BuengBoraphet Wildlife Research Station

BuengBoraphet Wildlife Research Station สถานีวิจัยสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด หมู่ 5 ต.พระนอน อ.เมือง จ.นครสวรรค์ 60000

🎉วันนี้ที่ลอยคอ~ รอคอย!แฮร่!!!!✨เช้าวันศุกร์ 27 มี.ค 69 ที่สำรวจนกรอบบึงบอระเพ็ดตามปกติ บังเอิญพบเข้ากับ"นกปากช้อนหน้าดำ...
28/03/2026

🎉วันนี้ที่ลอยคอ~ รอคอย!แฮร่!!!!✨
เช้าวันศุกร์ 27 มี.ค 69 ที่สำรวจนกรอบบึงบอระเพ็ดตามปกติ บังเอิญพบเข้ากับ"นกปากช้อนหน้าดำ" 👄🥄
แอดมินยังจดจำสัญญาที่ให้ไว้ว่า เจอเจ้าตัวที่บึงบอระเพ็ดเมื่อไหร่จะมาอวดให้ดู หายไปนานนนน จนแอดคิดว่าน้องไม่อยู่ในบึงแล้วซะอีก 😖
วันเสาร์สำราญใจแบบนี้ก็ขอนำรูปสวยๆมาอวดกันหน่อยยยยยย 📸✨
ปล.ย้อนไปดูความรู้เกี่ยวกับนกปากช้อนหน้าดำได้ในหน้าเพจเลยนะคะ https://www.facebook.com/share/v/17sx1965D3/ ☺️☝🏻

12/03/2026
06/03/2026

📢 𝙊𝙉𝙀𝙋 𝙇𝙚𝙖𝙧𝙣𝙞𝙣𝙜 #22 🌱

“เมื่อปีกนกข้ามโลก🪽: นกน้ำอพยพ กระจกสะท้อนความสมดุลของธรรมชาติ”

ทุกปี เมื่อฤดูกาลเปลี่ยนไป โลกไม่ได้เปลี่ยนแค่สภาพอากาศ แต่กำลังเขย่าเส้นทางชีวิตของสิ่งมีชีวิตนับล้าน บนท้องฟ้าที่เราอาจเงยหน้ามองผ่านไปโดยไม่ทันสังเกต มีนกน้ำอพยพกำลังออกเดินทาง บินข้ามทวีป ข้ามประเทศ และข้ามความเสี่ยงนับไม่ถ้วน ไม่ใช่เพื่อการผจญภัย แต่เพื่อโอกาสเดียวที่ธรรมชาติให้ไว้ คือ “การมีชีวิตรอด” และการที่ประเทศไทยกลายเป็นหนึ่งในจุดแวะพักของนกเหล่านี้ จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หากแต่เป็นข้อความจากธรรมชาติที่กำลังบอกเราว่า พื้นที่แห่งนี้ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ ยังคงเชื่อมโยงอยู่ในระบบนิเวศของโลก และยังสะท้อนถึงความรับผิดชอบที่มนุษย์ไม่อาจเมินเฉยหรือผลักให้เป็นเรื่องของใครคนอื่นได้อีกต่อไป

แล้วถ้าปีกนกที่ข้ามโลก🪽…มีเรื่องราวมากกว่าที่เราเห็นล่ะ?

เเน่นอน…วันนี้แอดจะพามาเปิดโลก ทำความรู้จักทั้งนกน้ำอพยพ เส้นทางการบินที่เชื่อมโยงโลกทั้งใบ รวมถึงการดูแลสมดุลของธรรมชาติที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่า ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญอยู่ตรงกลางเรื่องราวนี้ เพราะการเข้าใจการเดินทางของนกน้ำอพยพ ไม่ใช่แค่การเรียนรู้เรื่องสัตว์ป่า แต่คือการทำความเข้าใจธรรมชาติ และบทบาทของเราเองบนโลกใบเดียวกัน

ถ้าพร้อมแล้ว มาเริ่มเปิดน่านฟ้าไปด้วยกันกับแอดได้เลยครับ ✨

📌นกน้ำอพยพ สำคัญอย่างไร?

