ITEC ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา สช.จ.ยะลา

ITEC ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา สช.จ.ยะลา ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึก?

*Google Gemini เพิ่มฟีเจอร์แปลภาษาผ่านหูฟังได้แบบเรียลไทม์แล้ว*​บอกลาการแปลภาษาแบบแข็งทื่อ! ล่าสุด Google อัปเกรด Gemini...
30/03/2026

*Google Gemini เพิ่มฟีเจอร์แปลภาษาผ่านหูฟังได้แบบเรียลไทม์แล้ว*

​บอกลาการแปลภาษาแบบแข็งทื่อ! ล่าสุด Google อัปเกรด Gemini ให้แปลภาษาได้ลึกถึง "บริบทและอารมณ์" ไม่ใช่แค่คำต่อคำ ทำให้สื่อสารเป็นธรรมชาติเหมือนเจ้าของภาษามากขึ้น ไฮไลท์เด็ดคือการแปลเสียงสดแบบ Real-time ผ่านหูฟังที่รักษาโทนเสียงเดิมของผู้พูดไว้ พร้อมความสามารถในการตีความสำนวนหรือมุกตลกได้แม่นยำ เหมาะทั้งการใช้ท่องเที่ยว ประชุมงาน หรือฝึกภาษาผ่านการโต้ตอบกับ AI ได้ทันที เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยทรงพลังที่ทำให้กำแพงภาษาหมดไปครับ

​🔗 ที่มาและรายละเอียด: https://share.google/UyEVnOto4EEvsME5D

​ #สชยะลา #ล่ามแปลภาษา #เทคโนโลยีการศึกษา

ข่าวดี Google อัปเกรด Gemini แปลภาษาเข้าใจอารมณ์ พูดสดผ่านหูฟังได้ เหมือนมีล่ามส่วนตัว จบทที่หูฟังได้เลย

เปิดรุ่นมือถือที่ใช้งานแอปฯ ธนาคารไม่ได้ ตั้งแต่ 14 ก.พ. 69 เพราะเก่าเกินไปแล้ว!https://hilight.kapook.com/view/252013อ้...
16/02/2026

เปิดรุ่นมือถือที่ใช้งานแอปฯ ธนาคารไม่ได้ ตั้งแต่ 14 ก.พ. 69 เพราะเก่าเกินไปแล้ว!
https://hilight.kapook.com/view/252013

อ้างอิง: https://www.facebook.com/share/p/1A67KXsxcu
📱

อัปเกรดระบบความปลอดภัย

ความแตกต่างของมาตรฐานสัญญาณ WiFi แต่ละแบบhttps://www.facebook.com/share/p/1AAysNpGdS
30/12/2025

ความแตกต่างของมาตรฐานสัญญาณ WiFi แต่ละแบบ
https://www.facebook.com/share/p/1AAysNpGdS

ความแตกต่างของมาตรฐานสัญญาณ WiFi แต่ละแบบ

17/12/2025

หูฟังธรรมดาก็แปลได้! Google Translate อัปเกรดแปลภาษาเรียลไทม์ 🎧🌍

Google เตรียมอัปเกรด Google Translate ให้หูฟังทุกยี่ห้อบน Android สามารถแปลภาษาแบบเรียลไทม์ได้ ไม่ต้องใช้หูฟังรุ่นพิเศษ พร้อมดึงพลัง AI จาก Gemini มาช่วยให้การแปลเป็นธรรมชาติ เข้าใจสำนวน ไม่ใช่แปลตรงตัวแบบเดิม

*ไฮไลต์สำคัญ*

🔹แปลสดผ่านหูฟังทั่วไป เริ่มทดสอบในสหรัฐฯ เม็กซิโก และอินเดีย

🔹Gemini ช่วยตีความสำนวนและบริบท ให้การสนทนาลื่นไหลขึ้น

🔹เพิ่มโหมดช่วยเรียนภาษา ออกเสียง แนะนำการใช้คำ และติดตามความก้าวหน้า

🔹ฝั่ง iOS เตรียมตามมาในปี 2026

ก้าวข้ามกำแพงภาษาได้ง่ายขึ้น แค่มีหูฟังคู่เดิมกับ Google Translate ตัวเดียวก็เอาอยู่ 🚀
..
ที่มา: https://www.facebook.com/share/p/1C4jaAUY4R

