เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าไทย

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าไทย ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าไทย, อำเภอเมือง, Nakhon Thai.

จะเป็นผู้นำเสนอเรื่องราว ความจริงเชิงวิชาการ เชิงกฎหมาย และเชิงการบริหาร ในการอนุรักษ์และการจัดการพื้นที่ป่าอนุรักษ์ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยืน เอื้อประโยชน์ต่อชุมชน สังคม ประเทศชาติ และโลกใบนี้ สืบต่อไป เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูขัด จังหวัดพิษณุโลก

ที่ตั้งและสภาพทั่วไป
ประกอบด้วยพื้นที่บางส่วนของป่าสงวนแห่งชาติป่าเนินเพิ่ม, ป่าแดงและป่าชาติตระการ, ป่าล

ำน้ำภาคและป่าลำแควน้อยฝั่งซ้าย อยู่ในท้องที่ 5 ตำบล คือ น้ำกุ่ม นครชุม นาบัว ยางโกลน และบ่อโพธิ์ อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของอำเภอเมือง ห่างจากจังหวัดพิษณุโลกประมาณ 120 กม. เนื้อที่ประมาณ 150,990 ไร่ หรือ 241.58 ตร.กม.(คำนวณโดยใช้ GIS) ลักษณะภูมิประเทศประกอบด้วยภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน มีแนวสันเขาเป็นอาณาเขตระหว่างจังหวัดเลยและจังหวัดพิษณุโลก วางตัวแนวทิศตะวันตกเฉียงใต้ - ตะวันออกเฉียงเหนือ พื้นที่มีความสูง 200 - 1,468 เมตร (รทก.) ประกอบด้วยหินแกรนิตเป็นส่วนใหญ่ ปกคลุมด้วยหินตะกอนเป็นหย่อมๆ จากขบวนการทางธรณี มีลักษณะเป็นหินทรายละเอียดชุดโคราช เนื้อหินเป็นเม็ดตะกอนขนาดทรายละเอียด ลักษณะภูมิอากาศ อุณหภูมิสูงสุดในเดือนเมษายน 38.37C ต่ำสุด 11.93C ปริมาณฝน 1,351.9 มม./ปี

ทรัพยากรป่าไม้
มี 7 สังคมพืช คือ ป่าดงดิบเขา ป่าดงดิบแล้ง ป่าดงดิบชื้น ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ทุ่งหญ้า และพื้นที่ชุ่มน้ำ ส่วนสังคมพืชอื่นๆ มีปริมาณไม่มากนัก มีความหลากหลายของพืชที่มีท่อลำเลียงตั้งแต่กลุ่มเฟิร์น, พืชเมล็ดเปลือย, พืชใบเลี้ยงเดี่ยว และพืชใบเลี้ยงคู่ มากถึง 144 วงศ์ 464 สกุล 812 ชนิด เป็นไม้หวงห้ามประเภท ก (ธรรมดา) และ ประเภท ข (พิเศษ) 198 ชนิด ของป่าหวงห้าม 55 ชนิด เป็นพืชหายากของประเทศไทย 34 ชนิด เป็นพืชถิ่นเดียว 15 ชนิด กระจายมาจากเขตอบอุ่นของโลก 8 ชนิด และพืชต่างประเทศอีก 13 ชนิด และมีรายชื่ออยู่ในบัญชีของสหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ (IUCN) 40 ชนิด

ทรัพยากรสัตว์ป่า
พบสัตว์ป่ามีกระดูกสันหลังทั้งหมด 5 ชั้น 30 อันดับ 71 วงศ์ 159 สกุล 211 ชนิด กระจายอยู่ในถิ่นอาศัยประเภทต่างๆ มากถึง 11 ประเภท คือ ป่าดงดิบเขา, ป่าดงดิบแล้ง, ป่าเบญจพรรณ, ป่าเต็งรัง, ไร่ร้างหรือป่ากำลังทดแทน, พื้นที่ชุ่มน้ำ, แหล่งเกษตรกรรม, สิ่งปลูกสร้าง, ป่าปลูก, สังคมผาหิน และทุ่งหญ้า มีสัตว์ป่าสงวน 1 ชนิด คือ เลียงผา และสัตว์ป่าคุ้มครอง 154 ชนิด มีสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ในระดับประเทศ 2 ชนิด คือ เสือโคร่ง และเต่าปูลู มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ 9 ชนิด ใกล้ถูกคุกคามจำนวน 10 ชนิด และมีสถานภาพในบัญชีของ IUCN มากถึง 185 ชนิด มีปัจจัยคุกคาม 7 ประเภท คือ ปศุสัตว์หรือสัตว์เลี้ยง, ไฟป่า, เก็บหาของป่า, การลักลอบทำไม้, การล่าสัตว์, สิ่งปลูกสร้าง และการบุกรุกแผ้วถางป่า