นกน้ำอพยพเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ ที่มีความสำคัญในการใช้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัย และแหล่งอาหารที่สำคัญของนกน้ำอพยพในช่วงฤดูกาลอพยพ ช่วยควบคุมสมดุลธรรมชาติประชากรสัตว์น้ำขนาดเล็ก และเพิ่มคุณค่าด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้กับชุมชนท้องถิ่นอีกด้วย โดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ สผ. ในฐานะหน่วยประสานงานกลางภายใต้โครงการความร่วมมือพันธมิตรว่าด้วยการอนุรักษ์นกน้ำอพยพและถิ่นที่อยู่อาศัยของนกน้ำอพยพอย่างยั่งยืนในเส้นทางการบินเอเชียตะวันออก - ออสเตรเลีย (The East Asian-Australasian Flyway Partnership: EAAFP) ทำหน้าที่ในการประสานงานร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน และชุมชนท้องถิ่น เพื่อร่วมกันส่งเสริมการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์จากพื้นที่เครือข่ายนกน้ำอพยพอย่างยั่งยืน การเสนอพื้นที่เครือข่ายนกน้ำอพยพ และการจัดทำแผนบริหารจัดการพื้นที่เครือข่ายนกน้ำอพยพโดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วม ซึ่งแน่นอนว่า พวกเราชาว สผ. ทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อเป็นฟันเฟืองและกลไกในการขับเคลื่อนเรื่องนกน้ำอพยพอยู่นั่นเองครับ

📌เส้นทางการบินและการที่ประเทศไทยมีนกน้ำอพยพแสดงให้เห็นถึงอะไร?

ถ้าเรามองกันในเชิงภูมิศาสตร์ จะพบว่า ประเทศไทยตั้งอยู่ในเส้นทางการบินเอเชียตะวันออก - ออสเตรเลีย (EAAF) 1 ใน 9 เส้นทางบินอพยพที่มีระยะทางยาวที่สุดในโลก ทอดยาวตั้งแต่ตอนเหนือของบริเวณแหลมชูคอตก้า ประเทศรัสเซีย ผ่านมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ลงไปจนถึงออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ …อู้วววว แอดรีบเปิดแผนที่โลกดูเลยครับ ตื่นเต้นขึ้นทุกที 🌏

และแล้ว … เมื่อซีกโลกเหนือเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวแหล่งอาหารและแหล่งทำรังวางไข่ของนกน้ำอพยพถูกปกคลุมไปด้วยหิมะและน้ำแข็ง การบินอพยพเป็นระยะทางไกลนับพันนับหมื่นกิโลเมตร เพื่อหาพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ สภาพแวดล้อมที่ดี มีความอบอุ่น และปลอดภัยจากการถูกรบกวน จึงเป็นทางเลือกเดียวของการเอาตัวรอดในครั้งนี้ และเมื่อถึงช่วงฤดูร้อนพวกมันก็จะบินอพยพกลับไปยังถิ่นที่อยู่อาศัยเดิมเพื่อทำรังวางไข่ เป็นประจำแบบนี้ทุก ๆ ปี เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวและนักเดินทาง ที่มักจะมาเยี่ยมเยือนสถานที่ที่สวยงาม ปลอดภัย มีอาหารอร่อย ผู้คนอัธยาศัยดี

ท่านผู้อ่านคงมีคำถามในใจว่า แล้วประเทศไทยมีนกน้ำอพยพบ้างหรือไม่? และมีชนิดใดบ้างกันนะ? แอดขอบอกเลยครับว่า ประเทศไทยมีนกน้ำอพยพที่สำคัญหลากหลายชนิด เช่น

* นกชายเลนปากช้อน (Spoon-billed Sandpiper) ที่ได้รับฉายาว่าเป็น “Queen of Flyway” มีความโดดเด่นที่ปลายปากที่มีลักษณะเป็นรูปทรงคล้ายกับช้อน มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (Critically Endangered: CR) เนื่องจากประชากรทั่วโลกเหลือเพียงแค่ประมาณ 400 – 600 ตัว และมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องทุกปี พบที่ประเทศไทยในช่วงฤดูกาลอพยพประมาณ 10 - 15 ตัว เป็นประจำเกือบทุกปี

* นกทะเลขาเขียวลายจุด (Nordmann’s Greenshank) มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ (Endangered: EN) เหลือประชากรทั่วโลกประมาณ 1,500 – 2,000 ตัว พบในประเทศไทย 300 – 350 ตัว ในช่วงฤดูกาลอพยพ