Google เปิดตัว Gemini 3 โมเดล AI ที่ฉลาดที่สุดของบริษัทhttps://www.facebook.com/share/p/1ALFEwoo9f🤖
21/11/2025

Google เปิดตัว Gemini 3 โมเดล AI ที่ฉลาดที่สุดของบริษัท
https://www.facebook.com/share/p/1ALFEwoo9f
🤖

Google เปิดตัว Gemini 3 โมเดล AI ที่ฉลาดที่สุดของบริษัท พร้อมฟีเจอร์ใหม่เพียบ
———————————————

Google เดินหน้าเข้าสู่ยุค AI แบบเต็มขั้น ด้วยการเปิดตัว Gemini 3 รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งถูกยกให้เป็นโมเดลที่ฉลาดที่สุดของบริษัทในตอนนี้ มาพร้อมความสามารถแบบ multimodal ตั้งแต่พื้นฐาน ใช้งานข้อความ ภาพ เสียง และวิดีโอได้ในโมเดลเดียวกัน

ฟีเจอร์เด่นรอบนี้คือความสามารถในการสร้างหน้าเว็บหรือพรีเซนเทชันจากคำสั่งเดียวแบบอัตโนมัติ แถมยังอัปเกรดระบบค้นหาให้เข้าใจเจตนาผู้ใช้แม่นยำขึ้น ตอบคำถามกระชับกว่าเดิม และลดอคติในการตอบ

Gemini 3 Pro ยังมาพร้อมความสามารถด้านการวางแผนและเหตุผลที่เฉียบคมขึ้น ทำงานแบบหลายขั้นตอนได้ดีขึ้น เช่น จัดการอีเมล วางแผนทริป หรือประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก ซึ่งใช้พลังของ Gemini Agent เครื่องมือใหม่ที่ Google เพิ่มเข้ามาในรอบนี้

ตอนนี้เปิดให้ใช้งานแบบพรีวิวแล้วบนแอป Gemini ในหลายประเทศ และจะทยอยขยายให้ผู้ใช้ทั่วไปเข้าถึงฟีเจอร์ขั้นสูงภายหลัง

17/11/2025

จะ Prompt ยังไงดีให้ AI ทำงานให้ตามที่เราต้องการจริง ๆ ? เราจะมาแนะนำวิธี Prompt ให้ได้งานตรงใจใน 7 วิธี
https://www.facebook.com/share/p/1MJ3wVPpzB
🤖

SIAM PARAGON SCBX NEXT TECH
เทคคอมมูนิตี้เพื่อการเรียนรู้แห่งโลกอนาคต
Smarter Better Richer
ชั้น 4 สยามพารากอน

Gemini Deep Research อัปเกรดใหม่! เชื่อมต่อกับ "Google Workspace" ได้แล้วhttps://www.facebook.com/share/p/1EK7wm24Y5🤖
07/11/2025

Gemini Deep Research อัปเกรดใหม่! เชื่อมต่อกับ "Google Workspace" ได้แล้ว
https://www.facebook.com/share/p/1EK7wm24Y5
🤖

Gemini Deep Research อัปเกรดใหม่! เชื่อมต่อกับ "Google Workspace" ได้แล้ว!! .
จากเดิมที่ Deep Research ค้นได้แค่ในเน็ต ตอนนี้เวลาเรากดใช้งาน เราสามารถ "ติ๊ก" เลือกได้เลยว่าจะให้มันไปดึงข้อมูลจากที่ไหนเพิ่มอีกบ้าง:

- Gmail: อ่านอีเมลของเรา

- Drive: อ่านไฟล์เอกสาร (Docs), สเปรดชีต (Sheets), สไลด์ (Slides) หรือแม้แต่ PDF

- Chat: อ่านประวัติการแชตใน Google Chat

🤔 แล้วมันจะช่วยเราได้ยังไง?
Google เขายกตัวอย่างมาได้น่าสนใจมากครับ เช่น:

วิเคราะห์ตลาด: สั่งให้ Gemini ไปอ่าน "ไฟล์ระดมสมอง" (ใน Drive) + "อีเมล" ที่คุยกันในทีม + "แผนโปรเจกต์" เพื่อสรุปออกมาเป็น "บทวิเคราะห์ตลาด" ของสินค้าใหม่ได้เลย

