วันนี้พรรคส้มทำอะไร V1

วันนี้พรรคส้มทำอะไร V1 ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก วันนี้พรรคส้มทำอะไร V1, ประเทศไทย, Na Ja Ang.

29/01/2026

หลานไอติมชวนปู่ป๊อกคุย ว่าด้วยการประชามติเห็นชอบจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่

8 กุมภา กาเห็นชอบ เพื่อรัฐบาลใหม่ รัฐธรรมนูญใหม่ #อนาคตใหม่ของคนไทยทุกคน #เลือกตั้ง2569 #พรรคประชาชน

29/01/2026

#พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569

28/12/2025

หลักการสำคัญของพรรคประชาชน

28/04/2023
26/04/2023
26/04/2023
25 พฤษภาคม 2562 ครั้งแรกและครั้งเดียวที่ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่และแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมือง...
26/11/2022

25 พฤษภาคม 2562 ครั้งแรกและครั้งเดียวที่ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่และแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองฝั่งประชาธิปไตย ได้พูดในสภา ก่อนเขาจะถูกตัดสิทธิ์ ส.ส
29 พฤศจิกายนนี้ ธนาธรจะได้พูดในสภาอีกครั้ง และเป็นการพูดถึงการแก้ปัญหาใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ปัญหาที่ล่ามประเทศไทยไว้กับคำว่า “ประเทศกำลังพัฒนา” มาหลายสิบปี
29 พฤศจิกายนนี้ ร่วมกันตีแผ่ปัญหา และจับตาว่ารัฐสภาจะปลดโซ่ที่ล่ามประเทศไทยไว้ ปลดปล่อยประเทศไปสู่อนาคตที่ก้าวหน้าและก้าวไกลกว่านี้หรือไม่
แล้วพบกัน!

ประเทศไทยสิ้นหวังหรือมีหวัง? คณะก้าวหน้าแลกเปลี่ยนความคิดกับนิสิตนักศึกษา จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ประเทศไทยมีอนาคตแค่ไหนสำหรับคุ...
09/08/2022

ประเทศไทยสิ้นหวังหรือมีหวัง? คณะก้าวหน้าแลกเปลี่ยนความคิดกับนิสิตนักศึกษา จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์
ประเทศไทยมีอนาคตแค่ไหนสำหรับคุณ?
ช่วงนี้เป็นช่วงเตรียมเปิดเทอมของมหาวิทยาลัย หลายสถาบันมีกิจกรรมรับเพื่อนใหม่หรือเตรียมความพร้อมนิสิตนักศึกษาก่อนการเปิดภาคเรีนเข้าสู่การเรียนเต็มรูปแบบ หลังจากโควิดทำให้ชีวิตเด็กมหาลัยต้องเรียนออนไลน์ ขาดกิจกรรมและการแลกเปลี่ยนความเห็น แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนๆ ร่วมชั้น
พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า ศิษย์เก่ารัฐศาสตร์จุฬาฯ ได้รับเชิญไปบรรยายพิเศษในกิจกรรมรับเพื่อนใหม่ของคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งมีนิสิตปี 1 เกือบ 200 คนเข้าร่วม
เมื่อถามนิสิตว่าหากปีหน้า การเลือกตั้งใหญ่ไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนขั้วรัฐบาล เปลี่ยนนายกฯ พวกเขาคิดว่าประเทศไทยจะเป็นอย่างไร คำตอบเสียงดังฟังชัดอย่างพร้อมเพรียงกันว่า
“พังแน่นอน ไม่มีอนาคต ย้ายประเทศดีกว่า”
พรรณิการ์กล่าวว่า ด้วยสภาพประเทศที่ย่ำแย่ขนาดนี้ อย่าหวังถึงฮีโร่หรือผู้สิเศษคนไหนมากอบกู้ประเทศ นักรัฐศาสตร์ในอดีตถูกสอนให้เสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม แต่แนวคิดที่เหมาะกับสถานการณ์และคุณค่าคนเท่ากันในสมัยนี้ ไม่ใข่การสอนให้ใครเสียสละเพื่อใคร หรือสอนให้ประชาชนสำนึกในบุญคณของนักปกครองผู้เสียสละ แต่คือการคิดว่าปัญหาของประเทศเป็นเรื่องของทุกคน ต้องการแรงพลังจากทุกคนในการช่วยกันเปลี่ยนแปลงสังคม สร้างประเทศที่ดีกว่านี้ด้วยมือของเราเอง
บรรยากาศคล้ายๆ กันเกิดขึ้นในคลาสเรียนหลักสูตรปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้รับเชิญไปบรรยายพิเศษให้นักศึกษาปี 1 เมื่อธนาธรถามว่า “คุณคิดอย่างไรกับสภาพเศรษฐกิจสังคมไทยในปัจจุบัน?” คำตอบเป็นเอกฉันท์คือ “สิ้นหวัง”
แต่ธนาธรกลับพบว่า ความหวังยังมีอยู่ในคนรุ่นใหม่นี่เอง นักศึกษาในยุคนี้มีแนวคิดที่แตกต่างจากรุ่นก่อนๆ มาก คือตื่นตัวและตระหนักว่าปัญหารอบๆตัวล้วนกี่ยวพันกับการเมือง พวกเขาเลือกที่จะไม่ยอมรับชะตากรรม ไม่เชื่อในสิ่งที่ถูกยัดเยียดให้ผ่านระบบการศึกษากระแสหลัก พวกเขามีการค้นคว้าหาความรู้นอกห้องเรียนเอง ได้อ่านหนังสือที่เกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญในการเมืองไทยที่ชนชั้นนำพยายามให้ลืม
และนี่คือคำตอบที่ว่าประเทศไทยยังมีหวังหรือไม่
ในสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่ดูหมดหวัง เรายังมีประชาชนรุ่นใหม่ๆจำนวนไม่น้อยที่ไม่ยอมแพ้ และเข้าใจว่าพลังของตัวเองจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้ประเทศนี้ก้าวหน้าขึ้นได้
ตราบใดที่เราประชาชนยังไม่หมดหวังที่จะสู้ ประเทศไทยยังคงมีอนาคตที่ก้าวหน้ากว่านี้ได้เสมอ