และยังมีนกน้ำอพยพอีกหลายชนิดที่มีความสำคัญและน่าสนใจ เช่น กลุ่มนกนางนวล เป็นต้น นกเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงสภาพแวดล้อมที่ดีมีความสมบูรณ์ และยังดึงดูดนักดูนกและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกทั้งชาวไทยและต่างประเทศเข้ามาถ่ายภาพ เยี่ยมชมพื้นที่เพื่อสัมผัสบรรยากาศด้วยตาของตัวเอง รวมถึงยังสร้างรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่นผ่านสินค้าและบริการในท้องถิ่น ซึ่งถ้าใครเคยไปเที่ยวและถ่ายรูปมาแล้ว แปะภาพสวยๆ อวดให้แอดอิจฉาบ้างได้เลยนะครับ 📸

สิ่งหนึ่งที่แอดอยากจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับทุกท่าน คือ นกอพยพที่เราเห็นกันอยู่นี้ แม้เราจะได้สัมผัสความน่ารัก ความสวยงาม และสดชื่นของน้องๆ กันก็จริง แต่อย่างไรก็ตาม ภัยคุกคามของนกน้ำอพยพเหล่านี้ยังมีให้เห็นอยู่มากมายครับ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ โครงการพัฒนาพื้นที่ต่าง ๆ ภัยธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการล่าจากมนุษย์ อีกด้วย ซึ่งภัยคุกคามเหล่านี้ทำให้ชีวิตปกติของนกน้ำอพยพแลดูจะเป็นชีวิตที่ค่อนข้างลำบาก ทั้งจากมนุษย์และธรรมชาติ ดังนั้น การร่วมกันอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำซึ่งเป็นแหล่งพักพิงและแหล่งอาหารของนกน้ำอพยพอย่างยั่งยืน รวมถึงการสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับทุกภาคส่วนจะเป็นส่วนหนึ่งที่พวกเราสามารถช่วยให้นกน้ำอพยพมีชีวิตอยู่รอดต่อไปได้

ก่อนจะจบ Ep. ที่สดใสน่ารักนี้ แอดอยากจะให้พวกเราหยุดคิดสักนิดนึงครับว่า ทุกเส้นทางบินที่ยังไม่ถูกตัดขาด คือเครื่องยืนยันว่าโลกใบนี้ยังเชื่อมถึงกัน
สิ่งเหล่านี้คือความหวัง
ทั้งของนกน้ำอพยพ และของมนุษย์ ที่อาศัยอยู่ร่วมกันบนโลกใบเดียวกัน

เพราะแอดเชื่อเสมอมาว่า …

“คนอยู่ได้ นกอยู่ได้ ภายใต้ระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์”

เรียนรู้ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 👉
https://chm-thai.onep.go.th/?page_id=13715

สุดท้ายนี้ แอดขอชวนทุกคนติดตาม ONEP Learning ตอนต่อไปกันด้วยนะครับ เราจะพาไปรู้จักเรื่องที่หลายคนอาจเคยได้ยินผ่านหู แต่ยังไม่เคยได้รู้จักจริง ๆ อย่าง “30×30” คืออะไร? ทำไมช่วงหลังได้ยินคำนี้กันบ่อยมาก ทั้งในภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อม และ “OECMs" คืออะไร? ทำไมทั่วโลกถึงพูดถึงกันเยอะ แล้วการอนุรักษ์ธรรมชาติในระดับโลกแบบนี้ ขับเคลื่อนไปเพื่อใคร และที่สำคัญที่สุด… ประชาชนอย่างเราได้อะไรจากเรื่องนี้บ้าง?
รับรองว่าไม่ใช่เรื่องไกลตัว
แต่เป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของเรามากกว่าที่คิด

ติดตามไว้เลย เดี๋ยวแอดเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่าย สนุก และเอาไปคุยต่อได้แน่นอนครับ 🌿

#สผ #ทสหนึ่งเดียว

🎉 ได้ข่าวว่าที่บึงบอระเพ็ดมี “นกหากินสายกวาด ผู้มาพร้อมช้อนประจำกายสุดเก๋ “นกปากช้อนหน้าดำ ( Black-faced Spoonbill )” มา...
20/02/2026