ทำรายงานคู่แข่ง: สั่งให้มันไปค้นข้อมูลคู่แข่งจากในเน็ต (Web Search) แล้วเอามา "เทียบ" กับ "ไฟล์กลยุทธ์" หรือ "สเปรดชีต" ที่เราเก็บไว้ใน Drive ทันที

พูดง่ายๆ คือ มันจะทำงานโดยเข้าใจ "บริบท" (Context) ส่วนตัวของเราและทีมได้ลึกซึ้งขึ้นมากๆ ครับ

ตอนนี้ฟีเจอร์นี้เริ่มปล่อยให้ใช้บน Desktop (คอมพิวเตอร์) ก่อน ส่วน มือถือ ก็จะตามมาในอีกไม่กี่วันครับ!

#ข่าวไอที

Meta ขยาย ‘บัญชีสำหรับเยาวชน’ สู่ Facebook และ Messenger ในไทย พร้อมยกระดับความปลอดภัยบน Instagramhttps://www.facebook.c...
03/11/2025

Meta ขยาย ‘บัญชีสำหรับเยาวชน’ สู่ Facebook และ Messenger ในไทย พร้อมยกระดับความปลอดภัยบน Instagram
https://www.facebook.com/share/p/1A2zQfQWA1
~

Meta ขยาย ‘บัญชีสำหรับเยาวชน’ สู่ Facebook และ Messenger ในไทย พร้อมยกระดับความปลอดภัยบน Instagram
Meta ได้ประกาศขยายการใช้งาน ‘บัญชีสำหรับเยาวชน’ (Teen Accounts) ไปยัง Facebook และ Messenger ในประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้วัยรุ่นอายุ 13–17 ปี ทั่วโลก และจะนำมาสู่ประเทศไทยในปี 2026 ที่ใกล้จะถึงนี้
รายละเอียดสำคัญของ ‘บัญชีสำหรับเยาวชน’
Meta ต้องการปกป้องเยาวชนโดยไม่จำกัดอยู่แค่เพียงมุมมองของผู้ปกครองเท่านั้น โดยเน้นการจัดการใน 3 ส่วนหลัก คือ เนื้อหา (Content), เวลาที่ใช้บนโลกออนไลน์ (Time Spent Online), และ การติดต่อ (Contact) โดยเธอพูดในฐานะของผู้ปกครองว่า 3 ปัจจัยนี้คือสิ่งที่ผู้ปกครองเป็นกังวลเกี่ยวกับบุตรหลานของตัวเองมากที่สุด
หลังจากเปิดตัวทั่วโลกบน Instagram ไปเมื่อปีก่อน ล่าสุดได้ขยายไปยัง Facebook และ Messenger ในประเทศไทยด้วย โดยสำหรับบัญชีสำหรับเยาวชน (Teen Account) ก็มีการตั้งค่าดังต่อไปนี้
- การตั้งค่าโดยอัตโนมัติ (Default setting) : ผู้ใช้วัยรุ่นอายุ 13–17 ปีจะถูกตั้งค่าเป็นบัญชีสำหรับเยาวชนโดยอัตโนมัติ โดยแบ่งเป็นอายุ 13-15 ปี (วัยรุ่นช่วงตัน) และอายุ 16-17 ปี (วัยรุ่นช่วงปลาย)
- มาตรการความปลอดภัย (Safety regulations) : ระบบมีการตั้งค่าความปลอดภัยในตัวเพื่อ จำกัดผู้ที่สามารถติดต่อ กับวัยรุ่นและ ควบคุมเนื้อหา ที่เยาวชนเห็น รวมถึงโฆษณาที่จะปรากฎบนแพลตฟอร์มด้วย
* ผู้ใช้อายุต่ำกว่า 16 ปี หากต้องการปรับการตั้งค่าให้ผ่อนปรนความเข้มงวดลงต้องได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองเท่านั้น (Parental control)
ทั้งยังมีการใช้ AI ในการลบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม โดยมีประสิทธิภาพสูงถึง 98.6% ของการดำเนินการเกิดขึ้นก่อนที่ผู้ใช้จะรายงานเสียอีก ! โดยทางเมตาเองก็ได้ผลตอบรับกลับมาว่า กว่า 97% ของบัญชีวัยรุ่นอายุตั้งแต่ 13–15 ปีที่มีบัญชีบน Instagram ยังคงใช้การตั้งค่าเริ่มต้นนี้ และผู้ปกครองส่วนใหญ่ ก็เห็นว่ามีประโยชน์ด้วย
การปรับปรุงบนเนื้อหา Instagram : จัดเรตติ้ง PG-13
Instagram กำลังปรับรูปแบบบัญชีสำหรับเยาวชนให้สอดคล้องกับ มาตรฐานเรตภาพยนตร์ PG-13 หมายถึงวัยรุ่นจะเห็นเนื้อหาในระดับเดียวกับภาพยนตร์เรต PG-13
นอกจากนี้ก็กำลังจะมีการนำการจัดเรตติ้งตามมาตรฐาน PG-13 มาใช้ (ในสหรัฐฯ, สหราชอาณาจักร, แคนาดา, ออสเตรเลีย และจะขยายในภายหลัง) เพื่อจำกัดเนื้อหาที่รุนแรง ข่าวที่ก่อให้เกิดความไม่สบายใจ โฆษณาที่ไม่เหมาะสมสำหรับผู้ใหญ่ คำหยาบคาย หรือการแสดงโลดโผนที่เสี่ยงอันตราย
ทั้งนี้หากเยาวชนที่ถูกจำกัดต้องการสร้างบัญชีใหม่ ระบบของ Meta จะมีการป้องกันและสามารถเชื่อมโยงบัญชีเหล่านั้นเข้ากับบัญชีเดิมได้ เพื่อให้การตั้งค่าความปลอดภัยยังคงมีผล
ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงถึงความรับผิดชอบของแพลตฟอร์มในการจัดการและกำหนดการใช้งานของวัยรุ่นให้มีความเหมาะสมและปลอดภัยยิ่งขึ้น