[ "คณะราษฎร" คือผู้ให้กำเนิด "การปกครองท้องถิ่น" ]เพราะการปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้น หลักการสำคัญคือ ทุกคนมีสิทธิเสียง...
24/06/2022

[ "คณะราษฎร" คือผู้ให้กำเนิด "การปกครองท้องถิ่น" ]
เพราะการปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้น หลักการสำคัญคือ ทุกคนมีสิทธิเสียงเท่ากัน อำนาจเป็นของราษฎรทั้งหลาย ดังนั้น การ "กระจายอำนาจ" ให้แต่ละท้องถิ่นสามารถจัดการตนเองได้ จึงเกิดขึ้นในยุคนี้
กล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่า ถ้าไม่มีการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475 ก็คงไม่มีการกระจายอำนาจ ไม่มีการเกิดขึ้นขององค์กรปกครองท้องถิ่นรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.), เทศบาล, องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.), กรุงเทพมหานคร หรือแม้แต่เมืองพัทยา
เพราะประชาธิปไตยมาพร้อมกับการกระจายอำนาจ ขณะที่สมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่สถาปนาขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 นั้น คือการรวบอำนาจเข้าสู่ส่วนกลาง หรือในที่นี้ถ้าพูดให้ชัดก็คือพระมหากษัตริย์นั่นเอง
18 มีนาคม ของทุกปีที่กระทรวงมหาดไทยกำหนดให้เป็น "วันท้องถิ่นไทย" โดยอ้างว่าเป็นวันที่กำเนิดสุขาภิบาลท่าฉลอม จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นสุขาภิบาลแห่งแรก ที่กำเนิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 จึงเป็นเรื่องที่ผิดฝาผิดตัวอย่างยิ่ง
เพราะ สุขาภิบาลท่าฉลอม เป็นเรื่องของความสะอาดเรียบร้อย การจัดการสิ่งสกปรกโสโครกที่ผู้ปกครองมองว่าเป็นสิ่งน่าอับอาย ไม่มีความเป็นศิวิไลซ์ ดังนั้น จึงไม่เกี่ยวอะไรกับ "การปกครอง" หรือเข้าหลัก "การกระจายอำนาจ" แม้แต่น้อย และก็แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่ในยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่เพิ่งมีการรวบอำนาจสู่ส่วนกลาง จะมีการคิดเรื่องการกระจายอำนาจ หรือเกิดการปกครองท้องถิ่นขึ้น
ดังนั้น แท้จริงแล้วผู้ให้กำเนิดการปกครองท้องถิ่นนั้น คือ "คณะราษฎร"
เพราะหลังจากจัดการฝ่ายต่อต้านการปฏิวัติในเหตุการณ์ปราบ "กบฏบวรเดช" เป็นที่เรียบร้อย คณะราษฎรก็มีอำนาจและเสถียรภาพมากขึ้น เริ่มตั้งแต่สมัยพระยาพหลพลพยุหเสนา เป็นนายกรัฐมนตรี โดยได้ประกาศใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยระเบียบราชการบริหารแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ.2476 ที่เป็นการจัดระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน แบ่งเป็น 3 ส่วนคือ ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ซึ่งนับเป็น "ครั้งแรก" ที่มีการรับรองเรื่องการปกครองท้องถิ่นไว้