แหล่งต้นน้ำลำธาร
เป็นป่าต้นน้ำที่สำคัญของลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำแควน้อย ลุ่มน้ำหลัก แม่น้ำน่าน มีลุ่มน้ำย่อยที่สำคัญ 3 ลุ่มน้ำ คือ น้ำตอน น้ำแขม และน้ำแควน้อย ไม่มีการใช้ประโยชน์ของเอกชน และมีโครงการต่างๆ ของรัฐเข้าไปปลูกฟื้นฟูป่ามากถึง 9,150 ไร่ ซึ่งในพื้นที่แห่งนี้ยังมีปัจจัยพิเศษสำหรับสัตว์ป่า เช่น โป่ง น้ำซับ แหล่งน้ำ ทุ่งหญ้า และพื้นที่พิเศษ เช่น น้ำตก หน้าผา ถ้ำ จุดชมวิว กระจายอยู่ในพื้นที่ด้วย

การมีส่วนร่วมของชุมชน
แนวเขตที่จะกำหนดเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูขัด ได้ผ่านการพิจารณาและได้รับความเห็นชอบตามขั้นตอน อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนให้กำหนดเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าจากหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้อง โดยผ่านการพิจารณาและเห็นชอบจาก
1. อบต. 5 แห่ง ในท้องที่อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก
2. หัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับ อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก อำเภอด่านซ้าย และอำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย
3. คณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการลักลอบทำลายทรัพยากรป่าไม้ ประจำอำเภอนครไทย และจังหวัดพิษณุโลก
4. คณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2553
5. คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกา เมื่อ 27 กันยายน 2559
6. ประกาศ " พระราชกฤษฎีกา กำหนดที่ดินป่าน้ำภาค และป่าลำแควน้อยฝั่งซ้าย ป่าแดงและป่าชาติตระการ และป่าเนินเพิ่ม ในท้องที่ตำบลน้ำกุ่ม ตำบลนครชุม ตำบลนาบัว ตำบลยางโกลน และตำบลบ่อโพธิ์ อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า พ.ศ.2560 ตามราชกิจจานุเบกษา ฉบับลงวันที่ 31 สิงหาคม 2560

วิสัยทัศน์ : “อนุรักษ์สัตว์ป่าและถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูขัดให้คงอยู่ และดำรงไว้ซึ่งบทบาท และกระบวนการของระบบนิเวศ โดยการมีส่วนร่วม”
พันธกิจ
1.ดูแล และอนุรักษ์สัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูขัด
2.ดูแล และอนุรักษ์ถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูขัด
3.ใช้หลักการมีส่วนร่วมในการจัดการพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูขัด
นโยบาย
1.เน้นการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สัตว์ป่า
2.มุ่งให้ชุมชนรอบป่า พัฒนาอย่างยั่งยืน บนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
3.พัฒนาองค์กร ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

ข้อเสนอแนะ
พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูขัด มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง เป็นลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำแควน้อย ลุ่มน้ำหลักแม่น้ำน่าน ไม่อยู่ในกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายของบุคคลใด และประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดแนวเขต โดยผ่านความเห็นชอบจากสภาองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น (อบต.) ทั้ง 5 แห่ง, จากคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการลักลอบทำลายทรัพยากรป่าไม้ประจำอำเภอนครไทย และประจำจังหวัดพิษณุโลก และ จากคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มป่าภูเมี่ยง – ภูทอง ซึ่งเป็น 1 ใน 19 กลุ่มป่าของประเทศไทย เป็นผืนป่าใหญ่ต่อเนื่องกัน มีพื้นที่รวมทั้งหมดประมาณ 4 ล้านไร่ มีศักยภาพเพียงพอในการจัดการพื้นที่เชิงระบบนิเวศ เป็นการจัดการเชิงวิทยาศาสตร์ เพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพที่มีอยู่ได้ดียิ่งขึ้น
จึงเหมาะสมด้วยประการทั้งปวงที่จะกำหนดพื้นที่แห่งนี้ เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เพื่อรัฐจะได้ดำเนินการควบคุม ดูแล และจัดการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของพรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าอย่างถาวรและปลอดภัย เป็นหนทางสำคัญอย่างหนึ่งของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชนท้องถิ่นเดิม และเป็นการสนองนโยบายรัฐบาลด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถือเป็นประโยชน์โดยตรงต่อราษฎรอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก อีกทั้งเอื้ออำนวยผลประโยชน์โดยรวมต่อประเทศชาติ ในการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ ระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของพลเมือง ให้มั่นคงถาวรสืบไป

06/06/2026

การบูรณาการการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน: ถอดบทเรียนเทศกาลดูผีเสื้อปางสีดา ครั้งที่ 21..
การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Ecotourism) ถือเป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนรอบแนวเขตผืนป่าอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติปางสีดา ซึ่งตั้งอยู่ในเขตผืนป่ามรดกโลกภาคตะวันออก มีความโดดเด่นทางด้านความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฉพาะกลุ่มประชากรแมลงในอันดับเลพิดอปเทรา (Lepidoptera) หรือผีเสื้อ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น "เมืองผีเสื้อแห่งผืนป่าตะวันออก" บทความวิชาการฉบับนี้มุ่งศึกษาและวิเคราะห์แนวทางการบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนท้องถิ่น ผ่านกรณีศึกษาการจัดกิจกรรม "เทศกาลดูผีเสื้อปางสีดา ครั้งที่ 21" ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในมิติของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนและการสร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมศึกษา

การบูรณาการเชิงนโยบายและกลไกความร่วมมือระหว่างภาคส่วน
ความสำเร็จในการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยการบริหารราชการแผ่นดินแบบบูรณาการ จากกรณีศึกษาพบว่า การจัดกิจกรรมดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือประสานงานระหว่าง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 ปราจีนบุรี และอุทยานแห่งชาติปางสีดา) ร่วมกับโครงสร้างส่วนภูมิภาค ได้แก่ จังหวัดสระแก้ว และสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระแก้ว กลไกการดำเนินงานร่วมกันนี้แสดงให้เห็นถึงการทลายข้อจำกัดเชิงโครงสร้างการบริหารงานแนวดิ่ง (Vertical Integration) สู่การสร้างความร่วมมือแนวราบ (Horizontal Integration) เพื่อระดมทรัพยากร องค์ความรู้ และงบประมาณในการผลักดันให้เกิดกิจกรรมเชิงยุทธศาสตร์ที่สามารถตอบสนองทั้งเป้าหมายการอนุรักษ์ป่าไม้และเป้าหมายการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของจังหวัด (กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, 2569)

โมเดลเศรษฐกิจฐานรากผ่านกิจกรรม "Pangsida in Love & Butterfly Night Market"
การท่องเที่ยวในพื้นที่คุ้มครองมักเผชิญข้อจำกัดด้านการกระจายรายได้สู่ชุมชนรอบแนวเขต (Buffer Zone) อย่างไรก็ดี การปรับเปลี่ยนรูปแบบกิจกรรมในครั้งนี้ด้วยการจัดตลาดนัดยามเย็นท่ามกลางขุนเขา หรือ "Butterfly Night Market" ถือเป็นนวัตกรรมเชิงโมเดลธุรกิจชุมชน (Community-based Business Model) ที่มีนัยสำคัญในทางวิชาการ เนื่องจาก:
1. การลดช่องว่างทางเศรษฐกิจ: เป็นการเปิดโอกาสให้เกษตรกรและผู้ผลิตในท้องถิ่น นำสินค้าพื้นเมือง อาหารท้องถิ่น และผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) มาจำหน่ายโดยตรงแก่ผู้บริโภค ปราศจากพ่อค้าคนกลาง (จังหวัดสระแก้ว, 2569)
2. การยืดเวลาพำนักและการใช้จ่าย (Length of Stay): กิจกรรมในภาคค่ำ การแสดงดนตรี และมหรสพวัฒนธรรมของเยาวชน ช่วยเพิ่มแรงจูงใจทำให้นักท่องเที่ยวพำนักอยู่ในพื้นที่ยาวนานขึ้น ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นมูลค่าทางเศรษฐกิจและการหมุนเวียนของเงินตราในระบบเศรษฐกิจฐานรากอย่างมีประสิทธิภาพ (สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระแก้ว, 2569)

สิ่งแวดล้อมศึกษาและการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ
ในมิติของการอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติปางสีดาได้ทำหน้าที่เป็น "ห้องเรียนธรรมชาติ" (Living Laboratory) ผ่านการจัดนิทรรศการองค์ความรู้เกี่ยวกับวงจรชีวิตและพฤติกรรมของผีเสื้อหลากสายพันธุ์ กระบวนการถ่ายทอดความรู้ (Knowledge Transfer) รูปแบบนี้ไม่เพียงแต่ให้ความบันเทิงแก่นักท่องเที่ยว (Edutainment) แต่ยังแฝงการปลูกฝังจิตสำนึกในการปกป้องรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Conservation) (อุทยานแห่งชาติปางสีดา, 2569)

นอกจากนี้ การสร้างปฏิสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ชุมชนได้รับกับการคงอยู่ของผืนป่า ก่อให้เกิดโครงสร้าง "ผู้พิทักษ์ภาคประชาชน" (Community Rangers) โดยคนในท้องถิ่นจะแปรเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผู้ใช้ประโยชน์หรือผู้บุกรุกทรัพยากร มาเป็นแนวร่วมในการเฝ้าระวัง ดูแลรักษา และเห็นคุณค่าของผืนป่าร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐในฐานะหุ้นส่วนการพัฒนา (ยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ และญาณวุฒิ แสงวงศ์, 2569)

บทสรุปและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
เทศกาลดูผีเสื้อปางสีดา ครั้งที่ 21 ภายใต้แนวคิด "Pangsida in Love & Butterfly Night Market" มิได้เป็นเพียงกิจกรรมนันทนาการตามฤดูกาล แต่คือ "ตัวแบบเชิงรูปธรรม" ของการบริหารจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสำหรับการดำเนินงานในอนาคต ควรเน้นย้ำการจัดทำดัชนีวัดขีดความสามารถในการรองรับของพื้นที่ (Carrying Capacity) เพื่อป้องกันไม่ให้ปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นเข้าไปรบกวนถิ่นที่อยู่อาศัย (Habitat) ของผีเสื้อ และควรส่งเสริมการวิจัยเชิงปริมาณเพื่อประเมินความพึงพอใจและมูลค่าทางเศรษฐกิจหมุนเวียนที่แท้จริง เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ในระยะยาวต่อไป..
เรียบเรียง: เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าไทย 6มิย69
เอกสารอ้างอิง (References):
• กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. (2569). รายงานยุทธศาสตร์การส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในพื้นที่ป่ามรดกโลกภาคตะวันออก. สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี).
• จังหวัดสระแก้ว. (2569). แผนพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและการสร้างรายได้หมุนเวียนในชุมชนรอบแนวเขตผืนป่าอนุรักษ์. สำนักงานจังหวัดสระแก้ว.
• ยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์, และ ญาณวุฒิ แสงวงศ์. (2569). แนวทางการสร้างแนวร่วมภาคประชาชนในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ: กรณีศึกษาอุทยานแห่งชาติปางสีดา. เอกสารประกอบการเปิดเทศกาลดูผีเสื้อปางสีดา ครั้งที่ 21.
• สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระแก้ว. (2569). สถิติมูลค่าทางเศรษฐกิจและการยืดระยะเวลาพำนักของนักท่องเที่ยวในกิจกรรมนันทนาการเชิงนิเวศ. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา.
#การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ #เศรษฐกิจฐานราก #ความหลากหลายทางชีวภาพ #อุทยานแห่งชาติปางสีดา
https://www.facebook.com/share/18VeoycyLG/?mibextid=wwXIfr

การบูรณาการการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน: ถอดบทเรียนเทศกาลดูผีเสื้อปางสีดา คร...
06/06/2026

การบูรณาการการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน: ถอดบทเรียนเทศกาลดูผีเสื้อปางสีดา ครั้งที่ 21..
การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Ecotourism) ถือเป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนรอบแนวเขตผืนป่าอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติปางสีดา ซึ่งตั้งอยู่ในเขตผืนป่ามรดกโลกภาคตะวันออก มีความโดดเด่นทางด้านความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฉพาะกลุ่มประชากรแมลงในอันดับเลพิดอปเทรา (Lepidoptera) หรือผีเสื้อ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น "เมืองผีเสื้อแห่งผืนป่าตะวันออก" บทความวิชาการฉบับนี้มุ่งศึกษาและวิเคราะห์แนวทางการบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนท้องถิ่น ผ่านกรณีศึกษาการจัดกิจกรรม "เทศกาลดูผีเสื้อปางสีดา ครั้งที่ 21" ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในมิติของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนและการสร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมศึกษา

การบูรณาการเชิงนโยบายและกลไกความร่วมมือระหว่างภาคส่วน
ความสำเร็จในการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยการบริหารราชการแผ่นดินแบบบูรณาการ จากกรณีศึกษาพบว่า การจัดกิจกรรมดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือประสานงานระหว่าง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 ปราจีนบุรี และอุทยานแห่งชาติปางสีดา) ร่วมกับโครงสร้างส่วนภูมิภาค ได้แก่ จังหวัดสระแก้ว และสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระแก้ว กลไกการดำเนินงานร่วมกันนี้แสดงให้เห็นถึงการทลายข้อจำกัดเชิงโครงสร้างการบริหารงานแนวดิ่ง (Vertical Integration) สู่การสร้างความร่วมมือแนวราบ (Horizontal Integration) เพื่อระดมทรัพยากร องค์ความรู้ และงบประมาณในการผลักดันให้เกิดกิจกรรมเชิงยุทธศาสตร์ที่สามารถตอบสนองทั้งเป้าหมายการอนุรักษ์ป่าไม้และเป้าหมายการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของจังหวัด (กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, 2569)

โมเดลเศรษฐกิจฐานรากผ่านกิจกรรม "Pangsida in Love & Butterfly Night Market"
การท่องเที่ยวในพื้นที่คุ้มครองมักเผชิญข้อจำกัดด้านการกระจายรายได้สู่ชุมชนรอบแนวเขต (Buffer Zone) อย่างไรก็ดี การปรับเปลี่ยนรูปแบบกิจกรรมในครั้งนี้ด้วยการจัดตลาดนัดยามเย็นท่ามกลางขุนเขา หรือ "Butterfly Night Market" ถือเป็นนวัตกรรมเชิงโมเดลธุรกิจชุมชน (Community-based Business Model) ที่มีนัยสำคัญในทางวิชาการ เนื่องจาก:
1. การลดช่องว่างทางเศรษฐกิจ: เป็นการเปิดโอกาสให้เกษตรกรและผู้ผลิตในท้องถิ่น นำสินค้าพื้นเมือง อาหารท้องถิ่น และผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) มาจำหน่ายโดยตรงแก่ผู้บริโภค ปราศจากพ่อค้าคนกลาง (จังหวัดสระแก้ว, 2569)
2. การยืดเวลาพำนักและการใช้จ่าย (Length of Stay): กิจกรรมในภาคค่ำ การแสดงดนตรี และมหรสพวัฒนธรรมของเยาวชน ช่วยเพิ่มแรงจูงใจทำให้นักท่องเที่ยวพำนักอยู่ในพื้นที่ยาวนานขึ้น ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นมูลค่าทางเศรษฐกิจและการหมุนเวียนของเงินตราในระบบเศรษฐกิจฐานรากอย่างมีประสิทธิภาพ (สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระแก้ว, 2569)