🎉 ได้ข่าวว่าที่บึงบอระเพ็ดมี “นกหากินสายกวาด ผู้มาพร้อมช้อนประจำกายสุดเก๋ “นกปากช้อนหน้าดำ ( Black-faced Spoonbill )” มาเยือน✨

แต่... แอดมินเองก็ยังหาตัวน้องที่บึงบอระเพ็ดของเราไม่เจอเลย หายากเหลือเกิ๊นนน จึงขอนำภาพเมื่อครั้งที่ได้ไปสำรวจนกชายเลน ที่จังหวัดเพชรบุรี และพบเข้ากับ "นกปากช้อนหน้าดำ" มาอวดลูกเพจกันหน่อยยยย 😝🤩🥳

นกปากช้อนหน้าดำ 🪶
ชื่อสามัญ : Black-faced Spoonbill
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Platalea minor
ชื่อวงศ์ : Threskiornithidae

ลักษณะทางสัณฐานวิทยา 🪶🥄
- เป็นนกที่มีขนาดใหญ่ (76-77 ซม.) ลักษณะทั่วไปคล้ายกับนกปากช้อนหน้าขาว แต่จะมีขนาดเล็กกว่า มีหนังรอบตาดำ ปลายปากไม่เหลือง ในช่วงฤดูผสมพันธุ์ท้ายทอยมีขนยาวขึ้น อกสีเหลืองแกมน้ำตาล เหนือตามีแต้มสีเหลือง นกวัยอ่อน ปากสีชมพูแกมเทา ปลายขนปีกบินและขนคลุมปีกบินจะมีสีดำและสีเทาบางส่วน

อุปนิสัย ถิ่นอาศัยและอาหาร 🐟🦐
- เป็นนกน้ำที่หากินในพื้นที่ชุ่มน้ำตื้น หาดโคลนริมทะเล และแหล่งน้ำใกล้ชายฝั่งทะเล บางครั้งพบตามแหล่งน้ำจืด หาอาหารโดยการเดินลุยตามเลน หรือบริเวณชายน้ำ หรือในน้ำที่ไม่ลึกมากนัก หากินด้วยวิธี “กวาดปากไปมา” ในน้ำ (sweep feeding) ใช้ความไวของปลายปากตรวจจับเหยื่อขึ้นมา ซึ่งก็ได้แก่สัตว์น้ำต่างๆ เช่น หอย ปู ปลา รวมทั้งแมลงในน้ำ บางครั้งก็กินพืชน้ำบางชนิดด้วย

สถานภาพ 💨
- เป็นนกที่หายากมาก และใกล้สูญพันธุ์

ปล. หากแอดมินได้ภาพถ่ายเจ้าตัวที่มาเยือนที่บึงบอระเพ็ดมาเชยชมเมื่อไหร่ จะรีบนำภาพมาอวดทันที แน่นอน สัญญา อิอิ (ขอตัวไปหาก่อนนะคะ) 🤭📸

ที่มา : คู่มือศึกษาธรรมชาติหมอบุญส่ง เลขะกุล นกเมืองไทย , นกในเมืองไทย ร.ศ. โอภาส ขอบเขตต์
#สถานีวิจัยสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด #นกปากช้อนหน้าดำ

14 กุมภาพันธ์ “วันรักษ์พญาแร้ง” “พญาแร้ง” หรือ “นกเทศบาล” ทำหน้าที่ควบคุมไม่ให้มีการแพร่ระบาดของโรค
14/02/2026

14 กุมภาพันธ์ “วันรักษ์พญาแร้ง”

“พญาแร้ง” หรือ “นกเทศบาล” ทำหน้าที่ควบคุมไม่ให้มีการแพร่ระบาดของโรค

14 กุมภาพันธ์ “วันรักษ์พญาแร้ง”

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปีตรงกับ “วันรักษ์พญาแร้ง” ก่อตั้งขึ้นเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ที่พรานวางยาเนื้อเก้งให้เสือโคร่งมากินแต่กลับเป็นพญาแร้งฝูงสุดท้ายในผืนป่าห้วยขาแข้งถูกวางยาตายยกฝูงกว่า 30 ตัว เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2535