ขณะเดียวกัน คณะราษฎรก็ต้องการที่จะให้มีการจัดตั้ง "เทศบาล" ขึ้น เพื่อเป็นพื้นที่ "ฝึกอบรมการปกครองในวิธีการแบบรัฐธรรมนูญ" หรือ "ระบอบประชาธิปไตย" นั่นเอง โดยมีการตรากฎหมาย พ.ร.บ.จัดระเบียบเทศบาล พ.ศ.2476 จากนั้นราวกลางปี 2477 ก็มีการส่งคณะไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่นด้วย
ปรีดี พนมยงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กำชับ หลวงเชวงศักดิ์สงคราม เลขานุการฯ, ขุนศรีศรากร สมาชิกคณะราษฎรซึ่งเป็นข้าราชการกรทรวง ซึ่งเป็นผู้ร่วมไปญี่ปุ่นในครั้งนี้ให้ดูงานกิจการเทศบาลเป็นพิเศษในด้าน การจัดการธนาคาร การคลัง และการจัดหุ้นส่วนบริษัทของเทศบาล
ปี 2478 ก็มีการจัดตั้งเทศบาลขึ้น แม้ในช่วงแรกจะมาจากการ "แต่งตั้ง" แต่ต่อมาก็ปรับให้เป็นการ "เลือกตั้ง" ซึ่งมีสถิติบันทึกไว้ด้วยว่า ในช่วงเริ่มแรกของการจัดให้มีการเลือกตั้งของเทศบาลนั้น ผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งมาจากหลากหลายกลุ่มสาขาอาชีพ คละเคล้าปนกันไป ทั้งกลุ่มพ่อค้าคหบดี ชาวนาชาวไร่ ข้าราชการบำนาญ ทนายความ เป็นต้น
นับจากการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475 มาจนถึงวันนี้ ผ่านมาแล้ว 90 ปี หลักการปกครองท้องถิ่นที่ "คณะราษฎร" เริ่มต้นไว้ ยังไปไม่ถึงไหน สาเหตุสำคัญนั้นเป็นเพราะ "การรัฐประหาร" ที่มาพร้อมกับการรวบอำนาจ ซึ่งเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง
หลักการสำคัญ 6 ประการ ของการกระจายอำนาจที่ต้องมี อย่าง 1. มีการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, 2.มีผู้บริหารท้องถิ่นมาจากการเลือกตั้งของประชาชน, 3.มีอำนาจหน้าที่เป็นของตัวเองชัดเจน 4.มีอิสระทางการเงิน มีงบประมาณเป็นของตัวเอง 5.มีบุคคลากรเป็นของตัวเอง และ 6.ส่วนกลางเพียงกำกับดูแล ไม่ใช่บังคับบัญชาสั่งการ ถึงวันนี้ 90 ปีประชาธิปไตย ทั้ง 6 ประการ เดินมาได้เพียง 2 ประการแรก
ขณะที่เหลือ วันนี้ "คณะก้าวหน้า" กำลังรณรงค์ภายใต้แคมเปญ "ปลดล็อกท้องถิ่น" เพื่อขอคนละชื่อจากประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง เพื่อเสนอ ร่าง รัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม หมวด 14 การปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเอาอำนาจ งาน เงิน และบุคคลากร มาให้กับท้องถิ่น
เป็น "องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น" ที่สามารถจัดทำบริการสาธารณะ บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชนในท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง
#คณะก้าวหน้า #ปฏิวัติ #24มิถุนา #คณะราษฎร

[“ก้าวหน้า-ก้าวไกล” แท็กทีมเยือนภูเก็ต ชู “ปลดล็อกท้องถิ่น” ช่วยลดโกง-แก้ปัญหาปากท้อง]เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พรรณิการ์...
15/06/2022

