืบต่อพระศาสนา): เจริญเติบโตต่อมาอีกหลายศตวรรษ จนกระทั่งในยุคที่พระพุทธศาสนาเผชิญวิกฤต กษัตริย์ต่างความเชื่อได้สั่งให้โค่นและเผารากทำลาย แต่ทว่า... สายพันธุ์ดั้งเดิมมิได้สูญสิ้นไปจากโลก เนื่องจากก่อนหน้านั้น พระนางสังฆมิตตาเถรี (พระราชธิดาในพระเจ้าอโศก) ได้เคยอัญเชิญหน่อแท้จากต้นที่ 1 ไปปลูกประดิษฐานไว้ ณ เมืองอนุราธปุระ ประเทศศรีลังกา เรียบร้อยแล้ว

🌳 ต้นที่ 3 (การฟื้นฟูจากรากแก้ว): งอกงามขึ้นใหม่จากรากเดิมที่ยังหลงเหลืออยู่ ด้วยมหาศรัทธาของพระเจ้าปูรณวรมา กษัตริย์ผู้ทรงทำนุบำรุงพระศาสนา ทรงหลั่งน้ำนมโคข้นเพื่อชุบชีวิตต้นโพธิ์ให้กลับมาแผ่ร่มเงาได้อีกครั้ง ก่อนจะโรยราไปตามอายุขัยในเวลาต่อมา

🌳 ต้นที่ 4 (ต้นปัจจุบัน): ในปี พ.ศ. 2424 ท่านเซอร์ อเล็กซานเดอร์ คันนิ่งแฮม นักโบราณคดีชาวอังกฤษ ได้มาบูรณะพุทธคยา และได้อัญเชิญหน่อพระศรีมหาโพธิ์จากเมืองอนุราธปุระ ประเทศศรีลังกา (ซึ่งเป็นสายเลือดแท้ดั้งเดิมจากต้นที่ 1) กลับมาปลูกทดแทนตรงจุดตรัสรู้เดิม จนเติบโตเป็นต้นใหญ่ยักษ์ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธทั่วโลกในปัจจุบัน

🇹🇭 3. "วัดต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ" ร่มพระบารมีเก่าแก่ที่สุดในแผ่นดินไทย
สำหรับในประเทศไทย ร่มบารมีของต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่เก่าแก่และมีขนาดใหญ่ที่สุด ประดิษฐานอยู่ที่ วัดต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ต้นโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์ต้นนี้ถูกอัญเชิญเข้ามาตั้งแต่ยุคอาณาจักรทวารวดี (คาดว่ามีอายุกว่า 1,000 ปี) โดยเจ้าเมืองในยุคนั้นได้ส่งคณะทูตเดินทางไปอัญเชิญหน่อมาจากต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่ประเทศศรีลังกา (สายเลือดตรงจากต้นดั้งเดิมสมัยพุทธกาล) มาปลูกไว้ ปัจจุบันลำต้นกว้างกว้างกว่า 20 เมตร แผ่กิ่งก้านสาขาให้ความร่มเย็นงดงาม และเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่พุทธศาสนิกชนหลั่งไหลไปกราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล

เรื่องราวของต้นพระศรีมหาโพธิ์แสดงให้เห็นว่า แม้สิ่งปลูกสร้างหรือกาลเวลาจะเปลี่ยนไป แต่ตราบใดที่ "ความเลื่อมใสและความศรัทธา" ในพระธรรมคำสอนของมนุษย์ยังคงอยู่ เมล็ดพันธุ์แห่งปัญญาก็จะยังคงเติบโตและแผ่ร่มเงาแห่งความสงบสุขร่มเย็นให้แก่โลกใบนี้เสมอครับ 💚

💬 วันวิสาขบูชานี้ มีเพื่อนๆ ท่านใดได้ไปเวียนเทียนหรือปฏิบัติธรรมใต้ร่มต้นโพธิ์ที่วัดไหนกันบ้างครับ หรือเคยมีโอกาสไปกราบสักการะต้นโพธิ์เก่าแก่ที่ปราจีนบุรีมาแล้ว มาร่วมแสดงความคิดเห็นและน้อมจิตระลึกถึงพระคุณของพระรัตนตรัยร่วมกันได้นะครับ 🙏
(หากท่านใดสนใจศึกษาพุทธประวัติ เส้นทางแสวงบุญ หรือประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาเพิ่มเติม สามารถมาเลือกอ่านหนังสือและคัมภีร์สาระน่ารู้ได้ที่ห้องสมุดประชาชนอำเภอหนองหญ้าปล้องของเราได้เสมอนะครับ)

📚 แหล่งอ้างอิง:

-วิกิพีเดียภาษาไทย (ต้นพระศรีมหาโพธิ์): https://th.wikipedia.org/wiki/ต้นพระศรีมหาโพธิ์
- ผู้จัดการออนไลน์ Travel (ย้อนรอยต้นโพธิ์พุทธคยา): https://mgronline.com/travel/detail/9680000096551
- นิตยสาร Becommon (ประวัติศาสตร์ต้นโพธิ์ในประเทศไทย): https://becommon.co/world/how-bodhi-trees-are-in-thailand/
- การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท. - วัดต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ): https://thai.tourismthainless.org/Attraction/ต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ์

🚬🚫 31 พฤษภาคม "วันงดสูบบุหรี่โลก": ทำความรู้จัก "นิโคติน" วายร้ายสุดเสพติด... ที่จุดเริ่มต้นเคยเป็น "ยารักษาโรค"!สวัสดีค...
31/05/2026

🚬🚫 31 พฤษภาคม "วันงดสูบบุหรี่โลก": ทำความรู้จัก "นิโคติน" วายร้ายสุดเสพติด... ที่จุดเริ่มต้นเคยเป็น "ยารักษาโรค"!

สวัสดีครับเพื่อนๆ! วันนี้ตรงกับวันที่ 31 พฤษภาคม ซึ่งเป็น "วันงดสูบบุหรี่โลก" (World No To***co Day) พอดีเลยครับ แน่นอนว่าเวลาเราพูดถึงโทษของบุหรี่ ชื่อของสารเคมีตัวร้ายที่เราจะได้ยินบ่อยที่สุดก็คือ "นิโคติน" (Ni****ne) ชายผู้ทำหน้าที่ล็อกสมองให้เราติดบุหรี่จนเลิกยากนั่นเอง

แต่เพื่อนๆ เคยสงสัยไหมครับว่า เจ้าสารนิโคตินตัวนี้มันมีที่มาที่ไปอย่างไร? ใครเป็นคนค้นพบ? และทำไมมันถึงได้ชื่อนี้? วันนี้เราจะพาทุกคนดิ่งลึกไปในประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์ของสารตัวนี้กันครับ! 🔬✨



👑 จากฝรั่งเศสสู่ชื่อสารเคมี: ที่มาของชื่อ "นิโคติน"
เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 16 ครับ ชื่อของนิโคตินไม่ได้ตั้งตามชื่อนักวิทยาศาสตร์ แต่ตั้งตามชื่อของ ฌ็อง นีโก เดอ วีลแม็ง (Jean Nicot de Villemain) ท่านเป็นเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศโปรตุเกส

🥼 ผู้ค้นพบสารบริสุทธิ์แม้ว่ามนุษย์จะรู้จักยาสูบมานาน แต่คนที่สามารถแยกสารนิโคตินบริสุทธิ์ (มีสูตรเคมีคือ $C_{10}H_{14}N_2$) ออกมาจากใบยาสูบได้เป็นครั้งแรกคือนักเคมีชาวเยอรมันสองคน ชื่อว่า วิลเฮล์ม ไฮนริช โพสเซ็ลท์ (Wilhelm Heinrich Posselt) และ คาร์ล ลุดวิก ไรมันน์ (Karl Ludwig Reimann) ในปี ค.ศ. 1828 ซึ่งพวกเขาพบว่ามันเป็นของเหลวใสที่ไม่มีสี แต่มีฤทธิ์รุนแรงมาก
ในปี ค.ศ. 1560 ท่านทูตนีโกได้ส่งใบยาสูบและเมล็ดพันธุ์กลับไปยังกรุงปารีส เพื่อนำไปถวายแด่ พระนางแคทอรีน เดอ เมดีชี (Catherine de' Medici) พระราชินีแห่งฝรั่งเศสในยุคนั้น โดยแนะนำให้ใช้เป็น "ยารักษาโรคปวดศีรษะไมเกรน" ด้วยการบดเป็นผงแล้วสูดดม ปรากฏว่าพระราชินีทรงใช้แล้วหายปวดหัว! ยาสูบเลยกลายเป็นของฮิตในราชสำนักทันที ต่อมาเมื่อ คาร์ล ลินเนียส นักพฤกษศาสตร์ชื่อดังได้จัดหมวดหมู่พืช จึงตั้งชื่อตระกูลยาสูบว่า Nicotiana เพื่อเป็นเกียรติแก่ท่านทูตนีโก และกลายมาเป็นชื่อสาร "นิโคติน" ในที่สุดครับ

⚖️ เหรียญสองด้าน: ประโยชน์ และ โทษ ของนิโคติน
⚠️ โทษมหันต์ (The Dark Side):

สมองติดหนึบ: นิโคตินมีฤทธิ์เสพติดสูงมากเทียบเท่ากับเฮโรอีนหรือโคเคน มันจะไปกระตุ้นให้สมองหลั่งสารโดปามีน (สารแห่งความสุข) ทำให้คนสูบรู้สึกผ่อนคลายชั่วครู่ แต่พอสารหมดฤทธิ์ สมองจะโหยหากระวนกระวายจนต้องกลับไปสูบซ้ำ

ทำลายระบบหัวใจและหลอดเลือด: นิโคตินทำให้หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูงขึ้น หลอดเลือดหดตัว ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน

เป็นพิษในปริมาณสูง: หากได้รับนิโคตินบริสุทธิ์ในปริมาณเข้มข้นมากเกินไป (เช่น การกลืนกินน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า) อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ชัก และเสียชีวิตได้เนื่องจากระบบหายใจล้มเหลว

🌱 ประโยชน์และคุณค่าทางวิทยาศาสตร์ (The Light Side):

ยาฆ่าแมลงตามธรรมชาติ: ในอดีต (และบางพื้นที่ในปัจจุบัน) นิโคตินถูกใช้เป็นสารกำจัดศัตรูพืชที่มีประสิทธิภาพสูงมาก เพราะพืชตระกูลยาสูบผลิตนิโคตินขึ้นมาก็เพื่อป้องกันตัวเองไม่ให้แมลงมากัดกินนั่นเอง

ตัวช่วยเลิกบุหรี่ (NRT): นิโคตินถูกนำมาใช้ในทางการแพทย์ในรูปแบบของ หมากฝรั่งนิโคติน หรือ แผ่นแปะนิโคติน เพื่อช่วยให้ผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ ค่อยๆ บรรเทาอาการลงแดงโดยไม่ต้องสูดดมสารพิษและน้ำมันดิน (Tar) จากควันบุหรี่เข้าสู่ปอด

ความหวังในการรักษาโรคสมอง: ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์กำลังวิจัยการใช้นิโคตินในปริมาณที่ควบคุมอย่างต่ำและปลอดภัย เพื่อพัฒนาเป็นยารักษาโรคทางสมอง เช่น โรคพาร์กินสัน และอัลไซเมอร์ เนื่องจากมันมีฤทธิ์กระตุ้นสารสื่อประสาทบางชนิด

💡 เรื่องน่ารู้เพิ่มเติม: ความลับของนิโคตินที่คุณอาจไม่เคยรู้!
🚀 7 วินาทีถึงสมอง: เวลาที่ใครสักคนสูบบุหรี่ สารนิโคตินจะถูกดูดซึมผ่านปอดเข้าสู่กระแสเลือด และวิ่งตรงดิ่งไปออกฤทธิ์ที่สมองภายในเวลาเพียง 7-10 วินาที เท่านั้น! เร็วกว่าการฉีดยาเข้าเส้นเลือดเสียอีกครับ

🍅 นิโคตินในส้มตำ?!: รู้หรือไม่ว่าคุณสามารถพบสารนิโคตินได้ในพืชตระกูลมะเขือ (Nightshade) ที่เรากินกันในชีวิตประจำวันด้วยนะ! ทั้งใน มะเขือเทศ, มะเขือยาว, พริก และมันฝรั่ง แต่เพื่อนๆ ไม่ต้องตกใจไปนะครับ เพราะมันมีในปริมาณที่ "น้อยมากๆ" จนไม่ทำให้เสพติดหรือเกิดอันตรายใดๆ ครับ (ต้องกินมะเขือเทศเป็นตันๆ ถึงจะเท่าบุหรี่ 1 มวน 😅)

วันงดสูบบุหรี่โลกปีนี้ หวังว่าเรื่องราวของนิโคตินจะช่วยให้เราเข้าใจกลไกของมันมากขึ้น และเป็นกำลังใจให้ใครก็ตามที่กำลังพยายามหักดิบหรือเลิกบุหรี่เพื่อคนที่คุณรักอยู่นะครับ คุณกำลังสู้กับสารเคมีที่ฉลาดมาก แต่ความตั้งใจของเราชนะมันได้แน่นอนครับ! 🎯💪

💬 ใครมีประสบการณ์เคยเลิกบุหรี่สำเร็จ หรือมีวิธีดีๆ ในการชนะใจตัวเอง คอมเมนต์มาแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ ท่านอื่นกันได้เลยนะครับ! 👇
(ถ้าอยากศึกษาเรื่องสารเคมี ชีววิทยา หรือประวัติศาสตร์โลกเพิ่มเติม แวะมาหาหนังสือดีๆ อ่านได้ที่ห้องสมุดประชาชนอำเภอหนองหญ้าปล้องของเราได้เลยนะครับ)

📚 แหล่งอ้างอิง:
- Europeana Stories (How did ni****ne get its name): https://www.europeana.eu/en/stories/how-did-ni****ne-get-its-name
-University of Bristol (Ni****ne History): https://www.chm.bris.ac.uk/motm/ni****ne/E-historique.html
- Chemnovatic (A brief story of ni****ne and its production): https://chemnovatic.com/blog/from-leaves-to-labs-a-brief-story-of-ni****ne-and-its-production/

ที่อยู่

56 หมู่ 4 ต. หนองหญ้าปล้อง
Nong Ya Plong
76160

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30
เสาร์ 08:30 - 16:30

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ห้องสมุดประชาชนอำเภอหนองหญ้าปล้อง สกร.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท