สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช

สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช 🗣️ สอบถาม/แจ้งข้อมูล
☎️ 075 356 458
📩 E-mail : [email protected]

สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช ตรวจรับงานโครงการอนุรักษ์และพัฒนาโบราณสถานอุโบสถวัดเบิก จังหวัดนครศรีธรรมราชวันพฤหัสบดี...
28/05/2026

สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช ตรวจรับงานโครงการอนุรักษ์และพัฒนาโบราณสถานอุโบสถวัดเบิก
จังหวัดนครศรีธรรมราช
วันพฤหัสบดีที่ ๒๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ นายภัทรพงษ์ เก่าเงิน ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช เป็นประธานตรวจรับพัสดุโครงการอนุรักษ์และพัฒนาโบราณสถานอุโบสถวัดเบิก ตำบลฉลอง อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช งวดงานที่ ๒ พร้อมด้วยคณะกรรมการ ผู้อำนวยการกลุ่มโบราณคดี ผู้อำนวยการกลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช และผู้ควบคุมงาน เข้าร่วมประชุมตรวจรับพัสดุโครงการดังกล่าว ณ อุโบสถวัดเบิก ตำบลฉลอง อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช
วัดเบิก ตั้งอยู่ที่ตำบลฉลอง อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๐ และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๔ ในอดีตบริเวณนี้เป็นเส้นทางเดินเรือสำเภา ต่อมามีเรืออับปางและพบพระพุทธรูปปางเบิกเนตรในแอ่งน้ำ ชาวบ้านจึงร่วมกันสร้างวัดและขนานนามว่า "วัดเบิกเนตร" เพื่อเป็นนิมิตหมาย ก่อนจะเรียกสั้นลงว่า "วัดเบิก" ในปัจจุบัน
สิ่งสำคัญภายในวัด ได้แก่ อุโบสถ มีลักษณะครึ่งปูนครึ่งไม้ ด้านหน้าและด้านหลังมีประตูเข้าออกด้านละ ๑ บาน ไม่มีบานหน้าต่าง ภายในอุโบสถมีเสาเรียงรายทั้ง ๒ ด้าน ภายในประดิษฐานพระประธานซึ่งเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นเก่าแก่ฝีมือช่างศิลปะท้องถิ่น มีพระบริวารซ้ายขวาฝีมือช่างศิลปะท้องถิ่น พระพุทธรูปศิลาทรายแดง สภาพชำรุด พระเศียรหักหายไป แขนทั้งสองข้างขาดหาย ลักษณะนั่งขัดสมาธิประดิษฐานภายในอุโบสถ เจดีย์ทรงสี่เหลี่ยม มีลักษณะเป็นเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง ลดหลั่นเป็นสามชั้น มีฐานสี่เหลี่ยมรองรับ ซึ่งอดีตเจ้าอาวาสได้ก่อสร้างคร่อมเจดีย์องค์เก่า เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๒ ฐานรูปเคารพรูปสี่เหลี่ยม ทำด้วยหินปูน ยกขอบทุกด้าน มีรางน้ำมนต์ยื่นออกมาด้านหนึ่ง กลางแท่นเจาะรูรูปวงกลมทะลุเนื้อหินหนึ่งรู ตัวฐานแตกออกเป็น ๔ ชิ้น ฐานรูปเคารพมีขนาดยาว ๙๐ เซนติเมตร กว้าง ๙๐ เซนติเมตร และกรอบประตู ทำจากหินปูน
กรมศิลปากรได้ประกาศรายชื่อโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๑๔๙ ง ลงวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๖

#สำนักศิลปากรที่๑๒นครศรีธรรมราช #วัดเบิก #อนุรักษ์โบราณสถาน #สิชล

🚤🎨 ล่องเรือถอดรหัสภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์แห่งอ่าวพังงา📍 ตอนที่ 1 : แหล่งภาพเขียนสีเขาเขียน 2 (เขาพัง)          🌊ชวนอ...
25/05/2026

🚤🎨 ล่องเรือถอดรหัสภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์แห่งอ่าวพังงา
📍 ตอนที่ 1 : แหล่งภาพเขียนสีเขาเขียน 2 (เขาพัง)
🌊ชวนออกเรือไปตามรอยอารยธรรมมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ณ "แหล่งภาพเขียนสีเขาเขียน 2" หรือ "เขาพัง" ตั้งอยู่ที่บ้านเกาะปันหยี อำเภอเมือง จังหวัดพังงา ซึ่งตั้งอยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเลปัจจุบันราว 3 – 4 เมตร 🏞️
🌿 #สภาพทั่วไปโดยรอบแหล่ง
เขาเขียน ตั้งอยู่บริเวณปากคลองเกาะปันหยีและคลองในหงบ ทางตอนใต้ของอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา เป็นภูเขาหินปูนยุคเพอร์เมียน มีสภาพภูมิประเทศแบบกำแพงคาสต์ สูงชันทอดยาวคล้ายกำแพง และปกคลุมด้วยป่าไม้หนาทึบ
บริเวณนี้พบแหล่งภาพเขียนสีสำคัญ ได้แก่ เขาเขียน 1 และเขาเขียน 2 (เขาพัง) รวมทั้งมีร่องรอย “เว้าทะเล” จากการกัดเซาะของคลื่น ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่ใช้ศึกษาการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเลและลักษณะชายฝั่งในอดีต โดยรอยเว้าที่พบบางแห่งลึกมากกว่า 3 เมตรและมีลักษณะสมมาตรชัดเจน

🌿 #สภาพทั่วไปภายในแหล่ง
แหล่งภาพเขียนสีเขาเขียน 2 (เขาพัง) เป็นเพิงผาริมฝั่งตะวันออกของเขาเขียน ติดคลองเกาะปันหยี มีลักษณะเป็นรอยเว้ายาวขนานกับภูเขา สามารถเดินและพักอาศัยได้ พบหินงอก หินย้อย และเสาหินกระจายตลอดแนวเพิงผา
ด้านหน้าเพิงผาหันออกสู่คลองเกาะปันหยี มองเห็นป่าชายเลนและภูเขาหินปูนโดยรอบ ช่วงน้ำลดจะเห็นสันทรายห่างออกไปราว 50–60 เมตร บริเวณเพิงผามีพืชขึ้นปกคลุม และพบร่องรอยการกัดเซาะของน้ำทะเลบนผิวหินปูน ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของสภาพชายฝั่งในอดีต
🎨 #ลักษณะภาพเขียนสี/ศิลปะถ้ำ
แหล่งภาพเขียนสีเขาเขียน 2 ตั้งอยู่บริเวณเพิงผาฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะหันหน้าออกสู่คลองเกาะปันหยี จากการสำรวจครั้งล่าสุด (พ.ศ. 2568) คณะสำรวจได้แบ่งพื้นที่สำรวจย่อยออกเป็น 4 โซน เพื่อความสะดวกในการบันทึกข้อมูล ดังนี้
🔸 โซนที่ 1 : กลุ่มภาพ A B C D E และ F
🔸 โซนที่ 2 : กลุ่มภาพ G และ H
🔸 โซนที่ 3 : กลุ่มภาพ I J K และ L
🔸 โซนที่ 4 : กลุ่มภาพ M และ N
#กลุ่ม A อยู่ห่างจากเพิงผาด้านทิศเหนือมาทางใต้ 3.4 เมตร มีความสูงจากพื้นถึงตัวภาพ 2.1 เมตร ปรากฏภาพสัญลักษณ์หรือสัตว์? เขียนเป็นลายเส้นสองเส้นซ้อนกันเป็นโครงร่าง ด้านในตกแต่งด้วยวงกลมสองวง และภาพที่มีความเสื่อมสภาพจากการหลุดร่อนของผนังเพิงผาจนไม่สามารถระบุรูปร่างที่ชัดเจนได้

#กลุ่ม B อยู่ห่างจากเพิงผาด้านทิศเหนือมาทางใต้ 3 เมตร มีความสูงจากพื้นถึงตัวภาพ 1.9 เมตร ปรากฏภาพเขียนสีระบายทึบสีแดง มีความเสื่อมสภาพจากการหลุดร่อนของผนังเพิงผาจนไม่สามารถระบุรูปร่างที่ชัดเจนได้

#กลุ่ม C อยู่ห่างจากเพิงผาด้านทิศเหนือมาทางใต้ 3 เมตร มีความสูงจากพื้นถึงตัวภาพ 1.9 เมตร ปรากฏภาพเขียนสีระบายทึบสีแดง มีความเสื่อมสภาพจากการหลุดร่อนของผนังเพิงผาจนไม่สามารถระบุรูปร่างที่ชัดเจนได้

#กลุ่ม D อยู่ห่างจากด้านทิศใต้ของกลุ่มภาพโซนที่ 1 ระยะ 2.7 เมตร มีความสูงจากพื้นถึงตัวภาพ 1.3 เมตร ปรากฏภาพเขียนสีแดง มีความเสื่อมสภาพจากการหลุดร่อนของผนังเพิงผาจนไม่สามารถระบุรูปร่างที่ชัดเจนได้

#กลุ่ม E อยู่ห่างจากด้านทิศใต้ของกลุ่มภาพโซนที่ 1 ระยะ 2.7 เมตร มีความสูงจากพื้นถึงตัวภาพ 2.3 เมตร ปรากฏภาพเขียนสีระบายทึบสีแดง มีความเสื่อมสภาพจากการหลุดร่อนของผนังเพิงผาจนไม่สามารถระบุรูปร่างที่ชัดเจนได้

#กลุ่ม F อยู่ห่างจากด้านทิศใต้ของกลุ่มภาพโซนที่ 1 ระยะ 2.7 เมตร มีความสูงจากพื้นถึงตัวภาพ 2.3 เมตร ปรากฏภาพเขียนสีแดงคล้ายบุคคลยืนชูแขนกางขา? มีความเสื่อมสภาพจากการหลุดร่อนของผนังเพิงผา

#กลุ่ม G อยู่ห่างจากด้านทิศใต้ของกลุ่มภาพโซนที่ 1 ระยะ 5.2 เมตร มีความสูงจากพื้นถึงตัวภาพ 1.6 เมตร ปรากฏภาพเขียนสีระบายทึบสีส้มคล้ายบุคคลที่มีศีรษะกลม ลำตัวทรงสี่เหลี่ยมปลายมน ขาเรียวยาวแต่ส่วนเท้าค่อนข้างใหญ่

#กลุ่ม H อยู่ห่างจากด้านทิศใต้ของกลุ่มภาพโซนที่ 1 ระยะ 2.8 เมตร มีความสูงจากพื้นถึงตัวภาพ 1.6 เมตร ปรากฏภาพเขียนสีส้มระบายทึบบางส่วน คล้ายบุคคลที่มีศีรษะกลม ลำตัวท้วม ภาพค่อนข้างเสื่อมสภาพจนบางส่วนลบเลือนออกไป

#กลุ่ม I อยู่ห่างจากด้านทิศใต้ของกลุ่มภาพโซนที่ 1 ระยะ 2.5 เมตร มีความสูงจากพื้นถึงตัวภาพ 1.2 เมตร ภาพเขียนสีระบายทึบสีแดง มีความเสื่อมสภาพจากการที่ผนังบางส่วนหลุดร่อน

#กลุ่ม J อยู่ห่างจากภาพกลุ่ม I มาทางด้านทิศใต้ 2.8 เมตร มีความสูงจากพื้นถึงตัวภาพ 1.7 เมตร ปรากฏภาพเขียนสีระบายทึบและลายเส้นสีแดงหลายภาพ ภาพที่โดดเด่นที่สุดบริเวณนี้เป็นภาพที่เขียนวาดโครงร่างคล้ายบุคคลหรือสัญลักษณ์บางอย่าง และภาพลายเส้นที่วาดเรขาคณิตประกอบกันเป็นรูปร่างต่าง ๆ

#กลุ่ม K อยู่ห่างจากภาพกลุ่ม J มาทางด้านทิศใต้ 1.5 เมตร มีความสูงจากพื้นถึงตัวภาพ 1.6 เมตร ปรากฏภาพเขียนสีลายเส้นสองสีทับซ้อนกัน คือ ภาพช้างที่เขียนด้วยสีส้ม รูปร่างอ้วนท้วม เห็นส่วนที่เป็นงวงค่อนข้างชัดเจน ใบหูตั้งขึ้นสองข้าง แสดงรายละเอียดนิ้วเท้าเกือบทั้งสี่เท้า และภาพสามเหลี่ยมทับบนหลังช้าง เขียนด้วยลายเส้นสีแดง มุมด้านข้างเป็นเส้นสองเส้นขนานกัน นอกจากนี้ยังพบร่องรอยภาพเขียนสีสีแดงที่มีความเสื่อมสภาพจากการที่ผนังบางส่วนหลุดร่อนจนหลงเหลือเพียงบางส่วน

#กลุ่ม L อยู่ห่างจากภาพกลุ่ม K มาทางด้านทิศใต้ 3 เมตร มีความสูงจากพื้นถึงตัวภาพ 2 เมตร ปรากฏภาพเขียนสีระบายทึบบางส่วนและลายเส้นสีแดง ลักษณะคล้ายบุคคลกำลังจับปลาและถือแห ส่วนศีรษะระบายทึบ ลำตัวเป็นทรงสามเหลี่ยมคว่ำลง ด้านในตกแต่งด้วยลายเส้นขีดเชื่อมโยงกันไปมา ภาพคล้ายบุคคลกำลังจับปลาอีกภาพหนึ่งวาดโครงร่าง ด้านในตกแต่งด้วยช่องเหลี่ยม 8 ช่อง ภาพคล้ายปลากระเบน ภาพสี่เหลี่ยม และภาพบางส่วนมีความเสื่อมสภาพจนไม่สามารถระบุรูปร่างที่ชัดเจนได้

#กลุ่ม M อยู่ห่างจากเพิงผาของภาพกลุ่มโซนที่ 2 มาทางด้านทิศใต้ 1.5 เมตร มีความสูงจากพื้นถึงตัวภาพ 1 เมตร ปรากฏภาพเขียนสีระบายทึบบางส่วนและลายเส้นสีแดง ส่วนใหญ่เป็นภาพคล้ายบุคคลแสดงอวัยวะเพศชาย? ศีรษะและลำตัวเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมูประกอบกัน และภาพบางส่วนที่มีความเสื่อมสภาพจากการที่ผนังเพิงผาหลุดร่อนจนไม่สามารถระบุรูปร่างที่ชัดเจนได้

#กลุ่ม N อยู่ห่างจากเพิงผาของภาพกลุ่มโซนที่ 2 มาทางด้านทิศใต้ 6.6 เมตร มีความสูงจากพื้นถึงตัวภาพ 1.9 เมตร ปรากฏภาพเขียนสีลายเส้นสีแดง ภาพมีความเสื่อมสภาพจากการที่ผนังเพิงผาหลุดร่อนจนไม่สามารถระบุรูปร่างที่ชัดเจนได้
🌊 แหล่งภาพเขียนสีเขาเขียน 2 (เขาพัง) พบภาพเขียนสีแดงเข้มจำนวนมาก บนผนังเพิงผาริมอ่าวพังงา โดยใช้เทคนิคระบายทึบ ระบายบางส่วน และลายเส้น ปรากฏทั้งภาพสัญลักษณ์ ภาพเรขาคณิต และภาพบุคคล เช่น คนจับปลา ถือแห หรือมีลวดลายตกแต่งแตกต่างกัน สะท้อนวิถีชีวิตของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่พึ่งพาทรัพยากรทางทะเลเป็นหลัก

พื้นที่แห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณปากทางคลองสำคัญที่เชื่อมต่อสู่แผ่นดินด้านใน และอยู่ใกล้แหล่งภาพเขียนสีอื่น ๆ ในอ่าวพังงา อีกทั้งลักษณะเพิงผายังเหมาะแก่การอยู่อาศัยและพักหลบคลื่นลม จึงนับเป็นหลักฐานสำคัญที่บันทึกร่องรอยมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ในพื้นที่อ่าวพังงาอีกแห่งหนึ่ง
อ้างอิง
ธนภรณ์ หาญฉวะ. รายงานสำรวจแหล่งภาพเขียนสีเขาเขียน 2 ตำบลเกาะปันหยี อำเภอเมือง จังหวัดพังงา. เอกสารอัดสำเนา. กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช, 2568.

#เรียบเรียง/กราฟฟิก : นางสาวอนุธิดา ส่งบำเพ็ญ นักวิชาการวัฒนธรรม

สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช ตรวจรับงานโครงการอนุรักษ์และพัฒนาโบราณสถานอุโบสถวัดคีรีเขต จังหวัดพังงาเมื่อวันอังคารที...
20/05/2026

สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช ตรวจรับงานโครงการอนุรักษ์และพัฒนาโบราณสถานอุโบสถวัดคีรีเขต จังหวัดพังงา
เมื่อวันอังคารที่ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ นายภัทรพงษ์ เก่าเงิน ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช เป็นประธานตรวจรับพัสดุโครงการอนุรักษ์และพัฒนาโบราณสถานอุโบสถวัดคีรีเขต ตำบลตะกั่วป่า อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา งวดงานที่ ๓ พร้อมด้วยคณะกรรมการ ผู้อำนวยการกลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช และผู้ควบคุมงาน เข้าร่วมประชุมตรวจรับพัสดุโครงการดังกล่าว ณ อุโบสถวัดคีรีเขต ตำบลตะกั่วป่า อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา
วัดคีรีเขต ตั้งอยู่ที่ตำบลตะกั่วป่า อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา เป็นวัดแห่งแรกของเมืองตะกั่วป่า สร้างขึ้นเมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๓๖ แต่เดิมนั้นเป็นเพียงที่พำนักของพระภิกษุสงฆ์ ต่อมาจึงได้พัฒนาจนมีฐานะเป็นวัดและมีผู้เรียกชื่อหลายชื่อเช่น วัดควนป้อม วัดควนชายเขา วัดควนเจดีย์ วัดลุ่มวัดตลาดใต้ จนกระทั่งปัจจุบันได้ใช้ชื่อเป็นวัดคีรีเขต หรือวัดพระธาตุคีรีเขต และเป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุประจำเมืองตะกั่วป่า ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๔๖๒
สิ่งสำคัญภายในวัด ได้แก่ พระอุโบสถ ก่ออิฐถือปูนเรียบง่ายแบบท้องถิ่น มีหลังคาซ้อนกัน ๒ ชั้น มุงด้วยกระเบื้องว่าวซีเมนต์ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปทองเหลือง รอบอุโบสถมีใบเสมาทำเป็นรูปสี่เหลี่ยมทรงดอกบัวตูม และยังมีเนินโบราณสถานรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ฐานก่อด้วยกรวดทรายผสมปูนอัดเป็นชั้น เช่นเดียวกับกำแพงจวนเจ้าเมืองตะกั่วป่า
กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน ในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ ๑๑๖ ตอนพิเศษ ๗ ง ลงวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๔๒ มีพื้นที่ ๓ งาน ๓๔.๓๐ ตารางวา

14/05/2026
01/05/2026
 💦🌞❄️"5 พิกัดแหล่งประวัติศาสตร์และโบราณสถานร่มรื่น เที่ยวคลายร้อน ฟีลเย็นสบาย กลางธรรมชาติ"ในช่วงอากาศร้อนจัดของภาคใต้ 🥵...
28/04/2026

💦🌞❄️

"5 พิกัดแหล่งประวัติศาสตร์และโบราณสถานร่มรื่น เที่ยวคลายร้อน ฟีลเย็นสบาย กลางธรรมชาติ"

ในช่วงอากาศร้อนจัดของภาคใต้ 🥵 ไม่ได้มีแค่ทะเลให้คลายร้อนเท่านั้น “โบราณสถาน” หลายแห่งก็ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่ร่มเย็น ทั้งถ้ำ น้ำตก และผาหินปูน ที่ให้ทั้งความรู้ทางประวัติศาสตร์และความสดชื่นไปพร้อมกัน

ใกล้ที่ไหน ไปที่นั่น! มาเปลี่ยนบรรยากาศหน้าร้อนให้สดชื่นด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์กันค่ะ ✨📜📸

เรื่อง/ภาพ: นางสาวโสมสินี สุขเกษม นักวิชาการวัฒนธรรม
กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช

#สำนักศิลปากรที่12นครศรีธรรมราช #ที่เที่ยวภาคใต้ #หนีร้อน #ประวัติศาสตร์ไทย #โบราณสถาน

23/04/2026

ดอกบัว “ปัทมา” (पद्म)
ดอกบัว หนึ่งในสัญลักษณ์มงคลของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู

ดอกบัวเป็นสิ่งที่เกิดจากโคลนตมแต่กลับผุดขึ้นสู่ผิวน้ำด้วยความบริสุทธิ์และเบ่งบานรับแสงอาทิตย์ จากวิวัฒนาการที่เริ่มจากโคลนตม สื่อถึงอวิชชา(ความไม่รู้) แต่ก็ยังสามารถเข้าสู่สภาวการรู้แจ้งเฉกเช่นดวกบัวที่เบ่งบานรับแสงอาทิตย์ ดอกบัวตูมจึงเป็นสัญลักษณ์ของศักยภาพที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน เพราะการจะพ้นขึ้นสู่ผิวน้ำมันต้องผ่านทั้งโคลนตม ทั้งต้องเผชิญกับอุปสรรคต่าง ๆ และการเบ่งบานจึงเป็นสัญลักษณ์ของการหลุดพ้น และบรรลุถึงความสำเร็จ

ในเทพปกรณัมของศาสนาพรหมณ์-ฮินดู ในการสร้างโลกตามความเชื่อของไวษณพนิกาย ดอกบัวได้ผุดขึ้นจากสะดือของพระวิษณุเป็นตัวแทนของโลก(ธรณี) ก่อนที่พระพรหมจะถือกำเนินขึ้นเพื่อสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ บนโลก จึงนิยมสร้างพระพรหมประทับบนดอกบัว

ตามความเชื่อของอินเดียโบราณยังเชื่อกันว่า โลกมีลักษณะเป็นแผ่นบาง ๆ ที่ลอยอยู่บนน้ำ ในลักษณะเดียวกันกับดอกบัว ดังปรากฏในวราหาวตาร(อวตารเป็นหมูป่า) เมื่อครั้งหนึ่งมีอสูรม้วนแผ่นดินนำไปซ่อนไว้ในน้ำ พระวิษณุจึงอวตารเป็นหมูป่าดำน้ำลงไปใช้เขี้ยวงัดเอาแผ่นดินขึ้นมาให้ลอยไว้ดังเดิม

ในงานศิลปกรรมของพระวิษณุ แต่ละพระหัตถ์มักจะทรงจักร สังข์ คฑา และธรณี ซึ่งนอกจากจะสร้างรูปธรณีเป็นก้อนกลมแล้ว บางครั้งยังทำเป็นสัญลักษณ์รูปดอกบัวไว้ในฝ่าพระหัตถ์ เพื่อสื่อถึงการโอบอุ้มดูแลโลก และการสร้างพระวิษณุบนฐานดอกบัว ดอกบัวอาจจะสื่อถึง น้ำ ด้วยพระวิษณุเป็นเทพผู้มีที่ประทับอยู่ในเกษียรสมุทร(ทะเลน้ำนม)

ดอกบัวเมื่อปรากฏคู่กับเทพเจ้าที่ต่างกัน ก็อาจจะสื่อถึงความหมายที่แตกต่างกันออกไป เช่น การปรากฏคู่กับพระเทวี พระลักษมี ดอกบัวอาจหมายถึง ความบริสุทธิ์ พระสุรัสวดี ดอกบัวอาจหมายถึง ปัญญา การรู้แจ้ง พระอุมา ดอกบัวอาจหมายถึง ศักยภาพที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน

ดอกบัวจึงปรากฏได้ทั้งในรูปแบบของคำสอนและสัญลักษณ์ในงานศิลปกรรม ทั้งประติมากรรมรูปเคารพ และงานสภาปัตยกรรม ที่สามารถสื่อได้ถึง โลก(ธรณี) น้ำ(ผู้เกิดจากน้ำ) ความบริสุทธิ์ ศักยภาพที่ซ่อนเร้น ปัญญา ญาณ การรู้แจ้ง การหลุดพ้น หรือในความหมายอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับตำนาน ความเชื่อ และการให้ความหมายในบริบทต่าง ๆ ที่ต้องการจะสื่อ

"ฐานบัว" ที่จัดแสดงอยู่ภายในห้องจัดแสดงที่ ๒ "ปรากฏภาษาเขียนและศาสนา" พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง พบร่วมกับ พระวิษณุ (พระนารายณ์) เทพเจ้าสูงสุดในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ลัทธิไวษณพนิกาย สลักจากหินตะกอนเนื้อเถ้าภูเขาไฟ (tuffaceous sandstone) ในกลุ่มหินแก่งกระจาน (CPk) เป็นรูปเคารพประธานในกลุ่มประติมากรรมวิษณุ
มัธยมโยคสถานกมูรติ (ประติมากรรมพระวิษณุยืนในท่าโยคะขั้นกลาง) รูปแบบศิลปะอินเดียใต้ สมัยปัลลวะตอนปลาย มีอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๔ พบจากโบราณสถานเขาพระนารายณ์ (เขาเวียง) อำเภอกะปง จังหวัดพังงา

สามารถมาเที่ยวชมนิทรรศการ เข้าสักการะพระวิษณุรับพลังความบริสุทธิ์ ปลุกศักยภาพที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน สู่ปัญญาที่รู้แจ้ง เพื่อบรรลุถึงความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ได้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง เราเปิดให้บริการวันทุกพุธ - วันอาทิตย์ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น.

ผู้เรียบเรียง
ธัชวิทย์ ทวีสุข
ภัณฑารักษ์ปฏิบัติการ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง

07/04/2026
วันพฤหัสบดีที่ ๒ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ เวลา ๑๐.๐๐ น. สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช จัดกิจกรรมรณรงค์ดูแลรักษามรดกศิลป...
02/04/2026

วันพฤหัสบดีที่ ๒ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ เวลา ๑๐.๐๐ น. สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช จัดกิจกรรมรณรงค์ดูแลรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๙ ณ โบราณสถานเขาคา ตำบลเสาเภา อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีนายวิทยา เขียวรอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธี นายภัทรพงษ์ เก่าเงิน ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดกิจกรรม และนายวีรศักดิ์ บัวศรี นายอำเภอสิชล เป็นผู้กล่าวต้อนรับผู้ร่วมกิจกรรม พร้อมด้วยข้าราชการ เจ้าหน้าที่จากสำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชุมพร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไชยา หอสมุดแห่งชาตินครศรีธรรมราช สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช อาสาสมัครท้องถิ่นในการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม (อส.มศ.) จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวนรวมกว่า ๖๐ คน ร่วมกันทำความสะอาดบริเวณโบราณสถานเขาคา เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๙ รวมทั้งแสดงถึงการมีส่วนร่วมและสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนเกิดความรัก หวงแหน ตลอดจนเห็นคุณค่าความสำคัญของมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่มีอยู่ในท้องถิ่นของตน อันจะก่อให้เกิดการสืบสานและรักษามรดกวัฒนธรรมสืบไป

กรมศิลปากร จัดทำบอร์ดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่...
01/04/2026

กรมศิลปากร จัดทำบอร์ดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ ๒ เมษายน ๒๕๖๙

ที่อยู่

สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช ถ. ราชดำเนิน ต. ในเมือง อ. เมืองฯ จ. นครศรีธรรมราช
Nakhon Si Thammarat
80000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

075356458

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราชผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช:

แชร์