[“ก้าวหน้า-ก้าวไกล” แท็กทีมเยือนภูเก็ต ชู “ปลดล็อกท้องถิ่น” ช่วยลดโกง-แก้ปัญหาปากท้อง]
เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า และ พริษฐ์ วัชรสินธุ - ไอติม - Parit Wacharasindhu ผู้จัดการการสื่อสารและการรณรงค์นโยบาย พรรคก้าวไกล ร่วมเดินทางไปรณรงค์แคมเปญ “ขอคนละชื่อปลดล็อกท้องถิ่น” ที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อเชิญชวนประชาชนให้ร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 14 การปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งปัจจุบัน มีประชาชนทั่วประเทศลงชื่อแล้วมากกว่า 50,000 คน ตามจำนวนที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560 แล้วก็ตาม แต่อย่างไรก็ตาม การรณรงค์ทางความคิดเพื่อให้สังคมตกผลึกร่วมกันถึงความสำคัญของการกระจายอำนาจและมีข้อเสนออย่างเป็นรูปธรรม เพื่อนำไปสู่รายชื่อสนับสนุนที่เพิ่มขึ้น เป็นภารกิจที่คณะก้าวหน้าจะทำอย่างต่อเนื่อง ก่อนปิดรับรายชื่อในวันที่ 30 มิถุนายน
โดยบนเวที “ปลดล็อกท้องถิ่น กับการแก้ปัญหาปากท้องประชาชน” ที่จัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต พริษฐ์ได้พูดถึงหัวข้อ “ปลดล็อกท้องถิ่น ปลดล็อกเศรษฐกิจ ปิดช่องคอร์รับชัน โอบรับความหลากหลาย” ความตอนหนึ่งว่า ภูเก็ตเป็นหนึ่งในจังหวัดที่ตื่นตัวเรื่องการเพิ่มอำนาจให้ท้องถิ่นมานานแล้ว หากย้อนไปตอนการเลือกตั้ง 2562 แทบทุกพรรคการเมืองพูดถึงเรื่องนี้ในเวทีหาเสียง แต่หลังจากนั้น การขับเคลื่อนกลับล่าช้า ถูกแช่แข็ง และหลายเรื่องถดถอยลงไป จึงเป็นเหตุผลที่คณะก้าวหน้าต้องรณรงค์เรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ตลอดการรณรงค์ที่ผ่านมา มักมี 4 คำถามที่สะท้อนถึงความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนหรือไม่ตรงกันเกี่ยวกับการกระจายอำนาจ ซึ่งควรนำมาอธิบายให้เข้าใจตรงกัน คือ
1. ความเข้าใจคลาดเคลื่อนที่ว่า การเพิ่มโครงการ เพิ่มงบ เพิ่มคน ลงไปในแต่ละจังหวัด คือการกระจายอำนาจ เพราะที่จริงแล้ว หัวใจของการกระจายอำนาจ คือการทำให้คนในจังหวัดหรือในพื้นที่ มี “อำนาจ” เพิ่มขึ้นในการตัดสินใจ ว่าโครงการที่จะทำในพื้นที่ควรจะเป็นโครงการอะไร ว่างบประมาณในพื้นที่ควรนำไปใช้อย่างไร หรือว่าผู้บริหารสูงสุดของจังหวัดควรเป็นใคร
2. ความเข้าใจคลาดเคลื่อนที่ว่า การกระจายอำนาจทำให้การพัฒนาประเทศไม่มีทิศทาง หรือเป็นการแย่งชิงอำนาจระหว่างส่วนกลางและท้องถิ่น เพราะต้องย้ำว่าการกระจายอำนาจคือการออกแบบกลไกที่ทำให้ราชการส่วนกลาง และ ส่วนท้องถิ่น ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีขึ้นทั้งคู่ เพิ่มประสิทธิภาพของการพัฒนาทุกระดับแบบ WIN-WIN
3. ความเข้าใจคลาดเคลื่อนที่ว่า การกระจายอำนาจ จะเพิ่มการทุจริต ทั้งนี้ เคยมีนักวิชาการคิดสูตรการโกงไว้ว่า การทุจริต (C: Corruption) = ดุลพินิจ (D: Discretion) + การผูกขาด (M: Monopoly) – กลไกการรับผิดชอบ (A: Accountability) ตัวอย่างเช่น การอนุมัติโครงการในพื้นที่ทั่วประเทศ ทุกวันนี้หลายโครงการถูกรวมศูนย์การตัดสินใจอยู่ที่ส่วนกลาง เลยทำให้เกิดคำถามว่าใช้เกณฑ์ใดในการตัดสินว่า โครงการไหนดีหรือไม่ดี หรือควรได้รับการอนุมัติก่อน-หลัง การรวมศูนย์อำนาจจึงอาจเพิ่มความเสี่ยงเรื่องการทุจริต แต่การกระจายอำนาจก็ไม่ใช่ยาวิเศษที่จะทำให้การทุจริตหายไป การแก้ปัญหาจึงจำเป็นต้องทำควบคู่ไปกับการเพิ่มความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน
และ 4. ความเข้าใจคลาดเคลื่อนที่ว่า การกระจายอำนาจ นำไปสู่การแบ่งแยกดินแดน ซึ่งต้องย้ำว่า การกระจายอำนาจกับการแบ่งแยกดินแดนเป็นคนละเรื่อง การเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อกระจายอำนาจ ไม่ได้ส่งผลต่อการเปลี่ยนรูปแบบรัฐ ประเทศไทยยังคงเป็นรัฐเดี่ยวและปกครองในระบอบประชาธิปไตยโดยมีกษัตริย์เป็นประมุขอยู่ใต้รัฐธรรมนูญเช่นเดิม เหมือนกับญี่ปุ่นหรือสหราชอาณาจักรซึ่งล้วนมีการกระจายอำนาจอย่างกว้างขวาง ในทางตรงข้าม สำหรับบางกรณี การกระจายอำนาจอาจช่วยลดความเสี่ยงเรื่องการแบ่งแยกดินแดน เพราะเป็นการเปิดประตูไปสู่การโอบรับความแตกต่างหลากหลายและความต้องการที่จะกำหนดอนาคตตนเองของคนในพื้นที่
ด้าน พรรณิการ์ กล่าวในหัวข้อ "การกระจายอำนาจ ความหวัง และการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาให้กับประชาชน" ว่า การเรียกร้องเรื่องกระจายอำนาจ เรื่องการเป็นจังหวัดจัดการตนเอง ไม่ว่าจะของ จ.ภูเก็ต หรือ จ.เชียงใหม่ ที่ผ่านมาไม่สำเร็จ อาจเป็นไปได้ว่า เพราะเป็นการเรียกร้องทีละจังหวัด ทำให้ผู้มีอำนาจสามารถปฏิเสธความต้องการนี้ได้ง่ายกว่า เมื่อเทียบกับการปฏิเสธความต้องการของคนทั่วประเทศ
"ภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีความกระตือรือร้นในการเป็นจังหวัดจัดการตนเอง ส่วนหนึ่งเพราะเป็นจังหวัดที่หาเงินได้มาก จีพีพี หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมต่อปีของจังหวัดในปี 2562 คือราว 2.5 แสนล้านบาท แต่เมื่อส่งเข้าส่วนกลางแล้วถูกจัดสรรมาเป็นรายได้กลับเป็นปริมาณที่น้อยมาก งบประมาณ อบจ. ต่อปี 1 พันล้านบาท คิดเป็นเพียงร้อยละ 0.4 ของรายได้ที่เกิดในภูเก็ต นี่คือสิ่งที่ชาวภูเก็ตรู้สึกว่าไม่เป็นธรรม เพราะขณะที่พวกเขาเต็มใจต้อนรับนักท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศ แต่พอลองมาดูคุณภาพชีวิตของตัวเองที่ได้รับกลับคืนมาพบว่ายังคงย่ำแย่ น้ำประปาดีแต่ในโรงแรม ขณะที่ในบ้านเรือนประชาชนบางแห่งยังไม่มีคุณภาพ นี่คือเหตุผลที่ทำให้เกิดการเรียกร้องเรื่องการจัดการตนเอง เพื่อจะได้มีงบประมาณมาใช้พัฒนาถนนหนทาง โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก พัฒนาสิ่งที่เป็นความเป็นความตายของประชาชนชาวภูเก็ต" พรรณิการ์ กล่าว
ดังนั้น ถ้าวันนี้เรานำร่องไปทีละจังหวัด เหมือนที่ กทม. หรือ เมืองพัทยา ได้เลือกผู้บริหารเมืองก่อนพื้นที่อื่น สุดท้ายทุกอย่างก็อาจวนกลับไปที่เดิม คือร่องที่เหลือจะไม่ได้ขึ้นมาเลย ระบบราชการจะสับสนไปหมด รูปแบบที่เรานำเสนอในการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ก็คือ ทำพร้อมกันหมดทุกจังหวัด รณรงค์ทีเดียวทั้งประเทศ ส่งแรงกดดันจากประชาชน 70 ล้านคน เข้าสภาเพื่อพิสูจน์ว่าบรรดา ส.ส. และ ส.ว. จะปฏิเสธความต้องการของประชาชนหรือไม่ ถ้าทำสำเร็จ ประเทศไทยจะไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกต่อไป
#ปลดล็อกท้องถิ่น #คณะก้าวหน้า #ภูเก็ต

ที่อยู่

ประเทศไทย
Na Ja Ang
46

เบอร์โทรศัพท์

+66871313494

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วันนี้พรรคส้มทำอะไร V1ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์