10/07/2026
8 ข้อเสนอเพื่อพัฒนากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ให้ปลอดคอร์รัปชันและรัฐได้ประโยชน์มากขึ้น
คอร์รัปชันอาจเกิดขึ้นได้เสมอในทุกขั้นตอนไม่ว่ารัฐจะจัดซื้อด้วยวิธีแบบใด แม้กฎหมายและระบบจัดซื้อจัดจ้างได้พัฒนาไปมาก แต่กระบวนการต่างๆ ยังถูกบิดเบือนได้ง่ายโดยผู้มีอำนาจและเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานรัฐ เอกชนและนักการเมือง รวมถึงวิถีปฏิบัติในระบบราชการที่ขาดการพัฒนามานาน
องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ ได้รวบรวมแนวทางและข้อเสนอจากการถอดบทเรียนกรณีอาคาร สตง. ถล่ม เพื่อป้องกันคอร์รัปชันในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างฯ ดังนี้
1. ส่งเสริมให้มีการแข่งขันมากขึ้นในทุกการประมูล โปร่งใส วัดประสิทธิภาพได้จริง
เพราะกุญแจของคอร์รัปชันคือ “ความลับและอำนาจ” จึงต้องออกแบบให้มาตรการหรือระเบียบใดก็ตาม ให้ยืนบนหลักการเปิดเผยอย่างโปร่งใส สร้างการรับรู้และมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
1.1 กำหนดเงื่อนไขในสัญญาที่จูงใจภาคธุรกิจ เช่น เงื่อนไขการชำระเงิน การกำหนดส่วนแบ่งรายได้ อายุของสัญญา สิทธิพิเศษ ความรับผิดชอบร่วมกันในการแก้ปัญหาหากเกิดเหตุคาดไม่ถึง และควรปรับปรุงและเปิดเผยข้อมูลกระบวนการจัดทำร่างขอบเขตงาน (TOR) และสัญญาจ้างให้เป็นตามมาตรฐานสากลยอมรับเพื่อป้องกันไม่ให้มีการเอื้อประโยชน์ให้เฉพาะบางกลุ่ม
ในทางปฏิบัติยังต้องกำกับเจ้าหน้าที่ให้ใช้อำนาจอย่างมืออาชีพด้วยความเป็นธรรม เช่น การแก้ไขแบบ ยกเลิกงาน เพิ่มเนื้องาน การอนุมัติแบบ อนุมัติวัสดุ การขยายระยะเวลาสัญญา การตรวจรับมอบงานและการชำระเงินให้อยู่ในกรอบเวลาที่เหมาะสม
1.2 เปิดเผยและเชื่อมต่อข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง ตามมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลการทำสัญญาภาครัฐสากล The Open Contracting Data Standard (OCDS) รวมทั้งข้อมูลนิติบุคคล ในรูปแบบที่คอมพิวเตอร์สามารถประมวลผลได้ ผ่านเว็บไซต์ของกรมบัญชีกลาง เว็บไซต์ภาษีไปไหน และ ACT Ai ให้สื่อมวลชนและประชาชนสามารถตรวจสอบได้อย่างเสรี วางกติกาให้เอกชนต้องยินยอมให้รัฐเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลและเส้นทางการเงินของนิติบุคคล ขณะที่รัฐต้องพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลเหล่านั้นเพื่อตรวจสอบได้โดยง่าย
2. เสริมสร้างกลไกป้องกันให้เข้มแข็ง เพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน
2.1 เปิดเผยข้อมูลให้ครบ 25 ชุดข้อมูล ใน “ทุกการจัดซื้อจัดจ้างของทุกหน่วยงาน” ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันเพื่อเปิดประตูให้สาธารณชนเข้ามีส่วนร่วมรับรู้ ให้ความเห็นและตรวจสอบได้ง่าย
2.2 เพิ่มจำนวนโครงการเข้าร่วมข้อตกลงคุณธรรมมากขึ้น (Integrity Pact) เน้นโครงการมูลค่าสูง มีผลกระทบมากและอยู่ในความสนใจของประชาชน จัดให้มีผู้สังเกตการณ์อิสระเข้าติดตามตรวจสอบตั้งแต่ขั้นตอนจัดทำร่างขอบเขตงาน (TOR) โดยกำหนดให้เป็นเกณฑ์พิจารณาการขออนุมัติจัดทำโครงการ และขยายวิธีคัดเลือกโครงการเข้าร่วมข้อตกลงคุณธรรม เพื่อปิดช่องหลบเลี่ยงการตรวจสอบ รวมถึงควรกำหนดแผนงานสุ่มตรวจโครงการขนาดใหญ่ที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการข้อตกลงคุณธรรมด้วย
2.3 เปิดเผยสาธารณะ ไม่ปิดกั้น เชื่อมโยงกลไกตรวจสอบ หลักประกันความสำเร็จของการใช้ข้อตกลงคุณธรรมในทุกประเทศทั่วโลก คือการเปิดเผยให้สังคมรู้ถึงสิ่งผิดปรกติของโครงการที่ไม่มีคำอธิบายหรือไร้ความพยายามแก้ไขให้ถูกต้อง ดังนั้นเมื่อผู้สังเกตการณ์ทำรายงานข้อสังเกต (Notification Report: NR) แต่ไม่ได้รับการตอบสนองจากผู้เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม จำเป็นต้องส่งบันทึกรายงานนั้นต่อกรมบัญชีกลางและผู้บังคับบัญชาที่สูงขึ้นไปของหน่วยงานนั้นทราบ และหากมีการทำรายงานข้อสังเกตุในเรื่องเดิมเป็นฉบับที่สอง ก็ให้ส่ง ป.ป.ช. หรือ สตง. เข้าตรวจสอบได้ทันทีพร้อมเปิดเผยรายงานนั้นต่อประชาชน
2.4 เสริมกลไกป้องกันการทุจริตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยควรพิจารณาปรับปรุงบทลงโทษกรณีหน่วยงานรัฐหรือเอกชนจงใจหลบเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการทุจริตตาม พรบ. จัดซื้อจัดจ้างฯ หรือ ที่ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ข้อตกลงคุณธรรม เช่น เร่งรัดทำทีโออาร์เพื่อหลีกเลี่ยงหลักเกณฑ์ของกฎหมาย กรณีเช่นนี้อาจเพิ่มบทบังคับย้อนหลังและให้เป็นความผิดอาญา
2.5 จัดเตรียมทรัพยากรเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานข้อตกลงคุณธรรม และโครงการความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ (CoST) เพื่อรักษาศักยภาพในการดำเนินงานได้ต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพและยั่งยืน
3. กำจัดกำไรส่วนเกินที่จะถูกใช้เป็นเงินใต้โต๊ะ และลดความสูญเสียของรัฐ โดยพัฒนามาตรการใหม่ในการกำหนดราคากลางที่สอดคล้องกับความเป็นจริงของตลาด
3.1 เพิ่มความโปร่งใสในการทำหน้าที่ของคณะกรรมการจัดทำราคากลาง ปรับปรุงวิธีการและกระบวนการคำนวนราคากลาง วิธีการได้มาซึ่งราคาสินค้า ราคาวัสดุอุปกรณ์ เพื่อป้องกันไม่ให้ราคากลางสูงเกินราคาตลาดหรือไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และควรเปิดให้ประชาชน องค์กรภาคประชาสังคม และสื่อมวลชน มีส่วนร่วมดำเนินการ เพื่อตรวจสอบ ทักท้วงและปรับแก้ให้ได้ราคาตลาดที่มีอยู่จริงและเหมาะสมเป็นปัจจุบัน และบันทึกข้อมูล
3.2 มุ่งเน้นเลือกข้อเสนอที่ให้ "ความคุ้มค่าที่สุด" ไม่ใช่ตัดสินผู้ชนะการจัดซื้อฯ เพียงแค่ราคาถูกที่สุด หรือให้ผลประโยชน์ต่อหน่วยงานมากที่สุด เพื่อลดปัญหาการทิ้งงานและงานด้อยประสิทธิภาพ โดยประเมินจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น คุณภาพ ความเชี่ยวชาญ ประสิทธิภาพการทำงาน และความเสี่ยงในการดำเนินงานให้สำเร็จของคู่สัญญา
4. ใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการทำงาน ตัวอย่างสำคัญคือ เว็บไซ้ต์ ACT Ai ที่รวบรวมข้อมูลการจัดซื้อฯ ของหน่วยงานรัฐทั่วประเทศย้อนหลัง 10 ปี ราว 40 ล้านรายการ เว็บไซ้ต์นี้ออกแบบให้คนไทยเข้าใช้งานได้ “ง่ายและฟรี” โดยนำข้อมูลหลักมาจากเว็บไซ้ต์ของกรมบัญชีกลางที่เผยแพร่ ข้อมูลที่เชื่อถือได้เหล่านี้
4.1 ช่วยลดภาระเจ้าหน้าที่ในการหาข้อมูลสินค้าและบริการที่ต้องการ และดูได้ว่ามีใครบ้างเป็นผู้ขาย หน่วยงานใดเคยซื้อ ซื้อไปกี่ครั้ง พร้อมทีโออาร์/ราคา/เงื่อนไขต่างๆ
4.2 ช่วยให้เจ้าหน้าที่ลดการพึ่งพาเอกชนในการเขียนทีโออาร์ซึ่งเสี่ยงต่อการล็อคเปก
4.3 ใช้เป็นเครื่องมือของหน่วยตรวจสอบ เช่น ป.ป.ช. ป.ป.ท. สตง. ดีเอสไอ และสื่อมวลชน ใช้ค้นหาความไม่ชอบมาพากลของโครงการ เจ้าหน้าที่หรือเอกชน
4.4 ตรวจประเมินความเสี่ยงว่ามีการฮั้วประมูลในโครงการใด หรือทั้งหมดขององค์กรนั้น หรือของทุกกระทรวงที่ดำเนินการไปแล้วก็ได้
ความสามารถมากหรือน้อยของ ACT Ai ขึ้นอยู่กับความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลที่แต่ละหน่วยงานบันทึกเข้าระบบของกรมบัญชีกลาง และการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานอื่นๆ เช่น กรมพัฒนาธุรกิจฯ สถาบันการเงิน สตง. ป.ป.ช. ป.ป.ท. อปท. สำนักงบประมาณ เป็นต้น
5. ทบทวนการขึ้นบัญชีผู้รับเหมา บ่อยครั้งที่พบว่าบัญชีผู้รับเหมาที่รัฐจัดทำกลายเป็นเครื่องมือจำกัดและกีดกันคู่แข่งขันจนง่ายต่อการจัดคิว แบ่งงาน แบ่งประโยชน์ จึงต้องทบทวนเพื่อเปิดพื้นที่การแข่งขันให้มากขึ้น
มีข้อร้องเรียนจำนวนมากที่ชี้ว่า การที่บัญชีผู้รับเหมาชั้นพิเศษมีจำนวนน้อยรายเกินจริงทำให้ฮั้วง่าย การประมูลของกลุ่มนี้มักชนะประมูลด้วยราคาเต็มหรือเบียดราคากลาง ขณะที่กลุ่มผู้รับเหมาชั้นหนึ่งมีจำนวนมากรายกว่ามาก ทำให้มีการแข่งขันลดราคาอย่างชัดเจน
อนึ่ง กติกาการขึ้นบัญชีผู้รับเหมาที่เปิดให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลยพินิจได้ง่าย อาจกลายเป็นเครื่องมือเรียกรับสินบน จึงควรมีคู่มือที่วางแนวปฏิบัติอย่างชัดเจน
5.1 ปรับปรุงวิธีการกำหนดคุณสมบัติของผู้เสนอราคาให้เหมาะสม สอดคล้องกับเนื้องานจริง ไม่ตั้งคุณสมบัติสูงเกินความจำเป็น จนกลายเป็นการกีดกันผู้เข้าร่วมเสนอราคาให้เหลือน้อยราย และควรพิจารณาข้อเสนอให้ “เร่งยกเลิกการจัดชั้นผู้รับเหมา” และเพิ่มคู่แข่งขันประมูลให้มากขึ้น เช่น อาจใช้การกำหนดคุณสมบัติที่เหมาะสมและแก้ไขการวางหลักประกันการก่อสร้างลดลง 5% - 10% เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้รับเหมารายใหม่สามารถเข้าร่วมประมูลได้มากขึ้น ซึ่งเท่ากับส่งเสริมธุรกิจอุตสาหกรรมรายใหม่ของประเทศ
5.2 กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาความสามารถของผู้เสนอราคา เช่น ประวัติผู้ถือหุ้น, ประวัติผลงาน, ความสามารถด้านการเงิน, และบุคลากรสายวิชาชีพด้านต่างๆ รวมถึงจัดให้มีหน่วยงานรับผิดชอบตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ผู้เสนอราคายื่นแจ้ง ยกระดับการตรวจสอบคุณสมบัติรายชื่อบุคคลและบริษัทที่เข้าร่วมเสนอราคาที่ถูกขึ้นบัญชีผู้ทิ้งงาน (Blacklist) จากองค์กรระหว่างประเทศหรือรัฐบาลต่างประเทศ