แร้ง หรือพญาแร้ง (Red-Headed Vulture) เป็นสัตว์กินซาก (Scavenger) ในระบบนิเวศที่มีความสำคัญมาก เมื่อแร้งกินซากสัตว์เข้าไป ในกระเพาะอาหารของแร้งจะมีความเป็นกรดสูง ทำให้เชื้อโรคไม่สามารถเติบโตได้ จึงทำให้แร้งมีฉายาว่า "นกเทศบาล" ที่ทำหน้าที่ควบคุมไม่ให้มีการแพร่ระบาดของโรคนั่นเอง

ถ้าหากไม่มีแร้งอยู่ในผืนป่า ก็จะทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายไปยังสัตว์ชนิดอื่น ๆ ได้ ดังนั้นการฟื้นฟูสายพันธุ์พญาแร้งให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง จึงเกิดขึ้นด้วยความร่วมมือระหว่างองค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ในโครงการ “การฟื้นฟูประชากรพญาแร้งในถิ่นอาศัยของประเทศไทย” โดยปัจจุบันโครงการดังกล่าวสามารถเพาะพันธุ์พญาแร้งได้เป็นผลสำเร็จ และเริ่มทยอยปล่อยพญาแร้งกลับคืนสู่ผืนป่าอีกครั้ง

นอกจากนี้เราทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และฟื้นฟูพญาแร้งให้กลับสู่ผืนป่าของไทยได้อย่างสมบูรณ์ผ่านการบริจาคเพื่อสนับสนุนการศึกษา วิจัย และการฟื้นฟูประชากรได้ที่ โครงการพญาแร้งคืนถิ่น ธนาคารกรุงไทย สาขาเทสโก้โลตัส รัตนาธิเบศร์ บัญชีเลขที่ 679-6-72119-5 และยังมีช่องทางในการติดตามความคืบหน้าในการฟื้นฟูพญาแร้งที่เฟซบุ๊กเพจ พญาแร้งคืนถิ่น Thailand Red-headed Vulture Project

ที่มา: เฟซบุ๊กเพจ พญาแร้งคืนถิ่น Thailand Red-headed Vulture Project

#กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช #14กุมภาพันธ์ #วันรักษ์พญาแร้ง #พญาแร้ง

13 กุมภาพันธ์ วันรักนกเงือก❤️❤️
13/02/2026

13 กุมภาพันธ์ วันรักนกเงือก❤️❤️

13 กุมภาพันธ์ "วันรักนกเงือก"

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ของทุกปีตรงกับวันรักนกเงือก (Love Hornbill Day) ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2547 โดยมูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ดำเนินการศึกษาวิจัยนกเงือกเป็นระยะเวลาหลายสิบปี เพื่อให้ประชาชนเล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์นกเงือกซึ่งเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์

นกเงือกเป็นนกขนาดใหญ่ จะงอยปากหนา และมีโหนกด้านบนเป็นโพรง ภายในโพรงมีเนื้อเยื่อคล้ายฟองน้ำ มีพฤติกรรมการเลือกกินผลไม้สุกและนำเมล็ดทิ้งไว้ในพื้นที่ต่าง ๆ จนได้รับฉายาว่า "นักปลูกป่ามือฉมัง" อีกทั้งยังช่วยควบคุมประชากรสัตว์ขนาดเล็กอย่างแมลงและหนู ทำให้การดำรงอยู่ของนกเงือกเป็นดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของป่าได้ในระดับหนึ่ง

นกเงือกถูกกำหนดให้เป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและความซื่อสัตย์ เพราะตลอดชีวิตของนกเงือกนั้นจะมีคู่เพียงแค่ครั้งเดียว หากคู่ของนกเงือกตายไปจะทำให้นกเงือกอีกตัวหนึ่งต้องตรอมใจตายตามไปด้วย ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องอนุรักษ์ป่าและนกเงือกไว้ เพื่อรักษาพันธุ์ของนกเงือก และสมดุลของระบบนิเวศให้คงอยู่สืบไป

#กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช #นกเงือก #วันรักนกเงือก #13กุมภาพันธ์

นกจาบปีกอ่อนอกเหลือง (Yellow-breasted Bunting) ถูกจัดอยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (Critically Endangered: CR) การ...
31/01/2026

นกจาบปีกอ่อนอกเหลือง (Yellow-breasted Bunting) ถูกจัดอยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (Critically Endangered: CR) การค้นพบครั้งนี้เป็นการค้นพบที่สำคัญต่อการอนุรักษ์อย่างยิ่ง 🙏🏻

ทีมนักวิจัยนกจาบปีกอ่อนอกเหลืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบแหล่งพักนอน และเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ที่สุดในกรุงเทพมหานครในรอบ 20 ปี
วันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา คณะนักวิจัยจากห้องปฏิบัติการนิเวศวิทยาการอนุรักษ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และนักนิเวศวิทยาจากสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทยลงพื้นที่สำรวจทุ่งลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร เพื่อสำรวจจุดพักนอน (Night time roosting site) ของนกจาบปีกอ่อนอกเหลือง (Yellow-breasted Bunting) เพื่อเตรียมความพร้อมในการนับประเมินประชากรนกชนิดดังกล่าวพร้อมกันทั้งภูมิภาคเอียตะวันออกเฉียงใต้ โดยการสำรวจในครั้งนี้พบแหล่งพักนอนของนกจาบปีกอ่อนอกเหลือง ใหญ่ที่สุดของกรุงเทพมหานครในรอบ 20 ปี โดยประเมินจำนวนได้มากกว่า 1,000 ตัว
นกจาบปีกอ่อนอกเหลือง เป็นนกอพยพที่มีแหล่งทำรังวางไข่ในทุ่งหญ้าเขตอบอุ่นในทวีปยุโรปจนถึงเอเชียตะวันออก และอพยพมาอาศัยตามพื้นที่ชุ่มน้ำและพื้นที่เกษตรกรรมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงฤดูหนาว อย่างไรก็ตามมีรายงานว่านกชนิดนี้มีประชากรลดลงในพื้นที่แหล่งทำรังวางไข่มากถึง 95 เปอร์เซ็นต์ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา รวมถึงมีการดักจับระหว่างการอพยพ ทั้งเพื่อเป็นอาหาร และถูกมองเป็นศัตรูทางการเกษตร
สำหรับประเทศไทยนกจาบปีกอ่อนอกเหลืองเคยเป็นนกที่พบได้ทั่วไปตามพื้นที่ชุ่มน้ำ ในอดีตมีรายงานการพบนกชนิดนี้อยู่รวมกันเป็นฝูงกว่าหนึ่งหมื่นตัวตามพื้นที่ชุ่มน้ำรอบกรุงเทพมหานคร แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพแหล่งอาศัย รวมถึงการดักจับนกในอดีต ทำให้มีจำนวนลดลงอย่างมากในปัจจุบัน ทั้งนี้ประเทศไทยยังคงเป็นแหล่งอาศัยที่สำคัญมากในบรรดาแหล่งอาศัยนอกฤดูผสมพันธุ์ จากการที่มีการสำรวจนับประชากรได้มากที่สุดในพื้นที่อพยพทั้งหมด
“พื้นที่ทุ่งลาดกระบัง” เป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีในกลุ่มนักดูนกจากการเป็นแหล่งอาศัยของนกทุ่งในกรุงเทพมหานคร โดยมีรายงานการพบเห็นนกจาบปีกอ่อนอกเหลืองเป็นระยะ อย่างไรก็ตามยังไม่เคยมีการสำรวจพบแหล่งพักนอนในพื้นที่ดังกล่าวมาก่อน ซึ่งแหล่งพักนอนเป็นพื้นที่สำคัญต่อการสำรวจนับประชากร เนื่องจากนกจาบปีกอ่อนอกเหลืองจากหลายพื้นที่หากินจะมารวมอยู่ในที่พักนอนเดียวกัน ดังนั้นการพบแหล่งพักนอนของชนิดนี้ในพื้นที่กรุงเทพฯ จึงมีความสำคัญต่อการอนุรักษ์นกชนิดนี้อย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม พื้นที่จุดพักนอนของนกจาบปีกอ่อนอกเหลืองทั้งที่เพิ่งค้นพบใหม่นี้ และจุดอื่น ๆ ในประเทศไทยยังคงมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนสภาพพื้นที่จากนโยบายภาษีที่ดินรกร้าง นำมาซึ่งการแผ้วถางพืชน้ำซึ่งนกใช้เป็นแหล่งพักนอน นอกจากนี้พื้นที่ชุ่มน้ำหลายแหล่งยังเผชิญปัญหาจากนโยบายการขุดลอกแหล่งน้ำจากหน่วยงานของรัฐ ซึ่งส่งผลกระทบต่อแหล่งอาศัยของนกชนิดนี้
สำหรับนักดูนก หรือผู้ที่มีความสนใจในการเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์นกจาบปีกอ่อนอกเหลืองในระดับโลก สามารถทำได้โดยการรายงานการพบเห็นนกจาบปีกอ่อนอกเหลืองทั้งผ่านระบบ eBird โดยแชร์ checklist ไปยัง BCST Thailand หรือรายงานผ่านกลุ่ม Facebook: Thai Bird Report หรือ inbox ในเพจของสมาคมฯ

#การสำรวจ #นกจาบปีกอ่อนอกเหลือง

มาทำความรู้จักกับเจ้านกกลางคืนในป่าบาลา จ.นราธิวาส กันบ้างดีกว่า !!!! 🦉✨ #นกกลางคืน
28/01/2026

มาทำความรู้จักกับเจ้านกกลางคืนในป่าบาลา จ.นราธิวาส กันบ้างดีกว่า !!!! 🦉✨
#นกกลางคืน

มาแล้ว มาแล้ว !!!! 🦆🪿ตอนรับลมหนาวเดือนแรกของปี 2026 จากการสำรวจความหลากชนิดของนกในพื้นที่ชุ่มน้ำบึงบอระเพ็ด  #ประจำเดือน...
14/01/2026

มาแล้ว มาแล้ว !!!! 🦆🪿
ตอนรับลมหนาวเดือนแรกของปี 2026 จากการสำรวจความหลากชนิดของนกในพื้นที่ชุ่มน้ำบึงบอระเพ็ด #ประจำเดือนธันวาคม2568 เราพบนกทั้งหมด 107 ชนิด 34,143 ตัว ถ้าอยากรู้ว่าเราพบนกอะไรบ้าง ตามแอดมาดูกันเลยค่ะ 🤗✨

#ภาพนกบนหน้าปกใช้เพื่อประกอบการนำเสนอรายงานชนิดนกประจำเดือนเท่านั้น
ข้อมูล : สถานีวิจัยสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด

สถานีวิจัยสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด ต้อนรับปีใหม่ พ.ศ. 2569 ด้วย “นกยางลายเสือ” นักพรางตัวสุดเนียน 🔎 ลูกเพจท่านใดอยากทดสอบสายต...
08/01/2026

สถานีวิจัยสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด ต้อนรับปีใหม่ พ.ศ. 2569 ด้วย “นกยางลายเสือ” นักพรางตัวสุดเนียน 🔎 ลูกเพจท่านใดอยากทดสอบสายตา 👀 แอดเชิญชวนมาส่องนกยางลายเสือ และนกชนิดอื่นๆ อีกมากมายที่บึงบอระเพ็ดกันค่า 📍📍

นกยางลายเสือ
ชื่อสามัญ : Malaysian Night Heron
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Gorsachius melanolophus
ชื่อวงศ์ : Ardeidae

ลักษณะทางสัณฐานวิทยา 🪶🪶
- เป็นนกที่มีขนาดกลาง (47-48 ซม.) ปากอ้วน และค่อนข้างสั้นเมื่อเทียบกับพวกนกยางไฟ และนกยางอื่นๆ หนังรอบตาเขียวแกมฟ้า กระหม่อมดำท้ายทอยมีหงอนยาวสีดำปกติราบไปกับหัวตัดกับหน้าและคอสีน้ำตาลแดงแกมส้ม กลางคอและอกมีขีดดำต่อกันเป็นเส้น ความยาวลำตัวด้านบนน้ำตาลเข้มมีลายขวางละเอียดสีดำจางๆ นกวัยอ่อน ขนลำตัวเทาแกมน้ำตาล หัวมีลายเกร็ดยาวๆหนาสีดำ ลำตัวด้านบนน้ำตาลแกมเทามีลายขวางละเอียดสีเทาสลับดำ คอขาวมีเส้นประหนาสีดำกลางคอถึงอก