สิ่งแวดล้อมศึกษาและการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ
ในมิติของการอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติปางสีดาได้ทำหน้าที่เป็น "ห้องเรียนธรรมชาติ" (Living Laboratory) ผ่านการจัดนิทรรศการองค์ความรู้เกี่ยวกับวงจรชีวิตและพฤติกรรมของผีเสื้อหลากสายพันธุ์ กระบวนการถ่ายทอดความรู้ (Knowledge Transfer) รูปแบบนี้ไม่เพียงแต่ให้ความบันเทิงแก่นักท่องเที่ยว (Edutainment) แต่ยังแฝงการปลูกฝังจิตสำนึกในการปกป้องรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Conservation) (อุทยานแห่งชาติปางสีดา, 2569)

นอกจากนี้ การสร้างปฏิสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ชุมชนได้รับกับการคงอยู่ของผืนป่า ก่อให้เกิดโครงสร้าง "ผู้พิทักษ์ภาคประชาชน" (Community Rangers) โดยคนในท้องถิ่นจะแปรเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผู้ใช้ประโยชน์หรือผู้บุกรุกทรัพยากร มาเป็นแนวร่วมในการเฝ้าระวัง ดูแลรักษา และเห็นคุณค่าของผืนป่าร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐในฐานะหุ้นส่วนการพัฒนา (ยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ และญาณวุฒิ แสงวงศ์, 2569)

บทสรุปและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
เทศกาลดูผีเสื้อปางสีดา ครั้งที่ 21 ภายใต้แนวคิด "Pangsida in Love & Butterfly Night Market" มิได้เป็นเพียงกิจกรรมนันทนาการตามฤดูกาล แต่คือ "ตัวแบบเชิงรูปธรรม" ของการบริหารจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสำหรับการดำเนินงานในอนาคต ควรเน้นย้ำการจัดทำดัชนีวัดขีดความสามารถในการรองรับของพื้นที่ (Carrying Capacity) เพื่อป้องกันไม่ให้ปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นเข้าไปรบกวนถิ่นที่อยู่อาศัย (Habitat) ของผีเสื้อ และควรส่งเสริมการวิจัยเชิงปริมาณเพื่อประเมินความพึงพอใจและมูลค่าทางเศรษฐกิจหมุนเวียนที่แท้จริง เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ในระยะยาวต่อไป..
เรียบเรียง: เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าไทย 6มิย69
เอกสารอ้างอิง (References):
• กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. (2569). รายงานยุทธศาสตร์การส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในพื้นที่ป่ามรดกโลกภาคตะวันออก. สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี).
• จังหวัดสระแก้ว. (2569). แผนพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและการสร้างรายได้หมุนเวียนในชุมชนรอบแนวเขตผืนป่าอนุรักษ์. สำนักงานจังหวัดสระแก้ว.
• ยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์, และ ญาณวุฒิ แสงวงศ์. (2569). แนวทางการสร้างแนวร่วมภาคประชาชนในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ: กรณีศึกษาอุทยานแห่งชาติปางสีดา. เอกสารประกอบการเปิดเทศกาลดูผีเสื้อปางสีดา ครั้งที่ 21.
• สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระแก้ว. (2569). สถิติมูลค่าทางเศรษฐกิจและการยืดระยะเวลาพำนักของนักท่องเที่ยวในกิจกรรมนันทนาการเชิงนิเวศ. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา.
#การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ #เศรษฐกิจฐานราก #ความหลากหลายทางชีวภาพ #อุทยานแห่งชาติปางสีดา

บทเรียน ‘ขาดจิตสำนึก’ ของกลุ่มออฟโรด‘คนใจบุญ’ ในผืนป่ามรดกโลก และคำชี้แจงจากเขตฯทุ่งใหญ่ด้านตะวันตก..การเดินสายทำบุญแจกส...
05/06/2026

บทเรียน ‘ขาดจิตสำนึก’ ของกลุ่มออฟโรด‘คนใจบุญ’ ในผืนป่ามรดกโลก และคำชี้แจงจากเขตฯทุ่งใหญ่ด้านตะวันตก..
การเดินสายทำบุญแจกสิ่งของและอุปกรณ์การเรียนให้แก่เด็กนักเรียนในถิ่นทุรกันดารเป็นเรื่องที่สังคมพร้อมจะอนุโมทนาและชื่นชม ทว่ากรณีล่าสุดที่เกิดขึ้น ณ โรงเรียนบ้านกองม่องทะ สาขาบ้านเกาะสะเดิ่ง ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี กลับกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง เมื่อเพจสายยานยนต์ชื่อดัง "Aeromechx" ได้เผยแพร่พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของกลุ่มท่องเที่ยวออฟโรดกลุ่มหนึ่ง ที่นำรถยนต์ลงไปแช่กลางลำธารธรรมชาติ พร้อมทั้งบินโดรนเก็บภาพมุมสูงกันอย่างเพลิดเพลิน พฤติกรรมเช่นนี้ถูกตั้งคำถามจากสังคมว่าเป็นการ “ขาดจิตสำนึก” และนำความใจบุญมาบังหน้าเพื่อกระทำผิดกฎหมายป่าไม้หรือไม่

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการขอเข้าพื้นที่อย่างถูกต้อง
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า คณะนักท่องเที่ยวดังกล่าวได้ดำเนินการขออนุญาตเข้าพื้นที่อย่างถูกต้องตามขั้นตอน โดยแบ่งเป็น 2 คณะ รวมจำนวน 20 คน ยานพาหนะ 6 คัน เพื่อเข้าศึกษาธรรมชาติในเส้นทางหน่วยพิทักษ์ป่าสะเน่พ่อง – เกาะสะเดิ่ง ระหว่างวันที่ 30 – 31 พฤษภาคม 2569 ขณะเดียวกันทางโรงเรียนบ้านกองม่องทะ สาขาบ้านเกาะสะเดิ่ง ก็ได้มีหนังสือขออนุญาตนำคณะบุคคลเข้ามามอบอุปกรณ์กีฬา สิ่งของอุปโภคบริโภค เครื่องมือทางการเกษตร และจัดเลี้ยงอาหารกลางวันแก่ครูและนักเรียนในช่วงเวลาดังกล่าวเช่นกัน

เปิดพฤติกรรมขัดแนวทางอนุรักษ์ ย่ำยีระบบนิเวศมรดกโลก
แม้จะได้รับอนุมัติให้เข้าพื้นที่ตามขั้นตอน แต่เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวจำเป็นต้องเดินทางข้ามลำน้ำหลายจุด ทางเขตฯ และสังคมตรวจสอบพบพฤติกรรมบางประการที่ไม่เหมาะสม และขัดต่อแนวทางการอนุรักษ์ ดังนี้:

การนำยานพาหนะจอดพักและขับแช่ในลำห้วย: เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรมีสถานะเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติของยูเนสโก (UNESCO) ซึ่งถูกคุ้มครองด้วยพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 น้ำหนักรถยนต์หลายตันที่กดทับลงบนพื้นกรวดและทรายใต้น้ำจะทำลายชั้นดินและที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการรั่วไหลของคราบน้ำมัน คราบจาระบี หรือสารเคมีลงสู่สายน้ำ ซึ่งเป็น "น้ำต้นทุน" ที่สัตว์ป่าในผืนป่าแห่งนี้ต้องใช้ดื่มกิน ซึ่งทางเขตฯ ชี้ว่าการกระทำนี้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางน้ำและสภาพแวดล้อมโดยตรง

การใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) โดยไม่ได้รับอนุญาต: ผืนป่าอนุรักษ์เป็นพื้นที่อ่อนไหวและเป็นเขตห้ามบิน (No Fly Zone) เพื่อไม่ให้รบกวนสัตว์ป่า การจะนำโดรนขึ้นบินได้ หัวหน้าเขตฯ ไม่มีอำนาจอนุมัติ แต่ต้องทำหนังสือล่วงหน้า 15-30 วัน เรียนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (ส่วนกลาง) เพื่อพิจารณาเฉพาะกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะหรือการศึกษาวิจัยเท่านั้น การบินเพื่อความบันเทิงหรือทำคอนเทนต์ส่วนตัวจึงเป็นการฝ่าฝืนระเบียบและมีความผิดตามมาตรา 24 และ 25

