Nan national Museum พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน

Nan national Museum พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน เพจพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน ใช้เพจนี้เพจเดียว

เรื่องของหอคำนครน่านนั้น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงพระนิพนธ์ไว้ใน “บันทกความเห็น เรื่อง คุ้มหลวงและหอคำที่เมืองน่าน” ว่า
เมืองน่านมีตัวเมืองเป็น ๒ แห่ง เรียกว่า “เมืองเก่า” ตั้งอยู่ริมลำน้ำน่านแห่ง ๑ เรียกว่า “เมืองใหม่” ตั้งอยู่บนที่ ดอนข้างหลังเมืองเก่าขึ้นไปไม่ห่างนักอีกแห่งหนึ่ง มีที่คุ้มหลวง ประจำเมืองทั้ง ๒ แห่ง ตามเรื่องพงศาวดารเมืองน่านปรากฏว่า เดิมเจ้าเมืองตั้งอยู่ท

ี่เมืองเก่าอยู่มาถึง พ.ศ.๒๓๕๙ ในรัชชกาลที่ ๒ กรุงรัตนโกสินทร เกิดน้ำท่วมน้ำพัดกำแพงเมืองและวัดวา อารามบ้านเรือนที่ในเมืองเก่าหักพังเป็นอันมาก พระยาสุมณเทวราช เจ้าเมืองน่าน จึงสร้างเมืองขึ้นใหม่บนดอนมิให้น้ำท่วมถึง แล้วย้ายไปตั้งอยู่ที่เมืองใหม่เมื่อ พ.ศ.๒๓๖๒ เจ้าเมืองน่านอยู่ที่ เมืองใหม่สืบกันมา ๓๖ ปี จนถึงในรัชชกาลที่ ๔ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๙๘ พระยาน่านอนันตยศ (ซึ่งภายหลังได้เลื่อนยศขึ้นเป็น เจ้าอนันตวรฤทธิเดชเจ้านครน่าน คือบิดาของพระเจ้าสุริยพงศ์ผริตเดชและเจ้ามหาพรหมสุรธาดา) จึ่งขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตย้ายกลับมาตั้งอยู่ที่เมืองเก่าๆ จึ่งเป็นที่เจ้าเมืองน่านอยู่สืบกันมาจนบัดนี้
ในสมัยกรุงรัตนโกสินทรนี้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๓๒๕ เป็นต้นมา เมืองน่านได้มีเจ้าเมือง ๙ คน มีรายนามดังนี้
๑) พระยามงคลยศ เป็นเจ้าเมืองในรัชชกาลที่ ๑ เมื่อ พ.ศ.๒๓๒๕
๒) พระยาอัตถวรปัญโญ (หลาน ๑) เป็นเจ้าเมืองใน รัชชกาลที่ ๑ เมื่อ พ.ศ.๒๓๒๙
๓) พระยาสุมณเทวราช (น้า ๒) เป็นเจ้าเมืองใน รัชชกาลที่ ๒ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๕๓
๔) พระยามหายศ (บุตร์ ๒) เป็นเจ้าเมืองในรัชชกาลที่ ๓ เมื่อ พ.ศ.๒๓๖๘
๕) พระยาอชิตวงศ (บุตร์ ๓) เป็นเจ้าเมืองในรัชชกาลที่ ๓ เมื่อ พ.ศ.๒๓๗๙
๖) พระยามหาวงศ (เป็นญาติ ๓ ทางฝ่ายมารดา) เป็นเจ้าเมืองในรัชชกาลที่ ๓ เมื่อ พ.ศ.๒๓๘๑
๗) พระยาอนันตยศ (เป็นแต่เชื้อสาย) เป็นเจ้าเมืองใน รัชชกาลที่ ๔ เมื่อ พ.ศ.๒๓๙๕ ทรงสถาปนาเป็นเจ้าอนันตวรฤทธิเดช เมื่อ พ.ศ.๒๓๙๙
๘) เจ้าสุริยพงศ์ผริตเดช (บุต์ร ๗) เป็นเจ้าเมืองใน รัชชกาลที่ ๕ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๖ ทรงสถาปนาเป็นพระเจ้าสุริยพงศผริตเดช เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๖
๙) เจ้ามหาพรหมชสุรธาดา (บุตร์ ๓) เป็นเจ้าเมืองใน รัชชกาลที่ ๖ เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๒
พึงเห็นได้ในลำดับสกุลวงศ์เจ้าเมืองน่านทั้ง ๙ คน ว่ามิได้ เป็นเจ้าเมืองโดยรับทายาทกันในสกุล สุดแต่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริเห็นว่า ผู้ใดสมควรจะเป็นเจ้าเมืองก็ทรงตั้งผู้นั้น เมื่อทรงตั้งผู้ใดเป็นเจ้าเมือง ผู้นั้นก็ไปอยู่ที่คุ้มหลวงจนตลอดเวลา ที่เป็นเจ้าเมือง นอกจากนั้นยังมีพิธีขึ้นคุ้มหลวงทำนองเดียวกับ เฉลิมพระราชมณเฑียรในกรุงเทพฯ นี้ มีหนังสือในพระราชพงดารเมืองน่านกล่าวถึงในบางคราว เช่นคราวทรงตั้งพระยาน่านมหายศ (หน้า ๑๕๓!) ว่า รับตำแหน่งขึ้นไปจากกรุงเทพฯ เมื่อเดือน ๑๑ ไปอยู่ที่บ้านเก่าของตนถึง ๗ เดือน (สันนิษฐานว่าในระวางนั้นคงให้รื้อเรือนเก่า และปลูกเรือนที่จะอยู่ใหม่ในคุ้มหลวง) จนเดือน ๖ ปีใหม่ ในหนังสือพงศาวดารกล่าวว่า “มหาขัติยราชวงศา เสนาอำมาตย์ทั้งหลาย ก็อาราธนาเชิญท่านขึ้นสถิตสำราญในราชนิเวศน์โรงหลวง” ดั่งนี้
ต่อมาถึงเมื่อพระยาอชิตวงศได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าเมืองน่าน ก็มีในหนังสือพงศาวดารเมืองน่านว่ากลับขึ้นไปจากกรุงเทพฯ ขึ้นไปอยู่บ้านเก่าเดือน ๑ แล้วจึงเข้าอยู่ในคุ้มหลวง ตามอธิบาย ที่กล่าวมาเห็นได้ชัดว่า ที่คุ้มหลวงในเมืองน่านนั้นเป็นที่สำหรับเมือง มิใช่สมบัติส่วนตัวของเจ้าเมืองน่าน และยังปรากฏรายการ เรื่องปลูกสร้างคุ้มหลวงอยู่ในหนังสือพงศาวดารเมืองน่านให้เห็นว่าสร้างเป็นการหลวง (หน้า ๑๕๕) ว่าเมื่อจุลศักราช ๑๑๘๕ พระยาสุมณเทวราช เจ้าเมืองน่านให้ “เสนาอำมาตย์เกณฑ์คน ตัดไม้จัดมาสร้างราชนิเวศน์เรือนหลวง” ดั่งนี้
ส่วนเรื่องหอคำที่เมืองน่านนั้น พึ่งมีขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๐ มีเรื่องราวปรากฏในหนังสือพงศาวดารเมืองน่าน (หน้า ๑๗๐) ว่า เมื่อพระยาอนันตยศ เจ้าเมืองน่านย้ายกลับไปตั้งอยู่ที่เมืองเก่าแล้ว ต่อมาอีกปี ๑ ถึง พ.ศ.๒๓๙๙ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนา พระยาอนันตยศ เลื่อนขึ้นเป็นเจ้าอนันตวรฤทธิเดช เจ้านครเมืองน่าน มีเกียรติยศสูงกว่าเจ้าเมืองน่านคนก่อนๆ ซึ่งเคยมียศเป็นแต่พระยา เพราะเหตุนั้นในพ.ศ. ๒๔๐๐เจ้าอนันตวรฤทธิเดชจึ่งสร้างหอคำขึ้น และให้แปลงชื่อคุ้มหลวงเรียกว่า “คุ้มแก้ว” ให้วิเศษขึ้นตามเกียรติยศ หอคำนั้นคงเป็นเครื่องไม้ เมื่อเจ้าอนันตวรฤทธิเดชถึงพิราลัยแล้ว จะรื้อเอาไปถวายวัด หรือคงอยู่ที่เดิมต่อมา ข้อนี้หาทราบไม่ แต่เมื่อเจ้าสุริยพงศผริตเดชเป็นเจ้านครน่าน เมื่อ พ.ศ.๒๔๓๖ ก็เข้าไปอยู่ในคุ้มแก้ว และให้กลับเรียกว่าคุ้มหลวง เหมือนอย่างเจ้าเมืองน่านแต่ก่อนมา ครั้นล่วงเวลามาอีก ๑๐ ปี ถึง พ.ศ.๒๔๔๖ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาเจ้าสุริยพงศผริตเดช ขึ้นเป็น พระเจ้าสุริยพงศผริตเดช จึ่งสร้างหอคำสำหรับประดับเกียรติยศ ขึ้นแทนหอคำเดิม แต่สร้างเป็นตึกซึ่งยังคงอยู่จนทุกวันนี้ ครั้นพระเจ้าสุริยพงศผริตเดชถึงพิราลัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งเจ้าอุปราชมหาพรหม น้องพระเจ้าสุริยพงศผริตเดช เป็นเจ้ามหาพรหมสุรธาดา เจ้าเมืองน่าน เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๓ ก็ได้ทำการพิธีเข้าอยู่ในคุ้มหลวงตามประเพณี และอยู่ที่หอคำ ซึ่งพระเจ้าสุริยพงศผริตเดชได้สร้างไว้ (เพราะเป็นตึกจะรื้อถอนไม่ใด้ จึงคงเรียกว่าหอคำต่อมา) เจ้ามหาพรหมสุรธาดาได้ครองเมืองน่านอยู่ ๑๒ ปี ถึงอสัญกรรมในรัชชกาลปัจจุบันนี้ เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๔
อนึ่ง เมื่อครั้งที่นายพลตรี สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนครราชสีมา เสด็จตรวจราชการมณฑลภาคพายัพ และได้ ประทับแรมที่หอคำนครน่านในระหว่างวันที่๑๒-๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๓ก็ได้มีลายพระหัตถ์กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ถึงเรื่องหอคำนครน่านนี้ว่า
เจ้านครน่านได้จัดให้หอคำที่อยู่ในคุ้มให้อยู่ ตัวเจ้านครย้ายไปพักอยู่เสียที่บ้านเก่าที่เคยอยู่เมื่อครั้งเป็นเจ้าอุปราช การพักในหอคำนี้ ปรากฏว่าข้าพระพุทธเจ้าเป็นคนแรกที่ได้มาอยู่ เพราะเมื่อครั้ง ทูลกระหม่อมอาว์และพี่เล็กเสด็จนั้น พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชยังมีชีวิตรอยู่ แลชรามากนัก ย้ายที่ยากจึงต้องจัดให้ ประทับที่บ้านปลัดมณประจำจังหวัดทั้ง ๒ ครั้ง หาได้ให้ ประทับในหอคำไม่ วันนี้พอมาถึงก็มีพิธีเชิญเสด็จขึ้นหอคำ ให้ เทียนแลดอกไม้อีก ออกจะให้เทียนถี่มาก ในที่นี้ได้พบเจ้าศรีโสภา ชายาของเจ้านครแลเจ้านายผู้หญิงในตระกูล ณ น่าน มารับเป็น หลายคน ประหลาดที่ได้เห็นบุตรพระเจ้าสุริยพงษหลายคนทีเดียว แลดูสาวๆเด็กๆ ไม่สมกับบิดาที่เป็นคนชราอายุ ๘0 เศษนั้นเลย ทราบเกล้าทราบกระหม่อมว่าพระเจ้าสุริยพงษ์มีภรรยาน้อยหลายคน มีบุตรเมื่อแก่แล้วมาก ในวันนี้เมื่อเสร็จจากการแห่แล้วเป็นอันหยุดพัก