อุปนิสัย ถิ่นอาศัยและอาหาร 🐸🐟🪱🦗
- เป็นนกที่มีกิจกรรมต่างๆและหากินในตอนกลางคืน พบตามห้วยต่างๆในป่า โดยเฉพาะป่าดงดิบ ป่าเบญจพรรณ และป่ารุ่น ตั้งแต่ระดับพื้นราบจนกระทั่งความสูงไม่เกิน 1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล มักพบโดดเดี่ยว อาหารได้แก่ พวกปลา กบ เขียด แมลง และสัตว์ขนาดเล็กอื่นๆ วิธีการหาอาหารใช้วิธีเดินย่องหรือเกาะตามกิ่งไม้หรือพื้นตามฝั่งห้วยตาจ้องหาเหยื่อ เมื่อพบก็จะใช้ปากงับแล้วกลืนเข้าปาก

สถานภาพ 💨💨
- เป็นทั้งนกประจำถิ่น นกอพยพมาช่วงนอกฤดูผสมพันธุ์หรือฤดูหนาว และนกอพยพผ่านประเทศไทย พบไม่บ่อยและปริมาณไม่มากนัก

ที่มา : คู่มือศึกษาธรรมชาติหมอบุญส่ง เลขะกุล นกเมืองไทย , นกในเมืองไทย ร.ศ. โอภาส ขอบเขตต์

 #วันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ2568
26/12/2025

#วันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ2568

จากปี 2443 สู่ปี 2568... เส้นทางแห่งการปกป้องลมหายใจแห่งพงไพร "วันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ"
รู้หรือไม่? การอนุรักษ์สัตว์ป่าของไทยมีรากฐานมายาวนานกว่า 100 ปี เริ่มต้นตั้งแต่ "พ.ร.บ.ช้างป่า ร.ศ. 119" จนกระทั่งวันที่ 26 ธันวาคม 2503 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ

เมื่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงลงพระนามในพระปรมาภิไธย ตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าขึ้นฉบับแรกขึ้น เพื่อหยุดยั้งการล่าและการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติครั้งใหญ่ในอดีต

ทำให้การอนุรักษ์ของไทยเดินหน้าอย่างจริงจัง จนกำหนดให้วันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็น "วันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ"
และในปี 2568 นี้ กรมอุทยานฯ ชวนคุณก้าวไปอีกขั้น โดยการปรับเปลี่ยนมุมมองการอนุรักษ์ที่ไม่ได้มองแค่การ "ปกป้อง" แต่มุ่งสร้าง "สมดุล" ระหว่าง คน สัตว์ป่า และเศรษฐกิจ ภายใต้แนวคิด: ✨ “Save Wildlife, Secure Our Future: ธรรมชาติมีคุณค่า สัตว์ป่ามีชีวิต สร้างเศรษฐกิจยั่งยืน”
เพื่อปลุกจิตสำนึกสาธารณะให้ตระหนักรู้ถึงคุณค่าและความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่า อันนำไปสู่การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน
#วันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ2568 #กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช #สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า

✨ Merry กระติ๊ดมากกกกก 🎄🎅🏻🎁พาเหล่าเจ้านกกระติ๊ดที่พบได้ในบึงบอระเพ็ดมา Merry Chistmas พี่ๆทุกคนละค้าบ  ขอให้ทุกคนมีความส...
25/12/2025

✨ Merry กระติ๊ดมากกกกก 🎄🎅🏻🎁

พาเหล่าเจ้านกกระติ๊ดที่พบได้ในบึงบอระเพ็ดมา Merry Chistmas พี่ๆทุกคนละค้าบ

ขอให้ทุกคนมีความสุข หวังว่าซานต้านกกระติ๊ดตัวน้อยจะทำให้คุณยิ้มได้ HO.. HO.. HO.. 🎅🏻🎄🦌

ที่อยู่

สถานีวิจัยสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด หมู่ 5 ตำบลพระนอน อำเภอเมือง
Nakhon Sawan
60000

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 16:30
อังคาร 09:30 - 16:30
พุธ 09:00 - 16:30
พฤหัสบดี 09:00 - 16:30
ศุกร์ 09:00 - 16:30
เสาร์ 09:00 - 16:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ BuengBoraphet Wildlife Research Stationผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์