YouTube เพิ่มฟีเจอร์ AI detection ตรวจจับ Deepfakeshttps://www.facebook.com/share/p/1CbScwPx9Y
24/10/2025

YouTube เพิ่มฟีเจอร์ AI detection ตรวจจับ Deepfakes
https://www.facebook.com/share/p/1CbScwPx9Y

อวสานคลิป AI ! YouTube เพิ่มฟีเจอร์ AI detection ตรวจจับ Deepfakes
ก่อนหน้านี้ BT Beartai เคยสรุปเนื้อหาเรื่องกฎของ YouTube ไม่อนุญาตสร้างรายได้คลิปที่เจนจาก AI ไปแล้ว คราวนี้ YouTube เขาก็กลับมาแก้ปัญหา Deepfakes ที่เกิดจากการสร้างภาพทำคลิป หรือคลิปที่สร้างมาเพื่อปรับเปลี่ยนหน้าตาของครีเอเตอร์เอง ซึ่งปัญหาคือการทำแบบนี้มันอาจจะไปดึงเอาหน้าของครีเอเตอร์คนอื่นหรือคนทั่วไปใน YouTube มาใช้ เข้าข่าย Deepfakes ชัดเจน YouTube เลยเพิ่มฟีเจอร์ ‘AI likeness detection’ ตรวจจับหน้าคล้ายจาก AI เพื่อป้องกันปัญหานี้
จุดประสงค์ของการเพิ่มฟีเจอร์รอบนี้ไม่ได้เกี่ยวกับการหารายได้โดยตรง แต่เป็นการปกป้องใบหน้าและความเป็นส่วนตัว (Identities) เป็นหลัก และป้องกันผู้รับชมไม่ให้ถูกชักจูงใจหรือหลอกให้เชื่อด้วยภาพหรือคลิปที่เป็น Deepfakes เพราะพูดตรง ๆ ว่าทุกวันนี้เราแยกแทบไม่ออกแล้วว่าอันไหนคลิปจริง อันไหนคลิป AI ที่สำคัญถ้ามีคนหลงเชื่อจริง ๆ อาจทำลายภาพลักษณ์ของครีเอเตอร์ตัวจริงไปเลย
ฟีเจอร์นี้จะอยู่ใน YouTube Studio ใต้แท็บ ‘Likeness’ (หรืออาจเป็น Content Detection) หลังจากที่ครีเอเตอร์ได้ผ่านกระบวนการยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชนและวิดีโอเซลฟี่ และหากมีการตรวจพบวิดีโอที่ถูกสร้างโดย AI ซึ่งใช้ใบหน้าหรือภาพลักษณ์ของพวกเขา (Deepfakes) ก็จะได้รับการแจ้งเตือนทันที
โดย YouTube Studio จะแสดงรายการวิดีโอที่น่าสงสัยอย่างละเอียดทั้งชื่อวิดีโอ ชื่อช่อง ยอดวิว และเนื้อหา พร้อมกับปุ่มตัวเลือกที่ให้ครีเอเตอร์สามารถ 'ยื่นเรื่องขอลบคอนเทนต์' (Removal Request) ได้ทันที เครื่องมือนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับคำขอทั้งการลบคลิปที่ปลอมแปลงภาพลักษณ์ด้วย AI และการยื่นเรื่องลบเนื้อหาที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ (Copyright Removal) ในกรณีที่มีผู้นำเนื้อหาที่มีลิขสิทธิ์ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
YouTube จะทยอยเปิดให้ครีเอเตอร์ใน YouTube Partner Program ใช้ฟีเจอร์นี้ได้ในช่วง 2-3 เดือนหน้า โดยจะเน้นกลุ่มที่จำเป็นต้องใช้มากที่สุดก่อน และคาดว่าจะเปิดให้ครีเอเตอร์ที่สร้างรายได้ทุกคนเข้าถึงได้เต็มที่ภายในมกราคม 2026 ปีหน้า