6. การสอบทานธุรกิจ (Due diligence) เพื่อประเมินสถานะอย่างละเอียดของเอกชนที่เสนองานในโครงการจัดซื้อจัดจ้างขนาดใหญ่ ว่ามีศักยภาพและซื่อสัตย์ เป็นที่น่าเชื่อถือเพียงใด โดยใช้ Ai หรือเครื่องมือทางบัญชีนิติวิทยาเจาะไปที่เอกชนแต่ละราย เพื่อหาความเชื่อมโยงของค่าน้ำค่าไฟฟ้า การจ้างแรงงาน จ่ายเงินประกันสังคม เสียภาษีรายได้ ฯลฯ ว่าที่มาของเงินและมีความสัมพันธ์กับรายได้ หรือไม่อย่างไร รวมถึงควรตรวจสอบเอกสาร เช่น สัญญาของกิจการร่วมค้า การแบ่งงาน การเเบ่งผลตอบแทนระหว่างกิจการร่วมค้า
7. การจัดทำบัญชีเฝ้าระวัง (Watch list) การขึ้นบัญชีผู้ทิ้งงานเป็นมาตรการสำคัญ ในการปกป้องหน่วยงานรัฐไม่ให้เกิดความเสียหายจากเอกชนที่ด้อยคุณภาพ ไม่ให้มีโอกาสเข้าประมูลและทำสัญญากับหน่วยงานอื่นต่อไปแต่เนื่องจากปัจจุบัน การขึ้นบัญชีผู้ทิ้งงานมีกระบวนการล่าช้าหรืออาจถูกบิดเบือนจากหน่วยงานรัฐผู้เสียหายที่มีหน้าที่รวบรวมหลักฐานและทำเรื่องเสนอต่อปลัดกระทรวงการคลัง จึงสมควรจัดทำบัญชีเฝ้าระวังเพื่อเป็นฐานข้อมูลให้หน่วยงานรัฐอื่นๆ ได้ทราบเกี่ยวกับเอกชนที่มีปัญหา จะได้พิจารณาอย่างรอบคอบถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้
8. ผู้ซื้อ - ผู้ขาย ต้องมีมาตรการป้องกันคอร์รัปชัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการจัดซื้อฯ ภาครัฐ จำเป็นที่เอกชนผู้ต้องการเข้ามาค้าขายกับรัฐ หรือดำเนินโครงการร่วมลงทุนรัฐกับเอกชน (พีพีพี) ต้องมีมาตรการป้องกันคอร์รัปชันด้วยตนเองก่อนตัวอย่างที่ดีคือ มาตรการใหม่ของคณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต (คปท.) กรมบัญชีกลาง ที่กำหนดให้เอกชนที่ต้องการร่วมประมูลงานโครงการจัดซื้อฯ มูลค่า 300 ล้านบาทขึ้น “ต้องแสดงนโยบายและแนวทางป้องกันทุจริต พร้อมหลักฐานการตรวจสอบและหลักฐานอ้างอิง” เช่น ได้รับการรับรองมาตรฐานการบริหารจัดการอย่างมีธรรมาภิบาลและเป็นสมาชิก CAC
บทส่งท้าย
องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันเห็นว่า “การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐต้องยกเครื่องตั้งแต่ขั้นตอนการจัดทำโครงการ การเสนอขอและอนุมัติงบประมาณ ไปจนจบขั้นตอนตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ”องค์กรฯ ยินดีให้ความร่วมมือและพร้อมสนับสนุนทุกความพยายามเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐกลับมาเป็นที่เชื่อมั่นของสังคมอนึ่ง เพื่อให้ได้ข้อเสนอแนวทางที่เหมาะสม ครอบคลุม และสอดคล้องกับข้อเท็จจริงในทุกมิติ จึงควรจัดให้มีเวทีสาธารณะเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ผู้มีส่วนได้เสีย และนักวิชาการ เพื่อรวบรวมข้อมูลประกอบการพิจารณาเพิ่มเติม
องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)6 กรกฎาคม 2569
#คอร์รัปชัน #จัดซื้อจัดจ้าง #กกร.และเพื่อนไม่ทน