ที่หอคำที่ข้าพระพุทธเจ้ามาพักอยู่นี้เป็นตึก ๒ ชั้นใหญ่ รูปเป็นตรีมุขคล้ายกับตัว T ฝรั่ง ชั้นล่างเป็นห้องหลายห้องมีเฉลียงแล่นกลาง คราวนี้เขาจัดเป็นห้องพักสำหรับผู้ที่มาด้วยพัก ที่มุขน่า ซึ่งอยู่ด้านตวันออกตรงที่ควรจะเป็นท้าวตัว T นั้นมีบรรใดขึ้น ๒ ข้าง ขึ้นถึงชั้นบน ส่วนที่ชั้นบนพอพ้นบรรใดแล้วมีเฉลียงน่ามุขหน่อย หนึ่ง ต่อเข้าไปเป็นห้องรับแขกใหญ่กว้างมาก ตั้งเก้าอี้จัดเป็นที่ รับแขก มีโต๊ะเก้าอี้ล้อมเป็นหย่อมๆไป 6 หย่อม ทางฝาผนัง ด้านหุ้มกลองมีบุษบกรูปอย่างชาวเหนือตั้งพระพุทธรูปมีเครื่องบูชา แล้วถึงเฉลียงหลังอีกตอนหนึ่ง ส่วนมุขทางด้านเหนือด้านใต้นั้น เป็นห้องอยู่ มีห้องนอนห้องเขียนหนังสือห้องกินข้าวต่างๆ เป็นห้องเล็กๆ ที่ข้าพระพุทธเจ้าอยู่นั้นทางมุขเหนือ ข้างหลังห้องเหล่านี้มีห้องอาบน้ำ ห้องส้วมซึ่งดูเป็นคนละส่วนกับเรือน เพราะ เป็นฝาผนังไม้หยาบๆ แลมุงลังกะสี เห็นจะสร้างขึ้นภายหลัง หรือจะสร้างขึ้นรับข้าพระพุทธเจ้าทีเดียวก็ไม่ทราบ ตึกทั้งหลังนี้ เป็นตึกทาปูนขาว น่าต่างไม้ทาสี แต่เล็กกว่าส่วนเรือน ภายในออกจะเหม็นอับๆ เป็นตึกฝรั่งโบราณ แต่ก็พออยู่ได้สบายพอใช้ หลังคาตึกนี้เป็นหลังคาไทยมุงกระเบื้องไม้ มีช่อฟ้าใบระกาแลบะราลีเป็นศีร์ษะนาค เครื่องบนรู้สึกว่าเล็กกว่าเรือนทั้งนั้น หลังคาทรงเตี้ยดูอ้วนหนักไม่งามเลย แต่เรียบร้อยไม่ชำรุดทรุดโทรมอย่างใด รอบเรือนใหญ่นี้มีเรือนฝากระดานล้อมๆอยู่บ้าง มีกำแพงกั้นรอบ แลมีกั้นภายในกึ่งกลางอีกชั้นหนึ่ง แบ่งเป็นข้างหน้าข้างใน มีประตูช่องกุฎออกระหว่างกำแพงชั้นในนี้ เวลาแกอยู่กันตามธรรมดาก็เห็นจะแบ่งเป็นผู้หญิงส่วนหนึ่งผู้ชายส่วนหนึ่งเหมือนในวัง แต่เวลานี้เปิดหมด ที่ตรงน่าหอคำเป็นชาลากระเบื้องชั้นหนึ่งแล้วถึง ประตูใหญ่ นอกประตูออกไปมีสนามหญ้าแล้วจึงถึงถนนหลวง มีถนนเล็กตัดสนามเข้ามาถึงประตูใหญ่นั้น กำแพงนั้นตอนที่เป็นข้างหน้าถือปูนแลโบกปูนขาวเรียบร้อย แต่ตอนที่เป็นข้างในนั้นทิ้งโทรมๆ รวมทั้งหมดคุ้มเจ้าผู้ครองนครน่านนี้เห็นจะใหญ่เท่าที่วัดบวรนิเวศน์ ตอนที่กั้นกำแพงล้อมพระอุโบสถพระเจดีย์แลวิหารพระศาสดานั้น ที่หอคำนี้ว่าพระเจ้าสุริยพงษ์ได้สร้างขึ้นใหม่ภายในไม่กี่ปีนัก โดยที่รื้อหอคำเก่าซึ่งสร้างด้วยไม้ลงเสียและนำไป ปฏิสังขรณ์วัด เช่นวิหารเขาน้อยเป็นต้น แล้วสร้างตึกนี้ลงไว้แทน แลสั่งไว้ว่าถ้าใครจะเป็นเจ้าครองเมืองน่านต่อไปให้มาอยู่ที่นี้เสมอ เจ้าผู้ครองใหม่จึงยกมาอยู่ตามที่สั่งไว้ แต่ดูท่าทางก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยชอบนัก จะชอบบ้านเก่ามากกว่า จึงยกย้ายไปบ้านเก่าเพื่อแต่งที่นี้เป็นที่รับแขกได้ง่ายๆ1
เมื่อเจ้ามหาพรหมสุรธาดาถึงแก่พิราลัยในปีพ.ศ.๒๔๗๔ แล้ว อาคารหลังนี้ถูกใช้เป็นศาลากลางจังหวัดน่านมาจนถึงปีพ.ศ.๒๕๑๗ จึงได้มอบให้กับกรมศิลปากรเพื่อใช้เป็นอาคารจัดแสดงของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติซึ่งได้เปิดให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๕๓๐ มาจนถึงปัจจุบัน

วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน 2569 ข้าราชการและพนักงานราชการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน ได้เข้าร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะและวา...
03/06/2026

วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน 2569 ข้าราชการและพนักงานราชการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน ได้เข้าร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่ม และพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ณ หอประชุมนันทพัฒน์ ศูนย์ราชการจังหวัดน่าน เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ
สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569ขอพระองค์ทรงพระเจริญด้วยเกล้าด้วยก...
03/06/2026

พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
3 มิถุนายน 2569

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า
ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน
สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ กรมศิลปากร

02/06/2026

คนอีสานสมัยก่อนเชื่อว่าการซื้อขายพระนั้นเป็นบาป จึงนิยมที่จะแกะสลักจากไม้ขึ้นมาเพื่อใช้เอง เจ้าเมืองหรือคหบดีที่มีกำลังทรัพย์ก็จะจ้างช่างฝีมือให้แกะสลักให้ ส่วนชาวบ้านทั่วไปจะใช้เวลาว่างจากงานในเรือกสวนไร่นาหรือการเลี้ยงสัตว์มาแกะสลัก พระไม้จึงมีอีกชื่อเล่นว่า “พระเลี้ยงควาย”
แต่เนื่องจากไม่ได้ฝึกหัดฝีมืออย่างประติมากร พระพุทธรูปไม้ที่สลักออกมาหน้าตาจึงดูเด๋อด๋า พุทธลักษณะไม่ได้สัดส่วน แต่กระนั้นผู้สร้างก็เปี่ยมไปด้วยศรัทธา
เมื่อเวลาล่วงเลยพระพุทธรูปไม้ในกาลปัจจุบันแบ่งเป็นพระใช้และพระเก็บ พระใช้ คือพระที่เอามาประดิษฐานบนแท่นบูชาเพื่อพิธีทางสังฆกรรมต่างๆ ส่วนพระเก็บ คือ ทั้งเก็บไว้ด้วยความอายว่าไม่ทันสมัย และเก็บไว้เพราะมีค่าเกรงว่าจะถูกโจรกรรมไปจึงซุกงำไว้
เรื่อง/ภาพ: นัทธ์หทัย วนาเฉลิม
อ่านเรื่องพระไม้เพิ่มเติมได้ใน
https://anurakmag.com/art-and-culture/the-simple-grace-of-the-wooden-buddha/
#พระไม้ #พระอีสาน #พุทธศาสนา #พุทธศิลป์ #ประติมากรรมไม้ #อนุรักษ์ #นิตยสารอนุรักษ์

กรมศิลปากรได้ดำเนินการจัดทำบอร์ดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในว...
02/06/2026

กรมศิลปากร
ได้ดำเนินการจัดทำบอร์ดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ
สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี
เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา
๓ มิถุนายน ๒๕๖๙
เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจที่ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ
เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาประชาราษฎร

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่านเปิดบริการตามปกติวันพุธที่ 3 มิถุนายน 2569เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัช...
01/06/2026

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน
เปิดบริการตามปกติ
วันพุธที่ 3 มิถุนายน 2569
เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา
สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี
Announcement of the nan National Museum
The nan National Museum
Will be opened as usual
June 3, 2026.............................................
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน
เปิดให้บริการทุกวันพุธ - วันอาทิตย์ (ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
เวลา 09.00 - 16.00 น. (ปิดวันจันทร์ - วันอังคาร)
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมที่กล่องข้อความเพจ หรือ
โทร. 054772777 และ 054710561