สตาร์ตอัปใช้ “น้องหมา+AI” ดมกลิ่นลมหายใจ ตรวจมะเร็ง 4 ชนิด แม่นยำ 94%https://www.facebook.com/share/p/176Ym71ULU   #มะเร...
22/10/2025

สตาร์ตอัปใช้ “น้องหมา+AI” ดมกลิ่นลมหายใจ ตรวจมะเร็ง 4 ชนิด แม่นยำ 94%
https://www.facebook.com/share/p/176Ym71ULU

#มะเร็งปอด #โรคมะเร็ง #รักษาโรคมะเร็ง

สุดจะเลิศ ! สตาร์ตอัปใช้ “น้องหมา+AI” ดมกลิ่นลมหายใจ ตรวจมะเร็ง 4 ชนิด แม่นยำ 94%

แม้ว่าทุกวันนี้จะมีการคิดค้นการตรวจหามะเร็งหลายชนิดในระยะเริ่มต้นผ่านการตรวจเลือด หรือที่เรียกว่า Multi-Cancer Early Detection (MCED) แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังอยู่ในขั้นตอนการวิจัยและพัฒนา รวมถึงยังไม่ผ่านการอนุมัติจากองค์การอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐอเมริกา

แต่สิ่งที่ดีที่สุดในการรักษามะเร็ง คือการตรวจหาที่ยิ่งหาเจอเร็วเท่าไรก็ยิ่งดี ทำให้มีคนยินดีที่จะจ่ายเงินเพื่อตรวจมะเร็งจากเลือดด้วยราคา 950 เหรียญสหรัฐฯ​ (ประมาณ 30,000 บาท) หรือไม่ก็ให้ทำเอ็มอาร์ไอ (MRI) ทั่วร่างกายเพื่อมองหาก้อนเนื้อแปลกปลอม แน่นอนว่าการตรวจแบบนี้มีราคาที่สูงถึง 2,000 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 74,000 บาท) หรือแพงกว่านั้น

แต่ล่าสุด SpotitEarly สตาร์ตอัปสายไบโอเทค (BioTech) ที่พัฒนาวิธีการตรวจหามะเร็งหลาย ๆ ชนิดแบบใหม่ขึ้นมา ด้วยการวิเคราะห์ลมหายใจมนุษย์ จากการใช้สุนัขที่ทำงานร่วมกับเอไอ (AI) ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ที่บ้าน

สุนัขกับ AI ตรวจหามะเร็งได้อย่างไร ?

