22/05/2026
วานนี้ผมได้ทำหน้าที่ตั้งกระทู้ถาม เรื่องนโยบายและมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนและความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน *มีบางประเด็นที่รู้สึกไม่สบายใจกับนายทหารระดับสูงที่พูดต่อหน้ากับผม สส.สมศักดิ์ และ สส.ณรงค์ชัย หลังจากผมถามกระทู้เสร็จแล้ว บางท่านที่ตั้งคำถามถึงความร่วมมือร่วมใจห่วงใยชายแดน ช่วยกันดูแลพัฒนาชายแดนหลังการสู้รบ ไม่ว่าจะเป็นพระสงฆ์ ภาคประชาชน เอกชน จิตอาสา และชาวบ้าน ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือทำถนนหนทาง สร้างสิ่งปลูกสร้างให้มั่นคงปลอดภัยแก่ทหารตัวเล็กตัวน้อยและคนชายแดน หลังหยุดยิงและสถาปนาพื้นที่ทำนองว่า เข้าไปทำให้ การเจรจา ทวิภาคคีJBCต่างๆยากขึ้นเพราะเราจะไปล้ำเขตแดนเขา
ท่านกังวลว่าที่ภาคส่วนต่างๆ ที่เข้าไปช่วยพัฒนาพื้นที่กันอยู่แล้วไปทำล้ำที่แซงเขตแดนเขมรขณะนี้เป็นอะไรขึ้นมา จะทำอย่างไร ใครจะรับรับผิดชอบ หากมีปัญหาในเวที JBC (Joint Boundary Commission หรือ คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม เป็นกลไกทวิภาคีระดับรัฐบาลระหว่างไทย-กัมพูชา ที่มีหน้าที่หลักในการเจรจา ตรวจสอบ และจัดทำหลักเขตแดนทางบก)
ก่อนอื่นผมเคารพกลไกและกระบวนการวิธีต่างๆ ในการชายแดน เพื่อให้ปัญหาได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง และไม่อยากให้ผู้ที่มีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือภารกิจชายแดนทุกภาคส่วนเสียกำลังใจ เพียงแต่อยากให้มองประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญและสามัคคีกลมเกลียวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพราะหลายภาคส่วนช่วยเหลือห่วงใยการปฏิบัติหน้าที่ของทหารตัวเล็กตัวน้อยมาตั้งแต่ก่อนการสู้รบทั้ง 2 รอบ สนับสนุนทุกอย่างตั้งแต่ถนนหนทางชายแดนยังไม่พร้อม พัฒนาฐานฯ ส่งกำลังบำรุงให้เหล่านักรบความเป็นอยู่ที่ดีลดความเสียงการสูญเสียทั้งกำลังพลและคนชายแดน
มองว่า ระดับนโยบาย การฑูต และกลไลต่างๆ ในการแก้ปัญชายแดนควรจะสอดคล้องและเดินไปด้วยกัน
ประเด็นการพัฒนาถนนชายแดนในพื้นที่สูงป่าเขาแนวสันปันน้ำที่เรายึดตามมาตราส่วนแผนที่ 1:50,000 และยึดพื้นที่กลับมาได้ส่วนใหญ่หลังการปะทะ ต้องยอมรับว่าก่อนหน้านี้เขมรเข้ามาอยู่สร้างสิ่งปลูกทำถนนหนทางปรับสภาพพื้นที่เอาคนมาอยู่กว่า 40 ปี เช่น ช่องอานม้า ยึดพื้นที่ทำตลาด สร้างอาคารกาสิโน ,อนุสาวรีย์ตาอม ใช้กลไกทวิภาคีที่อยู่ทำหนังสือประท้วงไป 65 ครั้ง เขมรก็ไม่สนใจ จนรบกันที่ผ่านมาจึงยึดพื้นที่กลับมาได้ ทั้งเนิน 677 และเนิน 500 ช่องอานม้า ซึ่งการปะทะรอบแรกถนนหนทางลำบากมากและบางจุดเข้าไม่ถึง ต้องอาศัยหลายภาคส่วนมาช่วยกัน แม้ทำถนนแล้วก็ยังเป็นดินโคลนในช่วงฤดูฝนทหารตัวเล็กตัวน้อยลำบากมาก
แต่ได้พลังคนไทยและผู้ใจบุญ แรงศรัทธาจากญาติโยมของประสงค์หลายรูป มาช่วยกันพัฒนา เข้าใจว่ากองทัพและภาครัฐมีงบประมาณ ถ้ารอการเบิกจ่ายตามขั้นตอนคงล่าช้าไม่ทันการณ์ เช่นเดียวกับพื้นที่ช่องบกที่ตอนนี้ก็ได้ความช่วยเหลือจากภาคประชาชนเอกชนช่วยกันพัฒนาถนนทางร่วมกับกองทัพอีกแรงนึง ทำให้เสริมความมั่งคงปลอดภัยให้ ทหารที่ปฏิบัติการได้มากขึ้น รวมถึงพื้นที่อื่นๆตลอดแนวชายแดนก็ได้ประสงค์ภาคประชาชนและจิตอาสาเข้ามาช่วยเหลือ เพราะทุกคนก็รักชาติบ้านเมืองเช่นกันและส่วนใหญ่คนชายแดนก็อยากให้สร้างรั้วสร้างกำแพงในพื้นที่ที่สามารถทำได้เพื่อแก้ปัญหาจะได้ไม่ต้องขัดแย้งหรือสู้รบกันจนสร้างความเดือดร้อนและไม่เกิดความสูญเสียซ้ำอีก
ส่วนประเด็นกระเด็น การปักเขตแดน การพูดคุยเจรจาตามกรอบทวิภาคีที่มีอยู่ ก็ต้องดำเนินไปตามขั้นตอนและหลักการ รวมถึงวิธีการทางการฑูต แต่ต้องเข้าใจว่าสถานการณ์ชายแดนในหลายพื้นที่ ยังมีการยั่วยุ นำกำลังมาประประชิดชายแดน ฝ่ายกัมพูชาก็พัฒนาพื้นที่ทำถนนหนทางสร้างที่มั่นเช่นเดียวกัน ในทางกลับกันถ้าเราไม่ทำอะไรเลย ทหารที่อยู่หน้าแนว และคนชายแดนจะมีกำลังใจหรือความมั่นคงปลอดภัยได้อย่างไร การพัฒนาและแก้ปัญหาชายแดนจึงต้องทำในทุกมิติ
สิ่งที่ผมพูดนำเสนอ ชี้ถึงปัญหาตั้งแต่ก่อนรบครั้งที่1และ2 การขุดคิวเลต การทำถนน การทำบังเกอร์ให้ทหารแนวรบถือปืน ผมและสส.สมศักดิ์ รวมถึงหน่วยงานอื่นๆเราทำเสร็จไปตั้งแต่แต่ก่อนรบแล้ว ถ้าจะรองบหลวงคงไม่ทัน แต่วันนี้ผมชี้เห็นว่าหลังจากรบเสร็จแล้วจะพัฒนาชายแดน รักษาแผ่นดินที่ทวงกลับคืนมาต่อไปให้ยั่งยืนอย่างไร
ท่านที่พูดกับผมและสส.ทั้ง2คน ท่านได้แสดงความคิดเห็นเฉพาะนโยบายและหลักการอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ ท่านต้องมาเห็นหน้างานจริงๆ โดยที่ไม่ต้องให้ลูกน้องท่านมาพาผมไปหรือให้ทหารตัวน้อยแต่งชุดรอรับ ให้ปราศจากการจัดฉากใดๆ ให้เห็นหน้างานกันจริงๆครับ การที่ท่านพูดกับพวกผมแบบนี้ ยิ่งทำให้สังคมแตกแยก แทนที่จะสามัคคีกันและพระสงฆ์และประชานที่เขาอยากจะช่วยเหลือ
พวกเขาจะเสียกำลังใจนะครับ
ด้วยความเคารพ
#เสียงจากคนชายแดน