อ้างอิง:
1. ป่าลั่นความจริง. (2569, 4 มิถุนายน). อย่าเอาความใจบุญมาเป็นใบเบิกทาง, ภาพประกอบโดย page: Aeromechx.
2. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี. (2569, 4 มิถุนายน). หนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีคณะนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่และปรากฏพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม.
3. พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562. ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 136 ตอนที่ 71 ก. หน้า 106-146.
#ทุ่งใหญ่นเรศวร #ออฟโรดใจบุญ #สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า2562 #มรดกโลกทางธรรมชาติ

04/06/2026

อย่าเอาความ ‘ใจบุญ’ เป็นใบเบิกทาง บทเรียน ‘ขาดจิตสำนึก’ ของกลุ่มออฟโรดในป่ามรดกโลก
https://www.facebook.com/share/1CxM7xqWu9/?mibextid=wwXIfr

03/06/2026

จากบทเรียน “สถานีนิเถะ” สู่จิตสำนึกใหม่: การท่องเที่ยวที่ยั่งยืนเริ่มต้นที่กฎกติกา
https://www.facebook.com/share/p/1DHV4Pmz1B/?mibextid=wwXIfr

02/06/2026
02/06/2026
02/06/2026

การอนุรักษ์พื้นที่ประวัติศาสตร์ จากการท่องเที่ยวที่ขาดจิตสำนึก ที่ อช.เขาแหลม..
กรณีศึกษานักท่องเที่ยวขับรถยนต์ออฟโรดลุยลงไปในหลุมระเบิดสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 บริเวณ “สถานีนิเถะ” ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ตามที่ปรากฏในภาพ ได้สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมและการทำลายโบราณสถานอย่างรุนแรง

คุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่ถูกทำลาย
สถานีนิเถะเคยเป็น 1 ใน 6 สถานีรถไฟที่สำคัญที่สุดในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำหน้าที่เป็นจุดเติมน้ำ เชื้อเพลิง และโรงซ่อมรถไฟก่อนมุ่งหน้าสู่ประเทศเมียนมา ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งเรียนรู้เชิงลึกที่สำคัญ ซึ่งยังคงหลงเหลือหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เช่น ไมะหมอนรถไฟ เหล็กหมุด บ่อกักเก็บน้ำ และหลุมระเบิดไม่ต่ำกว่า 10 หลุม หลุมระเบิดเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการศึกษาผังการทิ้งระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรในอดีต การนำรถยนต์ลงไปขับย่ำจึงถือเป็นการทำลายหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ประเมินค่าไม่ได้

มาตรการทางกฎหมาย
จากพฤติกรรมดังกล่าว อุทยานแห่งชาติเขาแหลมได้ออกประกาศด่วนที่สุด สั่งการให้กลุ่มบุคคลที่กระทำผิดเข้ามาติดต่อและชี้แจงข้อเท็จจริงต่อเจ้าหน้าที่ภายใน 7 วัน เนื่องจากเป็นการกระทำที่เข้าข่ายส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทางอุทยานฯ กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด

บทสรุป
อุทยานแห่งชาติและสถานที่ทางประวัติศาสตร์มีไว้เพื่อการศึกษาและอนุรักษ์ มิใช่พื้นที่สำหรับการเล่นออฟโรดส่วนตัว ความรับผิดชอบต่อส่วนรวมและจิตสำนึกในการรักษาสมบัติของชาติจึงเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานสำหรับนักท่องเที่ยว เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต ..
เรียบเรียง: ป่าลั่นความจริง 2มิย69
อ้างอิง: เพจ Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ 2มิย69
ภาพ:
• Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ
• พิทักษ์ ศรัทธา
#อุทยานแห่งชาติเขาแหลม #สถานีนิเถะ #ทางรถไฟสายมรณะ #ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์
https://www.facebook.com/share/p/18XTC7Vyyf/?mibextid=wwXIfr

01/06/2026

ถอดรหัสความสมบูรณ์ระบบนิเวศผ่าน "ฝูงกวางป่าภูเขียว" และกวางคืนสู่เหย้าที่แม่วงก์
https://www.facebook.com/share/p/17nUQmntRp/?mibextid=wwXIfr

ที่อยู่

อำเภอเมือง
Nakhon Thai
65000

เบอร์โทรศัพท์

+66819720912

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าไทยผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าไทย:

แชร์