ชโลมี มาดาร์ (Shlomi Madar) CEO ของ SpotitEarly เล่าว่า ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ว่า สุนัขสามารถฝึกให้ดมกลิ่นเพื่อตรวจหาโรค โดยเฉพาะโรคมะเร็งในคนได้ และยังมีเคสที่สุนัขสัมผัสถึงความผิดปกติบางอย่างในร่างกาย ก่อนที่จะตรวจพบมะเร็ง
วิธีการของบริษัทนั้นง่ายมาก ผู้ใช้งานเพียงแค่เก็บตัวอย่างลมหายใจของตัวเองที่บ้าน แล้วส่งไปรษณีย์กลับไปยังห้องแล็บของ SpotitEarly ที่นั่นจะมี สุนัขพันธุ์บีเกิล 18 ตัว ที่ถูกฝึกมาให้ดมกลิ่นมะเร็งโดยเฉพาะ หากได้กลิ่นสุนัขจะนั่งลงในทันที
แต่ความพิเศษอยู่ตรงที่การใช้ AI เข้ามาตรวจสอบพฤติกรรมของสุนัขอีกชั้นหนึ่งเพื่อความแม่นยำสูงสุด ได้แก่

- กล้องวงจรปิดติดอยู่เหนือแล็บ
- ไมโครโฟนคอยจับรูปแบบการหายใจของสุนัข
- เครื่องติดตามอัตราการเต้นของหัวใจของสุนัข

ระบบ Machine Learning นี้จะรู้จักค่ามาตรฐานของสุนัขทั้งฝูง นั่นทำให้มันแม่นยำกว่าการใช้แค่สายตาของครูฝึกมองดูสุนัขเพียงอย่างเดียว

การตรวจนี้แม่นยำแค่ไหน ?

งานวิจัยของบริษัทซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Scientific Reports ของ Nature แสดงให้เห็นว่า สุนัขที่ผ่านการฝึก สามารถตรวจจับมะเร็งระยะเริ่มต้นจากตัวอย่างลมหายใจได้แม่นยำถึง 94% จากการสุ่มตัวอย่างอาสาสมัคร 1,400 คน เพื่อตรวจหามะเร็งที่พบบ่อย 4 ชนิด ได้แก่ มะเร็งเต้านม, มะเร็งลำไส้ใหญ่, มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งปอด

โดยการทดลองนี้เป็นแบบปกปิดทั้งสองฝ่าย (Double-blind clinical study) ที่ผู้เข้าร่วมการทดสอบ ผู้ปฏิบัติงาน จะไม่รู้เลยว่าใครป่วยเป็นมะเร็งหรือไม่ป่วย เพื่อป้องกันอคติที่อาจเกิดขึ้นจากการคาดเดาหรืออิทธิพลจากภายนอก ซึ่งจะทำให้ผลลัพธ์ที่ได้มีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น
ราคาและการวางจำหน่าย

ตอนนี้ SpotitEarly กำลังทุ่มทุนในการขยายการศึกษาทางคลินิก โดยเริ่มต้นด้วยการทดสอบเฉพาะสำหรับมะเร็งเต้านมก่อนที่จะขยายไปยังมะเร็งเป้าหมายอีกสามชนิดที่เหลือ

ส่วนชุดตรวจสอบคาดว่าจะพร้อมให้บริการผ่านเครือข่ายของแพทย์ได้ในปีหน้า โดยตั้งเป้าราคาสำหรับการตรวจมะเร็งเต้านม ไว้ที่ประมาณ 250 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 9,250 บาท) ซึ่งถูกกว่าการตรวจด้วยเลือดที่มีราคาประมาณ 950 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 30,000 บาท)

ส่วนเรื่องสุนัข มาดาร์ยืนยันว่าพวกสุนัขคือส่วนหนึ่งของทีม “เราไม่ได้ใช้น้องเป็นแค่เครื่องมือตรวจจับทางชีวภาพ น้องมีพื้นที่กว้างขวางให้วิ่งเล่น เป็นเพื่อนร่วมงานและเพื่อนคู่ใจที่ยอดเยี่ยมมากเลยทีเดียว”

ที่มา : techcrunch, nature

#มะเร็งปอด #โรคมะเร็ง #รักษาโรคมะเร็ง

17/10/2025

#สรุปข่าวสั้นเช้าไอที ☕📱
https://www.facebook.com/share/p/17G4z9NGQ7

อัปเดต 5 ประเด็นร้อนวงการเทคโนโลยีรอบวัน — ตั้งแต่ YouTube ล่มทั่วโลก ไปจนถึงกฎหมายใหม่บังคับให้ AI ต้อง “ยืนยันตัวว่าไม่ใช่มนุษย์” 🤖

ที่อยู่

หมู่ที่ 1 ถนนปะฎอดือราแม ตำบลท่าสาป
Mueang Yala District
95000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+66864983884

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ITEC ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา สช.จ.ยะลาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง ITEC ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา สช.จ.ยะลา:

แชร์