บ้านเสาเล้า

บ้านเสาเล้า บ้านเสาเล้า

ประวัติบ้านเสาเล้า
บ้านเสาเล้า เดิมทั้งอยู่ที่ริมฝั่งห้วยท้วย(ท่าวังสิม) ชึ่งห่างจากหมู่บ้านเสาเล้าประมาณ 300 เมตร เท่านั้นบ้าน ประชากรเป็นเผ่าไทญ้อ บรรพบุรุษของไทญ้อบ้านเสาเล้า คือ แม่ฒ่าตุ๊ ลุงลา และลุงลุน อพยพมาจากเมืองหลวงโปงเลง แขวงคำม่วน ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมลาว เมื่อประมาณ พ.ศ. 2376 ได้มาพักอยู่ที่ท่าอุเทนประมาณ 2 ปี แล้วอพยพมาอยู่ที่ ท่าวัง(ที่ตั้งบ้านเดิม) และได้ตั้งถิ่นฐานอย

ู่ที่นั่นนานเท่าใดไม่ปรากฏที่ชัดเจน จากนั้นแม่เฒ่าตุ๊ ลุงลา และลุงลุน 3 พี่น้อง ได้ย้ายครอบครัวมาอยู่ที่ริมห้วยปิง เพราะบริเวนนั้นอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยพืชพรรณธัญญาหารเลยตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นี่ ครอบครัวที่อยู่บ้านเดิมที่ท่าวังสิมก็ได้ย้ายติดตามมาอยู่กับลุงลุนและลุงลาจนหมดและท่าวังสิมก็เลยกลายเป็นบ้านร้าง
หลังจากที่ชาวบ้านได้ย้ายมาอยู่ที่ริมห้วยและได้ตั้งถิ่นฐานเป็นปึกแผ่นแล้ว ก็ได้ตั้งชื่อบ้านว่า บ้านเสาเล้า ชึ่งมีที่มา มาจากผู้ที่ย้ายครอบครัวมาทีแรกพบเสาเล้าสมัยขอมอยู่ 3 ต้น จึงได้ตั้งชื่อของหมู่บ้าน ชาวเสาเล้าประกอบอาชีพในทาเกษตรกรรม ทำไร่ ทำนา เลี้ยงสัตว์ นกจากนั้นบ้างส่วนก็ยังประกอบอาชีพหัตาถกรรม ชายจักสาน ผู้หญิงทอผ้าและเลี้ยงไหม
เมื่อชาวบ้านได้ตั้งถิ่นฐานเป็นปึกแผ่นแน่นหนาแล้ว ก็ได้พร้อมใจกันสร้างวัดขึ้นไว้เป็นที่สักการะ ผู้ที่เป็นหัวหน้าฝ่ายสงฆ์ได้แก่ เจ้าบัณฑิตปัญญา เจ้าพุทธโคตรและเจ้าอริยบุดดี หลักฐานเหล่านี้ค้นพบในหนังสือ เวสสันดรชาดก ชึ่งเขียนขึ้นใน จ.ศ. 1215 – 1218 และหนังสือเหล่านี้ยังเก็บรักษาไว้ที่วัดพระธาตุจำปาจนกระทั้งทุกวันนี้
ด้านการปกครอง แต่ก่อนบ้านเสาเล้ามีการปกครองเพียงหมู่บ้านเดียวและมีพ่อตาแสง(เทียบเท่ากำนันในปัจจุปัน ส่วนกวนบ้านกับผู้ใหญ่บ้าน) จนกระทั้งได้มีการเปลี่ยนแปลงจากตาแสง มาเป็นกำนันและกวนบ้านมาเป็นผู้ใหญ่บ้านแล้ว บ้านเสาเล้าใหญ่หมู่ที่ 2 มีนายกัญญา เป็นฝุ้ใหญ่บ้านคนแรก บ้านเสาเล้าน้อยหมู่ 3 มีนายอ่อนเป็นผุ้ใหญ่บ้านคนแรกการเปลี่ยนแปลงนี้มีขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2531 บ้านเสาเล้าใหญ่แยกออกเป็น 2 หมู่บ้าน คือแยกเป็นหมู่ที่ 10 บ้านเสาเล้าเหนือ และเมื่อ พ.ศ. 2545 บ้านเสาเล้าน้อยได้แยกออกเป็นออกเป็น 2 หมู่บ้าน คือบ้านเสาเล้าทุ่ง หมู่ 13 มีนายบุญมา ต้อนโสกรี เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก


ประวัติการสร้างพระธาตุจำปา
พระธาตุจำปา สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 3 เดือนมิถุนายน พ.ศ.2464 คุณพ่อกง อุ่นเทียมโสม พ่อข้าพเจ้าเล่าให้ฟังว่า วันนั้นเป็นวันที่เริ่มทำการก่อสร้างองค์พระธาตุฯ เวลาตอนเช้าขณะที่พ่อกำลังผสมปูนทรายอยู่นั้น ผู้คนที่กำลังร่วมมือกันในการทำงานมี คุณพ่อกง คุณพ่อฮุ่ง(คุณพ่อของยายไต อุ่นเทียมโสม) โดยทั้งหมดกำลังผสมปูนและทราย ก็ได้มีคนมาตามเรียกคุณพ่อฮุ่งว่า คุณแม่ตัน(คุณแม่ของยายไต)ปวดท้องกำลังคลอดและได้คลอดมาเป็นเพศหญิงคือ คุณยายไต อุ่นเทียมโสม นั่นเอง
พระธาตุจำปา สร้างขึ้นโดยพระเม้า เป็นผู้ก่อสร้าง ก่อด้วยอิฐถือปูน สูงประมาณ 25 เมตร กว้าง 4 เมตร พระเม้าพร้อมด้วยพระภิกษุสามเณร ทายก ทายิกาชาวบ้านเสาเล้าใหญ่และเสาเล้าน้อยและหมู่บ้านใกล้เคียงได้พร้อมใจกันสละจตุปัจจัย น้ำพักน้ำแรงร่วมกันก่อสร้างขึ้น วัสดุในการก่อสร้าง เช่น อิฐ ปูนก็ได้รับการบริจาคจากชาวบ้าน อิฐช่วยกันปั้นเอง เผาเองท่านได้ใช้ความพยายามในการก่อสร้างนานถึง 7 ปีจึงสำเร็จ ผู้ที่ส่วนร่วมในการก่อสร้างที่สำคัญในครั้งนี้ประกอบด้วย
ฝ่ายพระสงฆ์ มีพระครูปิลา เตชปญโญเจ้าอาวาสเป้นประธาน พระเม้าเป็นช่างมีพระภิกสุสามเณรภายในวัดอีกจำนวนมากคอยช่วยกันปั้นอิฐ ปั้นปูน เช่นพระเป้ พระเปอร์ พระสาน พระบูญตา พระมูล พระง้าม พระคำหล้า พระเขียว พระฮุ่ง พระคำมี พระทา พระเชี่ยน พระตุ๋ย พระฮั่ง สามเณรเหง้า สามเณรฤทิธ์ สามเณรเม้า สามเณรผง นอกนั้นไม่ทราบชื่อปรากฏ
ฝ่ายโยมผู้ชาย มีนายกัญญา ผู้ใหญ่บ้าน นายตาสารวัตร ลุงทิดกูด ลุงทิดจูม นายแสง นายอ่อน นายจันทร์ นายเนาว์ นายเฮอะ นายพันธุ์
ฝ่ยหญิง มีแม่กลม แม่ทา แม่แง่ม แม่เมฆ แม่สิงห์ แม่จวง แม่สิม แม่หรีด แม่ทา แม่สุข และน.ส.สุ เป็นต้น
ภายในองค์พระธาตุจำปา ได้บรรจุพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าและมีพระพุทธรุปอีกเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งของมีค่าเช่น คุด ขอ นอ งา แข้วหมูตัน จันทะคาด เป็นต้น พระธาตุฯองค์นี้จัดเข้าประเภท ธรรมเจดีย์และอุเทสิเจดีย์ หลังจากสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ได้ทำการสมโภชน์ในปี พ.ศ. 2471



พ.ศ. 2487 องค์พระธาตุฯ เกิดอัสวะนีบาต ฟ้าผ่าลงที่เฉวตฉัตรละส่านยอดของพระธาตุฯพังลงชาวบ้านทายกทายิกาและพระภิกษุสามเณรไม่สามารถจะต่อยอดได้ จึงได้นิมนต์เอา หลวงพ่อบน วันบ้านโพน ตำบลรามราชในสมัยนั้น มาต่อยอดให้ใหม่และเฉวตฉัตรก็ได้อันเชิญขึ้นไว้เหมือนเดิม
ต่อมา พ.ศ. 2516 ก็เกิดฟ้าผ่าลงมาอีกเป็นครั้งที่ 2 ในครั้งนี้ชาวบ้าน ทายก ทายิกาได้ไป นิมนต์เอา ท่านพระครูประจักษ์ อุเทนธรรม เจ้าคณะตำบลโพนสวรรค์มาอำนวยการต่อยอดให้อีก หลังการต่อยอดขึ้นเสร็จแล้ว ก็ได้อัญเชิญเฉวตฉัตนขึ้นไว้เหมือนเดิมและเฉวตฉัตรนี้ก็ได้ประดิษฐานบนยอดพระธาตุอีกช้านาน
พ.ศ. 2525 หลวงพ่อกัน เป็นเจ้าอาวาส ได้มีพระปลัดหวล วัดรัชฎาธิฐาน เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ ได้นำเอาเฉวตฉัตรใหม่จากกรมศิลปกร มาเปลี่ยนให้อีก แต่เฉวตฉัตรอยู่ได้ไม่นาน เพราะเป็นเฉวตฉัตรทึบ จึงถูกลมพายุพัดลงอีก ในสมัยเดียวกันนี้เอง ท่านพระครูปลัดหวลได้นำเอา อัฏิฐิพระอรหันต์จากกรมศิลปกร มาบรรจุไว้ในช่วงบนขององค์พระธาตุฯ ทางทิศตะวันตก อยู่ที่ตรงกระจกใบใหญ่ปิดอยู่ นอกจากนั้น พระครูปลัดหวลได้นำเอาสายล่อฟ้ามาติดให้อีกด้วย หลังจากนั้นมา องค์พระธาตุฯก็ไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นอีกและได้ดำรงอยู่ตราบทุกวันนี้
องค์พระธาตุจำปา กรมศิลปกรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน เมื่อวันที่ 12 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2543
คำนมัสการพระธาตุจำปา
อุกาสะ วันทามิภัณเต เจติยัง อุทเทสิกะ ธัมมะเจติยัง อะหังวันทา มิ สัพพทา สาธุ อนุโมทามิ

ที่อยู่

โพนสวรรค์
Nakorn Panom
48190HTTPS://ECN.T0.TILES.VIRTUALEARTH.NET/TILES/R1322103203120?G=1252&MKT=EN-US

เบอร์โทรศัพท์

042-595299

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บ้านเสาเล้าผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์