วันนี้วันวิสาขบูชา 2569ขอนำเสนอพุทธศาสนสุภาษิตยถา ภุตฺตญฺจ พฺยาหรจงทำงานให้สมกับอาหารที่บริโภคอรรถกถา  เอกกนิบาตชาดก กุส...
31/05/2026

วันนี้วันวิสาขบูชา 2569

ขอนำเสนอพุทธศาสนสุภาษิต

ยถา ภุตฺตญฺจ พฺยาหร
จงทำงานให้สมกับอาหารที่บริโภค

อรรถกถา เอกกนิบาตชาดก กุสนาฬิวรรค

ประกาศพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน เรื่อง การขึ้นบัญชีผู้คัดเลือกได้เพื่อจ้างบุคคลภายนอกเป็นจ้างเหมาบริการ ตำแหน่ง งานรักษ...
28/05/2026

ประกาศพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน
เรื่อง การขึ้นบัญชีผู้คัดเลือกได้เพื่อจ้างบุคคลภายนอกเป็นจ้างเหมาบริการ ตำแหน่ง งานรักษาความปลอดภัย

27/05/2026

“SEEN IN SIAM” part I
By Douglas R. Collier, Art Titles by Waneeta F. Stevic

ภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับ
งานประเพณีหกเป็งนมัสการพระธาตุแช่แห้ง จังหวัดน่าน
การแห่คัวทาน งานรื่นเริง พร้อมการจุดบอกไฟถวายพระธาตุ
และการทำนา ทอผ้า
ในสมัย "เจ้ามหาพรหมสุรธาดา" เจ้าผู้ครองนครน่านองค์สุดท้าย (ครองเมืองระหว่าง ปี 2462-2474)

เข้าถึงได้โดย A/V Geeks 16mm Films https://www.youtube.com/watch?v=mYqkKv2SPa4

27/05/2026

แบบเข็มที่ระลึกงานเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙

🔸 ผู้ออกแบบ : นายปัญญา โพธิ์ดี นักวิชาการช่างศิลป์ชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มงานศิลปประยุกต์ สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร

🔸 ความหมายเข็มที่ระลึก

เข็มที่ระลึก ประกอบด้วย อักษรพระนามาภิไธย ส.ท. ภายใต้มงกุฎขัตติยราชนารี อันเป็นตราประจำพระองค์ เบื้องบนอักษรพระนามาภิไธยมีเลข ๔๘ สีทองบนแท่นดอกบัวสีขาว อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ์และความดีงาม แสดงถึงวาระมหามงคลแห่งการเฉลิมพระชนมพรรษา ๔๘ พรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี อักษร ส ขอบเดินทอง พื้นสีม่วงแก่อันเป็นสีประจำวันพระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี อักษร ท ขอบเดินทอง พื้นสีเหลืองอันเป็นสีประจำวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อักษรพระนามาภิไธยประดิษฐานในกรอบรูปหัวใจพื้นสีม่วงล้อมด้วยสุวรรณสังวาลประดับเพชร ๑๐ เม็ด หมายถึง สมเด็จพระบรมราชินีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน อีกทั้งเลข ๑๐ เป็นเลขกำลังวันพระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

#กลุ่มงานศิลปประยุกต์ #สำนักช่างสิบหมู่ #กรมศิลปากร

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่านขอแจ้ง “ปิดให้บริการ”❌วันพุธที่ 27 และ วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2569เนื่องจากมีการปรับปรุงโคร...
27/05/2026

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน
ขอแจ้ง “ปิดให้บริการ”❌
วันพุธที่ 27 และ วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2569
เนื่องจากมีการปรับปรุงโครงสร้างหลังคาอาคารจัดแสดง

ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้นะคะ- ❤️🙏🏻
*** เปิดให้บริการตามปกติ ในวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569 ***
สอบถามข้อความเพิ่มเติมที่กล่องข้อความเพจ
หรือ โทร 054772777

ที่อยู่

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน ถนนผากอง ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน
Nan
55000

เวลาทำการ

พุธ 09:00 - 16:00
พฤหัสบดี 09:00 - 16:00
ศุกร์ 09:00 - 16:00
เสาร์ 09:00 - 16:00
อาทิตย์ 09:00 - 16:00

เบอร์โทรศัพท์

+6654772777

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Nan national Museum พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่านผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง Nan national Museum พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน:

แชร์